เห็ดน้ำนมเสือ รักษามะเร็งเต้านม

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เห็ดน้ำนมเสือ รักษามะเร็งเต้านม

ตั้งหัวข้อ  paoleng on Fri Oct 19, 2012 2:09 pm

แนวทางใหม่ในการรักษามะเร็งเต้านม...สารสกัดนาโนต้านมะเร็งจากเห็ดน้ำนมเสือ (Tiger milk Mushroom)

แปลและเรียบเรียงโดย อ.อุไรรัตน์ สิงหนาท







เมื่อ 6 สค. 2012 มีข่าวงานวิจัยจากศูนย์วิจัย Food Safety and Technology Research Centre ว่า จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยในฮ่องกงคือ Hong Kong Polytechnic University ที่พบว่าสารประกอบธรรมชาติในเห็ดชนิดหนึ่ง จะเป็นความหวังในการต่อสู้กับโรคมะเร็งร้าย ซึ่งทางศูนย์วิจัยดังกล่าวจึงจะจัดเตรียมการนำเห็ดชนิดนั้นมาทดลองใช้ในการรักษามะเร็งเต้านม หากได้ผลจะเป็นแนวทางรักษามะเร็งแนวใหม่ เห็ดที่ว่านั้นมีชื่อว่า Tiger Milk Mushrooms (Lignosus rhinocerus) ที่เป็นอาหารที่พบได้ทั่วไปในเมนูอาหารของประเทศแถบแอฟริกา จะถูกนำมาสกัดสารสำคัญเป็นอนุภาคเล็กๆในระดับนาโนเทคโนโลยี เพื่อใช้ในการรักษามะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม สารธรรมชาติในเห็ดที่ว่านั้นคือสารประกอบประเภท polysaccharide complex (ข้อมูลจากสองบทความระบุต่างกันคือ บทความหนึ่งระบุว่าเป็นสารประกอบโปรตีน แต่อีกบทความระบุว่าเป็นสารประกอบคาร์โบไฮเดรท) ซึ่งค้นพบว่าอนุภาคสารในระดับนาโนจึงจะช่วยในการเปลี่ยนธาตุกำมะถัน/ซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งปกติเป็นธาตุที่จำเป็นแก่ร่างกาย จะไปช่วยต้านเชื้อไวรัส และเพิ่มภูมิต้านทาน และต้านมะเร็งโดยการกดความสามารถในการดูดซึมของเซลล์มะเร็ง

ดร. Wong ผู้เป็นหัวหน้าทีมวิจัย ได้รับรางวัลนักวิจัยรุ่นเยาว์ Young Investigator Award ในปี 2011จากการประชุมครบรอบ 40 ปีงานมหกรรมสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติแห่งกรุงเจนีวา (International Conference of Food Factors and the Gold Medal in 40th International Exhibition of Inventions of Geneva) ได้กล่าวถึงข้อค้นพบว่า การทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยการใช้อนุภาคระดับนาโนของสารซีลีเนียมในเห็ดน้ำนมเสือนี้ จะไปช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมโดยการทำให้เซลล์เกิดการทำลายตัวมันเอง ที่สำคัญคือไม่มีอันตรายต่อเซลล์ที่ดีหรือเซลล์ที่ไม่เป็นมะเร็งด้วย นั่นหมายถึงหากพัฒนาเป็นยารักษามะเร็งจะทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยลง ผู้ป่วยมีความสุขสบายและมีโอกาสหายจากโรคมะเร็งมากขึ้นด้วย


ระยะทดลองในขั้นต่อไปคือระยะทดลองในสัตว์ เพื่อพัฒนาเป็นยารักษามะเร็งที่มาจากสารปลอดภัยจากธรรมชาติแบบ 100% ต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสิบปีในการพัฒนาเป็นยาที่สมบรูณ์และปลอดภัย ทั้งนี้ปกติเห็ดน้ำนมเสือจะอยู่ในธรรมชาติในสภาพอุณหภูมิห้องหรืออุณหภูมิปกติ นอกจากใช้สารอาหารและน้ำจากธรรมชาติในการเจริญเติบโตแล้ว ยังเกิดของเสียน้อยจากกระบวนการบริโภคของมันตามปกติ

เห็ดชนิดนี้มีความคล้ายคลึงกับเห็ดบางชนิดที่เป็นอาหารของชาวจีน เช่น ซุปเห็ด ซึ่งมีสายพันธุ์ตระกูลเดียวกันกับเห็ดหลินจือ คือ Fungi Family แต่ที่ได้ชื่อเช่นนี้ เพราะเชื่อกันว่า (โดยเฉพาะในมาเลเซียมีชื่อเรียกเฉพาะ) เห็ดชนิดนี้จะขึ้นเฉพาะในบริเวณที่มีน้ำนมของเสือหยดลงบนพื้นดิน ซึ่งเป็นป่าเขตร้อนในระดับดินลึก ในปี 2002 มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเคยประกาศในการประชุมทางเทคโนโลยีชีวภาพ ว่าท่านก็เคยมีอาการไอเรื้อรัง แต่อาการก็สงบหายได้หลังจากรับประทานยาจีนที่ทำมาจากเห็ดน้ำนมเสือนี้ ซึ่งสารประกอบในเห็ดน้ำนมเสือที่มีสรรพคุณยาคือ Beta-Glucan ซึ่งมีมากกว่าที่พบในเห็ดหลินจือ และจีนจะนำเห็ดนี้มาบดเป็นผงผสมกับไวน์ที่หมักจากข้าว ใช้รักษาโดยทาหรือใส่ลงบนแผลเปื่อย แผลฝี และก้อนทูมต่างๆ

ส่วนอาหารหลักและพืชผักที่พบว่าประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านมะเร็งและซีลีเนียมคือ หัวหอม ข้าว ข้าวสาลี มันฝรั่ง และผักบร็อคโคลี่ ส่วนสารซีลีเนียมปกติร่างกายต้องการในปริมาณไม่มาก หากได้รับในปริมาณมากเกินไปจะเกิดโทษได้ นั่นคือจะมีฤทธิ์ฆ่าทั้งเซลล์มะเร็งและเซลล์ปกติได้ โดยมีความพยายามศึกษาวิจัยมาอย่างยาวนานในการใช้สารซีลีเนียมรักษามะเร็งให้ได้ประสิทธิผลสูงสุด และเพิ่งมาค้นพบว่าซีลีเนียมต้องอยู่ในรูปของสารสกัดระดับนาโนเท่านั้น จึงจะควบคุมการออกฤทธิ์ของซีลีเนียมได้ อย่างไรก็ดีนักวิจัยได้พยายามศึกษาทดลองในโรคมะเร็งชนิดอื่นๆด้วย แต่ยังไม่ได้ผลการรักษาที่ดีเท่าในมะเร็งเต้านม

ข้อแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับขนาดที่ร่างกายควรได้รับสารซีลิเนียมต่อวันคือ 2.4-3.0 มิลลิกรัม ถ้ามากไปจะเกิดพิษต่อตับ ส่วนคำเตือนจากหัวหน้าทีมวิจัย ดร .Wong คือเห็ดชนิดนี้ไม่ได้มีผลในการฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง แต่ประสิทธิผลของการรักษาจะเกิดจากการที่เซลล์มะเร็งทำลายตัวเองจากการกระตุ้นโดยสารสกัดระดับนาโนจากเห็ดชนิดดังกล่าวมากกว่า

ส่วนคุณค่าทางอาหารของเห็ดทั่วไปคือ ประกอบด้วยเส้นใย/ไฟเบอร์สูง ให้แคลอรี่ต่ำ มีแร่ธาตุ เช่น ซีลีเนียม โปแตสเซียม วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินดี




ข้อมูลและภาพจาก

- http://www.sciencedaily.com/releases/2012/08/120806125657.htm

- http://www.cancer-fund.org/en/cancer_news_304.html

- http://thestar.com.my/lifestyle/story.asp?file=/2011/3/15/lifefocus/8193804&sec=lifefocus

paoleng

จำนวนข้อความ : 105
Join date : 10/08/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เห็ดน้ำนมเสือ เป็นเห็ดธรรมชาติเขตร้อนใช้เป็นยาแผนโบราณไทยมานานแล้ว และปัจจุบันก็ยังโบราณอยู่ ขณะที่ต่างประเทศเขาพัฒนาไปไกลแล้ว

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Oct 24, 2012 5:26 am

เห็ดนมเสือ เป็นเห็ดในตระกูลเดียวกับเห็ดหลินจือ เพราะเป็นเห็ดที่ไม่มีครีบ แต่จะมีรูสร้างสปอร์ที่เรียกว่า pores เป็นเห็ดที่เกิดตามธรรมชาติในบ้านเรา แพทย์พื้นบ้าน นิยมใช้เป็นส่วนผสมของยานัตถ์หรือยาดม และยาแก้หวัดเจ็บคอ ขณะที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ประเทศมาเลเซีย หลังจากที่อดีตนายกท่านมหาธีร์ ได้พูดในที่สาธารณเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักวิทยาศาสตร์ของมาเลย์สนใจในเรื่องสมุนไพรพื้นบ้าน โดยท่านกล่าวเมื่อปี 2545 ว่า อาการเจ็บคอของท่านหายเป็นปลิดทิ้งเพราะทานสมุนไพรจากเห็ดนมเสือ จากวันนั้นเป็นต้นมา นักวิทยาศาสตร์ของมาเลย์ก็ได้หันมาสนใจเรื่องเห้ดชนิดนี้ ขณะที่จีน และฮ่องกงได้ศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ของเห้ดชนิดนี้มานานพอสมควรแล้ว และก็พบว่า เป็นเห็ดที่มีสรรพคุณทางยาแก้หวัด แก้ไอ และที่สำคัญ ใช้รักษาโรคมะเร็งเต้านมอย่างได้ผล โดยสารเบต้ากลูแคนที่เป็นโลลีแซคคาไรด์โปรตีน ไปกระตุ้นให้สารเซลีเนียมเข้าไปปลดนาฬิกาชีวิตของเซลมะเร็งเต้านม ทำให้เซลมะเร็งฝ่อตายไปเอง ขณะนี้ ทางการมาเลย์ได้ยื่นของจดทะเบียนลิขสิทธิ์ในหลายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเห็ดนมเสือนี้ ขณะที่ประเทศไทย มีเห็ดนมเสือค่อนข้างชุกชุมตามป่าที่ยังสมบูรณ์อยู่ โดยมันจะมีหัวที่เรียกว่า sclerotium มีลักษณะเป็นก้อนของเส้นใย คล้ายๆกับเห็ดนางรมหัว Pleurotus tuber-regium โดยหัวของมันจะฝังอยู่ใต้ดินเป็นปีๆหรือหลายสิบปี ยิ่งนาน หัวก็ยิ่งโต เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม เช่น ฤดูฝน มันก็จะเกิดดอกคล้ายๆกับเห็ดลม เกิดขึ้นบนดิน แต่จะต่างจากเห็ดลมตรงที่มันไม่มีครีบ เมื่อแก่จะแข็งเหมือนไม้ เห็ดธรรมชาตินี้ ราคาซื้อขายกันที่ฮ่องกงหรือที่มาเลเซียสูงกว่าเห้ดหลินจือหลายเท่า ยกตัวอย่าง เห็ดหลินจือทั่วไปราคา กก.ละ 1,200-1,500 บาท แต่เห็ดนมเสือดอกที่สมบูรณ์ที่เก็บจากธรรมชาติ ราคาจะสูงกว่า 1 แสนบาทขึ้นไป จึงอยากจะขอเรียกร้องให้ท่านที่เดินป่าและเจอเห็ดชนิดนี้ ควรนำมาเพาะเลี้ยง เพื่อรวบรวมสายพันธุ์และพัฒนาเป็นยาที่ได้มาจากเห็ดที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ