คำถามสุดฮิต ที่ตอบไม่ทัน คือ การเพาะเห็ดตับเต่า และเห็ดตับเต่าเป็นไมโคไรซ่า

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

คำถามสุดฮิต ที่ตอบไม่ทัน คือ การเพาะเห็ดตับเต่า และเห็ดตับเต่าเป็นไมโคไรซ่า

ตั้งหัวข้อ  Anonmushroom on Sat Jul 24, 2010 11:33 pm

หมู่นี้ได้รับเชิญจากประเทศจีนให้ไปดูงานและประชุมเกี่ยวกับเห็ดหลายอย่าง และหลายครั้งเกี่ยวกับเห็ดเป็นยา และก็มีหลายครั้งเกี่ยวกับเห็ดเสณษฐกิจ โดยเฉพาะเห็ดที่หายาก มีราคาแพง เช่น เห็ดตับเต่าสีทอง(Boletus edulis) ที่มีการเพาะแบบกึ่งธรรมชาติขึ้นหลายมณฑล แต่ที่มากที่สุดคือ มณฑลยูนาน ที่เมืองตาลี่ และคุนหมิง เช่นเดียวกับกับที่บ้านเราระหว่างวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา ที่ อบตสามเรือน จังหวัดอยุธยา ได้จัดงานวันตับเต่าขึ้น ผมจึงได้รับคำถามากมายว่า ทำไมทางศูนย์ไม่เคยพูดถึงเรื่องเห็ดตับเต่าเลย วันนี้จึงขอคุยเรื่องนี้ เป็นการเกริ่นนำพอสังเขป ย้อนไปถึงอดีตเมื่อ ปี 2518 อาจารย์พันธุ์ทวี ภักดีดินแดน ขณะที่ท่านเป็นหัวหน้าสาขาจุลชีววิทยา กองวิจัยโรคพืช กรมวิชาการเกษตร ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบงานวิจัยเห็ดของไทย ซึ่งเป็นเวลาที่ผมกำลังจบการศ฿กษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พอดี โดยท่านอยากให้ผมเข้าทำงานที่สาขาของท่าน แต่ผมไม่ได้เรียนจบตรงสาขาที่จะเข้าทำงานในหน่วยงานนี้ได้ ท่านจึงพาผมไปที่บ้านของคุณหลงอินทรีย์ จันทรสถิตย์ ขณะนั้นท่านน่าจะอายุ 80 กว่าปี แล้ว ท่านเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเป็นรัฐมนตรีเกษตร สาเหตุที่พาไปพบท่านก็เพราะ อ.พันธุ์ทวี อยากจะให้ท่านช่วยจัดตำแหน่งพิเศษให้แก่ผม พอคุยไปคุยมา คุยกันถึงเรื่องเห็ด ท่านกลับสนใจ และอยากให้ผมไปทำเห็ดในที่ของท่านที่ซอยเรวดี นนทบุรี เพราะท่านมีที่ตรงนั้นประมาณ 5 ไร่ ท่านพาผมไปดูที่ แล้วท่านบอกว่า ในเดือนพฤษภาคม ถึงสิงหาคมทุกปี ท่านจะต้องมาที่ตรงนี้ เพราะท่านปลูกต้นทองหลาง และแคกินดอกไว้เยอะ และถูกปีช่วงเวลาดังกล่าว จะมีเห็ดตับเต่าเกิดขึ้น ซึ่งท่านชอบมาก และกำชับให้ผมหาทางเพาะให้ได้ ผมก็รับปากว่า ผมจะพยายาม ขณะที่ท่านรับปากที่จะช่วยจัดสรรตำแหน่งพิเศษให้ผม ปรากฎว่าอีกไม่นาน ทาง กพ.ก็ได้อนุมัติตำแหน่งพิเศษให้ผมเป็น นักวิชาการโรคพืช ตำแหน่งพิเศษ หมายความว่า หากผมลาออก หรือตายไปก่อนเกษียน ก็จะต้องยุบตำแหน่งนี้เสีย ผมเลยได้เข้าทำงานเรื่องเห็ดโดยตำแหน่งนี้ ที่ไม่ต้องมีการสอบ แต่พอมาถึงเรื่อง เห็ดตับเต่า ทดลองอย่างไร ก็ไม่สามารถเพาะให้ออกดอกได้ เหมือนเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า หรือ เห็ดฟาง จากนั้น ในปี 2525 ผมก็เดินทางไปดูงานและฝึกอบรมเกี่ยวการเพาะเห็ดตับเตาที่อังกฤษ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ อิตาลีและเยอรมัน โดยประเทศต่างๆเหล่านี้ ทำการเพาะเห็ดตับเต่าภูเขาสีทอง(Boletus edulis) ด้วยการเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดบริสุทะในอาหารวุ้นทั่วไป แล้วนำเส้นใยเห็ดไปเพาะเลี้ยงในเมล็ดธัญพืชผสมปุ๋ยหมัก แล้วจึงนำไปใส่บริเวณโคนต้นของกล้าไม้โอ๊ค และไม้สน เพราะต้นพวกนี้ มักจะมีเห็ดตับเต่าธรรมชาติเกิดขึ้น หลังจากใส่เชื้อเห็ดไปแล้ว อีก 1-2 ปีต่อมาให้สังเกตดูต้นกล้าไม้ หากต้นไหนมีการเจริญเติบโตที่ค่อนข้างเร็ว แสดงว่าต้นนั้น จะมีเชื้อเห็ดตับเต่าเข้าไปเกาะอยู่บริเวณปลายยอดของรากพืชที่เกิดใหม่ โดยเชื้อเห็ดจะช่วยดูดซึมธาตุอาหารต่างๆในดิน ให้พืชนำเอาไปใช้ได้ง่ายขึ้น และยังสร้างฮอร์โมน ช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าทำลายรากต้นไม้ ขณะเดียวกัน มันก็อาศัยแหล่งพลังงานและสารอาหารบางอย่างจากต้นไม้ เป็นการอาศัยอยู่ด้วยกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน(Symbiosis) และการที่เห็ดตับเต่าเจริญเติบได้อย่างรวดเร็ว และมีการสร้างดอกเห็ดขึ้นอย่างสมบูรณ์ได้ ก็ต้องอาศัยอาหารจากพืชสดๆเฉพาะพืชชนิดนั้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ เห็ดอะไรก็ช่าง ที่อาศัยธาตุอาหารจากพืชสดๆและอยู่อาสัยกับพืชสดแบบพึ่งพาอาศัยกันนั้น เรียกเห็ดหรือจุลินทรีย์ชนิดนั้นว่า ไมโคไรซ่า(Mycorhiza) ซึ่งเชื้อไมโคไรซ่า ยังแบ่งได้อีก เป็น 2 ชนิด คือ ไมโคไรซ่าที่อาศัยอยู่บริเวณรอบนอกของรากต้นไม้(Ectomycorhiza) อีกประเภทหนึ่ง มันจะเข้าไปแฝงอยู่ภายในเซลของรากพืช(Endomycorhiza) เชื้อของเห็ดตับเต่า หรือ เห็ดอื่นๆ เช่น เห็ดเผาะ เห็ดมันปู เห็ดระโงก เห็ดไคล ล้วนแล้วแต่เป็นพวก เอ๊กโตไมโคไรซ่าทั้งสิ้น หลังจากเชื้อเห็ดตับเต่าเจริญเข้าไปบริเวณรากของต้นโอ๊กแล้ว เมื่อต้นไม้โตขึ้น ปริมาณเส้นใยมีมาก และมีอาหารเห็ดมาก เมื่อใดที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มันก็จะมารวมกันเกิดดอก นี่คือ กรรมวิธีการเพาะเห็ดตับเต่า ที่เขาเพาะกันด้วยวิธี้นี้ทั่วโลก บ้านเราก็เช่นเดียวกัน เรามีเห็ดตับเต่าที่คนไทยรู้จักอยู่ไม่น้อย บางชนิดก็ทานได้ บางชนิดก็เป็นพิษ โดยเฉพาะเห็ดตับเต่าที่มีสีแดง และเมื่อแกะเนื้อออกสัมผัสอากาศ แล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือดำ ส่วนใหญ่จะมีพิษ แต่ก็มีเห็ดตับเต่าอีกหลายสายพันธุ์ที่ทานได้ เช่น เห็ดตับเต่าสีดำ ที่ทางอิสานเรียก เห็ดผึ้ง เห็ดผึ้งทาม ทางเหนือเรียก เห็ดห้า เพราะส่วนใหญ่ มักเกิดใต้ต้นหว้า ซึ่งต้นหว้า คนทางเหนือ เรียก ต้นห้ เห็ดตับเต่า ที่มักเกิดที่ต้นห้า จึงเรียกว่า เห็ดห้า ซึ่งเห็ดตับเต่าชนิดนี้ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phaeogyrosporus portentosus(Berk ET Broome) ส่วนเห็ดตับเต่าที่เกิดในภาคกลาง แม้ว่าสีของหมวกดอกจะคล้ายกับเห็ดห้า หรือเห็ดผึ้ง แต่ลักษณะสปอร์จะมีผิวเรียบ เนื้อภายในของดอก เมื่อสัมผัสกับอากาศ จะไม่คล้ำมากเหมือนเห็ดห้า เห็ดตับเต่าในภาคกลาง ที่มักขึ้นตามใต้ต้นทองหลาง ต้นแค ต้นขนุน ต้นมะม่วง ต้นโสน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Boletus colossus Heim วิธีการเพาะเห็ดตับเต่าไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใดที่ได้ผลนั้น คือ จะต้องนำเอาเชื้อเห็ด หรือน้ำสปอร์ของเห็ดตับเต่าไปเพาะเลี้ยงร่วมอยู่กับรากไม้ที่มันสามารถอาศัยอยู่ด้วยกันได้ มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อย ที่ทำการเพาะเห็ดตับเต่ากันเป็นล่ำเป็นสัน ยกตัวอย่างเช่น คุณลำไพ ชัยสิทธิ์โยธิน บ้านเลขที่ 33 หมู่ 12 ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ก็ทำการเพาะเห็ดตับเต่า โดยได้รับความรู้จากบิดาที่มาจากจีน ทำการเพาะเห็ดตับเต่าใต้ต้นมะกอกน้ำ จนเป็นข่าวฮือฮาในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับเมื่อหลายปีมาแล้ว นอกจากนี้ ยังมีโครงการสวนป่า เช่น สวนป่ายูคาลิปตัส ก็จะทำการเพาะเห็ดตับเต่า หรือเห็ดเผาะร่วมไปกับการปลูกไม้เศรษฐกิจ และเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีนักวิชาการ ชำนาญพิเศษ กรมวิชาการเกษตร ชื่อ คุณนันทินี ศรีอุมปา ได้ออกอากาศทางทีวีสีช่อง 7 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา ถึงผลสำเร็จในการเพาะเห็ดตับเต่าใต้ต้นหว้า มะกอกน้ำ มะม่วง และขนุน โดยไม้ต่างๆดังกล่าว หลังจากที่ใส่เชื้อเห็ดตับเต่าเข้าไปแล้ว จะเริ่มมีเห็ดตับเต่าเกิดขึ้นอีก 3 ปี ต่อมา แต่เมื่อมีเห็ดตับเต่าเกิดขึ้นแล้ว มันก็จะออกดอกมาให้เก็บอีกทุกปีระหว่างเดือนเมษายน ถึงกันยายนทุกๆปี จากการที่มันต้องใช้เวลานานหลายปีนี่แหละ ที่คนส่วนใหญ่ไม่มีน้ำอดน้ำทนพอที่จะเสียเวลาไปรอนานปานนั้น และที่ใดที่มีการใช้สารเคมี เห็ดตับเต่าก็จะไม่เกิดขึ้นเลย จึงทำให้การเพาะเห็ดตับเต่าไม่แพร่หลาย แม้ว่าความต้องการตลาดทั้งในและต่างประเทศมีค่อนข้างสูง ราคาก็สูงเกินกว่า 100 บาทขึ้นไป ทางเหนือและอิสานราคา กก.ละเกิน 200 บาท แต่สิ่งที่ผมยอมยกนิ้วให้ และไม่เคยคิดว่า สิ่งนี้จะเป็นไปได้ ก็คือ เมื่อได้มีโอกาสไปดูการเพาะเห็ดที่ ต.สามเรือน อยุธยา เป็นเรื่องที่คิดไม่ถึงจริงๆ ที่เกษตรกรย่านนี้เพาะเห็ดตับเต่ากันมาหลายสิบปีแล้ว โดยเพาะในต้นไม้ที่ไม่เหมือนที่ไหนเลย เพราะที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เพาะในไม้ยืนต้น ที่กว่าเห็ดจะออกดอกได้ ต้นไม้ก็ต้องมีอายุหลายปีขึ้นไป แต่ที่บ้านสามเรือนนี้ เขาเพาะใต้ต้นโสนที่ใช้เวลาปลูกแค่ 2-3 เดือนเท่านั้น แล้วผลผลิตที่ได้ บางรายเนื้อที่เพียง 1 ไร่ บางวันเก็บเห็ดตับเต่าสดๆขนาดตูมได้มากกว่า 100 กก. ราคาที่หน้าสวนไม่ต่ำกว่า 60 บาท ราคาส่งที่ตลาดไท 100 บาท และสามารถเก็บผลผลิตได้นานกว่า 4 เดือน ของทุกปี นี่ไม่ใช่เป็นเรื่องของการเพาะแบบฟลุค หรืออาศัยผีสางเทวดา แต่เกิดจากความช่างสังเกตของเกษตรกรโดยแท้ ที่เป็นข่าวตามหน้าสื่อต่างๆ ก็เพราะทางราชการเป็นผูฉวยโอกาสเข้าไปทำข่าวเป็นผลงานเท่านั้น ที่เอามาพูดเสียยืดยาวในวันนี้ ก็เพราะอยากประกาศให้สมาชิกว่า จากนี้ไป ทางศูนย์จะเริ่มทำการเผยแพร่เทคนิคและวิธีการเพาะเห็ดตับเต่า รวมทั้งทำการผลิตเชื้อเห็ดตับเต่าที่ผ่านการคัดเลือกสายพันธุ์เป็นอย่างดี เพื่อจะสนับสนุนให้สมาชิกได้มีอาชีพที่ดีและมั่นคงอีกอาชีพหนึ่ง โดยจะแจ้งให้ทราบถึง วิธีการเผยแพร่ทางเวปแห่งนี้เร็วๆนี้

Anonmushroom

จำนวนข้อความ : 352
Join date : 05/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ถามเอง ตอบเอง

ตั้งหัวข้อ  Anonmushroom on Sun Jul 25, 2010 9:39 am

เพียงแต่อยากยืนยัยว่า จากนี้ไป จะมีเรื่องของเห็ดตับเต่า และเห็ดที่เป็นเอ๊กโตไมโคไรซ่ามาเล่าให้ฟัง หากมีสมาชิกท่านใดที่เคยเห็นเห็ดตับเต่าเกิดขึ้น ณ ที่ใด กับต้นไม้ชนิดใด ช่วยเล่าให้ฟังด้วย หรือ หากไม่ไกลจากตลาดไท และไม่เป็นภาระมากนัก ช่วยติดเอาตัวอย่างของดอกเห็ดตับเต่าสดมาให้ดูด้วย จักขอบคุณมาก เพื่อจะได้เอามาเก็บรวบรวมสายพันธุ์

Anonmushroom

จำนวนข้อความ : 352
Join date : 05/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสที่ใกล้ตัวเรา
» สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนนักศึกษาทุกท่านที่มีหนังสือค้างส่ง นำหนังสือ คืน โดย ไม่เสียค่าปรับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ
» ประวัติและความเป็นมาของคณะมนุษยศาสตร์
» อยากทราบอีเมล เฟสบุ้ค ช่องทางการติดต่อ ของเืพื่อนๆสื่อสาร มนุษศสาตร์หน่อยค้าบ มาเป็นเื่พื่อนกันนะครับ

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ