มะเร็งเกิดที่บนหัวเข่า ตัดขาแล้วไปโผล่ที่ปอด ฉีดคีโมและฉายแสง ปรากฏว่า มันลามไปหลายที่แล้ว จะทำไงดี มีเห้ดอะไรช่วยได้ไหม เป็นความหวังสุดท้ายแล้ว

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

มะเร็งเกิดที่บนหัวเข่า ตัดขาแล้วไปโผล่ที่ปอด ฉีดคีโมและฉายแสง ปรากฏว่า มันลามไปหลายที่แล้ว จะทำไงดี มีเห้ดอะไรช่วยได้ไหม เป็นความหวังสุดท้ายแล้ว

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Tue Sep 11, 2012 1:06 am

2012/9/10 Kawintat phatsrirueng <leesaw50@gmail.com>

สวัสดีครับท่านอาจารย์
ผมชื่อ นายกวินธ์ทัช พัฒศรีเรือง อายุ 25 ปี โรคที่ผมเป็นคือ โรคมะเร็งกระดูกชนิด Osteosarcoma เริ่มเป็นตั้งแต่ปลายปี 2552
ซึ่งจุดที่เริ่มเป็นนั้นบริเวณหัวเข่าซ้าย ผมได้ไปหาหมอ หมอมีความเห็นว่าจำเป็นต้องให้คีโมและต้องตัดขาซ้ายขึ้นมาเหนือเข่า ซึ่งผมก็ได้ทำตามที่แพทย์สั่งเพื่อป้องกันการลุกลามของมะเร็ง หลังจากที่ผมตัดขาและให้คีโมไปทั้งหมด 6 ครั้ง อยู่มาประมาณต้นปี 2554 หรือ 1 ปีกว่าๆได้พบก้อนมะเร็งว่าได้ลุกลามเข้ามาที่ปอดเพิ่มขึ้นผมก็ได้ไปหมอและหมอมีความเห็นว่าควรจะผ่าตัดปอดทั้ง 2 ข้างเพื่อนำก้อนในปอดออกมาและเพื่อตรวจดูว่าภายในปอดนั้นยังมีก้อนมะเร็งหลงเหลืออยู่หรือไม่ และผมก็ได้ทำการผ่าตัดตามความเห็นของหมอ แต่หลังจากผ่าตัดไปได้ประมาณ 4 เดือนหมอได้เอกซ์เรย์และพบก้อนที่ปอดเพิ่มขึ้น จึงลงความเห็นว่าไห้คีโมอีก 6 ครั้งเพื่อยับยั้งมะเร็งในปอด ซึ่งผมก็หวังว่าจะช่วยไม่ให้มะเร็งลุกลามหรือใหญ่ขึ้นแต่แล้วผมก็ต้องผิดหวังเมื่อก้อนมะเร็งในปอดยังลุกลามและเติบโตจนเป็นก้อนที่ใหญ่มากในปอดด้านซ้ายทั้งหมดทำให้ผมเจ็บหน้าอกและไอมาก หมอจึงแนะนำให้ผมไปฉายแสงเพื่อลดความเจ็บปวดและอาการไอ ผมได้ฉายแสงไปจำนวน
13 ครั้ง แต่มะเร็งก็ยังลามไปทับที่กระดูกสันหลัง จึงได้ไปฉายแสงเพิ่มอีก 13 ครั้งเพื่อลดความเจ็บปวด ตอนนี้ผมได้ไปทำการ
เอ็กซ์เรย์เพิ่มพบว่าเริ่มมีก้อนเข้ามาทางปอดด้านขวาซึ่งทำให้ผมเหนื่อยมากจึงต้องใช้อ๊อกซิเจนอยู่ตลอดเวลา นี้คืออาการ
ทั้งหมดของผม จึงขอคำปรึกษาอาจารย์ ซึ่งผมได้ศึกษาว่าอาจารย์มีสมุนไพรที่เป็นเห็ดช่วยยับยั้งเซลย์มะเร็งได้และผมได้ให้
คุณพ่อไปงานมหกรรมสมุนไพรที่เมืองทองธานี ในวันที่ 9 กันยายน 2555 ที่ผ่านมาและได้ปรีกษากับเจ้าหน้าที่ภายในบู๊ชของท่าน
อาจารย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของท่านอาจารย์ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า จำเป็นจะต้องผสมเห็ดที่เป็นสูตรเฉพาะมะเร็งของผม
ซึ่งคุณพ่อของผมได้ให้เบอร์ติดต่อกลับไว้แต่ก็ยังไม่ได้โทรมา และเจ้าหน้าที่ภายในบู๊ชก็ไม่สามารถให้ข้อมูลหรือรายละ
เอียดได้มากนัก เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆ ซึ่งผมก็เข้าใจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็แนะนำให้ผม ส่งอีเมล์มาคุยกับท่านอาจารย์โดยตรงก่อน
และภายในงานคุณพ่อได้ซื้อเห็ดบราซิลแคปซูลมาให้ผมได้ทานก่อน ซึ่งผมทานแล้วมีอาการคลื่นไส้ ไม่ทราบว่าเกิดจากการทานเห็ดบราซิลหรือ
เปล่าครับ และอยากขอให้อาจารย์ช่วยเรื่องยาที่จะต้องผสมให้กับกระผมด้วยครับ ซึ่งตรงนี้เป็นความหวังเดียวของกระผมที่จะต่อสู้กับมะเร็งเพราะมะเร็งชนิดนี้ลุกลามเร็วมากเลยครับ หมอก็ทำได้เพียงรักษาตามอาการของผม มันทำให้ผมทรมานมากเลยครับ ผมหวังว่าอาจารย์คงได้อ่านอีเมล์ของผม เพื่อช่วยเหลือผมและติดต่อกลับหาผมนะครับ

ขอบพระคุณอย่างสูงครับ



นายกวินท์ธัช พัฒศรีเรือง
49/670 ซ.เสรีไทย 39 ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240
เบอร์โทรผม 083-5441340
เบอร์โทรคุณพ่อผม 086-3249078

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

หาทางรักษามะเร็งที่หัวเข่า ตัดขาทิ้งไปแล้ว มะเร็งก็ยังลามไปอีกหลายที่ จึงขอคำแนะนำจาก ดร.อานนท์ ในเรื่องเห็ดเป็นยา ซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายที่ผู้ป่วยใฝ่หา

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Tue Sep 11, 2012 1:08 am

เรียนคุณกวินธ์ทัช
ผมเข้าใจในความรู้สึกและความหวังของคุณเป็นอย่างดี เอาเป็นว่า ที่ผ่านมาถือเป็นอดีตและคุณหมอเขาก็หวังดีที่ต้องการให้อาการป่วยของคุณดีขึ้น แต่ก็นั่นคือความหวังดีและการที่จะต้องลองผิดลองถูกตามสมมุติฐานและความชำนาญของแต่ละท่านที่ได้เรียนรู้หรือมีประสบการณ์มา คุณถือว่า เป็นผู้ที่ยังถือว่าโชคดีที่ยังมีกำลังใจ มีความหวังและมีสติ ไม่ยอมพ่ายแพ้แก่วายร้ายที่อยู่ในตัวคุณ จริงๆแล้ว มนุษย์ทุกคนมีเซลมะเร็งแฝงอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว เพียงแต่มันจะอยู่ในสภาพที่ซ่อนตัวและพักอยู่ เมื่อไหร่ มันไปถูกกระตุ้นให้ตื่น มันก็จะสามารถตื่นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วแบบไร้ทิศทางและกำหนดเวลา ในขณะทีั่เซลต่างๆในร่างกาย เขามีนาฬิกาชีวิตของเขา มันถูกตั้งเวลาไว้ เมื่อถึงเวลามันตาย มันก็จะตายไป แต่เซลมะเร็งนาฬิกาชีวิตมันเสีย มันจึงมีแต่เพิ่มและเจริญอย่างรวดเร็วและไร้ทิศทาง หลายคนเข้าใจผิด คิดว่า พอตรวจเจอมะเร็งในอวัยวะส่วนใดแล้ว เราก้ไปตั้งชื่อมันเป็นมะเร็งส่วนนั้น แล้วก้ไปรักษาส่วนนั้น หรือตัดเอาส่วนนั้นทิ้งไปเสีย มันเป็นการที่คิดกันง่ายๆ แต่เซลมะเร็งดังที่กล่าวไปแล้วว่า มันเป็นเซลเนื้อร้าย ที่มีการเจริญแพร่กระจายไปอย่างไร้ทิศทาง แล้วยากที่จะรักษาด้วยการตัดเอาส่วนใดส่วนหนึ่งทิ้ง ยิ่งเอาสารเคมีไปฆ่า หรือฉายแสง โดยหวังว่า มันจะอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ โดยคิดว่า ยาหรือรังสีที่ให้นั้นเปรียบประหนึ่งปืนสไนเปอร์ ที่เลยไปตรงเป้าหมายแล้ว แค่ลั่นไก ลูกกระสุนก็สามารถเข้าไปทำลายเป้าหมายได้อย่างแม่ยำ แต่กับเซลมะเร็ง หาเป็นเช่นนั้นไม่ ยิ่งฆ่า หากฆ่าไม่หมด มันก็ไปฆ่าเซลดีๆ หรือเซลมะเร็งบางส่วนที่อาจจะฆ่าไม่ตายหรือตายไปแบบครึ่งๆกลางๆ แบบตีงูให้หลัีงหัก พอมันฟื้นตัวได้ ทีนี้แหละมันจะเจริญไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งการตรวจพบว่า คนป่วยเป็นมะเร็ง แน่นอนผลของการตรวจโปรตีน จะพบว่า ร้อยทั้งร้อย ขาดโปรตีนแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปรตีนไข่ขาว คนไข้ จึงถูกแนะนำว่า หากขาด ก็ต้องหาทานโปรตีนไข่ขาวเข้าไปทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีนที่ย่อยง่าย เช่น ปลา ซึ่งจริงๆแล้ว โปรตีนพวกนี้ นอกจากจะไปทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว เซลเนื้อร้าย หรือเซลมะเร็งก็ยิ่งชอบ ผมว่า ในเมื่อมาถึงตอนนี้แล้ว แล้วคุณก็ยอมที่จะให้ลองทุกอย่างไปจนหมดแล้ว ผลก็ออกมาอย่างที่คุณเห็นแล้ว ผมว่า อย่าเสียเวลาคิดเรื่องนี้กันอีกเลย ผมว่า จริงๆแล้ว เซลมะเร็งมันเป็นเพื่อนเราด้วยดีมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว แต่มันยังหลับอยู่ ตอนนี้ มันตื่นขึ้นมา เราต้องหาทางเอามันไปหลับดีกว่า อย่าไปคิดฆ่ามันเลย สู้มันไม่ไหวหรอก แต่หากเราจับมือกับมัน บอกให้มันว่า เอาล่ะ เราจะอนุญาตให้มันอยู่กับเรา แต่เราก็ขออยู่ของเรา ขอให้มันก็อยู่ของมัน อย่าล้ำเส้นมากกว่านี้ก็แล้วกัน โดยคุณจะต้องเริ่ม ที่อาหารเสียก่อน จะต้อง หันไปทานอาหารที่เซลมะเร็งไม่ชอบเสียก่อน แน่นอนชีวิตจะอยู่ไม่ได้เลย หากเราไม่ได้รับโปรตีนเข้าไป โดยเฉพาะคนป่วยมะเร็ง จะต้องใช้โปรตีนมาก แต่อย่าไปใช้โปรตีนที่เซลมะเร็งชอบ เช่น เนื้อและปลา (หลายคนแนะนำเป็นมั่นเป็นเหมาะ แล้วก็ให้เหตุผล ที่ฟังแล้วน่าเชื่อถือว่า ปลาเ้หมาะสมที่สุด แต่จากประสบการณ์ของผมฃนั้น ผมกลับเห็นว่า โปรตีนจากปลานั่นแหละ เป็นกองหนุนให้เซลมะเร็งโตไวมาก) คุณควรจะหันไปทานโปรตีนจากพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เห็ดทุกชนิดที่มันโตไว บานไว เช่น เห็ดฟาง เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า ถั่วต่างๆ ซึ่งโปรตีนจากพืชเหล่านี้ เซลมะเร็งไม่ชอบ ทำให้การลุกลามของเซลมะเร็งจะน้อยหรือหยุดลงได้ แม้ว่า มันจะไม่ตาย จากนั้น เราก็พยายามหาทานอาหาร หรือสมุนไพร ที่ไปทำให้นาฬิกาชีวิตของเซลมะเร็งเกิดขึ้น เมื่อเราไปรื้อฟื้นให้เซลมะเร็งมีนาฬิกาชีวิตขึ้นมาได้ มันก็จะตายไปเมื่อถึงเวลา นอกจากนี้ เราจะต้อง หาทางป้องกันสัญญาน ที่เซลมะเร็ง มันจะหลอกให้เส้นเลือด สร้างเส้นเลือดฝอยขึ้นมาใหม่ เพื่อจะนำอาหารมาส่งให้เซลมะเร็งเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ อาจจะต้องใช้สมุนไพรบางชนิดและเห็ดเป็นยาควบคู่กันไป ซึ่งนั่นแหละ ที่คุณกำลังทานเห็ดกระดุมบราซิลเข้าไป แน่นอนครับ ร่างกายคุณยังไม่มีเชื้อ จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในระบบย่อยเพียงพอ เพราะอาจจะจะมีน้อย หรือถูกฆ่าตายเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ร่างกาย ไม่สามารรถนำเอาสารอาหารที่เป็นยาจากสมุนไพรและเห็ดเอาไปใช้ได้สะดวก คุณจึงเกิดอาการคลื่นไส้ ดังนั้น อย่าได้หักโหม หากมีอาการดังกล่าว แสดงว่า มันกำลังมีผล แต่ร่างกายคุณยังรับไม่ได้ จึงขอให้ค่อยๆทานปริมาณน้อยๆเสียก่อน แล้วขอให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ด่วน เพื่อจะได้ผสมสูตรพิเศษให้ โดยคงจะเอาเห็ดถั่งเช่าสีทองใส่เข้าด้วย เพื่อจะทำให้คุณหายใจได้ดีขึ้น เพราะเห็ดถั่งเช่าสีทอง จะช่วยสู้กับเซลมะเร็งได้ดี และจะทำให้เซลในร่างกายนำเอาออกซิเจนไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมส่วนของปอดที่คุณกำลังมีปัญหาอยู่ ผมขอเอาใจช่วยเต็มที่ และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือรักษาคุณให้กลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์ให้เร็วที่สุด ขอเป็นกำลังใจ และกำลังใจเท่านั้น ที่จะเป็นยาวิเศษ ที่ทำให้คุณหายวันหายคืน ซึ่งพอผมได้รับเมล์ของคุณ ผมเองก็เป็นห่วง เป็นกังวล แม้ว่า่ งานที่เมืองทอง ที่ผมยอมรับว่า เหนื่อยมาก เพราะต้องบรรยายติดต่อกัน 5 วันแบบไม่มีเวลาหยุดเลย คิดว่า วันนี้ น่าจะพักผ่อนให้เต็มที่ ปรากฏว่า มีผู้ป่วยหลายคน กำลังรอยคอยความช่วยเหลือ ผมก็เลยเป็นทุกข์อาจจะมากกว่า ผู้ป่วยเสียอีก และก็เฝ้าตอบไขข้อข้องใจให้แก่ทุกท่านที่รอความหวัง รวมทั้งคุณด้วย แม่ว่า เวลานี้ เป็นเวลา 1.02 น. ของเช้าวันที่ 11 กันยายน แล้ว

ขอให้โชคดี


ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล


Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ