เริ่มต้นเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง

หน้า 5 จาก 6 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: เริ่มต้นเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Wed Nov 07, 2012 4:33 pm

narinthon พิมพ์ว่า:เจ้าของกระทู้ยอดเยี่ยมมากครับ ขอชมเชยด้วยจิตคารวะ
ผมติดตามการทำงานมาตั้งแต่คราวเห็ดถุงแล้วครับ กระทู้ของคุณ ภาคิน
ทำงานโดยการตั้งสมมุติฐาน ปฎิบัติ สรุปผล นำเสนอ อย่างไม่ท้อถอย
รวมถึงการสามารถประยุกต์ ของรอบกายมาใช้แบบประหยัด อย่างมีประสิทธิผล
สร้างแรงบันดาลใจให้ผมอย่างมากมายครับ

จากการติดตามกระทู้ของคุณภาคิน ตอนนี้ผมกล้าที่จะเริ่มเตาะแตะใด้บ้างแล้ว
ด้วยความเคารพครับ


ขอบคุณ คุณ narinthon ที่ติดตาม และเข้ามา Comment
Razz ผมดีใจที่รู้ว่ากระทู้นี้มีประโยชน์และเป็นแรงบันดาลใจให้คุณลุกขึ้นมาหัดเดินแบบเตาะแตะ เรามาหัดเดินไปพร้อม ๆ กันก็ดีนะครับ ตอนนี้ผมก็ยังเตาะแตะอยู่เหมือนกัน

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เก็บเกี่ยวผลผลิต

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Mon Nov 12, 2012 1:34 pm

สวัสดีครัย อาจารย์ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล;คุณไผ่และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

Laughing ผมมารายงานสถานการณ์ความคืบหน้าการเพะเห็ดถั่งเช่าสีทองต่อครับ ตอนนี้ผมได้ตัดสินใจเก็บผลผลิตเมื่ออายุของดอกเห็ดได้ 42 วัน (เริ่มนับ 1 จากวันที่เจาะรูและเปิดแสงสว่าง เพื่อกระตุ้นให้เกิดดอก)



ทั้งหมดนี้ 10 แก้ว แต่ผมเก็บไว้ 1 แก้วเพื่อใช้ขยายเชื้อต่อไป


Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

รูปภาพเห็ดถั่งเช่าสีทอง เมื่อนำออกจากแก้วแล้ว

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Mon Nov 12, 2012 1:38 pm






Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เริ่มต้นเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Mon Nov 12, 2012 1:40 pm






Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เริ่มต้นเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Mon Nov 12, 2012 1:42 pm






Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ชั่งน้ำหนักได้ 62.5 กรัม

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Mon Nov 12, 2012 1:44 pm

เมื่อเก็บได้หมดแล้วก็นำไปขอชั่งน้ำหนักที่ร้านขายทอง ได้น้ำหนัก 62.5 กรัม (ที่บ้านไม่มีเครื่องชั่งขนาดเล็กครับ และมันมีสีทองผมก็จึงไปชั่งที่ร้านทอง)








แก้ไขล่าสุดโดย Phakin เมื่อ Mon Nov 12, 2012 2:03 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เริ่มทำให้แห้ง

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Mon Nov 12, 2012 1:55 pm

หลังจากชั่งน้ำหนักแล้วก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการทำให้แห้งโดยไม่ใช้ความร้อน ตามแบบที่อาจารย์เคยสอนไว้

Laughing ใช้ซิลิก้าเจล เทลงในภาชนะที่สมารถปิดได้มิดชิด และปูทับด้วยกระดาษสะอาดก่อนที่จะนำเห็ดถั่งเช่าสีทองลงไป ใช้กระดาษสะอาดปิดทับด้านบนแล้วเทซิลิก้าเจลทับด้านบนอีกทีหนึ่ง ปิดฝาภาชนะให้สนิทไม่ให้อากาศผ่านเข้าออกได้ ผมใช้ซิลิก้าเจลไปทั้งหมด 1 กิโลกรัม (ราคา 200 บาท)





หลังจากนั้นก็รอดูว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เริ่มต้นเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Mon Nov 12, 2012 2:11 pm

ส่วนที่เป็นอาหารธัญพืชนั้นผมก็เอาไปผึ่งแดดอ่อนๆตอนเช้าตั้งใจว่าเมื่อแห้งดีแล้วจะนำไปบดให้เป็นผง







Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เริ่มต้นเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  paoleng on Mon Nov 12, 2012 7:32 pm

หรือเอาส่วนนี้มาทำน้ำเอนไซม์ ได้เลยครับ
จะได้ผลิตภัณฑ์หลายอย่าง

paoleng

จำนวนข้อความ : 105
Join date : 10/08/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เริ่มต้นเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  paoleng on Tue Nov 13, 2012 8:11 pm

[/quote]

ภาพหาดูยาก

paoleng

จำนวนข้อความ : 105
Join date : 10/08/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอต่อยอดขบวนการทำแห้งเห็ดถั่งเช่าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Nov 14, 2012 6:11 am

ก็ขอแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่องในความวิริยะอุตสาหะ และความละเอียด ช่างสังเกตของคุณภาคิน ดร.อานนท์ ได้ฝากข้อคิด เพื่อเป็นการต่อยอด เมื่อคุณได้เดินทา่งมาถึงจุดนี้แล้ว ซึ่งน้อยคนนักที่จะสามารถดำเนินการมาได้เพียงนี้ จึงไม่ต่างอะไรกับการเรียนหนังสือ ใช่ว่าการเรียนรู้นั้น ทุกคนจะสามารถเรียนให้จบระดับสูงๆได้ทุกคน แน่นอนบางคนอาจจะได้ แต่แนวทางและระยะเวลาอาจจะแตกต่างกันไป ด้วยเหตุนี้ จากการประเมินผลของการเปิดอบรมเห็ดถั่งเช่าที่ผ่านมา ที่ใช้เวลาเพียง 1 วันนั้น อาจจะไม่มีรายละเอียดพอที่จะทำให้เข้าใจได้จนเกิดความมั่นใจที่จะลงมือไปทำได้ ดังนั้น การอบรมเห็ดถั่งเช่าในวันที่ 1-2 ธันวาคม 2555 ซึ่งจะเป็นรุ่นสุดท้ายสำหรับปีนี้นั้น จะทำการสอนติดต่อกัน 2 วันเต็มๆ และจะเน้นภาคปฏิบัติจากของจริงให้มากที่สุด โดยครั้งนี้ ดร.อานนท์ ได้เตรียมการรองรับการฝึกภาคปฏิบัติชุดใหญ่ ซึ่งเป็นการปฏิบัติในขั้นตอนที่ทางสถาบันอานนท์ไบโอเทคทำการผลิตเป็นธุรกิจจริงๆ นอกจากนี้ ก็ยังจะเน้นเรื่องของการแปรรูป ซึ่งถือว่า เป็นจุดสำคัญที่สุด ก่อนที่จะนำเอาเห็ดถั่งเช่าสีทองไปใช้เป็นยา ดังที่ ดร.อานนท์ ได้กล่าวเสมอมาว่า การที่จะนำเอาเห็ดมาเป็นยานั้น ใช่ว่า จะเอามาตากแห้ง แล้วก็เอามาบด มาต้ม หรือเอามาหมักกันได้ง่ายๆ เพราะมันจะไม่ก่อนประโยชน์อันใด หรือแม้มีประโยชน์หลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็น้อยเหลือเกิน เช่นเดียวกันกับสิ่งที่คุณภาคินกำลังดำเนินการ พอมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อไป จะต้องถือว่า เป็นขั้นตอนที่เขาเรียกว่า ขั้นเทพแล้วล่ะ โดย ดร.อานนท์ได้เล่าย้อนไปถึงที่ไปที่มาของเหตุผลว่า ดูอย่างโสมเกาหลีสิ ทำไมโสมเกาหลีจึงดีที่สุดในโลก แม้ว่า โสมสามารถปลูกได้หลายพื้นที่ในโลก ที่อเมริกา จีน เม็กซิโก แอฟริกาใต้ ล้วนแล้วแต่สามารถปลูกโสมได้ทั้งหัวและผลผลิตดีกว่าปลูกที่เกาหลีเสียอีก แต่โสม หากไม่ได้มาจากเกาหลี แทบจะไม่มีราคาเลย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นโสมที่ปลูกจากประเทศไหน ก่อนที่จะเอาไปขาย จะต้องส่งไปผ่านขบวนการกระตุ้นสารโสมให้ออกมาที่ประเทศเกาหลีเสียก่อน เพราะคนเกาหลี มีความรู้ ความสามารถ ความละเอียดอ่อน ที่จะทำให้โสมไม่ว่าจะมาจากที่ไหน เมื่อผ่านขบวนการพิเศษเฉพาะของคนเกาหลีที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนาน ก็จะกลายเป็นโสมเกาหลีอย่างดีได้ ดร.อานนท์ ยังยกตัวอย่างอีกว่า เมื่อครั้งที่ผมอายุขวบกว่าๆ ซึ่งเป็นช่วงที่ท่านไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ดให้แก่องค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศภูฏานนั้น ท่านได้พาผมไปดูขบวนการผลิตชาฝรั่ง ที่เมือง Darjiling ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่บนภูเขา เป็นเมืองที่อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี สวยงามมาก เมื่อครั้งอังกฤษเข้ามาปกครองอินเดีย อังกฤษได้เลือกเอาเมืองนี้ เป็นเมืองที่ใช้ในการปลูกชา เป็นเป็นเมืองมหาวิทยาลัย ซึ่งคนไทยที่มีฐานะดีในอดีตนิยมส่งลูกหลานไปเรียนที่เมืองนี้ คนอังกฤษ ถือว่า เป็นผู้นำในด้านการผลิตชาฝรั่ง เป็นการต่อยอดการกินชาของทางด้านตะวันออกและญี่ปุ่น ที่นิยมเอาใบชาที่เก็บแล้ว เอาไปทำแห้งเลย ซึ่งสารสำคัญในใบชาและความหอมจากการที่เอาใบชามาตากหรือมาทำแห้งโดยตรงนั้นมีน้อยมาก ด้วยเหตุนี้ ที่เมืองดาร์จิลิ่ง จึงมีโรงงานสำหรับการแปรรูปใบชาขนาดใหญ่อยู่จำนวนมาก และชาดาร์จิลิ่ง เป็นชาที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงที่สุดของอินเดียและของโลก เช่นเดียวกัน ระหว่างปี 2528-2531 ผมได้มีโอกาสตาม ดร.อานนท์ ไปอยู่ที่ประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่เขาทำการผลิตชาฝรั่งที่เมือง นัวแอเรีย(Nawaraya) อันเป็นเมืองบนยอดเขาเช่นเดียวกับเมืองดาร์จิลิ่ง แต่เป็นพื้นที่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่า ลักษณะของชาที่ปลูก จะได้ชาที่มีรสชาติอีกแบบหนึ่ง ที่ทางยุโรปและต่างชาติชอบ และมักจะพูดกันติดปากว่า ชาซีลอนนั้น โดยสาระสำคัญนั้น ไม่ได้อยู่ที่เขาปลูกชาได้ดีเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด อยู่ที่ขบวนการนำเอาชามาผ่านขบวนการแปรรูปให้ได้สารหอมและสีสันที่เป็นประโยชน์ มีกลิ่นและสีที่ผู้บริโภคต้องการ เช่นเดียวกันกับ ทำไมรากปลาไหลเผือก ที่มีอยู่ทั่วไปในบ้านเรา ราคาขาย ก็คิดกันแค่ ค่าแรงไปขุดแล้วเอามาตากมาบด ขายกัน กก.ละ 5-6 ร้อยบาท แต่ทำไมเมื่อเอาไปผ่า่นขบวนการแปรรูปที่ประเทศมาเลเซีย ที่เขาเรียกว่า ตองกัด อาลี(ไม้เท้าของท่านอาลี) ที่ชาวมุสลิมนิยมนำเอาไปใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย ทางตะวันออกกลางนำไปเป็นยาบำรุงสมรรถภาพทางเพศ ราคา กก.ละเป็นหมื่นเป็นแสน ล้วนแล้วแต่ สิ่งเหล่านี้ ต้องผ่านขบวนการผลิตเป็นการเฉพาะเท่านั้น ดังนั้น ในเมื่อ ของคุณเดินทางมาถึงตรงนี้แล้ว ก่อนที่คุณจะเอาเห็ดถั่งเช่าสีทองไปทำแห้งนั้น ควรผ่านขบวนการนวดและหมักอย่างเร่งรัดเสียก่อน หรือที่เขาเรียกว่า Seasoning นั่นเอง โดยสามารถดำเนินการทำด้วยวิธีง่าย กล่าวคือ เอาเห็ดที่เก็บได้มา ไม่ว่าจะเป็นเห็ดอะไร ที่ยังอยู่ในสภาพสดๆอยู่ แล้วทำการนวด คลึงเบาๆ อย่าถึงกับเห็ดหักออกมาเป็นชิ้นหรือแตกหัก นวดขนาดที่ว่ามันพอช้ำให้ทั่ว เพราะขณะที่เรากำลังนวดนั้น จะเป็นการกระตุ้นเซลของเห็ดให้ตื่นตัวขึ้น พร้อมทั้งเซลจะสร้างเอ็นไซม์ที่มีค่า รวมทั้งสารอาหารทางยา จะถูกหลั่งออกมาให้อยู่ในรูปที่เหมาะแก่การที่ร่างกายหรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เปลี่ยนรูปไปได้ง่ายขึ้น การนวด อาจจะใช้มือขยำ หรือนำไปกลิ้งเบาๆบนเขียงที่สะอาดก็ได้ นวดจนทุกส่วนของเห็ดนิ่ม ก็ถือว่าใช้ได้ การค่อยๆนวดหรือคลึงไปนานๆ ใช้เวลาสัก 30-60 นาทีได้ยิ่งดี ขณะที่ทำการนวดนั้น ถ้าจะให้ดี ใช้เชื้อยูเอ็ม 55 ผสมน้ำฉีดพ่นเข้าไปด้วย เพราะจุลินทรีย์ดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นให้เห็ดสร้างและปล่อยสารที่มีประโยชน์ออกมาได้เร็วยิ่งขึ้น และตัวจุลินทรีย์ยูเอ็ม55 นั้น เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ที่เรียกว่า โปรไบโอติก มันจะช่วยป้องกันไม่ให้เห็ดเน่า หรือเกิดเชื้ออย่างอื่นอันไม่พึงปรารถนาได้ นอกจากนี้ เชื้อยูเอ็ม55 จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายด้วย หลังจากที่ทำการนวดจนเห็ดนิ่มแล้ว จะต้องนำไปผึ่งในร่ม สะอาด อากาศโปร่ง(แต่ไม่ถึงกับลมโกรก) ช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญที่สุด เช่นเดียวกับการทำซีอิ้ว เต้าเจี่ยว ที่จะต้องเอาถั่วที่ผ่านการนึ่งแล้ว เอามาเคล้ากับเชื้อรา แล้วผึ่งไว้ 2-3 วันก่อนนำเอาถั่วไปทำเป็นซีอ้วหรือเต้าเจี่ยวต่อไป สำหรับเห็ดนั้น ให้นำไปใส่ในถาดสแตนเลท ประมาณ 12-18 ชั่วโมง แล้วจึงรีบนำไปผ่านขบวนการทำแห้งแบบเย็นหรือที่เรียกว่า Freeze dry ซึ่งการทำขบวนการ Freeze dry นั้น ก็ทำแบบที่คุณกำลังทำนั่นเอง เพียงแต่ว่า วิลิก้าเจลนั้น ต้องมั่นใจว่า เป็นเกรดที่ใช้กับอาหาร อย่าใช้ซิลิก้าเจลทั่วไป ที่ใช้กับเครื่องไฟฟ้า เพราะเขาจะใส่สี ใส่สารที่อาจจะเป็นพิษต่อร่างกายได้ และหากจะให้ดี ควรจำนำใส่กล่องแล้วเอาไปใส่ตู้เย็นหรือที่เย็นๆ ประมาณ 3-4 วันก็จะได้เห็ดแห้ง ที่สามารถรักษาสารอาหารต่างๆได้เป็นอย่างดี เอาเป็นว่า วันนี้ เอาแค่นี้ก่อน แล้วคุณมีอะไรก็รายงานมา หากมีส่วนไหนที่จะต้องเพิ่มเติม ก็จะเข้ามาเสริมให้ แต่แน่นอสำหรับ ท่านที่จองการอบรมเห็ดถั่งเช่าในวันที่ 1-2 ธันวาคม ไว้แล้วนั้น ในส่วนการแปรรูปเห็ดถั่งเช่าให้เป็นยาที่มีคุณภาพสูงนั้น ก็จะถูกบรรจุในการเรียนการสอนครั้งนี้ด้วย ทราบว่า ตอนนี้มีผู้ที่ลงชื่อไว้แล้ว ได้ยืนยันในการอบรมเกือบเต็มแล้ว จึงขอฝากบอกบางท่านที่ลงชื่อไว้แล้วแต่ยังไม่ยืนยัน ขอให้ท่านรีบติดต่อยืนยันเป็นการด่วน เพราะมีผู้สนใจรอที่จะเข้ารับการอบรมรุ่นนี้อีกเยอะมาก สามารถติดต่อได้ที่ 02-9083308 และ 0860830202

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

การนวดดอกเห็ดยามเช้า เพื่อกระตุ้นให้เห็ดหลั่งสารที่มีทั้งเอ็นไซม์และยาที่มีประโยชน์สูงสุด

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Nov 14, 2012 11:22 pm


ก่อนที่จะนำเห็ดผ่านขบวนการแปรรูป ควรนำมานวดคลึงให้เซลของเห็ดหลั่งสารที่เป็นยาและเอ็นไซม์ที่มีประโยชน์สูงสุดเสียก่อนที่จะนำเอาไปทำแห้ง หรือเอาไปผ่านขบวนการแปรรูปก่อนที่จะเอาไปใช้เป็นยา

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ช้าไปแล้ว

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Thu Nov 15, 2012 8:28 am

สวัสดีครับ อาจารย์ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูลวคุณไผ่และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

ช้าไปแล้วครับ ตอนนี้ผมนวดไม่ได้แล้ว เพราะว่าเห็ดถั่งเช่าสีทองของผม ถูกจัดเก็บเข้ากล่องเพื่อทำให้แห้งเรียบร้อยแล้ว เวลาผ่านไป 4 วัน จึงตัดสินใจเปิดออกดู ได้ผลเป็นแบบนี้ครับ

นี้คือตู้ฟรีสดราย (Freeze Dried) ของผมครับ




เมื่อเปิดออกแล้วเป็นแบบนี้




Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เริ่มต้นเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Thu Nov 15, 2012 8:31 am

เม็ด ซิลิก้าเจลที่เคยเป็นสีน้ำเงิน บางเม็ดกลายเป็นสีขาวใสครับ




Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

แน่นอนว่า ซิลิก้าเจล เวลามันดูดความชื้นเข้าไปในตัวมัน สีอาจจะเปลี่ยนไป แสดงว่า มันดูดเอาความชื้นไปเก็บไว้แล้ว

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Nov 15, 2012 8:47 am

ถูกต้องแล้วล่ะ เม็ดของซิลิก้าเจล เวลามันดูดความชื้นเข้าไปสีจะเปลี่ยน ดังนั้น หากต้องการจะนำเอามาใช้ใหม่ ให้นำเอาไปคั่วหรืออบให้แห้งในเตาอบเสียก่อน สามารถกลับเอามาใช้ใหม่ได้อีกหลายครั้ง ส่วนนวดไม่ทันไม่เป็นไร เอาไว้ก่อนที่จะเอาไปใช้ ควรต้องนำมาผ่านขบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เสียก่อน ซึ่งการหมักไม่จำเป็นต้องหมักด้วยน้ำเยอะๆ อาจจะหมักแบบคลุกคลิก หมายความว่า เอาเห้ดแห้ง มาทำให้เปียกชื้นใหม่ พร้อมทั้งใส่เชื้อจุลินทรีย์เข้าไป ทิ้งไว้ประมาณ 16-24 ชั่วโมง ก็จะได้เห้ดที่ถูกจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ช่วยสลายสารอาหารที่เป็นยาและเอฌนไซม์ที่ถูกสร้างจากเชื้อจุลินทรีย์ได้แล้ว

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เริ่มต้นเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Thu Nov 15, 2012 8:58 am

เมื่อนำซิลิก้าเจลที่อยู่ด้านบนออกแล้วก็จะพบกับห่อกระดาษที่ใช้หุ้มห่อเห็ดถั่งเช่าสีทองอยู่ภายใน



จะมัวรีรอชักช้าอยู่ใย รีบเปิดห่อออกดูข้างใน
แล้วต้องตะลึงตื่นตาตื่นใจ เห็ดที่อยู่ข้างใน ทำไมเหลือนิดเดียว




เห็ดถั่งเช่าสีทองที่อยู่ภายใน แห้งสนิทสามารถจับหักได้เสียงดังเป๊าะเลยครับ นำไปชั่งน้ำหนักที่ร้านขายทองในตลาด ได้ 10.5 กรัม




แก้ไขล่าสุดโดย Phakin เมื่อ Thu Nov 15, 2012 9:27 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เริ่มต้นเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Thu Nov 15, 2012 9:08 am

จากเห็ดถั่งเช่าสีทองสดที่มีน้ำหนัก 62.5 กรัม เหลือเห็ดถั่งเช่าสีทองแห้ง 10.5 กรัม คิดง่ายๆ ก็คือ 60 กรัม เหลือ 10 กรัม






cheers ผมเก็บเห็ดสดจากแก้ว 9 ใบ คิดง่ายๆ ว่าเก็บจากแก้ว 10 ใบแล้วกัน ได้เห็ดแห้งที่มีน้ำหนัก 10 กรัม หมายความว่าเห็ดในแก้ว 1 ใบจะมีน้ำหนักเห็ดแห้ง 1 กรัม ถ้าผมต้องการเห็ดถั่งเช่าสีทอง 1 กิโลกรัม (1000 กรัม) ผมต้องเลี้ยงเห็ดในแก้ว 1000 ใบครับ (เผื่อเสียอีกสัก 500 ใบด้วย)


แก้ไขล่าสุดโดย Phakin เมื่อ Thu Nov 15, 2012 9:29 am, ทั้งหมด 4 ครั้ง

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

โดยปกติ เมื่อเอาเห้ดสดแล้วทำเป็นเห็ดแห้ง ให้มีความชื้นเหลืออยู่ไม่เกิน 5% น้ำหนักจะลดลงไปกว่า 85%

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Nov 15, 2012 9:10 am

โดยปกติ หากเอาเห็ดสดผ่านขบวนการทำแห้งธรรมดา ที่จะมีระดับความชื้น 10-12% จะใช้เห็ดสด 10-13 กก. ตากแห้งแล้วเหลือ เป็นเห็ดแห้ง 1 กก. แตกหากผ่านขบวนการ freeze dry ที่ใช้ขบวนการดูดความชื้นด้วยระบบสูญญากาศ ให้มีความชื้นคงเหลือ 5% นั้น จะต้องใช้เห็ดสด 12-15 กก. ทำให้แห้งด้วยวิธีดักล่าว จะเหลือเนื้อเห้ดแห้งเพียง 1 กก. คุณก็ลองคิดเอาเองก็แล้วกันว่า กว่าจะได้เห็นแห้ง 1 กก. ต้องใช้เห้ดเท่าไหร่ ต้องลงทุนเท่าไหร่ แต่พอมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับคุณได้เรียนรู้แล้ว ถึงวิธีการทำ Freeze dry อย่างง่ายๆ คุณลงทุนแค่ 200 บาท แต่โรงงานใหญ่ๆเขาลงทุนกันเป็นร้อยล้านบาท คุณภาพก็ same same ครับ นี่ไงที่เขาปิดเป็นความลับมาตลอด จนกระทั่งคุณได้เข้าถึงมันแล้ว ดีใจครับ แล้วคนไทยจะได้ตาสว่างกะเขาสะทีครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

มาใหม่ใหญ่กว่าเก่า

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Thu Nov 29, 2012 2:55 pm

สวัสดีครับ อาจารย์ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล;คุณไผ่และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

ตอนนี้ผมพบหม้อใบใหม่ใหญ่กว่าเก่า ขนาดเส้นผ้าศูนย์กลาง 50 ซม. นำมาทดลองต้มน้ำดูแล้วครับ





จัดการ Modify โดยซื้อเกจวัดแรงดันและเซฟตี้วาวล์มาใส่





ทำการนึ่งฆ่าเชื้อได้มากกว่า 40 ใบในคราวเดียว




หลังจากทิ้งไว้ให้เย็นแล้วจึงนำมาทำการอบฆ่าเชื้อด้วยหลอดไฟแสง UV ในตู้เขี่ยเชื้อ








Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เริ่มต้นเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  sanga on Fri Nov 30, 2012 9:46 am

ยินดีด้วยครับพี่เจี๊ยบ ในทีุ่สุดก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม รอบต่อไปคงทำง่ายและดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนตัวผมเองได้ทดลองทำแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จไม่สามารถทำให้ออกดอกได้ เพราะยังไม่พร้อมและไม่มีเวลาให้จึงทำให้เสียหมดเลย Crying or Very sad แต่ก็ยังไม่ท้อครับ รอวันที่พร้อมแล้วค่อยหาเชื้อเห็ดมาเริ่มต้นใหม่ครับ

sanga

จำนวนข้อความ : 24
Join date : 14/05/2012
Age : 41
ที่อยู่ : 64 ม.1 บ้านร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย 57000

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

รายงานความคืบหน้าครับ

ตั้งหัวข้อ  kaeg on Tue Jan 08, 2013 1:09 pm

สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ คุณไผ่และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
1.หลังจากประสบปัญหาหลายครั้งหลายครา โดยเฉพาะราเขียว
ผมก็ได้เก็บผลผลิตเมื่อวันที่ 6 ธันวา แต่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากติดเชื้อ
2.หลังจากนั้น นำเฉพาะดอกมาหมักกับ UM55 (ทิ้งวัสดุเพาะ เนื่องจากติดเชื้อ)
เป่าอากาศ 10วัน แล้วหยุด จนถึงวันนี้ 33 วัน มีแผ่นวุ้นเกิดขึ้นบางๆ คิดว่าน่าจะเป็น SRC ครับ
3.หลังจากที่อาจารย์ได้กรุณาแนะนำเรื่องการนึ่ง ผมเริ่มเขี่ยเชื้อใหม่เมื่อ 7 ธันวา
เชื้อเดินสวยที่สุดเท่าที่เคยทำมา เนื่องจาก ไม่ติดเชื้อใน 20 วันแรก
หลังจากนั้นก็เริ่มเห็นราเขียว(อีกแล้ว)
ภาพรวมดีขึ้นครับ เปอร์เซนต์เสียน้อยลง แต่ก็ยังสูงมากๆครับ
ตอนนี้หาทางตัดปัญหาไปทีละจุด และจะเริ่มทำใหม่เร็วๆนี้ครับ

ขอบคุณครับ
กรเทพ (แขก)

มีผลผลิตบ้างครับ แต่ไม่สมบูรณ์







นำมาหมักกับ UM



33 วัน เริ่มเห็นแผ่นวุ้นแล้ว



ดูวุ้นชัดๆ



เชื้อเดินสวยที่สุดเท่าที่เคยทำมา แต่สุดท้ายก็ยังโดนสอยอีก



kaeg

จำนวนข้อความ : 39
Join date : 23/09/2010
Age : 48

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ยังใช้ฝาขวดโลหะอยู่เลยครับ

ตั้งหัวข้อ  HS1WSD on Tue Jan 08, 2013 9:19 pm

ขวดวุ้นในรูป คุณแขกยังใช้ฝาขวดอยู่ ผมตั้งข้อสังเกตว่าราเขียวน่าจะมาจากฝานี่แหละครับ

HS1WSD

จำนวนข้อความ : 1
Join date : 16/10/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ดีใจด้วยคุณแขก ค่อยๆพัฒนาไป ดีขึ้นเรื่อยๆนั้นดีแล้ว อย่าท้อ เพราะอย่างน้อย เห็ดชนิดนี้ ช่วยเพิ่มพลังคุณได้

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Tue Jan 08, 2013 11:14 pm

ดีใจด้วยในการฟันฝ่าอุปสรรคไปได้อีกเปราะหนึ่ง คุณจะเห็นว่า การที่จะเอาชนะเชื้อธรรมชาตินั้น ยากมาก บางทีเราคิดว่า เราทำสะอาดสุดๆแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็อย่างที่เห็นๆนั่นแหละ ตอนนี้ คุณก็ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่า การนึ่งฆ่าเชื้อที่ถูกต้องนั้นควรทำอย่างไร ทีนี้พอมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อไปเราอาจจะมีการพลิกแพลง ให้เปอร์เซ็นต์เสียเริ่มน้อยลง สิ่งหนึ่งจะต้องมาแก้ที่หัวเชื้อ โดย ดร.อานนท์ ได้สั่งให้ทำหัวเชื้อที่เพาะเลี้ยงในเมล็ดข้าวฟ่าง คล้ายๆกับเชื้อเห็ดทั่วๆไป แต่เป็นสูตรที่ทำสำหรับเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าสีทองโดยเฉพาะ โดยทางคุณหรือสมาชิก ก็ไม่ต้องไปเสียเวลาปลุกปล้ำเชื้อบริสุทธิ์กันอีกแล้วหรืออีกต่อไป เพราะหากเราเริ่มจากความแน่ใจว่า เชื้อที่เราใช้เป็นเชื้อบริสุทธิ์และมีความแข็งแรงจริงๆ ปัญหานี้ก็จะถูกตัดไป ทีนี้ ส่วนการที่จะอาหารเพาะเลี้ยง เนื่องจาก อาหารที่เราเตรียมให้แก่เห็ดถั่งเช่าสีทองมันสุดวิเศษเกินไป มันจึงเป็นอาหารยอดปรารถนาของเชื้อโรคไปด้วย ด้วยเหตุนี้ อาจจะมีการใส่กรดน้ำส้มเข้าไปเล็กน้อย เพื่อทำให้สภาพของอาหารเป็นกรดหน่อยๆ การปนเปื้อนของเชื้อโรคอาจจะน้อยลง หรือขณะทำการนึ่งฆ่าเชื้อ ก็ใส่ทั้งน้ำส้มสายชูและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เข้าไป ซึ่งไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์จะช่วยทำลายสปอร์ของเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้น เอาเป็นว่า หัวเชื้อเห้ดถั่งเช่าสีทอง จะมีบริการแก่สมาชิกที่ผ่านการอบรมเรื่องเห้ดถั่งเช่าเท่านั้น โดยสามารถสั่งที่ หน้าร้าน 029083308 และเริ่มรับของได้ในวันที่ 15 มีนาคมเป็นต้นไป สำหรับคุณแขก และสมาชิกที่อยู่ใกล้ๆกับสถาบันอานนท์ไบโอเทค คงต้องขออาสาสมัคร ขอแรงมาช่วยจัดสถานที่ก่อนหน้าสักวันสองวัน เพราะทั้ง ดร.อานนท์ และ อ.เยาวนุช เพียง 2 ท่าน อาจจะเตรียมตัวรับสมาชิกเป็นร้อยๆไม่สมบูรณ์
ส่วนการหมักนั้นดีแล้ว เพียงแต่การหมักของคุณปรากฏว่า มันมีเชื้อน้ำส้มสายชูเยอะกว่า ซึ่งมักจะเกิดมากับวัสดุหมักหรือจากอากาศ ทำให้คุณได้วุ้นมากกว่าได้ SRC แต่ก็ไม่เป็นไร จะเป็นวุ้นหรือเป็นครีม ก็ถือว่า การหมักของคุณสมบูรณ์แล้ว ในกรณีที่จะนำมาทาน ประมาณ 3-4 สัปดาห์ก็นำมาทานได้แล้ว ก็จะได้ทั้งเอ็นไซม์และคุณค่าทางยามากพอแล้ว แต่หากปล่อยไว้นานกว่านี้ เอ็นไซม์จะลดลง แต่คุณสมบัติทางยาจะสูงขึ้น แต่ก็จะไม่สูงแบบก้าวกระโดดเหมือนช่วงแรกๆ หากต้องการเก็บไว้นานๆ โดยมีทั้งเอ็นไซม์และยาแล้วล่ะก็ ควรเก็บใส่ชั้นแช่ผักในตู้เย็นไว้เป็นเดือนๆได้เลยครับ เวลาทาน ควรทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำหรือเครื่องดื่ม เช่นน้ำผลไม้อย่างอื่นเข้าไปด้วย ทานแทนน้ำเลยครับ ไม่มีผลเสียต่อร่างกายครับ และจากการที่คุณได้พิสูจน์แล้วว่า ทานเห็ดถั่งเช่าสีทอง ทำให้คุณวิ่ง ออกกำลังกายได้ดีขึ้น ได้ไกลขึ้น ได้นานขึ้น หลับดีขึ้น ไอน้อยลง(ถ้าจะให้ดี เลิกเสียเถอะบุหรี่ และเหล้า อย่าลืมน๊ะ งานวันที่ 15 มีนาคม ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริการน๊ะครับ วันนั้นต้องถือศีล 5 อย่างเคร่งครัดครับ)

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอบพระคุณครับ

ตั้งหัวข้อ  kaeg on Wed Jan 09, 2013 1:07 pm

สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ คุณไผ่และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
ขอบคุณท่านอาจารย์ที่กรุณาให้กำลังใจและแนะนำเพิ่มเติมครับ
ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับที่จะไปช่วยจัดสถานที่ ผมจะเคลียร์เวลาวันที่ 13 และ 14 ก่อนเลยครับ

ขอบคุณครับ
กรเทพ (แขก)
ปล. ขอบคุณคุณHS1WSD ด้วยครับที่ช่วยแนะนำ


kaeg

จำนวนข้อความ : 39
Join date : 23/09/2010
Age : 48

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เริ่มต้นเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  surat on Thu Jan 10, 2013 12:40 pm

เยี่ยมมากสำหรับความรู้ครับ Razz Razz

surat

จำนวนข้อความ : 3
Join date : 10/01/2013
Age : 41
ที่อยู่ : 93 ม.17 ต.เสอเพลอ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี 41370

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 5 จาก 6 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ