การเปิดดอกเห็ดนางฟ้าภูฎานและเห็ดนางรมฮังการีในโรงอีแวป

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

การเปิดดอกเห็ดนางฟ้าภูฎานและเห็ดนางรมฮังการีในโรงอีแวป

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Apr 24, 2014 7:28 am

เรียนอาจารย์ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล

ขอแนะนำตัวค่ะ
ชื่อ-สกุล : จันทร์เพ็ญ เกตุราม (ผึ้ง)
เป็นสมาชิกรุ่นที่ : P114
เข้าอบรมเห็ดถุงวันที่ : 22 ก.พ. 57
เลขที่ : 11

ขอเรียกแทนตัวเองว่าผึ้งนะค่ะ คือ ผึ้งเริ่มสนใจเรื่องเห็ดก็เพราะว่าเพื่อนสนิทเพาะเห็ด พอคุยกันทีไรเพื่อนก็จะพูดแต่เรื่องเห็ด จึงทำให้เราเริ่มสนใจว่าเห็ดมันคืออะไร เลี้ยงดูยังไง จึงเค้าไปค้นหาข้อมูลใน google พอได้ข้อมูลเกี่ยวกับเห็ดมากพอก็ไม่รอช้าค่ะ ไปเอาก้อนเห็ดที่เชื้อเดินเต็มแล้วของเพื่อนมาลองเปิดดอกประมาณ 30 ก้อน โดยนำมาวางเรียงในตะกร้า และใช้ผ้ากางเกงยีนส์คลุมไว้เพื่อรักษาความชื้น รดน้ำเช้า-เย็น ผลลัพธ์คือ เห็ดออกดีมาก ในระยะเวลา 1 เดือน พอผึ้งเห็นว่าตัวเองสามารถเพาะเห็ดได้จึงปรึกษาเพื่อนเพื่อเปิดโรงเห็ดทันที โดยการสร้างโรงเห็ด(Evap) ขนาด 4*8 เมตร จุได้ประมาณ 5000 ก้อน และสั่งก้อนเห็ดนางรมฮังการี่ 2500 ก้อน เห็ดนางฟ้าภูฏาน 2500 ก้อนจากเพื่อนเช่นเดิม (เห็ดภูฏานนี้เป็นเชื้อของอาจารย์ค่ะ) โดยทยอยเข้าทีละ 1250 ก้อน พอดีกับทางอานนท์ไบโอเทคได้เปิดคอร์สการเพาะเห็ดถุงในวันที่ 22 ก.พ. 57 จึงทำการโทรไป Register ทันที อุ่นใจและจะได้มีครูที่เป็น guru เรื่องเห็ดกะเขาซักที เรียนวันที่ 22 เปิดก้อนวันที่ 23 มันช่างประจวบเหมาะอะไรเช่นนี้ พอได้ไปเรียนกับอาจารย์ก็ได้ความรู้มากมาย ไฟแรง ตั้งปนิธานว่าชั้นต้องทำได้แน่นอน ไม่มีคำว่าพลาด กลับมาปุ๊ปฉีดฟังแบคคิวทันทีก่อนเปิดดอกเพื่อป้องกันศัตรูเห็ดทั้งหลาย เปิดดอกเห็ดฮังการี่ 2 ชุดแรกไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เห็ดออกทุกวันประมาณวันละ 10 กิโลกรัม แต่พอเปิดเห็ดภูฏานชุดที่ 3,4 ได้เรื่องเลยค่ะ ก่อนเปิดดอกนั้นมีดอกที่ทะลุปากถุงออกมากว่า 10 ถุง จึงรีบทำการเปิดดอกทั้งหมด บางก้อนเชื้อก็เดินเต็นก้นถุง บางก้อนก็ยังไม่เต็มก้นถุง แต่ผึ้งก็เปิดหมดทุกก้อนทีเดียวเลยค่ะ 1-3 วันแรกเห็ดออกดอกดีค่ะ วันแรกได้ 2 โล, วันที่ 2 ได้ 4 โล, วันที่ 3 ได้ 10 โล, พอวันที่ 4 เหลือ 1 โล พอวันที่ 5 เงียบสนิทเลยค่ะ เห็ดไม่ออกดอกเลย เห็ดภูฏาน 2500 ก้อน ออกดอกทั้งหมด 17 โล มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ แต่ก็ยังใจเย็นเฝ้ารอว่าเดี๋ยวมันคงออก รอต่อมาอีก 4 วันเห็ดก็ยังไม่ออกดอก หรืออกน้อยมากวันนึงไม่ถึงครึ่งโล แต่สิ่งที่ออกมาแทนดอกคือ ราเขียวค่ะ มันค่อยๆทยอยเกิดราเขียววันละประมาณ 10-20 ก้อน ตอนนี้ก็ปาไปประมาณ 150 ก้อนแล้วค่ะ ผึ้งจึงตัดสินใจอดน้ำ ไม่รดน้ำเฉพาะภูฏาน 2500 ก้อนเป็นระยะเวลา 5 วัน และกลับมารดน้ำใหม่โดยกสรรดหลังก้อน และฉีดฝอยเข้าหน้าก้อน ปรากฏว่าเห็ดเริ่มทยอยออกดอกค่ะ แต่ก็ไม่ได้มากอะไรประมาณวันละ 5 โล เป็นระยะเวลาประมาณ 7 วัน และก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ และพอดีกับที่ฮังการี่ 2500 ก้อนกำลังจะหมดรอบ จึงตัดสินใจอดน้ำ ปิดระบบ evap เปิดผ้าพลาสติกข้างโรงทั้งหมด แต่ก็ยังมีเห็ดโผล่ออกมาบ้างจึงใช้วิธีการรดน้ำฝอยก้อนที่มีดอกเท่านั้นเพื่อไม่ให้ดอกเหี่ยว ผลปรากฏว่า ฮังการี่ลักษณะดอกปกติเหมือนตอนเปิดระบบ Evap ค่ะ ก้านยาวขึ้นนิดหน่อย แต่ภูฏานจากที่ดอกสีดำเปลี่ยนเป็นดอกสีขาวซีดค่ะ ไม่ทราบว่าเกิดจากปัจจัยอะไรที่ทำให้ดอกสีขาวซีด หลังจากอดน้ำ ปิดระบบ Evap 1 อาทิตย์ ฮังการี่เริ่มตั้งเค้าเตรียมออกดอกเป็นตุ่มขาวเล็กๆประมาณ 10-20% จึงเริ่มรดน้ำให้ความชื้น (รดหลังก้อน ฉีดฝอยหน้าก้อนด้วยอาหารเสริม108 และ รดพื้น หลังคา) แต่ยังไม่เปิดระบบ Evap ยังไม่ปิดพลาสติกข้างโรง เป็นระยะเวลา 2 วัน หลังจากนั้นก็เริ่มเปิดระบบ Evap ผลปรากฏว่าฮังการี่ดอกฝ่อหมดเลยค่ะ แทบไม่มีดอกออกมาเลย ถึงมีก็น้อยมาก ส่วนภูฏานนั้นออกดอกปกติ จึงมีคำถามเรียนถามอาจารย์ดังต่อไปนี้ค่ะ  (ก่อนอดน้ำ ปิดระบบ Evap เปิดดอกมาแล้วเป็นระยะเวลา 1 เดือน)

1. โรงเห็ดแบบ Evap เหมาะสมหรือไม่ในบ้านเรา (อยู่จังหวัดปทุมธานีค่ะ) ทำความชื้นได้ 75-85 อุณหภูมิ 25-29 องศา ช่วงเดือนมีนาคม เมษายน เนื่องจากที่ทดลองเปิดดอกมาจะ 2 เดือนนั้นพบว่าระบบ Evap ทำให้ได้ดอกเห็ดสวยเป็นที่ต้องการของตลาด ผลผลิตไม่ได้เยอะมากเป็นที่น่าพอใจ แต่ค่าน้ำ ค่าไฟ แพงมาก ตกค่าไฟเดือนละประมาณ 2500 บาท ค่าน้ำ 500 บาท กับเห็ด 5000 ก้อน คิดว่าไม่คุ้มกับการลงทุนค่ะ
2. ราเขียวที่เกิดขึ้นผึ้งคิดว่ามาจากการทำก้อนเนื่องจากไม่ได้หมักขี้เรื่อย จึงอยากถามอาจารย์ว่าเราจะป้องกัน หรือ ลดอัตราการเกิดได้หรือไม่ค่ะ
3. หลังจาก 1 เดือนผ่านไปเริ่มมีตัวไร เริ่มมากัดกินก้อนเห็ด ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร เนื่องจากผึ้งคิดว่าการดูแลความสะอาดในโรง และ หน้าก้อนเห็ด ดีพอ ไม่มีเศษเห็ดเน่าเสีย ฉีดฟังแบคคิวทุก 5 วัน และจะป้องกัน หรือกำจัดอย่างไรค่ะ
4. วิธีการรดน้ำปัจจุบันที่ผึ้งทำอยู่คือรถหลังก้อนเห็ด พื้น กำแพง ด้วยสายยาง และรดฝอยที่หน้าก้อนเห็ด และ บนหลังคา วันละ 3 ครั้ง เช้า-กลางวัน-เย็น และทุกเช้าตอนรดฝอยหน้าก้อนจะผสม 108 อัตราส่วน 10cc ต่อน้ำ 10 ลิตรเข้าไปด้วยทุกวัน  เป็นวิธีการที่ถูกต้องหรือไม่ค่ะ
5. ที่ผ่านมาพบว่าการเก็บดอกทุกวันจะได้จำนวนเห็ดมากกว่าการกักน้ำเป็นรอบๆ ไม่ทราบว่าถ้าเราไม่กักน้ำจะมีผลเสียอย่างไรบ้างค่ะ
6. ทำไมอดน้ำแล้วเห็ดฮังการี่ที่ออกมาใหม่ถึงฝ่อหมด ทั้งๆที่ชุดแรกใน 1 เดือนที่ผ่านมาให้ผลผลิตดี
7. น้ำสีน้ำตาลที่ซึมออกมาจากก้อนเห็ดฮังการี่คืออะไรค่ะ เพราะเท่าที่สังเกตุดูก้อนไหนมีน้ำสีน้ำตาลซึมออกมาจะทำให้หน้าก้อนเน่า
8. ถ้าจะเปิดโรงเห็ดเพิ่ม ผึ้งสามารถทำโรงเห็ดแบบธรรมดาคือทำเป็นโครงเหล็ก กว้างซัก 5.5*10 เมตร หลังคามุงด้วยพลาสติก PVC กันแสง UV และรอบข้างล้อมรอบด้วยสแลนดำ 85% ชายลอยจากพื้น 20 ซม. ข้างบนช่องจั่วปล่อยว่างไม่มุงอะไร และใช้เครื่องพ่นหมอกในการเพิ่มความชื้น จะสามารถทำเห็ดให้ได้ผลผลิตดีและดอกสวยแบบโรง Evap ได้หรือไม่ค่ะ การไหลเวียนของอากาศและการเก็บความชื้นจะโอเคไหม รบกวนอาจารย์แนะนำเพิ่มเติมด้วยค่ะ
9. การวางก้อนเห็ดแบบทรงเอ หรือแบบแขวนดีกว่ากันค่ะ

ขออภัยนะค่ะหากถามเยอะไป เพราะตอนนี้เริ่มเกิดความกังวลใจเพราะว่าโรงแรกที่เปิดมาผลผลิตดอกเห็ดที่ได้ในระยะเวลา 2 เดือน เพิ่งจะได้เท่ากับราคาก้อนเห็ดที่ซื้อมา ยังไม่คิดค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าคนงาน ถ้าคิดทั้งหมดแล้วคือขาดทุนค่ะ แต่ก็พอทราบจุดบกพร่องของตัวเองนะค่ะว่าขาดทุนเพราะอะไร คือ
1. ระบบ Evap มีค่าน้ำ ค่าไฟ ที่แพงกว่าโรงธรรมดามาก ถ้าไม่ใช้ระบบ Evap น่าจะประหยัดเงินได้เดือนละประมาณ 2000 บาท
2. โรงเห็ด 5000 ก้อนไม่ใหญ่พอที่จะจ้างคนงานวันละ 300 บาท จึงต้องการเพิ่มจำนวนก้อนให้มากขึ้นเพื่อให้รายได้พอเลี้ยงคนงาน ปัจจุบันผึ้งทำงานออฟฟิตค่ะ ไม่มีเวลาเก็บเห็ด และรดน้ำระหว่างวัน จึงตัดสินใจจ้างลูกน้อง

แต่ที่สงสัยคือรายได้ที่ได้รับมาก็ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทำไมถึงยังได้แค่ราคาก้อนเห็ดทั้งๆที่ตอนนี้ราคาเห็ดถือว่าสูงพอสมควร ผึ้งส่งพ่อค้าตลาดไทย ได้ฮังการี่โลละ 45 บาท ภูฏานโลละ 65 บาท หรือผึ้งทำอะไรผิดพลาดประการใด และตอนนี้กำลังวางแผนเปิดโรงที่ 2 แบบโรงธรรมดา เพื่อให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ผึ้งคิดถูกหรือผิด หรือควรทำโรงแรกให้ได้ดีซะก่อน ตอนนี้ผึ้งได้สั่งก้อนอาจารย์มา ฮังการี่ 1200 ก้อน ภูฏาน 3300 ก้อนเพื่อนเปลี่ยนกับก้อนโรงแรกที่กำลังจะหมดในอีก 1 เดือนข้างหน้าค่ะ

ขอแสดงความนับถือ
จันทร์เพ็ญ   เกตุราม

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตอบการเพาะเห็ดในโรงอีแวป

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Apr 24, 2014 7:30 am

ถือว่าชัดเจนมาก และเป็นตัวอย่างที่ดีที่มีการส่งทั้งรูปค่อนข้างละเอียด และคำบรรยาย รวมทั้งคำถาม ที่มีเนื้อหาสาระครอบคลุมทุกนัยยะ นี่ก็แสดงว่า ผลของการเข้ารับการอบรมเห็ด ทำให้สมาชิกเข้าใจถึงประเด็นสำคัญๆ ที่จะต้องดูแลและสังเกตเห็ดในทุกมุมมอง ส่วนใหญ่ ผู้ที่ถามปัญหาเรื่องเห็ดมา มักจะถามแบบลอยๆ ถามแบบกว้างๆ เช่นว่า ทำไมเพาะเห็ดนั้นเห็ดนี้แล้ว มันจึงออกดอกน้อย มันจึงเสีย มันจึงอะไรต่ออะไรสารพัด แต่ของคุณนั้น ถือว่า ตรงประเด็นดีครับ เอาล่ะครับ จากอรมภบทมานั้น ใช่ครับ เห็นด้วยครับว่า เห็ดน่าจะเป็นข้อเสนอที่ดี ที่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี ที่จะนำมาทำเป็นอาชีพ ทั้งอาชีพเสริม และอาชีพหลัก เพราะมันสามารถทำการเพาะได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องอาศัยแดด ไม่ต้องอาศัยฝน พูดง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งธรรมชาติหรือเทวดามากนัก นอกจากนี้ ยังใช้พื้นที่จำกัด แม้ว่า พื้นที่นั้นดินจะดีหรือไม่ดี ไม่เกี่ยวอะไรในการเพาะเห็ดเลย ยกตัวอย่างของคุณ ยังเพาะเห็ดใต้หลังคา หรือในโกดังได้เลย ดีเสียอีก เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องของแสงแดดที่จะเพิ่มอุณหภูมิ ทีนี้ มาเข้าประเกด็นเรื่องของคำถาม
โดยขอตอบตามลำดับดังนี้
1. ไม่มีความจำเป็นเลยครับ เพราะการเพาะเห็ดพวกนี้นั้น เห็ดมันต้องการหลากหลายปัจจัย ที่จะทำให้มันเกิดดอก ไม่เฉพาะเพียงแต่อากาศและความชื้นเท่านั้น ได้กล่าวแล้วในการอบรมว่า บางที พอพูดถึงเรื่องปัจจัยอะไร คนที่มีความรู้สูง รู้เฉพาะทาง มักจะคิดไปถึงเรื่องของไฮเทค เรื่องของเครื่องทุ่นแรง คิดถึงเรื่องของการควบคุมปัจจัยนั้นโดยอัตโนมัติ ทั้งที่บางครั้ง ปัจจัยบางอย่าง หากมากเกินไป หรือน้อยไป จะส่งผลกระทบต่อการเจริญหรือการเกิดของดอกเห็ดได้ การเพาะเห็ดทั่วๆไปนั้น หากคุณดูจากธรรมชาติ บรรยากาศที่เหมาะสมของแต่ละเห็ดอาจจะไม่เหมือนกัน เห็ดบางอย่าง อากาศธรรมดา ร้อนบ้างหนาวบ้าง มันก็ออกดอกได้ เช่น เห็ดนางรม ช่วงอากาศบางครั้งที่เดี๋ยวร้อนอบอ้าว แล้วมาเย็นบ้าง เห็ดก็จะออกดี เช่น เห็ดเห็ดภูฎาน เห็ดลม เป็นต้น ขอพูดนอกเรื่องไปอีกนิดว่า เมื่อไม่กี่ปีมานี้ กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ ต้องการที่จะผูกขาดการเพาะเลี้ยงไก่ โดยอาศัยวิกฤตการณ์ของโรคไข้หวัดนกมาเป็นข้ออ้าง สรุปแล้ว ห้ามเลี้ยงไก่ตามบ้าน ตามทุ่ง หรือในเล้าอย่างในอดีต ให้หันมาเพาะเลี้ยงในโรงอีแวปแทน เพราะเขาคุยว่า สามารถป้องกันและควบคุมโรคได้ ที่ไหนได้ ห้องอีแวป มันมีความชื้นสูง ไก่เป็นโรคปอดบวมตายมากมาย และเวลาโรคระบาด มันก็รุนแรง ตายยกเล้าเลย เพราะเราไม่สามารถเอาป้ายไปแขวนไว้หน้าทางเข้าของลม ที่ผ่านเครื่องทำความชื้น ที่เรยกว่าแผ่นอีแวปได้ว่า ห้ามโรคเข้า มันไม่มีวิธีไหนหรอก ที่จะไปห้ามเชื้อโรคในบรรยากาศเข้าไปได้ แต่การทำให้สิ่งมีชีวิต รวมทั้งเห็ด ให้มันสมบูรณ์ แข็งแรง หรือที่เรียกว่า มีภูมิต้านทานที่ดีเท่านั้น ที่มันสามารถต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้ เหมือนกับปัจจุบัน ทำไมคนจึงเป็นโรคกันเยอะ เป็นมะเร็งกันเยอะ ก็เพราะ พอมีเงินหน่อย หรือมีเงินมาก อยากจะสบาย ไม่ต้องให้ร่างกายไปสัมผัสกับอากาศร้อน ก็พยายามอยู่หรือนอนในห้องปรับอากาศ ที่ไม่มีอากาศบริสุทธิ์เข้าไปได้ หรือเข้าไปได้น้อย ผลสุดท้าย ก็สูดดมอากาศเสียจากทั้งของเราเอง และเพื่อนร่วมห้อง นานเข้า ร่างกายเกิดขาดอากาศบริสุทธิ์ มันก็เกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย นี่เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำไม คนเป็นโรคเยอะขึ้นทุกวัน ดังนั้น ในกรณีของเห็ด ยิ่งเป็นสถานที่เปิดของคุณ มีหลังคาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้อีแวป แต่ หากราคาเห็ดภูฎานมันดีขนาดนี้ ขายที่ตลาดไทได้ตั้ง 65 บาท คุณอาจจะเปิดอีแวปเป็นบางครั้งให้เห็ดนางฟ้าภูฎานได้ แต่เห็ดนางรม ไม่จำเป็นครับ เนื่องจาก เห็ดนางฟ้าภูฎาน เขาชอบการเปลี่ยนแปลงแบบกระชาก หมายความว่า บางครั้งให้มันพัก บางครั้งให้มันนอนหรืองดน้ำมันบ้าง ขณะเดียวกัน บางครั้ง กระชากให้อากาศ และความชื้นมันสูงหน่อย พอมันเจอสภาพเช่นนี้ มันจะรีบออกดอกครับ
2.ยากแล้วครับ เพราะก้อนที่มีวัสดุเพาะ ที่ยังมีก๊าซแอมโมเนีย หรือเกลือแอมโมเนียมอยู่ ราเขียวมันชอบ มันเข้าไปกิน และบ่มตัวอยู่ข้างในอยู่แล้ว ผู้ผลิตก้อนเชื้อส่วนใหญ่มักชะล่าใจ คิดว่า พอได้ขี้เลื่อยมาแล้ว จะเอาไว้อย่างไรก็ได้ เมื่อต้องการใช้ ก็เพียงแต่เอาอาหารเสริมใส่ แล้วใส่ถุง เอาไปนึ่ง หากวัสดุเพาะมันมีก๊าซแอมโมเนียอยู่ ต่อให้นึ่งนานเท่าไหร่ พอเขี่ยเชื้อเข้าไป แม้เชื้อเห็ดจะเจริญดูเหมือนว่าดี แต่พอเชื้อเห็ดมันเริ่มอ่อนแอลง เช่น เปิดดอกไปแล้วครั้งสองครั้ง ราเขียวเกิดขึ้น ก็เพราะสาเหตุดังกล่าวครับ อาจจะแก้ไขได้ตรงที่ว่า ส่วนไหนยังมีสีขาวอยู่ ก็เอามีดกรีด หรือเปิดให้มันออกดอกตรงนั้น เช่น ก้อนถุงยังขาวอยู่ ก็ปิดหน้ามันเสีย แล้วก็เปิดส่วนท้ายมันเอา
3.เห็ดเป็นเชื้อรา ซึ่งมีกลิ่นหอม ไร คือ สัตว์ตัวเล็กๆที่ชอบกินเส้นใย หรือน้ำเลี้ยงจากเส้นใยราหรือเห็ด ดังนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่อาจจะสังเกตเห็นตัวไร หรือแมลงหวี่บ้าง ซึ่งไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใช้ยาฆ่าแมลงทั่วๆไปเป็นเด็ดขาด เพราะแม้ว่า มันอาจจะทำลายไร หรือแมลงได้ แต่สารพิษพวกนี้ จะถูกดูดเข้าไปในตัวของดอกเห็ด จะเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคได้ ดังนั้น ควรใช้สารสกัดจากสมุนไพร หรือฟังแบคคิว ซึ่งเป็นกรด 7-8 ชนิด ที่ได้จากการกลั่นสมุนไพรและผลไม้หมัก ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อเห็ดและผู้บริโภค อย่าลืมว่า สารพวกนี้ ไม่ใช่ยาฆ่าแมลง เพียงแต่ว่า มันจะไปทำให้ขบวนการของไข่แมลง หรือหนอน หรือไข่ไรฝ่อไป มันจึงเป็นตัวควบคุมไม่ให้ปริมาณของแมลงมีมากเกินไปเท่านั้น ควรจะใช้สลับกันไประหว่างสารไล่แมลง ฟังแบคคิว และการรักษาความสะอาด
4.ดีแล้วครับ
5. หากเป็นเห็ดนางรม ไม่จำเป็นต้องไปทำให้มันอดน้ำอะไรหรอก รดน้ำได้ทุกวัน แต่หากเป็นเห็ดนางฟ้าภูฎาน ช่วงที่มันออกดอกดีอยู่ ก็รดต่อไปได้ เมื่อไหร่ เห็นว่า มันออกน้อยลง อาจจะงดการให้น้ำ หรือลดปริมาณน้ำที่รดลง ทำความสะอาดหน้าก้อน คัดเอาก้อนเสียออก แล้วค่อยเพิ่มความชื้นขึ้นอีก แต่จากการดูรูป คุณเปิดดอกแบบให้มันออกที่จุก แน่นอนครับ เห็ดชุดแรกๆจะออกเยอะ แต่ชุดหลังๆอาจจะมีปัญหาการเกิดดอก เพราะการเกิดดอกแต่ละชุด เส้นใยส่วนไหนที่มีส่งอาหารไปให้ดอกแล้ว มันจะสูญเสียพลังงานมาก(เหมือนคนออกลูก) ส่วนนี้ มันจะต้องพัก หรือตายไป กว่า เส้นใยที่อยู่ลึกลงไปตั้งตัวใหม่ได้อีก อาจจะใช้เวลา ดังนั้น หากเป็นไปได้ การเปิดดอก ควรเปิดปากให้กว้างขึ้น จะเริ่มตั้งแต่ชุดแรกเลย หรือมาขยายเอาตอนชุดที่2-3 ขึ้นไปก็ได้
6. น่าจะเกิดจากวิธีการเปิดดอก ดังได้อธิบายแล้วในข้อ 5. ดังนั้น จะเห็นว่า ดอกเห็ดชุดหลังมักจะไม่สมบูรณ์ เพราะบางส่วนที่อยู่ด้านหน้า เขาอาจจะต้องตายหรือเน่าไป จะส่งผลให้ดอกเห็ดรุ่นหลังๆฝ่อไปได้
7. เป็นการที่เนื้อเยื่อบางส่วน ที่เห็ดมันเคยส่งอาหารไปป้อนให้แก่การเกิดดอกชุดแรกๆ(หากเป็นสัตว์ ก็คือ รกหรือสายสะดือนั่นเอง) เวลามันตาย หรือมันเน่า ก็จะพลอยส่งผลทำให้ดอกเห็ดเน่า น้ำที่เย้ม ออกมาเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ เป็นลักษณะของน้ำจากเนื้อเยื่อที่เสีย ที่ถูกแบคทีเรียทำลาย
8. น่าจะดีกว่าครับ เพราะโกดังหรืออาคารขนาดใหญ่ช่วยคุณได้เยอะแล้ว ปัญหามันอยู่ที่ว่า การเพาะในโรงเช่นนี้ จะมีปัญหาเรื่อง ของการอับอากาศ เพราะลมจะไม่เข้า อากาศบริสุทธิ์อาจจะไม่พอ ดอกเห็ดจะก้านยาว หมวกดอกจะเล็ก ก็ไม่เป็นไร เพิ่มพัดลมหมุนเวียนให้มันบ้าง สังเกตตรงดอกเห็ดเอา หากดอกเห็ดทำท่าก้านยาว ก็ให้อากาศหมุนเวียนบ้าง ขณะที่ทำการเปิดพัดลมนั้น ต้องระวังเรื่องความชื้น ดังนั้น ทางที่ดี ตรงไหนที่พัดลมไปถึง ให้เอาผ้าชุบน้ำขึงไว้ให้มันปะทะ หรือที่ดีที่สุด เอาแผ่นอีแวปของคุณนั้่นแหละ เป่าเอาอากาศชื้นออกมาใส่โรงเห็ด พูดง่ายๆก็คือ เอาโรงอีแวปของคุณนั่นเอง เป่าเอาอากาศและความชื้นออกมาให้เห็ด หรือพูดให้เข้าใจเข้าไปอีก หมายความว่า ให้คุณเปิดดอกเห็ด ด้านหน้าของพัดลมอีแวปของคุณ พูดให้เป็นเรื่องเป็นราวก็คือ คุณไม่ต้องไปใช้โรงอีกแวป แล้วย่อส่วนลงเสีย ส่วนที่เป็นแผงความชื้นยังอยู่ ร่นพัดลมไปให้ใกล้กับแผงเสีย ทีนี้แหละ คุณก็จะมีทั้งพักลม และเครื่องพ่นไอน้ำ พ่นไปทั่วทั้งอาคารได้เลย โดยจะพ่นก็ในช่วงที่ลมสงบ อากาศไม่เคลื่อนไหวเลย ดังนั้น อาคารนี้ คุณสามารถเปิดดอกเห็ดได้อีกมากมาย ซึ่งคุณได้ลงทุนระบบอีแวปที่ดีและมีราคาแพงไปแล้ว ใช้ให้คุ้มครับ แต่อย่างพร่ำเพรื่อ
9.ได้ทั้งนั้น หากเป็นแบบแขวน ต้องทำคานที่แข็งแรง และพอเห็ดออกไปนานๆ ก้อนยุบตัว จะทำให้ก้อนหลุดง่าย แต่พื้นโรงเรือนจะสะอาด เพราะก้อนไม่สัมผัสพื้น ส่วนการเปิดแบบตัวเอ สะดวก ง่าย ต้นทุนถูกกว่า เก็บบดอกได้ง่ายกว่า แต่เมื่อเปิดซ้ำ เปิดไปนานๆ อาจจะเจอปํยหา เชื้อโรคเกิดขึ้นจากพื้นได้ ต้องคอยรักษาความสะอาดให้ดี ทุกๆ 10-15 วัน หากพื้นเป็นคอนกรีต ให้ใช้น้ำยาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หรือน้ำยาคลอรีนราดฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ
10. ถ้าจะให้ดีทำก้อนเองครับ ลดทั้งค่าใช้จ่ายค่าก้อน และแก้ปัญหาราเขียวได้ เริ่มต้น อาจจะเริ่มจากใช้วัสดุเพาะเห็ดสำเร็จรูปก่อน จ้างคนดูแลดอกเห็ด รดน้ำ ให้เอาเวลาเหลือทำก้อนเอง ได้วันละ 40-50 ก้อนก็ยังดี ทำให้คุ้มกับการจ้างคน เมื่อทำได้ครบ 70-80 ถุงก็เอามานึ่ง แล้วเขี่ยเชื้อใส่เข้าไป ก็เท่านั้นเอง หม้อนึ่งก็เอาง่ายๆ ใช้ถัง 200 ลิตรไปก่อน พอธุรกิจมากขึ้น ก็ค่อยเปลี่ยนเป็นหม้อนึ่งที่เหมาะสมต่อไป


Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ