MUSHROOM POWDER to Silvia’s sister HEIDI WERNER in Germany - QUESTIONS เมล์จากผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด คุณเวิรนเนอร์ จากเยอรมันี ผู้ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดแล้วทานเห็ดเป็นยาไปจนหายดีแล้ว และกำลังทำการรักษาต่อโดยการฉายรังสี

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

MUSHROOM POWDER to Silvia’s sister HEIDI WERNER in Germany - QUESTIONS เมล์จากผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด คุณเวิรนเนอร์ จากเยอรมันี ผู้ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดแล้วทานเห็ดเป็นยาไปจนหายดีแล้ว และกำลังทำการรักษาต่อโดยการฉายรังสี

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Tue Sep 03, 2013 7:48 am

เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว คนที่รู้จักสนิทสนม ดร.อานนท์ เมื่อครั้งที่ไปทำงานอยู่ที่ประเทศแอฟริกาใต้ คือ คุณ มาร์ค โฟแมน ผู้ซึ่งเกิดมาในครอบครัวที่แตกแยก พ่อแม่แยกทางกันเดินไปแต่งงานใหม่ทั้งคู่ มาร์คกลายเป็นเด็กเร่ร่อน ไม่ได้รับความอบอุ่นมาตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยความที่เป็นเด็กช่างคิด ช่างฝัน แต่ไม่มีโอกาส เห็นเด็กคนอื่นเขาไปโรงเรียน มีขนมกิน มีรถยนต์สวยๆนั่ง มาร์คจึงมีความมุ่งมาตรปรารถนาว่า สักวันหนึ่ง เขาจะต้องมีโอกาสได้กินขนม ได้กินลูกอมเฉกเช่นเด็กคนอื่นเขา เมื่อมาร์คได้มีโอกาสกินขนมอม ก็คิดต่อไปอีกว่า สักวันเขาจะต้องหาทางทำขนมอมให้ได้ เพื่อที่จะได้ทำไปแจกเพื่อนคนอื่นที่ด้อยโอกาสเช่นเขา มาร์คจึงตามไปหาแหล่งผลิตขนมอม แล้วแอบดูแอบจำว่า หลักใหญ่ๆเขาทำขนมอมอย่างไร พอเริ่มรู้เค้าของการทำ ก็ได้เก็บหอมรอมริบเงินที่พอจะหาได้ ซื้อหม้อซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อมาทดลองทำขนมอม แล้วเอาไปแจกเด็กๆที่ด้อยโอกาส เพื่อให้เด็กๆพวกนี้ ได้สัมผัสลิ้มรสในความสุขของการได้กินขนมอมเหมือนลูกผู้ดีมีเงินทั้งหลาย ขณะที่มาร์คก็พยายามศึกษาพัฒนาปรับปรุงงานของเขา จนกระทั่งเป็นที่โจษขานและเป็นขวัญใจของเด็กคนจน คนเร่ร่อนทั้งหลาย และจากนั้นไม่นาน มาร์คกลายเป็นเจ้าของโรงงานขนมอม ขนมขบเคี้ยวที่ใหญ่ที่สุดของทวีปแอฟริกา แล้วเอาเงินที่หามาได้ส่วนหนึ่งไปซื้อที่ที่เมืองเนลสปริต(Nelspruit) ประมาณ 2 หมื่นไร่ มีภูเขาเกือบ 3 ลูก มีเกมส์ฟาร์ม ก็คือ สวนสัตว์เปิด และปลูกปาล์มสวยงามขาย มีเนริสเซอรีหลายแห่งทั่วประเทศแอฟริกาใต้ ช่วงที่มาร์คทำฟาร์มอยู่นั้น ได้มีโอกาสเจอ ดร.อานนท์ และเดินทางมาไทยมาพักที่บ้าน ดร.อานนท์ ที่โชคชัย 4 ซึ่งขณะนั้น ดร.อานนท์ ไม่ทราบเลยว่า มาร์คคือ มหาเศรษฐีคนหนึ่งของแอฟริกาใต้ เพียงแต่ได้เจอกันในงาน เลยชวนมาเมืองไทย แล้วก็มานอนที่บ้านหลังเล็กๆที่โชคชัย 4 แต่มาร์คเป็นคนน่ารักมาก ไม่เคยแสดงออกรังเกียจคนอื่น และเป็นคนที่รู้จักบุญจักคุณสุดยอดคนหนึ่ง หลังจากกลับไปแอฟริกาใต้แล้ว มาร์คพยายามเชิญ ดร.อานนท์ไปที่ฟาร์ม และให้ไปพักที่บ้าน โดยขอให้ไปนอนในห้องพักส่วนตัวของมาร์คเลย ถึงทำให้รู้ว่า มาร์ค คือมหาเศรษฐีตัวจริงที่มีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลที่นับธุรกิจในเครือจนจำไม่ได้ เฉพาะที่เมืองมาร์เบริน ที่อยู่ชายฝั่งมหาสมุทรแปวิฟิกที่มีอากาศแบบบ้านเรา มาร์คก็มีบ้านจัดสรรขนาดใหญ่เกือบครึ่งเมืองอยู่ที่นั้น ช่วงที่ ดร.อานนท์และครอบครัวอยู่ที่แอฟริกา ก็ได้มาร์คคนนี้แหละที่ให้คำแนะนำเรื่องการตลาดของเห็ดและเห็ดเป็นยา นอกจากนี้ บรรดาครอบครัวของมาร์คไม่ว่าจะเป็นญาติทางพ่อหรือทางแม่ ที่เจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินทั้งหลาย ที่ไปหาหมอจนถึงที่สุด และหมอไม่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ ก็จะมาขอความช่วยเหลือจาก ดร.อานนท์ ดั่งเช่น ตัวอย่างต่อไปนี้ ก็เป็นญาติของภรรยาใหม่ของพ่อมาร์ค ที่อยู่ที่เยอรมัน ป่วยเป็นมะเร็งเลือด รักษาด้วยการแพทย์แผนใหม่มานานพอสมควรแล้ว อาการมีแต่ทรุดลงๆ จึงหันมาขอให้ ดร.อานนท์ ปรุงสูตรเห็ดเป็นยาผสมสมุนไพรสูตรพิเศษให้ จนกระทั่งหายกลับคืนสู่เกือบปกติแล้ว ก็เลยเลิกทานเห็ดเป็นยาต่อ หันไปรักษาตามแพทย์แผนใหม่ ด้วยการฉายรังสีใหม่อีก แต่ก็พบว่า ไม่ได้ทำให้ดีขึ้น แถมหมดเงินหมดทองไปมากมายจนจะหมดตัวกันทั้งครอบครัวอยู่แล้ว และจากประสบการณ์ที่เคยใช้เห็ดเป็นยาแล้วดีขึ้นมาก จึงอยากกลับมาเริ่มต้นใช้เห็ดเป็นยาจาก ดร.อานนท์ใหม่ ดังเมล์ของคุณพ่อของมาร์คส่งมาถึง ดร.อานนท์ดังนี้

Dear Professor Anon,

Hello my friend. I hope this finds you well.

Mark told me that you have been away in China and that you will be back home tomorrow.

Please respond URGENTLY to my message below. Thank you.

With kind regards,
ERROL.

From: Errol Froman
Sent: Friday, August 09, 2013 8:09 AM
To: anonajv@yahoo.com
Subject: MUSHROOM POWDER to Silvia’s sister HEIDI WERNER in Germany - QUESTIONS


Dear Professor Anon,

Please respond URGENTLY to my message below. Thank you.

With kind regards,
ERROL.


From: Errol Froman
Sent: Tuesday, August 06, 2013 5:31 PM
To: anonajv@yahoo.com
Subject: MUSHROOM POWDER to Silvia’s sister HEIDI WERNER in Germany - QUESTIONS


Dear Professor Anon,

I hope that this finds you and your family in very good health.

If you recall, you have sent 2 or 3 lots of MUSHROOM POWDER to Silvia’s sister HEIDI WERNER in Germany.

Heidi has just returned from the hospital where her blood platelet counts were measured again, and unfortunately they have gone up very high again.

Heidi has asked me to write to you to ask you some questions, as she does not want to go into radiotherapy for treatment against blood cancer. She prefers to take your mushroom powder which has helped her before.

Her questions are:

she has forgotten the dosage you told her to take. Please advise.
can she increase the dosage of mushroom powder? If yes, to what level?
can she increase the number of times per day she takes the mushroom powder?
can she stop taking the mushroom powder once her blood platelet count has come down again? (As she has done before).
should she rather continue taking the mushroom powder once her blood platelet count has come down again?

Heidi, Silvia and I thank you sincerely for your very kind help, and I look forward to hearing from you at your early convenience.

With sincere warm personal regards,
ERROL.

SILVIA & ERROL FROMAN,
Cape Town, South Africa.
T: +27.21.558.0923
T: +27.21.851.5692
Mobile: +27.82.388.4229
Skype name: ERROL.COM
email address: efroman@mweb.co.za




Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

คำตอบจาก ดร.อานนท์ ถึงคุณพ่อของคุณมาร์ค ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ถามถึงเรื่อง เห็ดเป็นยาต่อโรคมะเร็งเลือด

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Tue Sep 03, 2013 8:13 am

ดร.อานนท์ได้ตอบเมล์ของคุณพ่อของมาร์ค เกี่ยวกับการใช้เห็ดเป็นยาต่อโรคมะเร็งเม็ดเลือด ของญาติของพ่อมาร์คที่อยู่ที่เยอรมัน ที่เคยใช้เห็ดเป็นยารักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดแล้วอาการดีขึ้น เลยกลับไปรักษาแพทย์แผนปัจจุบันด้วยการฉายรังสี ซึ่งเจ้าตัวผู้ป่วยเอง นอกจากจะเสียเงินเสียทองไปจนจะหมดทั้งครอบครัวแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น สุขภาพกลับแย่ลง และจากการที่เคยใช้เห็ดเป็นยาจาก ดร.อานนท์ได้ผลดีมาแล้วกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา จึงเปลี่ยนใจ ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่า จะขอเลือกทำการรักษาโดยการใช้เห็ดเป็นยาใหม่อีก ซึ่งก็มีคำถามๆ ดร.อานนท์มา และก็ได้รับคำตอบจาก ดร.อานนทฺ์ ดังนี้

Dear Uncle Errol,
Million thank for your recognised message after long silence and deeply regret for late reply due to my trip to China to attend the World Medicinal Mushroom Conference in Beijing whereas the communication thru internet was a chaos. Concerning Heidi Werner in Germany's health , the following would be the words to match with her queries:

Her questions are:


* she has forgotten the dosage you told her to take. Please advise. For the first few days she should start with small amount like 2 capsules 30 min. before meal to allow her body system adjustment.
* can she increase the dosage of mushroom powder? If yes, to what level? Definitely, after few days she should increase into 3-5 capsules 30 min. before meal 3 times.
* can she increase the number of times per day she takes the mushroom powder? Yes,it would be advisable to take before bed.
* can she stop taking the mushroom powder once her blood platelet count has come down again? (As she has done before). Not advise to do so, since her body system could not control and produce platelets as per normal activity, but she could reduce the number like 1-2 capsules or even reduce number of time like morning and before bed.
* should she rather continue taking the mushroom powder once her blood platelet count has come down again?. That would be wise thing to do so for her own health and prolong her life expectancy.

Hope this information would send to Heidi's consideration,please


Sincerely yours and my very best regards to Mark

Dr.Anon Auetragul

คำถามแรก ถามว่าแกลืมไปแล้วว่า เวลาทานเห็ดเป็นยาต่อผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือกควรทานอย่างไร
คำตอบจาก ดร.อานนท์ :
เริ่มต้นในสองสามวันแรก ควรทานเห็ดเป็นยาครั้งละ 2-3 แคปซูลก่อนอาหาร 30 นาทีทุกมื้อเสียก่อน เพื่อให้ร่างกายปรับตัวกับสารอาหารในเห็ดเป็นยา

คำถามที่สอง ถามว่า จะเพิ่มปริมาณการทานเห็ดเป็นยาได้ไหม ปริมาณหรือควรทำแอย่างไร
คำตอบจาก ดร.อานนท์ :
ได้แต่ควรจะเป็นหลังจากทานแต่น้อยไปแล้ว 2-3 วัน จากนั้น สามารถเพิ่มขึ้นได้เป็น 3-5 แคปซูล เพื่อเร่งให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานและควบคุมการสร้างเกร็ดเลือดให้อยู่ในระดับปกติ

คำถามที่สาม ถามว่า เมื่อทานเห็ดเป็นยาจนรู้สึกว่าร่างกายกลับสู่ภาวะปกติแล้ว เลิกทานได้ไหม
คำตอบจาก ดร.อานนท์ :
ได้แต่ไม่แนะนำ ควรทานเห้ดเป็นยาไปโดยตลอด เพราะ คนที่ป่วยเป็นมะเร็งนั้น เซลมะเร็งยังทำงานอยู่ มันจะเข้าทำลายระบบต่างๆของร่างกายอยู่ตลอดเวลา อย่าเปิดช่องว่างให้มันกำเริบขึ้นมาอีก สร้างภูมิคุ้มกัน ยันมันเอาไว้ อย่าให้มันเจริญเติบโตขึ้นมาสร้างปัญหากับเราอีก เพียงแต่ว่า หากร่างกายสมบูรณ์แล้ว ไม่จำเป็นต้องทานเห็ดเป็นยาจำนวนมากอีกต่อไป สามารถลดจำนวนแคปซูลลง และเวลาการทานเห็ดเป็นยา นอกจากจะลดจำนวนลงแล้ว ก็ให้ทานเฉพาะเช้ากับก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว


คำถามที่สี่ ถามว่า หล่อนควรทานเห็ดเป็นยาตลอดไปใช่ไหม
คำตอบจาก ดร.อานนท์ :
น่าจะเป็นเช่นนั้น เพื่อตัวเธอเอง เพื่อเธอจะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขและยืนนาน อยู่ร่วมกับเซลมะเร็งอย่างสมานฉันท์ตลอดไป

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ