สอบถาม แคปซูลเห็ดกระดุมบราซิล ค่ะ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สอบถาม แคปซูลเห็ดกระดุมบราซิล ค่ะ

ตั้งหัวข้อ  jutamardj on Thu May 31, 2012 2:42 pm

พอดีหาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับเห็ดเป็นยาไปเรื่อยๆ ของเมืองนอกมีข้อมูลวิจัยเยอะมากๆเลยค่ะ ส่วนของไทยก็อ่านจากที่เวบไซอานนท์ ไบโอเทคค่ะ ^^ เห็ดที่เจอชื่อภาษาอังกฤษก็ไม่รู้ว่าเมืองไทยชื่ออะไร มาหาต่อก็จะรู้จากที่เวบนี้ ให้ความรู้ได้ดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณที่ทำเวบไซต์นี้ให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นวิทยาทานด้วยกันค่ะ

จากที่เคยสอบถามไปแล้ว ซื้อตัวเห็ดกระดุมมาให้คุณพ่อทานแล้วค่ะ อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมน่ะค่ะ ว่าในแคปซูลมีส่วนประกอบของเห็ดอะไรบ้างคะ นอกจากเห็ดกระดุมบราซิล ตอนนี้ก็สนใจเห็ดอื่นเพิ่มเติม ทั้ง
- เห็ดไมตาเกะ (ตอนนี้ไปสั่งซื้อที่อเมริกา เพราะถามคนที่ ตจว.ส่วนใหญ่ไม่รู้จักน่ะค่ะ แต่ก็ยังหาอยู่ค่ะ พยายามส่งรูปไปให้คนรู้จักดูเยอะๆเผื่อว่าจะเจอ)
- เห็ด Turkey tail (ชื่อไทยคือ เห็ดหิ้ง หรอคะ?) ที่ออสเตรเลีย(2011)บอกว่าสามารถช่วยเรื่องมะเร็งต่อมลูกหมากได้มากถึง 100% แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยอยู่
- เห็ด Phellinus Linteus ตัวนี้ชื่อไทยคือเห็ดอะไรคะ อ่านแล้วเสียดายมากที่เมืองไทยสมัยก่อนมีมาก แต่กลับกลายเป็นถูกกว้านซื้อจนเหลือน้อย เห็นว่าอานนท์ไบโอเทคสามารถเพาะเห็ดกระถินพิมาน เห็ดเค็งได้แล้ว สนใจอยากได้มากๆค่ะ เพราะไม่งั้นต้องไปสั่งซื้อจากเมืองนอก แล้วจะต้องกินไปอีกนาน

เห็นว่าเห็ดโคนจริงๆแล้วคือราชาแห่งเห็ดของแท้จริง ถ้าเราทานสดๆเลยจะได้สารสำคัญจากเห็ดโคนมั้ยคะ? ควรหมัก? หรือผ่านขั้นตอนอะไรที่พอจะแนะนำได้มั้ยคะ เพราะช่วงนี้เห็ดโคนเริ่มออกแล้วไม่อยากให้เสียโอกาสไปน่ะค่ะ

ขอบคุณมากๆค่ะ

jutamardj

จำนวนข้อความ : 3
Join date : 06/05/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

มีข้อมูลเรื่องเห็ดเป็นยาเยอะเกินไป จนไม่รู้ว่าจะเอาตัวไหนแน่ พอเห็นมีโฆษณาสรรพคุณเห็ดที่ไหนก็พยายามหามาให้ได้ เพราะความเป็นห่วงคุณพ่อ

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Fri Jun 01, 2012 11:59 pm

นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงจริงๆสำหรับท่านที่อ่านหนังสือรู้เรื่อง เข้าใจภาษาอังกฤษได้ดี มีความรู้สูง และสามารถเข้าสู่โลกกว้างอันไร้พรมแดนด้วยการผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต แล้วจะเห็นว่า มีการแนะนำโฆษณาสรรพคุณเห็ดเป็นยามากมาย จนงงไปหมด และก็ด้วยความที่อยากจะแสวงหายาวิเศษที่ต่างประเทศเขาใช้รักษาโรคต่างๆ ที่ละม้ายคล้ายคลึงกับโรคที่เราหรือคนของเราเป็น ซึ่ง การใฝ่หาความรู้เป็นเรื่องไม่สามารถปฎิเสธได้ว่า เป็นสิ่งที่ดีที่ควรทำ เพียงแต่ว่า เมื่อค้นแล้ว เรามีวิจารณาญาณในการตัดสินใจที่ถูกต้องควรทำอย่างไร เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว พอมีการโฆษณาอะไร ก็จะไปเที่ยวหาเอาตัวนั้นมาทานมาใช้ โดยหารู้ไม่ว่า จริงๆแล้ว ยาก็ดี เห็ดก็ดี มันมีวิธีการผลิต วิธีการทานที่แตกต่างไป เคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่า สารสำคัญในเห็ดที่ชาวยส่งเสริมในการสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายนั้น เพราะสารโพลีแซคคาไลด์ หรืออนุมูลของน้ำตาลกลูโคสที่จับกันเป็นลูกโซ่ (glycosidic bonds) โดยโมเลกุลของน้ำตาลตัวที่ 1 กับตัวที่ 2 จับกันตรงที่ธาตุคาร์บอนตัวไหน ซึ่งเห็ดบางชนิดพบว่า พบว่าน้ำตาลกลูโคสตัวแรกตรงที่คาร์บอนตัวที่ 1 ไปจับกับตัวที่ 3 ของน้ำตาลตัวที่ 2 ก็จะเรียกว่า 1,3 glucan เช่น เห็ดหอม มีเห็ดบางชนิด มีการจับตัวกันของน้ำตาลอีกหลายรูปแบบ เช่น 1,3 และ 1,6 กลูแคน ในลูกโซ่เดียวกัน เช่น เห็ดกระดุมบราซิล เห็ดเค็ง เห็ดหลินจือ แต่เห็ดแต่ละอย่าง ก็มีความยาวของน้ำตาลที่จับกันเป็นลูกโซ่แตกต่างกันไป ทำให้น้ำหนักของกลุ่มน้ำตาลนี้ แตกต่างกันไปด้วย และผลของน้ำหนักกลุ่มน้ำตาลที่แตกต่างกัน ความสามารถในความเป็นยาหรือการใช้รักษาโรคก็จะแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม การที่น้ำตาลหลายๆตัวมาจับรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นและมีขนาดใหญ่เช่นนี้นั้น การที่มันจะเข้าไปทำปฎิกิริยาหรือมีคุณสมบัติทางยาได้นั้น มันจะต้องถูกทำให้เล็กลง โดยร่างกายเราไม่มีความสามารถที่จะทำได้ นอกจากต้องอาศัยเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ที่มีอยู่ในระบบการย่อยอาหารหรือทำการย่อยโดยเชื้อจุลินทรีย์ เช่น ทำการหมักเสียก่อนที่จะทานเข้าไปเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จึงขอเตือนว่า อย่าเห็นว่า เขาโฆษณาว่า เห็ดอะไรดี ก็จะไปซื้อเอาเห็ดตัวนั้นมาทานเข้าไปโดยตรง มันจะแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย ทางที่ดี แต่ละโรคจะต้องใช้เห็ดที่แตกต่างกันไป บางโรคอาจจะต้องใช้เห็ดเป็นยาหลายชนิดผสมกัน และเห็ดบางชนิดอาจจำเป็นจะต้องใช้เส้นใยของเห็ดเท่านั้น ที่จะใช้นำไปรักษาโรค แต่บางชนิดอาจใช้เฉพาะดอก หรือสปอร์ของมันเท่านั้น และทางที่ดี ไม่ควรทานเห็ดแต่เพียงอย่างเดียว ควรต้องทานสมุนไพรบางตัวเข้าไปด้วย เช่น สมุนไพรเกี่ยวกับการบำรุงเลือด สมุนไพรเกี่ยวกับการปรับสภาพของร่างกาย หรือสมุนไพรที่ไปนำร่องล้างสารพิษให้เสียก่อน และการทานเห็ดเป็นยานั้น จะต้องทานในช่วงที่กระเพาะว่างเท่านั้น เพราะจะได้อาศัยการย่อยของน้ำย่อยในกระเพาะและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ช่วยย่อยสารอาหารที่มีฤทธิ์เป็นยาเสียก่อน ยกตัวอย่าง เห็ดเป็นยาสูตรหลักที่คุณเอาไปนั้น ก็จะมีเห็ดกระดุมบราซิล เห็ดหิ้งไซบีเรีย เห็ดเค็ง เป็นส่วนผสมหลักอยู่ประมาณ 60% นอกนั้นจะเป็นสมุนไพรบำรุงเลือดและเอ็นไซม์ที่จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายย่อยสารอาหารทางยาให้อยู่ในรูปที่ร่างกายนำเอาไปใช้ได้โดยตรง ส่วนที่ถามถึงเห็ดไมตาเกะ ก็คือ เห็ดช้อนซ้อนของบ้านเรา หรือเห็ด Turkey tail ก็คือ เห็ดขอนหลากสีที่พบทั่วไปบ้านเรานั่นเอง พวกนี้จะถูกนำมาใช้ในบางกรณีของโรคเท่านั้น และส่วนใหญ่จะใช้เส้นใยเห็ดมากกว่าใช้ดอกของมัน
นี่ก็แสดงว่า คุณเป็นนักค้นหาความจริงจากเน็ตจริงๆ เพราะให้ความสนใจไปแทบทุกเห็ด รวมทั้งเห็ดโคนด้วย ซึ่งแน่นอนว่า เห็ดโคนถือว่า เป็นสุดยอดของเห็ดที่ทานได้ เพราะมันมีรสชาติอร่อย มีสรรพคุณทางยา เป็นยาบำรุงสมองชั้นยอด และบำรุงเซ็กซ์ชั้นเยี่ยม เพราะตัวมันเองจริงๆแล้ว ปลวกที่ดูแลพญาปลวก มันจะทำการเพาะเห็ดนี้ขึ้นมาเพื่อให้พญาปลวกกินแล้วออกลูกออกมาเป็นล้านๆตัว ปลวกทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในจอมปลวกที่มีเป็นล้านๆตัว ก็มาจากนางพญาตัวเดียวนี้แหละ ดังนั้น เห็ดโคนจึงเป็นสุดยอดยาบำรุงเซ็กซ์ชั้นดี และช่วยแก้ปัญหาคนมีลูกยากได้เป็นอย่างดีครับ
เอาเป็นว่า เห็ดที่เป็นยาที่คุณว่านั้น ไม่ต้องไปถึงออสเตรเลีย หรืออเมริกาหลอก ทางอานนท์ไบโอเทคนี่แหละที่ส่งไปยังประเทศต่างๆเหล่านี้ รวมทั้งส่งไปที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ด้วย เพื่อจะให้คนไทยที่เห่อของนอก ไปซื้อของนอก ที่ทำโดยคนไทยกลับมาให้คนไทยทานครับ หรือไม่ก็ส่งไปขึ้นทะเบียนที่ต่างประเทศเสียก่อน จึงสามารถนำมาขอ อย.ที่เมืองไทยได้ครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ