สมาชิกถาม ดร.อานนท์ ว่า รู้จักเห็ด เหนี่ยวจัง ไหม และมันคือ เห็ดกระถินพิมานหรือไม่

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สมาชิกถาม ดร.อานนท์ ว่า รู้จักเห็ด เหนี่ยวจัง ไหม และมันคือ เห็ดกระถินพิมานหรือไม่

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Tue Jan 08, 2013 10:42 pm

เห็ดกระถินพิมาน กับเห็ดทับทิมป่าเหมือนกันมั๊ยคะ

ตั้งหัวข้อ birdoop on Thu Jan 03, 2013 2:16 am
อาจาร์ยรู้จักเห็ดเหนี่ยวจังมั๊ยคะ ที่เค้าว่ากันว่าขึ้นเฉพาะที่ไต้หวัน เพาะก็ยากมาก รบกวนอาจาร์ยให้ความรู้ด้วยค่ะว่ามันเหมือนกับเห็ดกระถินพิมานบ้านเราหรือเปล่า

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

เห็ดกระถินพิมาน กับเห็ดทับทิมป่าเหมือนกันมั๊ยคะ

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Tue Jan 08, 2013 10:44 pm

ตอบ
เห็ดกระถินพิมานกับเห็ดทับทิมป่า เป็นเห็ดอันเดียวกันหรือไม่ ไม่ทราบ

ตั้งหัวข้อ Pai_Anonworld on Sat Jan 05, 2013 3:39 am

ไม่ทราบว่า เห็ดทับทิมป่าหน้าตาเป็นอย่างไร ปกติ ในการจำแนกเห็ดแต่ละชนิดนั้น เขาจะเอาชื่อทางวิทยาศาสตร์มาเทียบกัน ไม่ได้เอาเห็ดภาษาท้องถิ่นมาเทียบ เพราะบางท้องถิ่น อาจจะใช้ชื่อเรียกไม่เหมือนกัน ทำเห็ดมาตั้งนาน เพิ่งได้ยินนี่แหละว่า มีเห็ดชื่อ เห็ดทับทิม ก็อยากรู้เหมือนกันว่าน่าตาเป็นไง


Pai_Anonworld


Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สมาชิกถาม ดร.อานนท์ ว่า รู้จักเห็ด เหนี่ยวจัง ไหม และมันคือ เห็ดกระถินพิมานหรือไม่

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Tue Jan 08, 2013 10:46 pm

Re: เห็ดกระถินพิมาน กับเห็ดทับทิมป่าเหมือนกันมั๊ยคะ

ตั้งหัวข้อ birdoop on Sun Jan 06, 2013 11:00 pm
Antrodia camphorata (Antrodia cinnamomea)
Taiwanese name - Niu Chang Chih/Niu Zhang Zhi

หามาได้เท่านี้ค่ะ

รบกวนอาจารย์ช่วยให้ความรู้ด้วยนะคะ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

นี่ขนาดไต้หวันเป็นเกาะเล็กๆ พอมีเห็ดธรรมชาติเกิดขึ้น เขาก็เอามาศึกษากันอย่างจริงๆจัง แล้วก็ทำตลาดกันเป็นเรื่องเป็นราว

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Tue Jan 08, 2013 10:48 pm

ตั้งหัวข้อ Pai_Anonworld Today at 10:40 pm

ดูเหมือนคุณถามคำถามผิดกลุ่มของกระทู้แล้ว จริงๆแล้วน่าจะเอาไปถามกระทู้ถามตอบปัญหา ตรงนี้ เขาจะคุยเรื่องเกี่ยวกับสินค้า แต่เอาละ่ เดี๋ยวจะย้ายเอาไปลงทางถามตอบปัญหาด้วย
นี่แหละไต้หวันเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากๆ ดร.อานนท์เคยบรรยายให้ฟังว่า ปี 2515 ประเทศไต้หวันที่มีขนาดเล็กเท่าเชียงใหม่ แต่สามารถเพาะเห็ดกระดุมขายตลาดโลกได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก พอเรารู้เช่นนั้น เราก็เรียนรู้จากไต้หวัน และจะเอาอย่างกะไต้หวันเขาบ้าง เพียง 5 ปีต่อมา เราก็เพาะเห็ดฟางมากเป็นที่ 1 ของโลก และครองแชมป์มาทุกวันนี้ ถามว่าครองแชมป์แล้วได้อะไร เราก็ยังไม่สามารถเพาะเห็ดส่งออกกะเขาได้เลย แถมทุกวันนี้ที่มีขายตามห้างดังๆล้วนแล้วแต่เป็นเห้ดที่มาจากจีนแทบทั้งสิ้น แล้วไต้หวันล่ะ พอเขารู้ว่า เขาวางนโยบายผิดไปแล้วที่ต้องการเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่แทบไม่ได้เงินเลย แถมยังถูกกีดกันและมาตรฐานสูง เพื่อที่จะกีดกันสินค้าอีกสูงมาก ไต้หวันเลยโยนเรื่องนี้ไปให้จีนรับเต็มๆทุกวันนี้ โดยปี 2000 จีนผลิตเห็ดได้แค่ 2-3 ล้านตันเท่านั้น โดยโลกทั้งโลกผลิตได้ 5-6 ล้านตัน พอไตหวันยุเข้าหน่อย จีนเลยส่งเสริมกันอย่างบ้าเลือด สั่งให้ทุกมณฑลส่งเสริมการเพาะเห็ดและให้สิทธิพิเศษต่างๆนานา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ส่งออกได้ ก็จะได้เงินรางวัลจากรัฐบาลอย่างงาม ชนิดที่ว่า เอาออกไปทิ้งในต่างประเทศก็ยังได้กำไร เราจึงเห็นเห็ดจากจีน เช่น เห็ดหอม ราคาถูกเท่าๆกับเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นไปไม่ได้เลย หากทางการจีนไม่มีนโยบายเช่นนี้ แล้วไต้หวันละ ก็นั่งดีดนิ้ว เลือกซื้อเอาเฉพาะเห้ดเกรดดีที่สุด ขายในนามไต้หวันเสียเลย แต่ในประเทศไต้หวัน ก็หันมาทางการศึกษาเห็ดเป็นยากันอย่างจริงๆจังๆ แล้วก็ไม่มุ่งว่า เห็ดเป็นยาจะต้องเอามารักษาคนเท่านั้น สัตว์เลี้ยงบางชนิด ที่เจ้าของผูกพัน รักมากๆ เวลามันเป็นโรค บางครั้งเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าคนเสียอีก สัตว์เศรษฐกิจบางชนิด กว่าจะคัดเลือกพ่อ แม่พันธุ์ได้ ต้องใช้ทุนมหาศาล แต่พอได้แล้ว จะเอาไปเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ได้ไม่นานก็เสื่อมสภาพแล้ว นักวิทยาศาสตร์ไต้หวัน เขาจึงศึกษาว่า แล้วมันมีอาหารหรือจุลินทรีย์อะไร ที่เป็นของธรรมชาติ ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่มันทำให้สัตว์ไม่เป็นโรค มีความแข็งแรง ทนทาน หากเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ก็ยังรักษาสมรรถภาพที่ดีได้นานมากขึ้น เขาก็พบว่า มีเห็ดหลายชนิดที่มีความเป็นไปได้สูง ซึ่งจะมีใครสักกี่คนจะรู้ว่า ไต้หวันเอง เป็นประเทศที่ผลิตเห้ดถั่งเช่าสีทองมากที่สุดในโลก แต่จะไม่ได้เอาเห็ดถั่งเช่าสีทองขายเป็นอาหารให้คน กลับเอาไปผสมเป็นอาหารให้แก่สัตว์ที่มีราคาแพงๆ เช่น พ่อพันธุ์แม่พันธุ์สัตว์ ยกตัวอย่างเช่น พ่อพันธุ์วัน กว่าจะพัฒนาพ่อพันธุ์ที่ดีได้ อาจจะใช้เงินนับร้อยๆล้านบาท สามารถรีดเอาน้ำเชื้อที่ดีได้ไม่เกิน 2 ปี แต่หากให้วัวดังกล่าว กินอาหารที่มีเห็ดถั่งเช่าเข้าไป เพิ่มทุนเข้าไปอีกไม่กี่ล้านบาท แต่สามารถรีดน้ำเชื้อได้เพิ่มและได้นานถึง 4 ปี เช่นเดียวกับไก่ กับหมู จากผลดังกล่าว ไต้หวันจึงทำการศึกษาไปยังเห็ดอื่นๆ ก็พบว่า เห็ดอื่นๆก็มีคุณสมบัติทางยากับสัตว์และคนที่แตกต่างกันไป อย่างเห็ดเหนี่ยวจัง(หรือเหนยวจัง เพราะมันเหนียวจริงๆ)(Antrodia cinnamommea) นั้น เป็นเห็ดที่เกิดขึ้นตามต้นไม้ผลัดใบทั่วไป ที่ไต้หวันเกิดขึ้นตามต้นที่มีกลิ่นอบเชย ก็จะเรียกว่า เห็ดอบเชย หรือขึ้นตามต้นการบูร ก็จะเรียก เห็ดการบูร (Antrodia camphorata) ที่บ้านเราเรียก เห็ดขี้กลาก เห็ดหิ้ง หรือ เห็ดกระด้าง เพราะมันเป็นเห็ดที่เกิดขึ้นตามต้นไม้ที่ตายแล้ว จะมีลักษณะดอกที่แนบติดเหนียวมากกับลำต้นไม้ ยากที่จะแกะออกมา เพราะไม่มีหมวกดอกโผล่มาเหมือนเห้ดหลินจือ บ้านเรามีตามป่าแทบทุกภาคของประเทศ เพียงแต่พอไต้หวันเขาเก็บได้ที่ประเทศเขา เขาก็คุยว่า มีแห่งเดียวในโลก นั่นก็เป็นเรื่องแผนการค้าของเขา ประเด็นที่ไต้หวันเอาเรื่องนี้มาเล่น ก็เพราะไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน อย่างเช่น ที่ญี่ปุ่นเขาเอาเห็ดขอนหลากสี ที่หนังสือพิมพ์บางฉบับบ้านเรามาเต้าข่าวว่าเป็นการพบสิ่งมหัศจรรย์ แต่ยี่ปุ่นเอาของเราไปผลิตเป็นยาตั้งแต่ปี 2520 แล้ว หรืออย่างเกาหลีใต้ที่มาแอบกว้านเก็บเห็ดกระถินพิมานจากบ้านเราไปหมดป่าแล้ว ยังไม่พอคนต่างชาติที่มาตั้งศูนย์เก็บรวบรวม ยังตั้งหน้าตั้งตาปรามาสคนไทย โดยเฉพาะนักวิชาการว่า ฉลาดน้อย ดังนั้น ไต้หวันจึงทำการศึกษาเห็ดเหนี่ยวจังนี่แหละ และพบว่า มันเป็นเห็ดที่มีคุณสมับิตพิเศษที่บวกเอาทั้งเห็ดหลินจือและเห้ดถั่งเช่าเข้าด้วยกัน กล่าวคือ นอกจากจะมีสารเบต้ากลูแคนที่สำคัญที่เหมือนเห็ดเป็นยาทั่วไปแล้ว ยังมีสารขม คือ ไตรเตอร์ปิน และสารช่วยเสิรมพละกำลัง คือ สารคอร์ดิซิปิน จึงทำให้เห้ดนี้ มีสรรพคุณทั้งช่วยทางด้านบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง ทำให้ร่างกายเพิ่มการใช้ออกซิเจนขึ้นถึง 40% ลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี สร้างภูมิต้านทานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ไต้หวัน ทำการผลิตเห็ดชนิดนี้เป็นการค้าที่ค่อนข้างใหญ่ โดยส่วนใหญ่จะทำการผลิตเอาเส้นใยมากกว่าที่จะเพาะให้เกิดดอก แต่ที่สำคัญ เมื่อได้เส้นใย หรือดอกเห็ดมาแล้ว เขาจะไม่ได้เอาบด หรือเอามาตากแห้ง หรือเอามาต้ม หรือเอามาใส่สารอะไรต่ออะไร ที่เราถูกล้างสมองว่าต้องทำเช่นนั้น แต่เขาจะเอามาผ่านขบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์สายพันธุ์พิเศาเสียก่อน เพื่อที่จะเปลี่ยนสภาพของสารเป็นยาให้อยู่ในสภาพที่ร่างกายของสัตว์และมนุษย์เอาไปใช้ได้ เมื่อได้ปริมาณที่เหมาะสมแล้ว จึงจะเอาไปทำการแปรรูปหรือทำแห้งในอุณหภูมิต่ำหรือที่เรียกว่า Freeze dry ซึ่งในวันรวมญาติเห็ดที่ 15 มีนาคม 2556 ซึ่งเป็นวันแซยิด ของ ดร.อานนท์ด้วย หากเป็นไปได้ จะเอาเชื้อและผลิตภัณฑ์ของเห็ดตัวนี้เอามาโชว์ด้วย

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ