คุณจักรภฤต รายงานเรื่องเห็ดโคนข้าวตอกเกิดขึ้นบนจาวปลวก และอยากทราบการเพาะเห้ดในขอนไม้ เห้ดตับเต่าและเห็ดเผาะ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

คุณจักรภฤต รายงานเรื่องเห็ดโคนข้าวตอกเกิดขึ้นบนจาวปลวก และอยากทราบการเพาะเห้ดในขอนไม้ เห้ดตับเต่าและเห็ดเผาะ

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Sep 20, 2012 9:19 am


2012/9/17 พิจิตร เจริญร่ำรวย <sol364832@gmail.com>

เรียนอาจารย์อานนท์ครับ
ผมต้องการเรียนการเพาะเห็ดในขอนไม้ การเพาะเห็ดตับเต่าด้วยการปลูกต้นโสน การเพาะเห็ดเผาะในป่า การเพาะเห็ดร่างแหในป่าไผ่ ผมรบกวนอาจารย์ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ด้วยความเคารพ
เบ้

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ: 1316
Join date: 29/11/2010
Age: 31

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

วิธีการเพาะเห็ดในขอนไม้ การเพาะเห้ดตับเต่าและเห็ดเผาะที่คุณจักรภฤตถาม ดร.อานนท์

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Sep 20, 2012 9:20 am

ถึงคุณเบ้
ขอบคุณมากที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเห็ดโคนมาโดยตลอด ซึ่งเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า หากหลายๆฝ่ายช่วยกันพยายามทำการหาวิธีเพาะเห็ดโคนให้ได้ จนสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้เหมือนกับเห็ดอื่นๆ ก็น่าจะดี เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวว่า มีผู้ที่สามารถทำวัสดุเพาะเห็ดโคนสำเร็จรูปได้แล้ว โดยเอาเชื้อเห็ดโคนผสมกับวัสดุเพาะ แล้วก็เอามาเร่ขาย โดยบอกว่า แค่เอาน้ำรดให้ชุ่มสัก 7-10 วัน ก็จะมีเห็ดโคนเกิดขึ้นเช่นเดียวกับเห็ดฟาง เลยบอกให้คนที่รู้จักช่วยหาแหล่งข่าวและก็ซื้อเอามาลองดู หากทำได้ก็ดีและต้องยกนิ้วให้ ในขณะที่เราทำมาตลอดชีวิต ทำง่ายก็แล้ว ทำยากก็แล้ว ทำได้ก็แค่ต้องอาศัยปลวกอยู่ดี แต่อะไรก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เอาไว้รอให้ได้เจอของจริงๆก่อนจะเอามาเล่าให้ฟัง และขออนุญาตนำเอาภาพที่ส่งมาให้ เอาไปลงในฟอรั่มสนทนาปะสาอานนท์ด้วย
ส่วนเรื่องที่คุณอยากเพาะเห็ดในไม้นั้น ก็ไม่มีอะไรที่ผิดแผกแตกต่างไปจากอดีตเลย สิ่งที่จะต้องพิจารณาเป็นกรณีพิเศษคือ ไม้ที่ใช้ ควรเป็นไม้ที่สะสมอาหารมากที่สุด คือ ช่วงจากหนาวเข้าแล้ง คือ ประมาณธันวาคม-กุมภาพันธ์จึงจะดี เห็ดที่เพาะในไม้ได้ดีคือ เห็ดหูหนูในไม้แค ไม้มะม่วง ไม้ขนุน เห็ดขอนขาวในไม้มะม่วง ไม้งิ้ว ไม้นุ่น เห็ดบดในไม้พลวง(แงะ เปา หรือเต็ง รัง) สำคัญตรงที่ว่า เมื่อใส่เชื้อเห็ดแล้ว ควรปล่อยให้เส้นใยเจริญเข้าไปในเนื้อไม้เต็มที่เสียก่อน หากเป็นไม้เนื้ออ่อน ก็ควรปล่อยให้เชื้อเดิน 2-3 เดือน หากเป็นไม้เนื้อแข็ง ใช้เวลา 6-8 เดือน จึงจะเอามันไปกระตุ้นให้เกิดดอก และที่สำคัญที่สุดของที่สุด คือ เวลาเห็ดเกิดขึ้นแล้ว ระยะแรกๆ มันจะออกบริเวณใกล้รู เพราะเป็นส่วนที่เส้นใยเจริญมากที่สุด ช่วงนี้อย่าไปตื่นเต้นหรือหลงไหลได้ปลื้มอะไรกับมัน เพราะเชื้อเห็ดเพิ่งเดินเข้าไปในเนื้อไม้ได้แค่ 15-20%เท่านั้น ดังนั้น เมื่อเห็นว่า ดอกเห้ดออกน้อยแล้ว ให้งดรดน้ำ แล้วปล่อยให้เชื้อเห้ดเจริญเข้าไปในไม้ต่ออีกสัก 3-4 สัปดาห์ จึงจะนำไปกระตุ้นให้มันออกดอกใหม่อีก ให้ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ กล่าวคือ พอออกดอก พอดอกเริ่มแผ่ว ต้องให้มันพัก เชื้อเห็ดจึงจะกินเข้าไปในไม้เพิ่มขึ้นอีก ทำแบบนี้ ผลผลิตจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเข้าปีที่ 2-3 ผลผลิตยิ่งสูง แต่หากไปตื่นเต้น แล้วหลงไหลได้ปลื้มคิดว่า ตัวเองแน่ ตัวเองทำสำเร็จแล้ว พอเห็นดอกชุดแรกออกก็ตื่นเต้น แล้วรดน้ำต่อไปอีก เชื้อเห็ดในไม้จะเน่าตาย ผลสุดท้าย ก็จะไม่มีผลผลิตอีกเลย ต้องเอาไม้ไปเป็นฟืนเท่านั้น
สิ่งที่คุณควรจะทำ และคุณมีความรู้นั้น น่าจะเป็นเรื่องของเห็ดที่เป็นไมโคไรซ่า เพราะอย่าลืมว่า ต้นไม้ทุกชนิดในโลกนี้ ยกเว้นไม้น้ำ มันไม่สามารถที่จะย่อยสารอาหารบางอย่างได้ด้วยตัวมันเองได้ เช่น ธาตุฟอสฟอรัส ที่พืชจำเป็นจะต้องเอาไปใช้ในขบวนการแบ่งและสร้าเงเซล มันจำเป็นต้องอาศัยเชื้อจุลินทรีย์ เช่น เห้ดที่อาศัยอยู่ที่ปลายรากของพืช ทำการย่อยอาหารพวกนี้ให้แก่พืช ขณะเดียวกัน จุลินทรีย์หรือเห็ดพวกนี้ ก็จะได้พลังงานจากต้นไม้ เพราะมันไม่สามารถสร้างพลังงานได้ มันจึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชีวิตที่อาศัยซึ่งกันและกัน(Obligate symbiosis) ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นพืขชอะไรในโลกนี้ ยกเว้นพืชที่เจริญในน้ำ จะต้องอาัศัยจุลินทรีย์หรือเห็ดครับ เห็ดที่ว่าได้แก่ เห็ดตับเต่า เห็ดระโงก เห็ดเผาะ เห็ดไคล เห็ดตีนแรด เห็ดทรัฟเฟิล เห็ดมันปู เป็นต้น ดังนั้น ทำไม ตอนนี้ โลกทั้งโลก เขาจึงมุ่งมั่นศึกษาเรื่องนี้กันอย่างจริงๆจังๆ ช่วงที่ผมไปอยู่ที่ฝรั่งเศส ที่บริษัท Somycel ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตเชื้อเห็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 2525 นั้น เขาก็เพาะเห็ดตับเต่ากันเป็นหมื่นเป็นแสนไร่ โดยการเอาเชื้อเห็ดตับเต่าใส่เข้าไปยังรากต้นโอ๊คหรือต้นสนที่เพิ่งเพาะออกจากเมล็ดใหม่ๆ แล้วจะสังเกตดูในปีที่ 2ถัดมาว่า มีต้นโอ๊คต้นไหนโตเร็วกว่าปกติ ก็แสดงว่า ต้นนั้น มีเชื้อเห็ดตับเต่าหรือที่เขาเรียกว่า ไมโคไรซาแล้ว เขาก็จะย้ายไปปลูกในแปลง ประมาณ 12-15 ปี ก็จะมีเห็ดตับเต่าเกิดขึ้น และมันจะเกิดขึ้นไปตลอดเป็นร้อยๆปี หรือจนกระทั่งต้นไม้ต้นนั้นตาย ก็เพราะเช่นนี้เอง เขาจึงยอมรอเป็นสิบๆปี เพราะมันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เนื่องจาก พอมันออกดอก มันก็ออกไปเรื่อยๆเป็นร้อยๆปี แต่ของเรา ไม่จำเป็นต้องรอเป็นสิบปีอย่างต่างประเทศเขา บ้านเรา เช่น ต้นโสน แค่2-3 เดือน ก็จะมีเห็ดตับเต่าเกิดขึ้นแล้ว แต่นั่น หมายความว่า เป็นต้นโสนที่เกิดอยู่บนพื้นที่ที่มีเห็ดตับเต่าเคยเกิดอยู่แล้ว แสดงว่าที่ตรงนั้น มันมีเชื้อเห็ดตับเต่าสะสมอยู่ที่ดินมากพออยู่แล้ว แต่จากการทดลองของผม พบว่า ต้นแค ต้นยี่โถ ต้นมะกอกน้ำ และต้นทองหลางนั้น ให้ผลดีกว่าโสนเสียอีก แม้ว่าโสนจะให้ดอกเห้ดเร็ว แต่ก็หมดเร็ว เพราะต้นโสนเจริญเติบโตอยู่ได้แค่ 5-6 เดือนเท่านั้น หากเป็นต้นแคหรือต้นที่ผมกล่าวไปนั้น จะเป็นไม้ยืนต้น เห็ดตับเต่าจะออกไปตลอดจนต้นไม้ตาย ต้นไม้ยิ่งอายุมาก ดอกเห็ดยิ่งออกเยอะ ตอนนี้ที่โคกสำโรง ผมระดมปลูกต้นแคให้มากที่สุด อาจจะเป็นหมื่นๆต้นในอนาคต และกำลังใส่เชื้อเห็ดตับเต่าเข้าไป อ้อ ขอบอกก่อน จากประสบการณ์พบว่า การใส่เชื้อเห็ดที่เป็นไมโคไรซ่าเช้าไปนั้น ที่ดีที่สุด คือ เอาดินที่บริเวณรากของต้นไม้ที่เคยเกิดเห็ด เช่น ที่ไหนมีเห็ดระโงกเกิดขึ้น ให้เอาดินตรงนั้น ไปใส่ในต้นไม้ชนิดเดียวกันที่ยังไม่มีดอกเห้ดเกิดขึ้น อีกไม่นานก็จะได้เห้ดระโงหเกเกิดขึ้น เช่นเดียวกับเห้ดเผาะที่เกิดขึ้นตามต้นยางนา ต้นเต็ง ต้นรัง ให้เอาดินตรงนั้น ไปใส่ในต้นไม้ชนิดเดียวกัน ก็จะได้เห้ดดังกล่าว จะเห็นว่า ไม่ต่างจากเห็ดโคนเลย เพราะเห็ดโคนก็เป็นเห็ดประเภทเดียวกับไมโคไรซ่า เพียงแต่มันอาศัยโปรโตซัวในตัวปลวก แทนที่จะเป็นต้นพืชเท่านั้น ผมว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากๆระดับชาติน๊ะครับ เพราะหากมีการรณรงค์ให้คนไทย หันมาสนใจเรื่องนี้แล้ว เราจะได้ทั้งเห็ดทั้งป่าไปด้วย จะเป็นบุญมหาศาลอันยิ่งใหญ่ ดั่งในต่างประเทศเขาทำสำเร็จมาแล้ว และประเทศเพื่อนบ้านของเรา คือ จีน ใกล้เมืองคุนหมิง เขาทำสำเร็จด้วยวิธีดังกล่าว เลยทำให้เมืองหนานหัว ที่แต่เดิมถูกตัดไม้ทำลายป่า มีการเผาป่า แต่ตอนนี้ มีป่าหนาแน่น และกลายเป็นแหล่งผลิตเห็ดธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้คนที่ได้ผลประโยชน์จากเห็ดป่าที่มนุษย์ปลูกและรักษาไว้ ปีละหลายสิบล้านคน เราน่าจะพากันไปดูด้วยตากันเสียบ้าง อยู่เลยสิบสองปันนาไปไม่ไกล สามารถเดินทางผ่านทางลาวทางรถยนต์วันเดียวก็ถึง ช่วงนี้เห็ดออกหนาแน่นมาก เป็นพันๆตันดาษดื่นไปด้วยคนเก็บเห้ดและดอกเห้ดที่มีโรงงานเป็นร้อยกำลังแปรรูปเพื่อการส่งออกกัน ผมว่า คุณน่าจะเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด เพราะสนใจและเข้าใจเรื่ีองนี้จากเห็ดโคนเป็นอย่างดีอยู่แล้ว และผมพร้อมที่จะให้คำแนะนำเสมอ เพราะกัดไม่ปล่อยมาหลายสิบปี โดยได้ตัดสินใจทำเป็นฟาร์มตัวอย่างให้ดูแล้ว คาดว่าปีหน้าน่าจะเห็นรูปเห็ดร่างบ้างแล้ว ขอย้ำว่า เมื่อไหร่ คุณทำเห็ดพวกนี้ได้ คุณไม่เพียงแต่จะได้ผลประโยชน์จากการรักาาป่า และดอกเห้ดแล้ว พื้นดิน ที่มีเห็ดเกิดขึ้นนั้น คือ เพชรหรือทองคำที่คุณมี กล่าวคือ นั่นแหละ ที่โลกใบนี้ เขาทำเชื้อไมโคไรซาขายกัน โดยเอาดินที่เห็ดเกิดขึ้นนั้นแหละขายให้คนที่เขาต้องการเพาะเห้ดพวกนี้แบบเดียวกับคุณ เพราะเชื้อบริสุทธิ์ที่เพาะได้ สู้เชื้อธรรมชาติไม่ได้ เนื่องจากเชื้อธรรมชาตินั้น มันมีหลายชนิดที่ส่งเสริมกัน จึงมีประสิทธิภาพในการเข้าไปเกาะรากพืชได้ดีกว่า เชื้อบริสุทธิ์ เอาล่ะ วันนี้แค่นี้ก่อน ตื่นมาแต่เช้า เพื่อตอบคำถามคุณ นี่ก็ถึงเวลาไปเป็นคนงาน ไปทำการกรอกข้าวฟ่าง เพื่อทำหัวเชื้อ เพื่อเป็นการล้างบาปให้แก่ตัวเอง ในฐานะที่หลงทางทำหัวเชื้อด้วยกรรมวิธีผิดๆและสอนผิดๆไปนานแล้ว ต้องแก้ตัวที่ตัวเองก่อนแล้ว

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ: 1316
Join date: 29/11/2010
Age: 31

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตัวอย่างการปลูกป่า เพื่อได้ทั้งป่าและเห็ด เป็นการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และเพิ่มรายได้ให้แก่สังคมกับป่า

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sun Sep 23, 2012 7:12 am

ดีแล้วล่ะเบ้ อย่างน้อยตลอดเวลาตั้งแต่ปี 2542 ตอนที่ผมอยู่ที่แอฟริกาใต้ และต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างประเทศแอฟริกาใต้และประเทศสวาซิแลนด์ เพราะมีสอนอยู่ที่สวาซิแลนด์ แต่ลูกๆและครอบครัวอยู่ที่ชานกรุงโจฮันเนสเบริกซ์ โดยทำการเพาะเห็ดและโรงงานผลิตภัณฑ์กระดาษสา ทุกครั้งที่ต้องขับรถจากบ้านที่เมือง Randfontein ขับรถจากบ้านไปทางทิศเหนือประมาณ 70 กม. โดยเส้นทางสาย R3 ผ่านกรุงโจฮันเนสเบริกซ์ พรีทอเรีย เข้า วิทแบงค์ ต่อไปยังมิดเดินเบริกซ์ และเลี้ยวขวาไปเมืองโคโลไลนาอีก 37 กม. และจากเมืองนี้ผ่านเมืองอัมสเตอร์ดัม เพื่อไปยังด่านชายแดน คือ ด่าน Osheok อ่านว่า โอชุค ต่อไปยังเมืองหลวงของสวาซิแลนด์ คือ Mbabane อ่านว่า อึมบาบาเน่เป็นระยะทางกว่า 75 กม. เป็นถนนที่ลัดเลาะอยู่บนยอดเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 1200-1500 ม. ตรงนี้สมัยก่อนจะมีสภาพเป็นภูเขาหัวโล้น มีแต่ทุ่งหญ้า พอถึงฤดูแล้ง ก็จะเกิดไฟป่า ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะทางอากาศจนรัฐบาลท้องถิ่นแก้ปัญหาไม่ได้ และก็แทบจะไม่มีใครสนใจที่จะไปทำอะไรมัน ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ย่านนี้ มีประชากรน้อย เบาบางและอยู่กันกระจัดกระจาย ส่วนใหญ่ ก็จะใช้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ในช่วงที่มีฝนตกและมีหญ้าขึ้น จนกระทั่งในปี 2517 รัฐบาลของประเทศแอฟริกาใต้ ได้เชิญ Mr. Aldo Gallino(jrn) จากประเทศอิตาลี ซึ่งแกมีธุรกิจขายเห็ดตับเต่าอยู่ที่ประเทศอิตาลีตั้งแต่สมัยคุณพ่อคือประมาณปี 2470 แล้วและมีชื่อเสียงในด้านนี้ทั่วยุโรปและอเมริกา พอแกได้รับเชิญให้ไปสำรวจเห็ดธรรมชาติที่แอฟริกาใต้ แกไปเห็นเห็ดตับเต่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในป่าสน ป่ายูคาลิปตัสที่ทางโน่นเขาเรียกว่า Blue gum tree นั้น แกจึงมั่นใจว่า การที่จะมาเที่ยวเก็บเห็ดจากธรรมชาติคงไม่ได้ผลแน่ จึงยื่นเงื่อนไขให้แก่ทางรัฐบาลทั้งแอฟริกาใต้และสวาซิแลนด์ว่า แกต้องการเห็ดตับเต่าจำนวนมาก และเห็ดตับเต่าที่เกิดที่แอฟริกาใต้มีคุณภาพสูง และที่สุดยอดของสุดยอด คือ มันเกิดคนละฤดูกับทางยุโรป ดังนั้น หากทำการเพาะ แม้ว่าจะใช้เวลานานกว่าสิบปีที่จะมีเห็ดเกิดขึ้น แต่แกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มด้วยสาเหตุหลักๆ 4 ประการ กล่าวคือ สามารถใช้พื้นที่ที่มีปัญหาเป็นภูเขาหัวโล้น ทำการปลูกป่าเสียใหม่ เพื่อคืนความสมบูรณ์ให้แก่ธรรมชาติดังเดิม จริงๆแล้วพื้นที่ดังกล่าว เคยอุดมสมบูรณ์ แต่ด้วยความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ จึงตัดต้นไม้ทำลายป่า แล้วมารุ่นลูกรุ่นหลานจึงไม่มีป่าเหลืออยู่ แล้วจึงเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น 2. จะได้เห็ดตับเต่าและเห็ดป่าอีกมากมายหลายชนิด เพราะเห็ดพวกนี้เอง ที่ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ต้นไม้ เพราะมันจะย่อยสลายสารอาหารบางอย่างที่พืชไม่สามารถทำได้ เช่น ธาตุฟอสฟอรัส ให้อยู่ในรูปที่ต้นไม้เอาไปใช้ได้(จงจำไว้ว่า ต้นไม้ทุกชนิดในโลกนี้ ยกเว้น ไม้น้ำ ต้องการเชื้อเห็ดหรือเชื้อจุลินทรีย์ เข้าไปอาศัยอยู่ที่ปลายรากของพืชแบบพึ่งพาอาศัยกัน(obligate symbiosis)) 3. ก่อให้เกิดการจ้างงานแก่ชุมชน 4. ทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น ไม่ต้องมีการเผาป่า หรือไฟไหม้ป่าอีกต่อไป ดังนั้น ทางรัฐบาลทั้งแอฟริกาใต้และสวาซิแลนด์ จึงอนุญาตให้ธุรกิจของ Mr. Aldo Gallino(jrn) จึงทำการทดลองปลูกทั้งต้นสนและต้นยูคาลิปตัสในย่านนี้ ปรากฏว่าได้ผลตอบสนองค่อนข้างดี ด้วยการเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์ว่า ต้นสน ต้นโอ๊ค ต้นยูคาลิปตัสต้นใด ที่มีเชื้อเห็ดตับเต่าเข้าไปฝังตัวที่รากแล้ว มันจะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าต้นที่ยังไม่มีเส้นใยเห็ดเข้าไปในรากกว่า 2 เท่า จากผลดังกล่าว จึงได้ขยายพืนที่ปลูก ขณะเดียวกันก็ได้เก็บเห็ดจากธรรมชาติ จากบางพื้นที่ที่มีป่าอุดมสมบูรณ์อยู่ โดยเอาดินจากป่าที่เคยมีเห็ดตับเต่าเกิดขึ้น ไปใส่ยังต้นกล้าไม้ที่งอกใหม่ จนกระทั่ง ปัจจุบันครอบครัวของ Mr. Aldo Gallino(jrn) ได้รับสัมปทานปลูกป่าใน 2 ประเทศหลายล้านไร่ โดยมีรายได้ทั้งจากการตัดไม้อย่างมีระบบและจากเห็ดที่มากกว่ารายได้จากการขายไม้ ทำให้ประเทศแอฟริกาใต้ ที่แต่เดิม ต้องซื้อไม้จากต่างประเทศเข้ามาใช้ เพราะภูเขาส่วนใหญ่หัวโล้นหมด แต่ปัจจุบัน กลายเป็นประเทศที่ส่งออกผลิตภัณฑ์จากไม้ และเห็ดตับเต่า อยู่ในอันดับต้นๆของโลก และมีสภาพดินฟ้าอากาศ ที่แต่เดิมฝนฟ้าไม่ค่อยตกตามฤดูกาล ก็กลับมาเป็นประเทศที่เขียวขจี อุดมไปด้วยป่าและธรรมชาติที่สวยงาม ปีๆหนึ่งมีนักท่องเที่ยว ไปเที่ยวชมบรรยากาศอันงดงามมากมายมหาศาล ปัจจุบันครอบครัวนี้ ทำธุรกิจเกี่ยวกับการปลูกป่าเพื่อเอาทั้งไม้และเห็ดที่แอฟริกาเป็นช่วงที่ 4 ของตระกูลแล้ว โดยขณะนี้ หลานๆอันได้แก่ Lorenzo และ Raffaele ที่เล่ามาเสียยาวเหยียด ก็เพราะได้เพียรพูดเรื่องนี้ในเมืองไทยมานานแล้ว แต่ดูแล้วมีคนสนใจน้อยมาก ขณะที่ปัญหาเกี่ยวกับธรรมชาติบ้านเราแย่ลงไปเรื่อยๆ ปัญหามิได้เกิดเพราะคนไทย ไม่รู้เรื่อง แต่เกิดเพราะรู้เรื่องมากเกินไป แล้วก็ไม่มีใครทำอะไรเลย หรือทำก็ทำแบบตัวใครตัวมัน ดูอย่างที่เมืองหนานหัวสิ อยู่ทางตอนใต้ของคุนหมิงไปประมาณ 200 กม. แต่เดิมก็มีสภาพไม่ต่างไปจากแอฟริกาใต้เลย แต่เดี๋ยวนี้ ด้วยความร่วมมือของคนในท้องถิ่น เขาช่วยกันปลูกป่า และรักษาป่า ทำให้ชาวบ้านเป็นหลายสิบล้านครอบครัว มีอาชีพเก็บของป่า เช่น เห้ดและสมุนไพรขาย กลายเป็นแหล่งชุมชนที่อยู่กับป่าที่มีรายได้อย่างมั่นคงแห่งหนึ่งของจีนและของโลก โดยปีๆหนึ่ง มีคนนับร้อยล้านคนเก็บเห็ดสารพัดชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศจีน จนกลายเป็นแหล่งผลิตเห็ด รวมทั้งเห็ดตับเต่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก มากกว่าของ แอฟริกาใต้เสียอีก ฉะนั้น ขอสนับสนุนแนวทางที่เบ้กำลังทำอยู่ พวกเราจะมีชีวิตอยู่ในโลกก็อีกไม่นานหรอก ขณะที่ปัญหาสภาพแวดล้อมและสังคมมันเปลี่ยนแปลงไป เราต้องมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ โดยไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรือท้อแท้ต่อคำสบประหม่าใด สักวันสิ่งที่เราทำไปจะย่อมปรากฏออกมาให้เห็นไม่มากก็น้อย ด้วยเหตุนี้ ผมจึงซื้อที่แถวโคกสำโรงประมาณ 200 ไร่ เพื่อทำการปลูกป่า และศึกาาเรื่องนี้อย่างจริงๆจัง จึงขอเป็นกำลังใจให้เบ้ช่วยกันนำแนวคิดและแนวปฏิบัติที่เห็นว่าน่าจะก่อประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมและสังคม และแน่นอน บางอย่าง เราทำคนเดียวไม่ได้ หากมีใครที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน ก็ควรน้อมรับบนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่ให้เกียรติแก่กัน พร้อมกันนี้ ขอให้เบ้ได้ไปดูรูปที่เขาทำอะไรกันที่ต่างประเทศในฟอรั่มของเวปอานนท์ไบโอเทคด้วย

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ: 1316
Join date: 29/11/2010
Age: 31

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

รูปการปลูกป่าและเห็ดที่แอฟริกาใต้

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sun Sep 23, 2012 7:59 am




บริษัทที่ปลูกป่าและเพาะเห็ดตับเต่า ที่เป็นบริษัทเดี่ยวที่ทำธุรกิจนี้ใหญ่ที่สุดในโลก ที่แอฟริกาใต้และสวาซิแลนด์ ที่สามารถปลูกป่าสนและยูคาลิปตัสหลายล้านไร่ ได้ทั้งไม้และเห็ด แต่มีรายได้จากเห็ดมากกว่าจากไม้หลายร้อยเท่า เพราะเมื่อมีเห็ดเกิดขึ้นกับต้นไม้แล้ว ก็จะมีเห็ดให้เก็บทุกปีจนกระทั่งต้นไม้ตาย ส่วนใหญ่ คนจะตายหรือหมดอายุขัยไปก่อนที่ต้นไม้จะตาย นั่นก็หมายความว่า การเพาะเห้ดที่เป็นไมโคไรซานั้น จะสามารรถเก็บเกี่ยวทั้งไม้และเห็ดตลอดไปตราบเท่าที่ป่ายังเหลืออยู่

เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของต้นไม้ ต้นไม้ที่มีเส้นใยของเห็ดหรือเชื้อไมโคไรซาเข้าไปฝังอยู่ที่ปลายรากแล้ว จะมีการเจริญเติบโตได้เร็วกว่าต้นที่ไม่มีเชื้อไมโคไรซ่า


ลักษณะเชื้อไมโคไรซ่าหรือเชื้อเห็ดที่เข้าไปอาศัยอยู่ปลายรากของต้นไม้ เพื่อย่อยสลายสารอาหารให้แก่ต้นไม้


ต้นไม้ที่มีเชื้อเห็ดหรือเชื้อไมโคไรซ่าเข้าไปอาศัยอยู่บริเวณปลายรากมากพอแล้ว สังเกตจากการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่เร็วกว่า จึงทำการย้ายไปปลูกยังแปลงเพาะปลูก เพื่อให้ต้นไม้โตต่อไป และมีเห็ดเกิดขึ้นตามมาจนต้นไม้หมดอายุขัย


เราสามารถเพาะเห็ดมากมายหลายชนิดร่วมกับต้นไม้ เช่น เห็ดตับเต่า เห็ดระโงก เห็ดเสม็ด เห็ดตีนแรด เห็ดเผาะ ได้ผลเร็วกว่าต่างประเทศ เห็ดบางชนิด เช่น เห็ดตับเต่า สามารถเพาะใส่เข้าไปในรากยี่โถ รากโสน รากแค มะกอกน้ำ อาจจะใช้เวลาไม่กี่เดือน ก็จะมีเห็ดตับเต่าเกิดขึ้น และจะเกิดไปเรื่อยๆจนกระทั่งต้นไม้ตาย ในต่างประเทศกว่าจะเพาะเห็ดตับเต่าให้ออกดอกได้ ต้องปลูกไม้สนอย่างน้อยนับสิบปีขึ้นไปเขายังรอได้ เพราะเขารู้ว่า เมื่อมีเห็ดเกิดขึ้นแล้ว ก็จะสามารถเก็บเห็ดได้นานหลายสิบปีหรือเป็นร้อยๆปี

แม้กระทั่งเห็ดทรัฟเฟิล ก็จะต้องทำการเพาะร่วมกับต้นไม้ เช่น ไม้ก่อหรือไม้โอ๊คที่มีอยู่ดาดดื่นที่สูงของไทย เพียงแต่เอาเชื้อเห็ดไปใส่รอบๆต้นก่อเท่านั้น ปัจจุบัน จีนประสพผลสำเร็จในการเพาะเห็ดทรัฟเฟิลที่ไม่จำเป็นต้องอากาศเย็นจัด ดังนั้น อากาศบนที่สูงของไทย ที่มีต้นก่อขึ้นได้ ก็เพาะเห็ดทรัฟเฟิลได้






นี่คือผลพลอยได้จากป่า จากความเข้าใจของมนุษย์ที่เรียนรู้ในการอยู่แบบอาศัยพึ่งพากัน จากประสบการณ์และจากการเรียนรู้ ที่ได้ไปดู ไปสอนมาในหลายประเทศทั่วโลก จึงมั่นใจว่า หากคนไทยพร้อมเพรียงกัน ร่วมกันปลูกป่าและใส่เชื้อเห็ดเข้าไป ก็จะได้ทั้งป่าและเห็ดตลอดไป ยังผลต่อสภาพแวดล้อมของธรรมชาติกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนได้



Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ: 1316
Join date: 29/11/2010
Age: 31

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ