ผิวหนังแห้ง ผิวหนังแพ้สารเคมีและผงซักฟอก แผลเรื้อรังจากโรคเบาหวาน โปรดดูตรงนี้ มีข่าวดีเรื่องเห็ดและเซียบัตเตอร์ช่วยเหลือท่านได้

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ผิวหนังแห้ง ผิวหนังแพ้สารเคมีและผงซักฟอก แผลเรื้อรังจากโรคเบาหวาน โปรดดูตรงนี้ มีข่าวดีเรื่องเห็ดและเซียบัตเตอร์ช่วยเหลือท่านได้

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed May 29, 2013 8:24 am

ในช่วงที่จัดงานครบรอบ 60 ปี ของ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา ได้มีพรรคพวก เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน ลูกศิษย์ลูกหามาร่วมงานจำนวนมาก โดยดร.อานนท์ได้สอบถามเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งสุขภาพของแต่ละท่าน ขณะเดียวกัน ก็ได้นำเอาสิ่งของบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยนำเสนอหรือให้ใครดูมาก่อน ยกตัวอย่างเช่น ต้น Frankincent หรือกำยานโอมาน ที่เป็นต้นไม้ให้ยางที่สำคัญในการนำไปเป็นส่วนผสมที่สำคัญของยาทั้งจีนและไทย รวมทั้งยาแผนปัจจุบัน ในการรักษาโรคมะเร็ง แผลเน่าเปื่อยผุพัง อบและฆ่าเชื้อโรค ต้นไทรเซียรา ที่ต้นเป็นไทร ใบเป็นโพธิ์ ผลเป็นมะเดื่อ เป็นไม้ให้ร่มแผ่สวยงาม เขียวทั้งปี ต้นมะขามกานา ใช้ทำรั้ว ทนทั้งแล้งและน้ำท่วม นอกจากนี้ ดร.อานนท์ ยังนำเอาเซียบัตเตอร์ ซึ่งเป็นไขมันที่ค่อนข้างอิ่มตัว ที่ได้จากการนำเอาผลของต้นเซีย มาผ่านกรรมวิธีการหมักแล้วนำไปบด คั่วเอาน้ำมันจากเนื้อในเมล็ด ซึ่งน้ำมันดังกล่าว คนทางแอฟริกา นำไปใช้แทนน้ำมันพืชในการทำอาหาร และใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำสบู่ ที่สำคัญที่สุด ใช้ในการบำรุงรักษาผิว ผม และอาการคันหรือผิวหนังแห้ง ป้องกันแสงแดด ซึ่งต้นเซียเกิดขึ้นตามธรรมชาติในพื้นที่เขตแห้งแล้ง กึ่งทะเลทราย ใกล้ทะเลทรายซาฮารา มีทั้งหมดทั่วโลก ประมาณ 350 ล้านต้นเท่านั้น ไม่มีการปลูกหรือปลูกทดแทน นับวันจะร่อยหรอไปเรื่อยๆ ขณะที่น้ำมันจากผล เป็นน้ำมันที่ทั่วโลกต้องการเพิ่มขึ้นทุกวัน ที่นำเอาไปใช้เป็นส่วนสำคัญของเครื่องสำอาง ในการบำรุงรักษาผิว ในประเทศไทย ได้มีเครทื่องสำอางหลายชนิด อ้างว่า มีส่วนผสมของเซียบัตเตอร์อยู่ ซึ่งน่าจะเป็นน้ำมันสกัดจากผลเซียด้วยสารเคมี ที่ผ่านขบวนการทางเคมี ทำให้คุณสมบัติทางยาบำรุงรักษาผิวลดลง แต่ก็มีห้างสรรพสินค้าชั้นนำบางแห่ง เช่น ห้างเซ็นทรัล ได้นำเอาเซียบัตเตอร์ ที่ผ่านขบวนการสกัดแบบธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติในการบำรุงรักษาผิวได้เป็นอย่างดี แต่ราคาจำหน่ายก็สูงมาก กล่าวคือ เซียบัตเตอร์บรรจุในตลับขนาด 15 กรัม ราคาขายจะไม่ต่ำกว่า 4,500 บาท ขึ้นไป ในฐานะที่ ดร.อานนท์ เคยไปทำงานในประเทศแอฟริกาตะวันตกหลายประเทศ เช่น ที่กานา โตโก โบกินา ฟาซู เบนิน เซียราลีโอน แกมเบีย รวมทั้ง ไลบีเรียและเซเนกัล ซึ่งเป็นประเทศที่มีและนิยมใช้เซียบัตเตอร์ผสมกับเครื่องสำอางรักษาและบำรุงผิว ท่านจึงได้นำเอาเซียบัตเตอร์ของแท้ ที่ท่านนำเอามาใช้ส่วนตัว ในครอบครัว รวมทั้งกับญาติและเพื่อนฝูงที่ใกล้ชิด ในงานนี้ ท่านจึงได้เอาเซียบัตเตอร์ออกมาให้แขกเรื่อที่ไปร่วมงานให้ทดลอง ซึ่งมีหลายท่านที่กำลังมีปัญหาเรื่องผิวหนัง เช่น คุณลัดดา กรวดโคกสูง เลขานุการของ ดร.อานนท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2521-2524 มีอาการแพ้ผงซักฟอกอย่างรุนแรง เจ็บปวดทรมาณมาก แม้ว่าจะทำการซักผ้า ที่จะต้องใช้ถุงมือ แต่พอใช้ถุงมือไปนานๆ ความชื้นที่เกิดขึ้นในถุงมือ ประกอบกับอาจจะยังมีน้ำผสมผงซักฟอกเข้าไปบ้าง ก็ทำให้ผิวเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ผิวหนังจะเป็นแผลเปื่อยลึกเข้าไปข้างในเจ็บปวดมาก ไปหาหมอ เพื่อทำการรักษามามากต่อมากแล้ว หมดเงินหมดทองมาก็เป็นการบรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้น บางครั้งอาจจะมีผิวหนังใหม่เกิดขึ้น แต่ก็เป็นผิวหนังใหม่ที่แข็งๆแล้วก็หลุดไปในที่สุด อาการดังกล่าว ไม่เพียงแต่เป็นเฉพาะคุณลัดดาเท่านั้น ลูกสาวและญาติๆ ก็มีลักษณะเดียวกัน ผิวหนังแห้ง เป็นเกล็ดและคันมาก ใช้ทั้งยาและเครื่องสำอางอะไรที่โฆณาว่าสุดยอดมาแล้วมากต่อมาก โดยไม่สนว่า ราคาจะแพงมากน้อยเพียงไร ก็พร้อมที่จะจ่าย เพียงเพื่อต้องการให้อาการที่ทรมานตลอดชีวิตมันดีขึ้น แต่ก็ยังไม่มีกรรมวิธีใดที่จะช่วยได้ จึงได้ขอเอาครีมที่ ดร.อานนท์ ทำขึ้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อใช้กันในครอบครัว ญาติและเพื่อนฝูงที่สนิทเท่านั้นเอาไปใช้ ปรากฎว่า หลังจากเอาไปใช้ติดต่อกันได้ประมาณ 2 สัปดาห์ อาการผื่น คัน และอาการอักเสบต่างๆดีขึ้น พอใช้ติดต่อกันจนถึงวันนี้ คุณลัดดาและญาติๆโทรมาขอบคุณอย่างมาก ที่อาการทนทุกข์ทรมานจากผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นอาการแพ้ ผิวแห้ง รวมทั้ง ผู้ที่กำลังมีปัญหา เรื่องแผลเปื่อยเรื้อรังต่างดีวันดีคืน โดยเฉพาะคุณลัดดา มีผิวหนังอ่อนนิ่มเกิดขึ้น ไม่มีอาการแพ้เกิดขึ้นอีกต่อไป ทำให้มีความสุขมากๆ และพร้อมที่จะเป็นสะพานบุญยืนยัน แนะนำให้แก่ท่านที่มีปัญหาเช่นเดียวกันได้ โดยสามารถติดต่อสอบถามจากผู้มีประสบการณ์จากชีวิตจริงของคุณลัดดาได้ที่ 086-0692257


คุณลัดดาเสื้อสีเหลืองอ่อน และคุณอนุพงษ์ สามีคุณลัดดา ที่มาในงานวันที่ 15 มีนาคม 2556 ถ่ายรูปกับ ดร.อานนท์


เช่นเดียวกับในกรณีที่บางท่านเป็นโรคภูมิแพ้เรื้อรัง หรือเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง ที่เรียกว่า Autoimmune disorder ที่การรักษาแบบทางตะวันตก ไม่มีทางที่รักษาได้ ยกเว้นให้ยาพวกสเตอรอยด์ เพื่อทำการกดภูมิไว้เท่านั้น ซึ่งการให้ยากดภูมิอย่างต่อเนื่อง จะเป็นผลต่อไตอย่างรุนแรง แล้วก็จะทำให้อวัยวะส่วนอื่น รวมทั้งเกิดอาการบวม เสี่ยงต่อการเสียชีวิตอย่างทรมานมาก ซึ่งเรื่อง ดังกล่าว คุณนวลอนงค์ ศศิธนานนท์(พี่แดง) เจ้าของหมู่บ้านธนานนท์ มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้เรื้อรังอย่างรุนแรงทั้งครอบครัว แต่ตอนนี้ ท่านและครอบครัวได้ผ่านเหตุการณ์นั้นไปแล้ว ด้วยการทานเห็ดเป็นยาที่ ดร.อานนท์ ได้ทำให้เป็นกรณีพิเศษ นอกจากนี้ ท่ายังได้แนะนำให้ลูกบ้านที่ซื้อบ้านโครงการของท่าน ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องทำลายตัวเองหลายต่อหลายรายหายได้ ท่านได้แจ้งมาว่า ท่าน และครอบครัวและเพื่อนฝูง ที่ผ่านพ้นวิกฤตดังกล่าว พร้อมที่จะบอกบุญหรือเป็นสะพานบุญ บอกบุญให้แก่ทุกท่านที่มีปัญหาเช่นเดียวกัน ก็ขออนุโมทนาในจิตอันกุศลของพี่แดงและคุณลัดดามา ณ โอกาสนี้ด้วย ที่อยู่ของพี่แดง คือ

คุณนวลอนงค์ ศศิธนานนท์ 99/199 หมู่บ้านธนานนท์ ถนนราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร.081-8235361



พี่แดงและญาติๆ ผู้มีความสุขจากการหายจากอาหารแพ้เรื้อรัง ได้มาเยี่ยมขอบคุณ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ที่ช่วยทำให้สุขภาพของท่านและครอบครัวดีขึ้น พร้อมที่จะเป็นสะพานบุญแนะนำท่านที่ประสพปัญหาทำนองเดียวกัน ด้วยความยินดี


แก้ไขล่าสุดโดย Pai_Anonworld เมื่อ Wed May 29, 2013 8:50 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

เซียบัตเตอร์พืชมหัศจรรย์ ที่โลกผลิตขึ้นมาเพื่อรักษาบำรุงผิวพรรณของมนุษย์แท้ๆ

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed May 29, 2013 8:29 am

ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ได้เขียนบทความเรื่อง เซียบัตเตอร์พืชมหัศจรรย์สำหรับใช้รักษาและบำรุงผิว เพื่อลงในวารสารสุขภาพบีเวลล์สำหรับเดือนนี้ดังนี้

เชียบัตเตอร์(Shea butter) พืชมหัศจรรย์ บำรุง รักษาผิว
ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล
ผู้เชี่ยวชาญเห็ด(อาวุโส) องค์การค้าโลก แห่งสหประชาชาติ

คิดอยู่นานพอสมควรว่า ควรจะนำเอาเรื่องอะไรแปลกๆใหม่ มาเล่าให้พี่น้องคนไทยได้รับรู้จากประสบการณ์ในชีวิต ที่ได้ไปรู้ไปเห็นไปสัมผัสมากับชีวิตตัวเองจริงๆ ก็พอดีมีแขกจากต่างประเทศที่เคยสนิทสนมทำงานร่วมกันมาเยี่ยมพอดี ท่านเป็นอาจารย์ทางด้านเภสัช ที่ผ่านงานวิจัยเป็นที่ปรึกษาหรือเคยทำงานวิจัยและเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการ รวมทั้งสอนมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในอังกฤษท่านชื่อ ศาสตราจารย์ ไนแอล ไพสเลย์(Niall Paisley) และประธานกลุ่มผู้เพาะเห็ดกระดุมของไอร์แลนด์ คือ คุณไคแรน ฮิวส์(Kieran Hudges) ซึ่งทั้ง 2 ท่านได้เจอกับผู้เขียนเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ที่ทิเบต ประเทศจีน เมื่อคราวไปประชุมเรื่องของเห็ดถั่งเช่าครั้งที่ 2 โดยผู้เขียนได้ให้ผลิตภัณฑ์จากเห็ดผสมสมุนไพรหลายชนิด เพื่อใช้ในการบำรุงรักษาผิวหนัง ซึ่งคนทางยุโรปประสพปัญหากันค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นโรคเห่อ(rosacea) ที่ชาวอเมริกันเป็นกันกว่า 14 ล้านคน ส่วนมากมักจะเกิดกับสุภาพสตรีที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป โดยจะมีอาการแดงที่ใบหน้า จมูก คาง บางรายเป็นมาก จนเห็นเส้นเลือดปรากฏขึ้น นอกจากนี้ ก็ยังมีโรคผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) ที่มีลักษณะเป็นสะเก็ด มีแผล อาจจะเป็นหนองเน่าเปื่อยผุพอง ปรากฏว่า หลังจากได้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปใช้กับผู้ป่วยเป็นโรคผิวหนังหลายชนิด รวมทั้งผู้ป่วยมะเร็ง ที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยการฉายแสง หรือทางเคมีบำบัดที่เรียกสั้นๆว่า คีโม แล้วเกิดอาการแพ้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ เมื่อเกิดอาการแพ้ เนื่องจากเซลใต้ผิวหนังที่ไวต่อการฉายแสงหรือสารเคมีจะถูกทำลาย ทำให้เกิดอาการคันใต้ผิวหนัง ราวกับหนังจะไหม้หรือปวดแสบปวดร้อน โดยไม่สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยครีมหรือวิธีอื่นใด ผู้ป่วยจะทรมานมาก แต่เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้ไปจากผู้เขียน ปรากฏว่า สามารถแก้ปัญหาบรรดาโรคผิวหนัง หรืออาการแพ้จากผลข้างเคียงของการฉายแสงและการทำเคมีบำบัดได้ ด้วยเหตุนี้ ทั้ง 2 ท่าน จึงขอเดินทางมาพบ เพื่อที่จะเจรจาขอนำเอาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปจำหน่ายต่อทางยุโรปและอเมริกา
ผลิตภัณฑืที่กล่าวข้างต้นนั้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้เขียนได้พัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2531 เมื่อครั้งที่ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ด(อาวุโส) ให้แก่องค์การค้าโลก แห่งสหประชาชาติ ที่ประเทศแอฟริกาตะวันตก อันได้แก่ ประเทศกาน่า ประเทศโตโก ประเทศเบนิน และประเทศโบกิน่า ฟาซู ระหว่างปี 2531-2535 ขณะที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ในประเทศแถบนี้นั้น ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปส่งเสริมเรื่องเห็ดตามท้องที่ต่างๆ ขณะเดียวกัน ก็ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของสมุนไพร ตลอดจน หากมีโอกาสนำเอาพันธุ์พืชที่น่าสนใจ บ้านเราไม่มี ก็จะพยายามนำเอากลับมาปลูกยังประเทศไทย ซึ่งก็ได้เก็บรวบรวมสายพันธุ์พืชต่างๆที่มีประโยชน์ทางยาได้มากพอสมควร ยกตัวอย่าง เช่น ต้นกำยานจากประเทศโอมาน ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เกิดขึ้นในไม่กี่ประเทศ แต่มีมากที่ประเทศโอมาน เป็นต้นไม้ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ คนที่นับถือศาสนาครีสต์ และอิสลาม จะรู้จักกันดี หากเป็นบรรดาที่นับถือศาสนาครีสต์ ก็จะรู้จักกันในนาม Frankincent แต่หากเป็นอิสลาม ก็จะรู้จักกันในนาม Rubal ภาษาทางวิทยาศาสตร์เรียก Boswellia sacra ทั้งนี้ เนื่องจากยางของต้นไม้ชนิดนี้ ใช้เป็นยาอย่างต่อเนื่องมาหลายพันปีแล้ว เมื่อครั้งพระเยซูเจ้าประสูติ ก็ได้มีกษัตริย์จากทางตะวันออก ได้นำเอายางไม้ชนิดนี้ไปถวาย เช่นเดียวกันกับทางศาสดาของผู้นับถือศาสนาอิสลาม ก็จะใช้ยางไม้ชนิดนี้เป็นยารมพร้อมทั้งใช้เป็นธูป เพื่อจุดในกรรมพิธีทางศาสนา เพื่อให้เข้าถึงพระเจ้า แต่ในทางตะวันออก รวมทั้งประเทศไทย จะรู้จักกันในนามกำยานโอมาน ที่เป็นส่วนสำคัญ ในการใช้เป็นส่วนผสมของยาแก้ไข้ แก้ปวด ฆ่าเชื้อโรค ยับยั้งเซลมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เซลมะเร็ง แต่เนื่องจาก ต้นไม้ชนิดนี้ มีเหลืออยู่น้อยมาก และมักเกิดตามประเทศที่มีทะเลทราย ทำให้กำยานโอมานแท้ๆหายากและมีราคาแพงมาก ดังนั้น กำยานส่วนใหญ่ที่ทางตะวันออกใช้ และอ้างว่าเป็นกำยานโอมานนั้น มักจะไม่ใช่ของแท้ แต่จะเป็นยางไม้อย่างอื่น ที่ไม่มีสารที่เป็นยาที่เรียกว่าสาร Boswellic acid อยู่เลย ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า ขณะนี้ ทางสถาบันอานนท์ไบโอเทค สามารถทำการเพาะและขยายพันธุ์กำยานโอมานได้เป็นจำนวนมากและกำลังจะทำการปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจเป็นยาในอนาคตอันใกล้นี้(ยังไม่มีแบ่งให้ ไม่มีจำหน่ายในระยะนี้) นอกจากนี้ ยังได้สะสมต้นไม้ที่ใช้เป็นยาอีก เช่น ต้นเบาบับ(Baobab = Adansonia digitata) ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีอายุยืนที่สุด อายุมากที่สุดและโตที่สุดในโลก แต่สำหรับวันนี้ จะขอกล่าว ถึงต้นไม้ที่เป็นพระเอก ที่น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ดีที่สุดในการทะนุถนอม บำรุงรักษาผิว นั่นก็คือ เชียบัตเตอร์(Shea butter = Vitellaria paradoxa) เป็นไม้ยืนต้นที่มีลักษณะคล้ายต้นอินทนิลน้ำหรือต้นเสลา ใบคล้ายลิ้นจี่ เกิดขึ้นบนพื้นที่แห้งแล้งใกล้ทะเลทรายซาฮารา หรือที่เรียกว่า Sub-Sahara region เป็นต้นไม้ที่เกิดตามธรรมชาติในประเทศแถบร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร แถบแอฟริกาตะวันตก โดยทั่งทั้งโลกมีต้นไม้ชนิดนี้อยู่เพียง 500 ล้านต้นในปี 2530 ปัจจุบันเหลือเพียง 350 ล้านต้นเท่านั้น ไม่มีการปลูกหรือพยายามปลูกเพิ่ม เพราะเป็นไม้โตช้า ประมาณ 12-15 ปี จึงเกิดดอกออกผล ลักษณะของผลคล้ายมะกอกน้ำ กล่าวคือ จะมีเนื้อหุ้มผลเหมือนมะกอกน้ำ ภายในมีเมล็ด ซึ่งจะมีเปลือกหุ้มเมล็ดคล้ายละหุ่ง เนื้อในเมล็ดจะมีน้ำมันคล้ายๆถั่วลิสงหรือละหุ่ง สามารถบีบหรือคั่วเอาน้ำมันออกมาได้ น้ำมันจากเนื้อเมล็ดนี้เอง ที่คนทางแอฟริกานำมาใช้เป็นน้ำมันพืชแทนน้ำมันพืชทั่วไป ทานได้ แต่ที่นิยมใช้กันมากคือ ใช้เป็นน้ำมันทาผิวหนัง ทาศีรษะรักษาผมไม่ให้หลุดร่วงง่าย ทากันแดด เป็นยารักษาโรคผิวหนังแทบทุกชนิด เป็นยาทาปากแก้ริมฝีปากแห้ง ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่บรรดาผู้ผลิตเครื่องสำอางจากธรรมชาติให้ความสนใน ทำการศึกษากันอย่างมากมาย พบว่า น้ำมันจากผลเชีย มีลักษณะพิเศษที่ข่นคล้ายเนยในสภาพอุณหภูมิปกติ ทั้งนี้ เนื่องจาก น้ำมันจากผลเชียเป็นน้ำมันประเภท following fatty acids : oleic acid (40-60%), stearic acid (20-50%), linoleic acid (3-11%), palmitic acid (2-9%), linolenic acid(<1%) and arachidic acid(<1%) vitamin E and F. ซึ่งสารต่างๆเหล่านี้จะยังดำรงอยู่อย่างสมบูรณ์ หากทำการสกัดออกมาด้วยความร้อนตามที่คนละแวกนั้นทำกันมา เท่าที่ทราบ ขณะนี้ ได้มีการนำเอาเชียบัตเตอร์ที่สกัดด้วยกรรมวิธีธรรมชาติ มาจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แผนกเครื่องสำอาง ขนาดบรรจุ 15 กรัม ราคาสูงกว่า 5,000 บาท อย่างไรก็ตาม การสกัดเอาน้ำมันออกมาจากผลเชียนั้น สามารถทำการสกัดด้วย Hexane แม้ว่าจะได้น้ำมันที่มากและบริสุทธิ์กว่า แต่คุณสมบัติทางยาจะมีน้อยกว่า ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบำรุงผิวที่ผสมเชียบัตเตอร์ที่ดีนั้น ควรใช้เชียบัตเตอร์ที่สกัดด้วยวิธีธรรมชาติเท่านั้น ส่วนใหญ่ที่มีจำหน่ายกันตามท้องตลาด มักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านขบวนการสกัดด้วย Hexane ในส่วนของสถาบันอานนท์ไบโอเทค ได้นำเอาเชียบัตเตอร์ที่สกัดจากธรรมชาติ มาผสมกับสารสกัดจากเห็ดกระถินพิมาน เห็ดหลินจือ และเห็ดกระดุมบราซิล เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในการทำครีมบำรุงผิว ครีมทาหน้า เพื่อป้องกันหรือลบริ้วรอยเหี่ยวย่น ป้องกันแดด รักษาโรคผิวหนังที่เกิดอาการแพ้ รวมทั้ง ผิวหนังที่แพ้น้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอก ที่สำคัญใช้เป็นส่วนผสมของครีมรักษาโรคสะเก็ดเงิน อาการปวดแสบปวดร้อนจากการผลข้างเคียงของการฉายแสงหรือการทำเคมีบำบัด ซึ่งขณะนี้ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้เห็ดและสารธรรมชาติต่างๆรวมทั้งเชียบัตเตอร์ของสถาบันอานนท์ไบโอเทค โดยได้รับใบอนุญาตให้ทำการผลิตได้จากสำนักองค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขในนามของบริษัท มัชแคร์ จำกัดแล้ว นักวิชาการและนักธุรกิจจากอังกฤษและไอร์แลนด์ทั้ง 2 ท่าน จึงเดินทางมาเพื่อทำสัญญาที่จะนำเอาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปทำการตลาดในอังกฤษ ยุโรปและอเมริกาต่อไป สำหรับท่านที่สนใจในผลิตภัณฑ์ ติดต่อไปที่ 02-5799200, 025797759 และ 0858270085 หรือที่อานนท์ไบโอเทค 02-9083308 และ 0860830202

ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล กับคณะศึกษาวิจัยเรื่องเซียบัตเตอร์ ประเทศกานา ทานอาหารที่ใช้น้ำมันจากผลเซียปรุงอาหาร ระหว่างทางจากประเทศกานาไปยังประเทศโยบกินา ฟาซู


เมื่อปี พ.ศ. 2532 ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ในฐานะที่ปรึกาาอาวุโส ขององค์การค้าโลก แห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศกานา ได้เดินทางไปเมือง Waa(อ่านว่า วา) และเมือง Tamale (อ่านว่า ทามาเล) ซึ่งเป็นบริเวณแห้งแล้งกึ่งทะเลทรายซาฮาร่า(Sub Sahara region) เป็นพื้นที่ที่มีต้นเซียเกิดขึ้นมากมายเป็นส่วนใหญ่




ลักษณะต้น ผลและเมล็ดของเซีย ซึ่ง ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ได้ไปเก็บผลเอามาทำการสกัดเอาเซียบัตเตอร์ที่มาผสมกับครีม ตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน



นำเอาผลเซียที่หล่นใต้ต้นมาทำการหมักเอาเนื้อหุ้มเมล็ดออก แล้วนำไปคั่ว ก่อนที่จะกระเทาะเปลือกหุ้มเมล็ดออก แล้วนำไปบดให้ละเอียด ก่อนที่จะนำไปนวดคลึงให้น้ำมันออกมา แล้วจึงนำไปเคี่ยวเอาน้ำมันออกมา จึงจะได้เซียบัตเตอร์ที่มีสรรพคุณทางด้านบำรุงรักษาผิวพรรณ หากนำไปสกัดด้วย Hexane แม้จะได้น้ำมันออกมามาก แต่สรรพคุณทางยาจะหายไป



ลักษณะของเซียบัตเตอร์ ที่มีลักษณะเหมือนเนยแข็ง มีสีเหลือง กลิ่นหอม ที่ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ได้นำมาจากประเทศโบกินาฟาซู เอามาผสมครีมในการรักษาและบำรุงผิว ส่วนที่มีขายตามท้องตลาด ที่อวดอ้างว่า เป็นครีมที่ใช้เซียบัตเตอร์เป็นส่วนผสมนั้น ส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันจากผลเซียที่ผ่านขบวนการสกัดด้วยสารเคมี เช่น Hexane ที่จะทำให้สรรพคุณทางยาหมดไป



แก้ไขล่าสุดโดย Pai_Anonworld เมื่อ Thu May 30, 2013 8:53 am, ทั้งหมด 4 ครั้ง

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

คุณลัดดา กรวดโคกสูง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในการใช้ครีมจากเซียบัตเตอร์กับญาติที่เคยถูกงูกัดนานแล้ว แต่ก็จะมีอาการเกิดแผลเน่าเปื่อยเกิดขึ้นเป็นระยะๆ

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu May 30, 2013 8:08 am

หลังจากได้โทรศัพท์ไปคุยขอข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมทั้งขออนุญาตคุณลัดดา กรวดโคกสูง เพื่อจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีปัญหาอาการแพ้ของผิวหนัง ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันนั้น คุณลัดดา ได้ตอบรับและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะให้คำแนะนำและพูดคุยถึงประสบการณ์ในชีวิตที่เกิดจากการแพ้ของผิวหนังอย่างรุนแรง ไปหาหมอทำการรักษา หมดเงินหมดทองมาก็มาก แต่ก็ไม่ทุเลาลงเลย สร้างความทนทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง แต่หลังจากใช้ครีมเซียบัตเตอร์ ที่ ดร.อานนท์ ได้ทำขึ้นมาใช้เอง หรือใช้ในมวลหมู่สมาชิก เพื่อนฝูงเท่านั้น ปรากฏว่าใช้ไปไม่กี่สัปดาห์ อาการแพ้บรรเทาลงไปมาก สามารถทำการล้างถ้วยล้างจานใช้น้ำยาล้างจานได้แล้ว โดยไม่ใช้ถุงมือ พร้อมทั้งผิวที่ถูกกัดลึกลงไปถึงเนื้อข้างในที่เจ็บปวดมากนั้น กลับมีผิวหนังอ่อนนุ่มเกิดขึ้นแทนที่ มีความสุขมาก คุณลัดดา จึงเล่าเพิ่มเติมว่า หลังจากใช้ครีมจากเซียบัตเตอร์ ของ ดร.อานนท์ แล้ว ได้แบ่งส่วนหนึ่งไปให้ญาติ ที่เคยถูกงูกัดนานแล้ว แม้ว่า แผลได้หายไปแล้ว แต่ก็ยังเหลือเป็นจ้ำสีดำ ตรงบริเวณที่เคยถูกงูกัด บางช่วง วันดีคืนดี ก็จะมีตุ่ม เป็นแผลอักเสบเกิดขึ้น มีอาการปวดตรงบริเวณถูกงูกัดอยู่เสมอ ไม่สามารถที่จะรักษาอาการดังกล่าสวได้ โดยหมอบอกว่า ความเป็นพิษของพิษงูจะยังมีอยู่และมีผลเช่นนี้ต่อไปชั่วชีวิต แต่หลังจากนำครีมจากเซียบัตเตอร์ไปใช้ แผลที่เป็นตุ่ม และอาการเจ็บปวดใต้ผิวหนังทุเลาลงไปเกือบปกติ ทำให้มีความสุขมาก และเป็นการยืนยันอีกรายว่า ผู้ที่เป็นแผลเป็น หรือเกิดอาการคันใต้ผิวหนัง อันเนื่องจาก เป็นโรคเริมหรืองูสวัด ที่เชื้อไวรัสไปทำลายเซลประสาทใต้ผิวหนัง จะทำให้ผู้ป่วยปวดแสบปวดร้อนและคันมาก หรือผู้ที่พักฟื้นจากการฉายแสงหรือให้คีโม แล้วเกิดอาการข้างเคียง คันใต้ผิวหนัง ปวดแสบปวดร้อนนั้น ทุกคนที่นำเอาครีมเซียบัตเตอร์เอาไปใช้ จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ จึงแจ้งข่าวดีเพิ่มเติมดังกล่าวมา ณ ที่นี้

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว และอากาศหนาวกำลังเข้ามาแล้ว ท่านที่มีปัญหาเรื่องโรคผิวหนัง ผิวแห้ง ผิวแตกและคันมาก โปรดฟังทางนี้

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sat Nov 16, 2013 9:54 am

ทุกปีที่อากาศเย็นและแห้งเข้ามา คนที่มีปัญหาเรื่องผิวแห้ง ผิวแตก คัน หรือบางท่านแพ้สบู่ ผงซักฟอก เป็นโรคผิวหนัง รักษาไม่หาย หรือท่านที่แพ้สารเคมี แพ้ยาคีโมที่ฉีดให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง แล้วเกิดอาการคันใต้ผิวหนัง เกาเท่าไหร่ก็ไม่บรรเทา ซึ่งวิธีแก้ปัญหาที่ได้ผลจะต้องใช้ขี้ผึ้งจากผลเซีย ที่มีอยู่ทางแอฟริกาตะวันตก โดยขี้ผึ้งจากผลเชียที่ใช้ได้ผล จะต้องเป็นขี้ผึ้งหรือไขที่สกัดร้อนจากผลเชียโดยตรง โดยไม่ผ่านกรรมวิธีทางเคมีที่นิยมกันที่เรียกว่า Purified Shea butter เนื่องด้วย ดร.อานนท์ มีสายสัมพันธ์ มีลูกศิษย์ลูกหาอยู่ทางแอฟริกาตะวันตก ได้ส่งขี้ผึ้งจากผลเซียบัตเตอร์ที่ผ่านขบวนการสกัดด้วยความร้อนธรรมดา ที่ยังรักษาคุณสมบัติอย่างดีไว้ได้อย่างครบครันนั้น บัดนี้ ดร.อานนท์ ได้นำเอาขี้ผึ้งจากผลเชียมาผสมกับครีมบำรุงผิว เพื่อสนองกับความต้องการของสมาชิกที่เรียกร้องให้ทำขึ้นเป็นการเฉพาะกิจ หากท่านใดสนใจ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 02-9083308 และ 0860830202

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ