ครีมบำรุงผิว ป้องกันผิวแตก คัน สะเก็ดเงิน และคันจากผลข้างเคียงในการฉายแสงหรือให้คีโม

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ครีมบำรุงผิว ป้องกันผิวแตก คัน สะเก็ดเงิน และคันจากผลข้างเคียงในการฉายแสงหรือให้คีโม

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Nov 15, 2012 9:32 pm

ในระหว่างปี 2532-2539 ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ได้รับเชิญให้ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ดให้แก่องค์การค้าโลก แห่งสหประชาชาติ ประจำทวีปแอฟริกาตะวันตก อันได้แก่ ประเทศกานา โตโก โบกินา ฟาซู แกมเบีย ไลบีเรีย เซียราลีโอน เบนิน เซเนกัล ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ฝั่งตะวันตกของทวีปติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ในส่วนของพื้นที่ประเทศที่ลึกเข้าไปในทวีป หรือบางประเทศ เช่น โบกินา ฟาซู ที่อยู่ตอนเหนือของประเทศกานานั้น จะเป็นประเทศที่มีสภาพดินฟ้าอากาศแบบกึ่งทะเลทราย ซึ่งพบว่า ประชาชนในย่านนี้ สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาอาหารจากพืชไม่กี่ชนิด หนึ่งในนั้น ได้แก่ ต้นเบาบับ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่และอายุยืนที่สุดในโลก ทนร้อนและทนแล้ง(ไม่ทนน้ำท่วม เพราะที่ ดร.นำมาปลูกๆได้ทุกที่ ตายากมาก แต่พอน้ำท่วมเป็นเวลา 2 เดือน ต้นโตขนาดไหนก็ตายได้) ทุกส่วนของต้นเบาบับ สามารถนำเอามาเป็นยาได้ เช่น ใบ ราก เปลือกลำต้น เยื่อหุ้มเมล็ด เมล็ด ซึ่งปัจจุบัน ดร.อานนท์ ได้นำมาปลูกไว้ที่ตั้งอุทยานเห้ดนานาชาติ ที่ลพบุรีค่อนข้างมาก ซึ่งกำลังเจริญเติบโตเป็นอย่างดี และยังมีพืชอีกชนิดหนึ่ง ที่ไม่มีการปลูกกัน มีขึ้นอยู่ทั่วไปในแถบอากาศแห้งแล้งแบบกึ่งทะเลทราย เป็นต้นไม้ที่โตช้า อายุประมาณ 20-30 ปี จึงจะมีลูกมีผล ภายในของผลมีเมล็ดคล้ายๆเมล็ดลำใยหรือลิ้นจี่ แต่เนื้อในเมล็ดมีน้ำมันชนิดพิเศษ ที่เป็นน้ำมันธรรมชาติที่คนดำนิยมนำมาเคลือบผิวและบำรุงผม จะช่วยไม่ให้ผิวแห้ง ทนแดด ทนแสงยูวี ทำให้เส้นผมไม่หลุดร่วงง่าย หรือใช้น้ำมันแทนน้ำมันพืชในการนำมาปรุงอาหารได้ ผลไม้ดังกล่าวเรียกว่า เชีย น้ำมันที่ได้ จะเป็นน้ำมันที่จับตัวเป็นก้อนคล้ายๆครีม จึงเรียกว่า เชีย บัตเตอร์(Shea butter) เนื่องจากเป็นต้นไม้่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และในโลกทั้งโลกมีไม่เกิน 350 ล้านต้น นับวันจะลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย ขณะที่วงการทางวิทยาศาสตร์พบว่า เซียบัตเตอร์ คือ สุดยอดของน้ำมันในการบำรุงรักษาผิวพรรณ และเส้นผม เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายทั่วโลก และมีราคาแพงมาก ในไทย มีผลิตภัณฑ์จากเชีย บัตเตอร์ จำหน่ายตามร้านหรือห้างสรรพสินค้าชั้นนำราคาแพงมาก เช่น ขนาดบรรจุ 15 กรัม ราคาไม่ต่ำกว่า 4,000 บาท ซึ่งเรื่องของเซีย บัตเตอร์นี้ ดร.อานนท์ และ อ.เยาวนุช ได้ทำการศึกษามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไปประจำในประเทศต่างๆที่กล่าวไปแล้ว และได้นำติดตัวเอามาไว้ใช้เป็นยาสำหรับใช้ในสมาชิกในครอบครัว หรือคนที่สนิทสนมกันเท่านั้น ทุกครั้ง เมื่อเริ่มเข้าฤดูหนาว ที่สภาพดินฟ้าอากาศแห้ง มีสมาชิกในครอบครัวรวมทั้งเครือญาติบางท่าน ผิวบาง แห้งและแตกง่าย ก็จะเกิดอาการคัน ไม่ว่าจะใช้ยาหรือเครื่องสำอางใดก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ ด้วยเหตุนี้ พอเริ่มจะเข้าฤดูหนาวของทุกปี อ.เยาวนุช เอื้อตระกูล ก็จะทำครีมเฉพาะกิจชนิดนี้ขึ้นมา โดยมีส่วนผสมของเซีย บัตเตอร์เป็นสำคัญถึง 10% แจกจ่ายแก่สมาชิกในครอบครัว ญาติพี่น้อง และพรรคพวก เพื่อนฝูง และที่สำคัญ บรรดาผู้ป่วยมะเร็ง ที่จำเป็นจะต้องได้รับการฉายแสง หรือให้คีโม แล้วเกิดผลข้างเคียง คันตามเนื้อตามตัว เกาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถจะช่วยบรรเทาได้ เช่นเดียวกับ ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน ที่คนไทยในปัจจุบันเป็นโรคนี้กันเยอะมาก สามารถใช้ครีมบำรุงผิวผสมเชียบัตเตอร์ได้เป็นอย่างดี จะช่วยลดอาการคัน ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ดูอ่อนกว่าวัย ผิวหนังไม่แห้งกร้าน สามารถซึมเข้าใต้ผิวหนังได้ดี ป้องกันรังสีจากแสงยูวีได้เป็นเลิศดีกว่าสารธรรมชาติอื่นใด ในการนี้ เพื่อเป็นการแสดงความยินดีที่ ทางสถาบันอานนท์ไบโอเทค ได้รับอนุมัติให้ตั้งบริษัทขึ้นอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ชื่อ บริษัท มัชแคร์ จำกัด (Mushcare Co., Ltd.) ซึ่งกำลังออกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลายชนิด รวมทั้งครีมทาหน้าจากสารธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ครีมต่างๆได้เริ่มดำเนินการผลิตในเชิงธุรกิจแล้ว พร้อมทั้งครีมผสมเชีย บัตเตอร์ ก็เริ่มทำการผลิตออกมาแล้ว หากสนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ทำการบริษัท มัชแคร์ จำกัด (สถานที่เดียวกับอานนท์ไบโอเทค) หรือชมรมเห้ดสากล หน้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนพหลโยธิน โทร.02-5799200, 025797759 และ 0858270085 หรือที่ ไทยไบโอเทค 02-9083308 และ 0860830202


อาจารย์แม่(อ.เยาวนุช เอื้อตระกูล) ผู้ซึ่งสนใจครีมจากเชีย บัตเตอร์เป็นพิเศษ มากว่า 20 ปี ได้ทำการศึกษาและใช้รักษาผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนัง อาการคัน แพ้ รวมทั้งการเหี่ยวย่นของผิวหนัง ดังนั้น การปรุงส่วนผสมด้วยเชียบัตเตอร์ธรรมชาติ จึงดำเนินการด้วยตนเองด้วยประสบการณ์และความชำนาญเป็นการเฉพาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวเนื้อเชีย บัตเตอร์ จะต้องเป็นเชีย บัตเตอร์ที่มีลักษณะเป็นเนยแข็ง ไม่ใช่น้ำมันที่ผ่านขบวนการสกัดให้มีลักษณะคล้ายน้ามันพืชที่ใช้ปรุงอาหาร ที่มีผู้ผลิตเครื่องสำอางส่วนใหญ่เข้าใจผิดนำเอาไปใช้เป็นส่วนผสมในการทำเครื่องสำอาง ซึ่ง น้ำมันที่ได้จากการสกัดนั้น ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผิวพรรณหรือคุณสมบัติในการบำรุงรักษาผิวพรรณเลย


Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสที่ใกล้ตัวเรา
» สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนนักศึกษาทุกท่านที่มีหนังสือค้างส่ง นำหนังสือ คืน โดย ไม่เสียค่าปรับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ
» ประวัติและความเป็นมาของคณะมนุษยศาสตร์
» อยากทราบอีเมล เฟสบุ้ค ช่องทางการติดต่อ ของเืพื่อนๆสื่อสาร มนุษศสาตร์หน่อยค้าบ มาเป็นเื่พื่อนกันนะครับ

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ