รายงานผลของการใช้เห็ดเป็นยารักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจของคุณหมอณรงค์

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

รายงานผลของการใช้เห็ดเป็นยารักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจของคุณหมอณรงค์

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Oct 31, 2012 11:09 am


เรียนอาจารย์อานนท์ที่นับถือ วันที่ 9 กันยายน 2555
ผมได้ดูรายการทีวีทราบว่าอาจารย์เชี่ยวชาญเรื่องเห็ดและได้อ่านบทความในwebที่อาจารย์ใช้เห็ดผสมกับสมุนไพรรักษาญาติพี่น้องที่เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆได้ผลดี จึงอยากเรียนถามอาจารย์ว่าสามารถใช้เห็ดผสมสมุนไพรรักษาโรคหัวใจได้หรือไม่ ผมเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบรักษาโดยการ
สวนหัวใจใส่ stent ขยายเส้นเลือดแล้วเมื่อมิถุนายน2555 อาการแน่นหน้าอกหายไป แต่ยังมีกล้ามเนื้อหัวใจตายหลงเหลืออยู่มากพอควร ผมสนใจวิธีธรรมชาติของอาจารย์ว่าจะสามารถทำให้ร่างกายโดยทั่วไปและกล้ามเนื้อหัวใจที่ยังดีอยู่แข็งแรงขึ้นได้ไหม

นพ.ณรงค์ ปวีณเวชวสุ (อายุ 62 ปี)

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ดร.อานนท์ ตอบคุณหมอณรงค์ เรื่อง เห็ดเป็นยา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2555

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Oct 31, 2012 11:11 am

กราบเรียนคุณหมอณรงค์ที่นับถือ
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวเสียก่อนว่า ผมไม่เคยเรียนมาทางหมอเลย แต่ทำงานเรื่องเห็ดมาตลอดชีวิต และได้มีโอกาสไปสอนเรื่องเห็ดในต่างประเทศกว่า 24 ปี พบว่า มีหลายประเทศเขาใช้เห็ดหลายชนิดเป็นยา บางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น มีการใช้เห็ดหลากหลายชนิดใช้เป็นยาป้องกันและรักษาโรค ทั้งๆที่เห็ดบางอย่าง ประเทศเหล่านี้ ไม่เคยมีเห็ดที่ใช้เป็นยาเกิดขึ้นในประเทศเหล่านี้มาก่อน เช่น เห็ดขอนหลากสี (Coriolus versicolor) ที่คนจีนเรียกว่า ฮุนชิ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Turkey's tail mushroom เป็นเห้ดที่เกิดธรรมชาติที่บ้านเรา แต่ทั้งที่จีน ญี่ปุ่น อเมริกา ล้วนแล้วแต่เขาใช้เป็นยารักษาโรคที่สำคัญของมนุษย์มากมาย เช่นเดียวกับเห็ดช้อนซ้อน ที่เป็นเห็ดบ้านเราแท้ๆ คนไทยเข้าใจผิดคิดว่า เป็นเห็ดประหลาด ไม่กล้ากิน แต่ทั่วโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่น เขาพบว่า เห็ดชนิดนี้ มีสารสำคัญมากมาย ไม่เพียงแต่ เบต้า กลูแคนเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติในการสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายและรักษาโรคที่ร้ายแรงในมนุษย์ต่างๆมากมาย ญี่ปุ่นเอาไปสวมชุดกิโมโนแล้วเรียกชื่อเสียสวยหรูว่า ไมตาเก๊ะ เป็นเห็ดที่คนไทยคุ้นหูคุ้นตา ที่ได้ยินจากการโฆษณาจากบริษัทชั้นนำในเมืองไืทยนำมาสกัดเป็นอาหารเสริมชื่อดัง เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสำนักงานแพทย์ทางเลือก ได้เชิญผมไปบรรยายให้แก่ข้าราชการในสำนักงานและผู้สนใจเกี่ยวกับการใช้เห็ดเป็นยา แล้วผมได้พูดถึงเรื่อง มีเห็ดอีกชนิดหนึ่ง ที่คนไทยรู้จักดี เห็นกันมาตั้งแต่เด็กแต่เล็ก ที่มักเกิดขึ้นตามต้นเค็ง ต้นกระถินพิมาน จึงมักเรียกเห็ดนี้ว่า เห้ดเค็งหรือเห็ดกระถินพิมานตามแหล่งที่มันเกิด ส่วนใหญ่ชาวบ้าน พอพบเห็นมันมีลักษณะที่แข็งมากเหมือนไม้ เวลาล้มต้นไม้แล้ว ก็จะเอาไปทำเป็นฟืนเช่นเดียวกับต้นไม้ ซึ่งเห็ดชนิดนี้ เกิดในประเทศไทยชุกชุมมากในอดีต แต่เนื่องจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ได้นำไปศึกษาผลทางยา พบว่า มันมีสรรพคุณทางยาดีกว่า เห็ดหลินจือ เห็ดขอนหลากสี หรือเห็ดอื่นใด ที่ใช้รักษามะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด เป็นต้น ปัญหาของโลกสมัยใหม่ ที่เราหลงทางตามก้นฝรั่งเขา คือ ความเจริญทางด้านเทคโนโลยี่ ในการสกัดและแยกสารบริสุทธิ์ พอนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นจากการเอาเห็ดมาใช้เป็นยาจากคนท้องถิ่นแล้ว ก็จะนำไปวิเคราะห์ตรวจหาสารหลักต่างๆที่เข้าใจว่ามันน่าจะเป็นส่วนสำคัญที่มีผลออกฤทธิ์ทางยา จึงพยายามคิดค้นหาวิธีสกัด กลั่นหรืออะไรก็แล้วแต่ เพื่อให้ได้สารเดี่ยว เพื่อที่จะได้เป็นคนแรกของโลก หรือเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร เพื่อผลทางการค้าของแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์ในประเทศที่เข้าใจว่า ตัวเองดีเลิศแล้ว ซึ่งการพยายามเอาเห็ดหรือสมุนไพรมา สกัด มากลั่น เพื่อเอาสารเดี่ยวนั้น มันจะได้สารเดี่ยวเพียงน้อยนิด สู้สารเคมีที่สังเคราะห์ขึ้นมาเองไม่ได้ ซึ่งจะได้ปริมาณที่มากกว่า และถูกกว่า แต่ผลของการใช้สารเดี่ยว และการใช้ยาเคมีนั้น แม้ว่าใช้แล้ว ดูเหมือนว่า มันมีความรู้สึกว่า มันเป็นยาวิเศษ แต่ล้วนแล้วแต่แฝงไปด้วยผลร้ายตามมา เช่นเดียวกัน กับเห็ดครับ ใครก็ตาม หากนำเห็ดมากลั่น มาสกัดตามแบบฉบับที่ฝรั่งเขาทำกันนั้น ถือว่า เป็นความเขลามากกว่าฉลาด เพราะขบวนการต่างๆเหล่านี้ นอกจากจะยุ่งยาก เครื่องมือมีราคาแพงแล้ว สารอื่นๆ ที่เป็นองค์ประกอบ แม้ว่ามันอาจจะมีผลน้อยหากเป็นสารเดี่ยว แต่หากมันอยู่รวมกัน มันจะมีส่วนสำคัญยิ่ง เช่นเดียวกัน สารที่มีความเป็นยาส่วนใหญ่ ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถนำเอาไปใช้ได้โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวก polysaccharides ในรูปของ เบต้ากลูแคน แต่ที่ร่างกายบางคน สามารถเอาสารเบต้ากลูแคน หรือสารที่มีฤทธิ์ทางยาในสมุนไพร รวมทั้งเห็ดด้วยนั้น เป็นเพราะว่า ในระบบย่อยอาหารของเราในร่างกาย มีเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์(Probiotic bacteria)อยู่ ซึ่งจุลินทรีย์ดังกล่าวเหล่านี้ต่างหาก ที่เป็นตัวสำคัญในการทำให้สารเป็นยาดังกล่าว เข้าไปในระบบต่างๆของร่างกายได้ ดังนั้น จากประสบการณ์อันยาวนานของผม และจากการที่ได้ผลิตเห็ดเป็นยารักษาคนในต่างประเทศมามากมายหลายประเทศทั้งในเอเซีย แอฟริกา และลาตินอเมริกานั้น ไม่ว่าจะเป็นเห็ดอะไร ผมจะต้องนำมาผ่านขบวนการหมักระดับหนึ่งเสียก่อนด้วยจุลินทรีย์โปรไบโอติก แล้วจึงนำมาผสมกับเห็ดชนิดอื่นๆ รวมทั้งสมุนไพรบางตัวเป็นตัวเสริมในการใช้เป็นยารักษาโรคมนุษย์ แต่มันอาจจะเป็นความโชคร้ายของผม ที่ผมไม่สามารถผลิตยาจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขายได้ในเมืองไทย เพราะทางการที่เกี่ยวข้อง เขาไม่อนุญาต ผมจึงจำเป็นต้องผลิตเป็นวัตถุดิบ ส่งไปให้โรงงานต่างๆในต่างประเทศ บางประเทศ เขาแค่ไปบรรจุแล้วก็นำกลับมาขายในไทย ในราคาสูงขึ้นอีกอย่างน้อย 20 เท่า แล้วก็ได้ใบอนุญาตเสียด้วย ดังนั้น ในกรณีกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนของคุณหมอมีปัญหา ผมคิดว่า นั่นเป็นเรื่องที่เกิดในตัวของคุณหมอเอง คุณหมอเป็นเจ้าของชีวิตและปัญหาด้วยตัวเอง และผมคิดว่า คุณหมอ คงได้ผ่านขบวนการรักษาด้วยเทคโนโลยี่จากทางตะวันตกมามากแล้ว โดยเราต้องไม่ปฏิเสธว่า ของเขาไม่ดี ดีแน่ แต่ไม่ใช่ดีทั้งหมด บางอย่างเขาอาจจะไม่สามารถทำได้ ดังนั้น ผมขอสนับสนุนครับ ในกรณีที่เราไม่สามารถไปใช้เทคนิคทางตะวันตกทั้งหมดได้ ทางตะวันออกและการรักษาโดยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ หรือเป็นการรักษาแบบองค์รวมนั้น น่าจะเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งครับ ผมต้องขอโทษที่เขียนมาเสียยืดยาว ที่อาจจะเป็นการเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนก็ได้ แต่ก็เป็นสิ่งที่ผมได้เคยประสพพบเห็นมาครับ และแน่นอนคำตอบที่อยากจะตอบคุณหมอเป็นการสรุปสั้นๆว่า สำหรับกรณีของการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนของคุณหมอ โดยใช้เห็ดเป็นส่วนผสมนั้น มีครับ โดยทางผมจะต้องทำการปรุงหรือผสมเป็นการพิเศษให้ครับ คุณหมอสามารถติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของอานนท์ไบโอเทคได้ที่ 02-9083308 และ 0860830202 โปรดทราบว่า หลังจากไปออกงานสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 9 ที่เมืองทองไม่กี่วันที่ผ่านมานั้น ได้มีผู้สนใจจำนวนมาก และที่เหลือเชื่อที่สุด ปรากฏว่า มีผู้ป่วยจำนวนมากเหลือเกิน โทรมาปรึกษาเบอร์ที่ให้ดังกล่าว ดังนั้น หากโทรแล้วไม่ติด หรือติดแล้วไม่มีคนรับ กรุณารอหน่อยครับ เพราะเรามีพนักงานจำกัดครับ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

รายงานการใช้เห็ดเป็นยาสูตรพิเศษสำหรับการรักษาโรคหัวใจและการไอของคุณหมอณรงค์วันที่ 30 ตุลาคม 2555

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Oct 31, 2012 11:13 am

เรียนอาจารย์อานนท์ที่นับถือ

ผมคือ นพ.ณรงค์ ปวีณเวชวสุ ที่อาจารย์ปรุงเห็ดรักษาโรคหัวใจให้ ตอนนี้กินเห็ดเข้าอาทิตย์ที่4แล้ว หลังจากกินเห็ด(2 capsules 3เวลาก่อนอาหาร)ได้2วันผมรู้สึกได้ว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือรู้สึกว่าแข็งแรงขึ้น พอเข้าอาทิตย์ที่3อาการไอที่เคยไอมากก็ลดลง50%เสมหะก็
ลดลง50% ส่วนอาการของโรคหัวใจก็ไม่มีอะไรที่ผิดปกติ ไม่มีอาการแน่นหรือเจ็บหน้าอกเลย ผมจะต้องไปตรวจหัวใจด้วยเครื่องechocardiogram อีกครั้งในเดือนหน้า ตอนนี้ยาเห็ดเหลืออีก3วันก็จะหมด จึงขอเรียนถามอาจารย์เป็นข้อๆดังต่อไปนี้
1 ขอเรียนถามเป็นความรู้ว่าเห็ดที่อาจารย์ปรุงให้นั้นประกอบด้วยเห็ดอะไรบ้าง และเห็ดอะไรเป็นตัวสำคัญที่ใช้รักษาโรคหัวใจ มีเห็ดที่
บำรุงปอดด้วยหรือไม่เพราะอาการไอและเสมหะดีขึ้น ข้อนี้ถ้าไม่สะดวกที่จะตอบเนื่องจากเป็นความลับก็ไม่เป็นไรนะครับ
2 เห็ดที่ผสมอยู่ในแคปชูลนั้นเป็นเห็ดที่อาจารย์ได้หมักกับจุลินทรีย์โปรไบโอติกแล้วไช่ไหมครับ
3 ผมควรจะกินเห็ดนี้ไปนานเท่าไรครับ และจะต้องปรับเปลี่ยนสูตรเห็ดหรือไม่ครับ
สุดท้ายนี้ผมขอให้บุญกุศลที่อาจารย์และครอบครัวได้ช่วยเหลือให้ผู้ป่วยจำนวุนมากดีขึ้นจงเป็นปัจจัยหนุนส่งให้อาจารย์และครอบครัวมีแต่ความสุขและความเจริญยิ่งๆขึ้นไปนานเท่านาน และถ้าอาจารย์มีอะไรที่ผมพอจะช่วยเหลือได้ผมยินดีอย่างยิ่งครับ

ณรงค์ ปวีณเวชวสุ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตอบข้อข้องใจคุณหมอณรงค์เกี่ยวกับเห็ดเป็นยาที่ใช้รักษาโรคหัวใจและโรคไอ โดย ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Oct 31, 2012 11:16 am

กราบเรียนคุณหมอณรงค์ที่เคารพอย่างสูง 31 ตุลาคม 2555
ต้องขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาแจ้งผลความคืบหน้าในการใช้เห็ดเป็นยารักษาโรคหัวใจของท่าน ที่ผมมั่นใจผสมเห็ดสูตรนี้ให้คุณหมอ เพราะจากประสบการณ์ตั้งแต่ปลายปี 2530 ตอนที่ผมไปเช่าที่ที่ซอยประชาร่วมใจ ถนนนิมิตรใหม่ มินบุรี ของพี่น้องชาวมุสลิมที่นั่น เจ้าของที่เป็นอาจารย์เกษียณแล้วอายุ 74 ปี เป็นโรคหัวใจอย่างรุนแรง เดินไปไหนมาไหนก็เป็นลมอยู่เรื่อยไป มีวันหนึ่งท่านมาลาผมว่า ท่านอาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน เพราะหมอนัดผ่าตัวหัวใจ เกรงว่าจะไปไม่รอด ผมเลยบอกว่า เอาเห็ดเป็นยาผสมสมุนไพรที่ผมใช้มาแล้วได้ผลไปลองทานดูสิ ปรากฏว่าแค่ 5 วันเท่านั้น อาการเหนื่อยหอบหายไป และอีก 15 วันไปหาหมอตามที่หมอนัดตรวจร่างกายก่อนรับการผ่าตัด ปรากฏว่า หมอบอกว่า หัวใจดีขึ้นและไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดแล้ว จากจุดนี้แหละครับ ทุกครั้งที่ผมไปทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ดให้แก่องค์การสหประชาชาติในต่างประเทศ หากใครมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูง ผมก็จะให้ความช่วยเหลือเขาไปตามโอกาส รายที่สำคัญที่สุด ที่ผมช่วยรักษาคือ ท่านเซอร์ แซมมูเอล โจนาท เป็นคนผิวดำคนเดียว ที่พระราชินีแห่งอังกฤษ พระราชทานยศให้เป็นท่านเซอร์ ซึ่งท่านเป็นเจ้าของเหมืองทองทั่วโลกถึง 17 แห่ง มีคนทำงานภายใต้บริษัทต่างๆของท่านกว่า 1.4 ล้านคน ปัจจุบันท่านก็เป็นลูกค้ารายใหญ่ของผม ที่สั่งเอาเห็ดเป็นยาไปรักษาโรคหัวใจของท่าน และโรคมะเร็งปอด รวมทั้งเอดส์ของพนักงานของท่าน ซึ่งโดยปกติจะมีอายุเฉลี่ย 37 ปีเท่านั้น เพราะคนงานส่วนใหญ่ ทำงานใต้ดินในเหมืองแร่ มักจะเป็นมะเร็งที่ปอดตาย ผมได้ใช้ชีวิตอยู่ประเทศต่างๆในแอฟริกาตั้งแต่ปี 2532-2548 และก็ได้ทำการศึกษาสมุนไพรของแอฟริกาที่สำคัญเช่น African potato, Frankincent(กำยานโอมานหรือกำยานแท้ ที่บ้านเราใช้ของปลอมกันทั้งนั้น) Shea butter, Baobab, Rock fig เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ครับ พอผมกลับมาประเทศไทย ในช่วงที่ท่านนายกสมัครป่วยหนักพอดี หลังจากที่ท่านไปรักษาจากต่างประเทศ รวมทั้งในไทย จนกระทั่งคุณหมอบอกว่า หมดทางรักษาแล้ว จึงอนุญาตให้ญาตินำท่านกลับมาใช้ชีวิตสุดท้ายของท่านที่บ้าน แต่พอคุณหญิงสุรัตน์ได้มาเอาเห็ดเป็นยาจากผมไปให้ท่านทานเพียง 3 วันเท่านั้น อาการที่หมอบอกว่าไม่รอดแน่ๆและน่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่ชั่วโมงนั้น กลับฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็ว เพียง 4 วัน ท่านให้คนขับรถพาไปทานอาหารที่ร้านเดิมของท่านที่สะพานขาว และอีก 32 วันท่านเชิญผมไปที่บ้าน เพราะท่านอยากเจอหน้าผมเป็นๆและท่านก็มอบรูปพร้อมลายเซ็นให้ผมไว้เป็นที่ระลึกตามที่แนบมานี้ เสียดายว่า ท่านมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขอีกประมาณ 6 เดือน แล้วท่านก็ถึงแก่อนิจกรรมอย่างไม่ได้คาดการณ์ เพราะท่านไปทานอาหารโปรตีนที่ย่อยง่ายเข้า คือ ปลา ทำให้มะเร็งกำเริบสุดที่จะยื้อได้ ครับยังมีอีกหลายต่อหลายกรณี กรณีล่าสุด คือ ผู้กำกับการตำรวจ อำเภอจะนะ สงขลา เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง ภรรยาท่านเป็นแพทย์ จึงทำการรักษาด้วยแนวทางแผนปัจจุบัน จนกระทั่งผู้กำกับเป็นอัมพาตไปทั้งตัว ทุกส่วนของร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้เลย ท่านได้ซื้อบ้านที่หมู่บ้านธนินทร บางบัวทอง เจ้าของหมู่บ้านซึ่งทั้งครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้อย่างรุนแรงและเอาเห้ดเป็นยาไปทานแล้วหายดี จึงได้แนะนำให้ผู้กำกับเอาเห้ดเป็นยาไปทาน ปรากฏว่า ได้รับการคัดค้านจากภรรยา แต่สถานการณ์ของผู้กำกับแย่จนขยับตัวไม่ได้แล้ว ผู้กำกับจึงตัดสินใจหักดิบ หยุดทานยาแผนปัจจุบันโดยสิ้นเชิง แล้วหันมาทานเห็ดเป็นยาสูตรพิเศษเฉพาะ ปรากฏว่า เวลาผ่านไป 1 ปี ตอนนี้ ผู้กำกับกลับเข้าสู่สภาพปกติ และคำสั่งของกรมที่จะออกคำสั่งให้พักราชการก็ยกเลิกไป ตอนนี้กำลังได้รับคำสั่งย้ายให้มาเป็นผู้กำกับที่บางใหญ่ โดยท่านติดต่อมาว่า เมื่อท่านย้ายมาอยู่กรุงเทพแล้ว ท่านจะขออนุญาตแต่งตัวเต็มยศมากราบคารวะผมและภรรยา(อ.เยาวนุช ผู้ดูแลสูตรเห็ดเป็นยาทั้งหมด) ที่ผมพูดมาเสียยาว ไม่ได้ต้องการที่จะโฆษณาสรรพคุณอะไร เพียงแต่รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง ที่คุณหมอได้ให้ความไว้วางใจ ที่เอาเห็ดเป็นยาไปทานเพื่อรักษาโรคของตัวเอง และได้แจ้งผลมาอย่างเปิดเผย ซึ่งน้อยนักที่จะมีเช่นนี้ ซึ่งต่างจากในต่างประเทศ เขายอมรับและเขาใช้เห็ดเป็นยากันอย่างกว้างขวาง ผมจะถือว่า เรื่องนี้ จะเป็นบุญของแผ่นดิน หากมีคนอย่างคุณหมอ ที่กล้าพอที่จะเอาความจริงมาเปิดเผย เพราะมีผู้ที่เรียนมาสูง มักจะมองเรื่องนี้ด้วยความดูถูกเหยียดหยาม หรือกล่าวหาว่า งมงาย ไม่ทันสมัย ผมจึงพร้อมเสมอที่จะตอบคำถามคุณหมอทุกเรื่อง ทุกประเด็นและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในวัยอย่างพวกเรา(คุณหมอ 62 ปี ผม 60 ปี) เราน่าจะมีโอกาสทำงานร่วมกัน นำเอาสิ่งที่ดีๆเสนอต่อสาธารณชนให้รับทราบ ก่อนที่ชีวิตเราจะหาไม่ ขอตอบปัญหาของคุณหมอดังนี้

1. เห็ดที่ผมนำมาใช้ เพื่อเป็นส่วนผสมให้แก่คุณหมอ คือ เห็ดกระดุมบราซิล ที่ผมเพาะเลี้ยงเอง เห็ดกระถินพิมาน(ใช้ส่วนที่เป็นเส้นใย ของเห็ดตระกูล Phellinus linteus) เห็ดฮุนชิ(Coriolus versicolor) เห็ดถั่งเช่าสีทอง(Cordyceps militaris) เห็ดนางรมพันธุ์สีเทา เพาะในอากาศหนาวจัด และเส้นใยเห็ดหอมครับ ผสมกับโสมอย่างดี โดยเห็ดกระดุมบราซิลจะมีสาร PSK and PSP ที่มีน้ำหนักโมเลกุลเฉพาะ เพื่อช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างดีเยี่ยม ขณะที่เห็ดฮุนชิ และเห็ดกระถินพิมาน ซึ่งมีสารเบต้ากลูแคน ช่วยลดการอักเสบชั้นเยี่ยมเช่นกัน สำหรับเห็ดนางรมสีเทาทั้งดอกและเส้นใยนั้น มีสาร Lavastatin เห็ดหอมมีทั้ง โปรตีนโพลีแซคคาไรด์ และสารอิริตาดีนิน(Eritadenine) ช่วยลด LDL โดยตรง นอกจากนี้ เห็ดทั้ง 2 ชนิด ยังมี L-ergothioneine เป็นสุดยอดในการกำจัดอนุมูลอิสระ และที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง คือ เห็ดถั่งเช่าสีทอง บำรุงปอด แก้เสมหะ ทำให้ร่างกายนำเอาออกซิเจนมาใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นมากถึง 40% ตัวนี้เอง ที่ทำให้คุณหมอจะไม่มีอาการเหนื่อย และจะช่วยในการรักษาและบำรุงหัวใจ
2. แน่นอนที่สุดครับ เป็นความเข้าใจผิดถนัดเลยครับสำหรับที่บางคน พอรู้ชื่อว่า เห็ดนั้นเป็นยา ก็เอาเห็ดนั้นมาตาก มาต้ม หรือเอามาดองเหล้ากิน มันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดเลย นอกจากจะเปลืองเงินไปเปล่าประโยชน์ ทั้งนี้ เนื่องจาก สารต่างๆที่มีคุณสมบัติเป็นยานั้น มันเป็นสารประกอบขนาดใหญ่ มี bond จับกันค่อนข้างเหนียวแน่น ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถทำการย่อยสารต่างๆเหล่านี้เอาไปใช้ได้ เว้นเสียแต่ว่า ในร่างกายของผู้ที่ทานเห็ดเป็นยาไปนั้น ในระบบย่อย มีจุลินทรีย์ที่เป็นโปรไบโอติก บางชนิดเท่านั้น ทำการย่อยสารอาหารที่เป็นยาในเห็ดเสียก่อน แล้วร่างกายจึงจะเอาไปใช้ได้ ในกรณีคนที่ทานน้ำอัดลม อาหารที่มีสารกันบูด สารกันบูดจะไปทำลายจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในระบบย่อย ทำให้ผู้ที่ทานเห็ดเป็นยาเข้าไป ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เลย ดังนั้น แน่นอนที่สุด เห็ดเป็นยาทุกชนิดที่ผมใช้ ล้วนแล้วจะต้องผ่านขบวนการย่อยหรือหมักก่อนด้วยจุลินทรีย์โปรไบโอติก ในขบวนการที่เหมาะสม ในบรรดาจุลินทรีย์โปรไบโอติกแต่ละชนิด ทำการย่อยอาหารในสภาพแวดล้อมและค่าพีเอซที่ต่างกัน ดังนั้น บางกลุ่ม จำเป็นต้องแยกทำการหมัก ที่แตกต่างกันไป ผมได้ทำการศึกษาเรื่องเชื้อโปรไบโอติกมาค่อนข้างมาก และในขบวนการหมัก จะแยกกันหมักแล้วแต่กลุ่มของจุลินทรีย์และเห็ด ก่อนที่จะนำมาเข้าสูตรครับ
3. อยากจะให้คุณหมอทานสูตรเดิมไปอีกระยะหนึ่งก่อนครับ เพราะผมว่าตอนนี้เราเดินมาถูกทางแล้ว หลังจากตรวจสุขภาพแล้ว ผมว่า เราดูที่ผลของมัน แล้วเรามาปรับสูตรกันอีกทีครับ อย่าลืมว่า เห็ดพวกนี้ คือ เห็ดเช่นเดียวกับเห็ดทั่วๆไป ไม่มีพิษ มีภัยอะไร หากทานมากไป ก็จะเหมือนเช่นทานผักเท่านั้นครับ ไม่มีผลข้างเคียงอะไร
4. ขอแถมครับ หากเป็นไปได้ ในฐานะที่เราอยู่ในวัย สว. เช่นกัน ผมว่า เราน่าจะนำเอาความรู้และประสบการณ์มาเปิดเผยหรือช่วยเหลือมนุษย์ด้วยกัน คุณหมอมีภาษีดีกว่าผม เพราะคุณหมอเป็นหมอจริงๆ ส่วนผมเป็นหมอเถื่อน ไม่ได้จบมาทางด้านการแพทย์เลย แต่อาศัยใจรัก และประสบการณ์ที่ผ่านมาเท่านั้น ดังนั้น หากคุณหมอว่าง และผ่านมาทางตลาดไท ขอเชิญแวะมาคุยกับผมได้ที่ฟาร์มเล็กๆ บ้านนอกๆ เลยตลาดไทไปหน่อย โดยโทรนัดแนะผมได้ที่ 02-9083308 และ 0860830202 ครับ ยินดีเสมอครับ
ขอกราบขอบพระคุณในคำอวยพรและความปรารถนาดีจากท่านครับ

ขอแสดงความเคารพและนับถืออย่างสูง

ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

รายงานอาการป่วยเป็นโรคหัวใจกล้ามเนื้อไม่ทำงานหลายจุด แต่หลังจากทานเห็ดเป็นยาที่ ดร.อานนท์ทำเป็นสูตรพิเศษให้แก่ นพ. ณรงค์ อาการดีวันดีคืน

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Fri Dec 07, 2012 9:08 am

ได้รับรายงานด้านสุขภาพจากคุณหมอณรงค์ที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจไม่ทำงานหลายจุด หลังจากทานเห็ดเป็นยาสูตรพิเศษที่ ดร.อานนท์ ทำให้แล้วอาการดีขึ้นดังนี้ รายงานวันที่ 6 ธันวาคม 2555

เรียนอาจารย์อานนท์ที่นับถือ

เดือนพฤศจิกายนผมไปตรวจหัวใจด้วยเครื่อง echocardiogram ซ้ำ ปรากฏว่ายังมีบริเวณเล็กๆที่กล้ามเนื้อหัวใจยังบีบตัวได้ไม่เต็มที่เหมือนปกติ แต่โดยรวมแล้วดีขึ้นกว่าเดิมมากหมอก็ให้กินยาอย่างเดิมต่อไปและบอกว่าต้องกินไปตลอดชีวิต สำหรับอาการไอและเสมหะก็ลดลงไปอีกประมาน 20% ส่วนเห็ดที่กินก็ขาดช่วงไป 2 อาทิตย์เนื่องจากผมไม่ได้สั่งล่วงหน้าประกอบกับอาจารย์ก็คงจะมีงานยุ่งมากจึงผลิตไม่ทัน ในเวลานี้ผมอยู่ในช่วงปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงเรื่องอาหารใหม่หมดเพื่อประโยชน์กับโรคหัวใจ เวลาพูดคุยกับญาติหรือคนรู้จักหรือถ้าไปสังสรรค์กับเพื่อนๆก็จะบอกเขาว่ากินเห็ดแล้วดีขื้นจริงและเสริมกันกับยาแผนปัจจุบันได้ซื่งผมได้พิสูจน์มาแล้ว ผมคงไม่รบกวนเวลาอาจารย์มากนักเพราะอาจารย์คงจะมีงานยุ่งมาก แต่อย่ายุ่งจนลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะครับ ขอให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรงตลอดไปครับ

นพ. ณรงค์ ปวีณเวชวสุ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

คำตอบขอบคุณของ ดร.อานนท์แก่ คุณหมอ ณรงค์ ที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจหลายจุดไม่ทำงาน

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Fri Dec 07, 2012 9:25 am

ต้องขอกราบขอบพระคุณคุณหมอเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รายงานผลของการใช้เห็ดเป็นยาในการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจหลายส่วนที่ไม่ทำงานมาให้ทราบเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม ผมยังมีความเชื่อของผมว่า อาการของคุณหมอน่าจะดีขึ้นไปเรื่อยๆ และหวังในทางดีว่า อีกไม่นาน คงสามารถหยุดการใช้ยาแผนปัจจุบันได้ แล้ว ผมยังเชื่ออีกว่า ต่อไปวงการแพทย์คงจะฉงนว่าเป็นไปได้อย่างไร ที่คนที่กล้ามเนื้อหัวใจไม่ทำงานแล้ว ทำไมจึงกลับมาดีดังเดิมได้ เพราะจากประสบการณ์ที่ผมเคยมีในเรื่องนี้ ที่ได้ใช้เห็ดเป็นยาผสมกับโสมและสมุนไพรที่หายากบางชนิด มารักษาผู้เป่วยด้านนี้มามากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่แอฟริกา ที่ป่วยประเภทนี้เยอะมาก และคนที่มีหาผม ล้วนแล้วแต่เตรียมตัวผ่านตัดหัวใจแทบทั้งสิ้น แต่พอรักษาด้วยเห็ดเป็นยาดังกล่าว ส่วนใหญ่ พอไปหาหมออีกครั้ง หมอก็บอกว่า ไม่ต้องผ่าตัดแล้ว เช่นเดียวกับโรคเอดส์ และโรคมะเร็ง ที่หมอบอกว่า เป็นขั้นสุดท้าย ไม่มีทางรักษาแล้ว เช่นเดียวกับ กรณีท่านนายกสมัคร ก็เช่นกัน แต่ความมหัศจรรย์ของเห็ดเป็นยาและสมุนไพร มันสามารถทำในสิ่งที่เหลือเชื่อ และหมดหวังแล้ว ให้มีความเป็นไปได้อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อาการของคุณหมอต้องดีขึ้นได้เป็นปกติอีกในไม่ช้านี้แน่นอนครับ สำหรับตัวยาที่คุณหมอสั่งนั้น ปกติ ผมจะไม่มีการเตรียมไว้ล่วงหน้า เพราะดังที่ได้เรียนให้ทราบว่า ผมเป็นนักโภชนาศาสตร์เท่านั้น ไม่ได้เป็นหมอ การที่จะทำยาหรือผสมอะไรเป็นยาเอาไว้ขายนั้น สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำที่ผิดกฏหมาย ดังนั้น ผมจะทำให้เป็นกรณีพิเศษเป็นกรณีๆำไป บางท่านให้ข้อคิดเห็นว่า ผมน่าจะทำจำนวนมากๆขาย หรือทำออกมาแล้วมีรายละเอียดการใช้ให้เป็นมาตรฐาน ก็ต้องขอบอกว่า ทำไม่ได้ เพราะมันสุ่มเสี่ยง เอาเป็นว่า ผมจะทำให้ ก็ต่อเมื่อได้รับการร้องขอและทำเป็นกาเฉพาะเท่านั้นครับ ต้องขอขอบพระคุณคุณหมอที่ให้ความเป็นห่วงในสุขภาพผม โดยปกติ ผมมีเวลาเต็มร้อยที่อยู่กับสิ่งที่ผมรัก ผมชอบ แบบไม่เครียด ไม่โหม คือ เวลาส่วนใหญ่ผมทำวิจัยเรื่องเห็ดและสมุนไพร ที่ฟาร์ม จึงเต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดจากทั่วโลก โดยผมกำลังขยายต้น Frankincent หรือกำยานโอมาน ที่ใช้เป็นสารสำคัญในตัวยารักษาโรคมะเร็งและเอดส์ ซึ่งพืชชนิดนี้ มีที่โอมานเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีการปลูกเป็นเรื่องเป็นราว ผมกำลังจะทำเป็นแหล่งปลูกให้มันใหญ่ที่สุดในโลกให้จงได้ ดังนั้ ผมจะใช้เวลาเพียง 1 วันต่อเดือนเท่านั้น ที่จะออกมาพบปะผู้คนหรือสมาชิก ด้วยการเปิดอบรมเห็ด นอกนั่น เป็นเวลาที่ผมมีความสุขที่สุด ไม่ได้โหมอะไรเลยครับ ตอนนี้ ตัดหมดเลยครับ ไม่รับแขก ไม่รับโทรศัพท์ พูดคุยกับเห้ดและสมุนไพรเกือบตลอดเวลาครับ

ขอบพระคุณครับ

ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ