สอบถามเรื่องเห็ดตับเต่า

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สอบถามเรื่องเห็ดตับเต่า

ตั้งหัวข้อ  tangthongkul on Tue Dec 03, 2013 8:58 pm

เรียน อ.อานนท์ และคุณไผ่
ผมนายรัชพล สมาชิก P112-1 ขอสอบถามปัญหาครับ

รูปที่ผมส่งให้อาจารย์ดูเป็นต้นโสนเพาะเมล็ดใหม่ครับ โดยโรยเชื้อเห็ดตับเต่าไว้ ทีนี้ผมลองถอนขึ้นมาดู
เห็นบริเวณรากมี ตุ่มกลมๆหลายตุ่ม จึงไม่แน่ใจว่าเป็นเชื้อเห็ดที่เจริญเข้าไปในรากแล้ว หรือว่าเป็นรากปกติของต้นโสนครับ



รูปนี้ล้างดินออกแช่ในน้ำครับ

ขอบคุณครับ

tangthongkul

จำนวนข้อความ : 8
Join date : 23/08/2013

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ปมที่รากของต้นโสนน่าจะเป็นปมของเชื้อไรโซเบี้ยมมากกว่า

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Dec 04, 2013 11:34 pm

เนื่องจากโสนเป็นพืชตระกูลถั่ว ที่สามารถตรึงธาตุไนโตรเจนจากอากาศเอามาเป็นปุ๋ยไนโตรเจนให้แก่พืชได้โดยผ่านขบวนการทำงานของเชื้อแบคทีเรียที่เรียว่า เชื้อไรโซเบี้ยม โดยเชื้อดังกล่าวจะอยู่รวมกันเป็นจุดที่มีเยื่อของรากหุ้มห่อเอาไว้ ขณะที่อยู่ระหว่างของขบวนการตรึงไนโตรเจนนั้น ปริมาณของเชื้อไรโซเบี้ยมจะเพิ่มขึ้น ธาตุอาหารที่สร้างขึ้นบริเวญนั้นก็จะมากเป็นพิเศษ จึงทำให้เนื้อเยื่อส่วนนั้นบวมขึ้นมาเป็นลักษณะตุ่มตามรากของพืชตระกูลถั่ว แต่หากเป็นเชื้อเห็ดตับเต่านั้น มันจะเกาะที่ปลายราก และทำให้ปลายรากฝอยที่มีเชื้อเห็ดเกาะอยู่มีขนาดใหญ่และยาวไปตามแนวเส้นของราก ไม่ได้เป็นปมแบบเชื้อไรโซเบี้ยม เท่าที่ดูจากรูป น่าจะมีเส้นใยของเห็ดตับเต่าเริ่มเข้าไปที่รากฝอยของโสนบางส่วนแล้วครับ หากมีเป็นจำนวนมาก ก็จะมีโอกาสเกิดดอกเห็ดตับเต่าได้ครับ หากมีน้อย เชื้อก็ยังจะอยู่ในดินระยะหนึ่ง เช่น อาจจะอยู่ข้ามถึงฤดูต่อไป หากมีต้นโสนใหม่เกิดขึ้นอีก เชื้อดังกล่าว ที่มันคุ้นเคยอยู่กับรากโสนแล้ว ก็อาจจะขยายตัวได้เร็วยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จาก แม้ว่า เราใส่เชื้อเห็ดตับเต่าเข้าไป ผลผลิตที่ได้ในปีแรกอาจจะมีน้อยหรือไม่มี แต่จะเริ่มมีให้เห็นในปีต่อไป จากนั้นจะสูงขึ้นเรื่อยๆอาจจะเป็นสิบหรือเป็นร้อยปีก็ได้ หากสถานที่นั้น ยังมีต้นไม้ที่เห็ดพวกนี้เจริญเข้าไปอยู่ร่วมกับรากมันได้
ต้องขอโทษอย่างแรงที่กระทู้คราวก่อนที่ถามว่า ทำไมเห็ดเป็นยาในไทย จึงขอ อย.ไม่ได้ เพราะมันไปลุ้นกับพวกเผด็จการและประชาธิปไตยอยู่ ซึ่งก็ยอมรับว่า บริวารว่านเครือของเผด็จการได้วางหมากอย่างดีในทุกซอกของสังคม โดยเฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัย ที่สภามหาวิทยาลัยทุกแห่ง ล้วนแล้วแต่ถูกซ่อนเงื่อนกันไว้หมดแล้ว ก็คงต้องปล่อยให้สังคมค่อยๆเข้าใจเรื่องของความเปลี่ยนแปลงของโลกเอาก็แล้วกัน ย้อนมาเรื่องของ อย. ก็เคยบอกแล้วว่า เราไม่มีทางที่จะเอาเห็ดไปจดเป็นยาได้ครับ อย่าว่าแต่ไทยเลยครับ เป็นอย่างนี้กับทุกประเทศทั่วโลก เพราะจริงๆแล้ว เห็ดมันไม่ใช่ยาเหมือน ยาที่ทางตะวันตกเขาอ้างกันว่า ยาจะต้อง เป็นสารเคมีเดี่ยวๆ ที่บริสุทธิ์และผ่านการทดลองกับคนมาแล้วว่าสารดังกล่าว มีโครงสร้างอย่างไร ไปทำอะไรให้แก่ร่างกาย ยิ่งมาหาคำตอบได้ชัดเพิ่มขึ้นเมื่อมีการสัมมนาเห็ดเป็นยา ของสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย ที่มีการเชิญศาสตราจารย์ทางด้านเคมีมาพูดเรื่อง เห็ดมีสารอะไรต่ออะไรที่มีคุณสมบัติทางยา และกล่าวยืนยันว่า หากจะขึ้นทะเบียน อย.ได้ จะต้องทำการสกัดเอาสารบริสุทธิ์ออกมาเท่านั้น ทำให้ผู้ฟังทั้งห้องอ้าปากกันไปหมดด้วยความสิ้นหวัง ขณะเดียวกัน เป็นช่วงที่ ดร.อานนท์ได้กล่าวในที่ประชุมว่า เพิ่งกลับมาจากการที่ได้รับเชิญให้ไปบรรยายเรื่อง เห็ดเป็นยาโลกครั้งที่ 7 ที่กรุงปักกิ่ง ของจีน โดยกล่าวว่า ในการสัมมนาที่ผ่านมาหลายครั้งแล้ว มีนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งๆจากทั่วโลก มุ่งสนใจที่จะเอาเห็ดที่มีคุณสมบัติทางยา นำมาสกัดเอาสารเดี่ยวออกมา เพื่อใช้รักษาโรคต่างๆของคน และขายกันราคาแพงมาก เพราะเห็ดจำนวนมากอาจจะเป็นร้อยกิโลกรัม สกัดได้สารเดี่ยวที่ต้องการเพียงไม่กี่กรัมเท่านั้น ญี่ปุ่นถือว่า เป็นประเทศชั้นนำในการสกัดเอาสารเดี่ยวจากเห็ดมาเป็นยา และญี่ปุ่นเอง ก็เจอปัญหาสารพัด ที่สารเดี่ยวจากเห็ดที่สกัดออกมา เอาไปใช้ไม่ได้ผล แถมยังมีผลข้างเคียงเช่นเดียวกับสารสังเคราะห์หรือสารเคมีที่นิยมยกย่องใช้ในวงการแพทย์แผนปัจจุบัน ทำให้การประชุมในระยะหลังๆ กลับไปสนใจภูมิความรู้เดิมๆของบรรพบุรุษ ที่นำเอาเห้ดเป็นยามาใช้ร่วมกับเห็ดชนิดอื่นหรือสมุนไพรชนิดอื่นๆ เพื่อทำเป็นสูตรที่มีการนำเอามาใช้กับคนอย่างได้ผลสืบเนื่องกันมาเป็นร้อยเป็นพันปี และเป็นสิ่งที่ ดร.อานนท์ นำเอาหลักการนี้และรวบรวมเอาเป็นสูตรที่ได้มาจากหลายแหล่งทั่วโลก แล้วเอามาทำการแนะนำ รักษาผู้ป่วยหลายโรค รวมทั้งโรคเรื้อรังที่อาจจะหมดหวังจากการรักษาจากแผนปัจจุบันแล้ว กลับได้ผลเห็นได้ชัดเจน จากผลงานดังกล่าวที่ ดร.อานนท์ นำเอาเห้ดเป็นยาไปใช้กับผู้คนอย่างได้ผลในหลายประเทศ ดังนั้น ทุกครั้งที่มีการประชุมเห็ดเป็นยาระดับนานาชาติ ดร.อานนท์ ก็มักจะได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรเสมอมา จากเหตุผลดังกล่าวจึงอยากจะเรียนว่า การที่จะเอาเห็ดเป็นยาไปสกัดเป็นสารเดี่ยวนั้น นอกจากจะเป็นกรรมวิธีที่ยุ่งยาก ใช้เครื่องมือราคาแพงแล้ว ผลที่ได้ที่แท้จริง ไม่สามารถที่จะนำไปใช้อย่างได้ผลในการรักษาโรค เพราะจริงๆแล้ว สิ่งที่ทำให้เห็ดมีคุณสมบัติเป็นยานั้น เป็นการทำงานร่วมกันอย่างลงตัวและสมดุลของสารหลักและสารรองหลายชนิด ที่ทำงานสนับสนุนกัน เช่นเดียวกับ การใช้สมุนไพรของไทยในอดีตนิยมใช้สมุนไพรที่เกิดจากส่วนต่างๆของพืชหรือสัตว์หลายส่วนหลายชนิดมาทำงานร่วมกัน จึงจะเกิดสรรพคุณต่อการรักษาโรคทั้งหลายได้ ดังนั้น หากจะนำเอาเห็ดไปขอ อย.จะขอเป็นยาที่มีสารเดี่ยวอย่างเดียวเป็นไปไม่ได้เลย แต่หากขอในรูปของสูตรเป็นยาแผนไทย มีความเป็นไปได้และทาง อย.ก็เคยอนุญาตแล้ว เช่น เห็ดหลินจือ ที่อยู่ในรูปของบดหรือน้ำสกัด เช่นเดียวกับสมุนไพรทั่วไปที่จดทะเบียนได้ ในวันที่ 14-15 ธันวาคม 2556 ที่จะถึงนี้ ทางสถาบันอานนท์ไบโอเทคก็จะเปิดอบรมเรื่องเห็ดเป็นยาเป็นรุ่นพิเศษขึ้น เหตุที่เรียกว่า รุ่นพิเศษ เพราะที่ผ่านมา เน้นหนักไปที่เห็ดถั่งเช่า เพราะเป็นกระแสแตกตื่นเรื่องเห็ดถั่งเช่า ประกอบกับมีการปั่นกระแสกันอีกว่าราคา กก.ละหลายแสนบาท บางแห่งก็อ้างว่า เป็นคนเพาะสำเร็จเป็นรายแรกบ้าง รายใหญ่บ้าง เลยมีคนสนใจที่จะขอเข้ารับการอบรมเรื่องเห้ดถั่งเช่ากันเยอะมาก และก็มีการเปิดอบรมกันหลายสำนัก ผลสุดท้าย ขณะนี้ มีผู้เพาะเห็ดถั่งเช่ากันหลายราย แต่ละรายก็ล้วนแต่ฝันหวานว่า สิ่งที่เราเพาะได้ จะต้องมีมูลค่าอย่างมหาศาล พอเอาเข้าจริงๆ ไม่มีใครที่จะขายได้ในราคาดังกล่าว หรือในปริมาณที่หวังเอาไว้ นอกจากนี้ หลายคนเอาไปใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รู้แต่เพียงว่า เอาไปตากแห้งแล้วก็บดหรือชงเป็นชาทาน หวังว่าจะทำให้เกิดพลังเป็นหนุ่มเป็นสาวภายในไม่กี่นาที แต่ก้ไม่เป็นไปดังที่โฆษณากันไว้ ทำให้กระแสเริ่มเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก จริงๆแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่ทิเบต หรือภูฎาน แม้ว่าจะเป็นแหล่งกำเนิดของเห็ดถั่งเช่า แต่เวลาจะเอามาทาน ก็มักจะทานร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นไปด้วยจึงจะได้ผล ดังนั้น ในวันที่ 14-15 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ จะเป็นการอบรมเห็ดที่เป็นยาหลายชนิด รวมทั้งเห็ดถั่งเช่าด้วย โดยไม่ได้เน้แค่เห็ดถั่งเช่าเท่านั้น เห็ดที่จะสอนได้แก่ เห็ดกระถินณรงค์ เห็ดหลินจือ เห็ดไมตาเก๊ะ เห็ดฮุนชิ เห็ดการบูร เห็ดแครง โดยจะเน้นตั้งแต่การทำเชื้อบริสุทธิ์ การผลิตเส้นใยในอาหารเหลว การผลิตเส้นใยในอาหารแข็ง การแปรรูป การผลิตเอ็นไซม์จากเห็ด การเข้าสูตรเห็ดสำหรับโรคสำคัญต่างๆ ผู้ผ่านการอบรมเห็ดเป็นยาเท่านั้น ที่จะมีสิทธิซื้อเชื้อเห็ดเป็นยาบริสุทธิ์จากสถาบัน ซึ่งได้รับแจ้งจากฝ่ายลงทะเบียนว่า จำนวนผู้เข้ารับอบรมที่รับได้นั้นเต็มแล้ว อย่างไรก็ตาม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 029083308 และ 0860830202

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ