คำถามเห็ดเป็นยาจากคุณศรัญญา เพื่อใช้รักษาคุณแม่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

คำถามเห็ดเป็นยาจากคุณศรัญญา เพื่อใช้รักษาคุณแม่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

ตั้งหัวข้อ  anonmush on Sun Aug 01, 2010 9:03 pm



--- On Sat, 7/31/10, saranya charoenmaneesawat <lin1310@hotmail.com> wrote:

From: saranya charoenmaneesawat <lin1310@hotmail.com>
Subject: สอบถามการกินเห็ดเป็นยาค่ะ
To: tbcbiotec@yahoo.com
Date: Saturday, July 31, 2010, 3:53 AM
เรียน อาจารย์อานนท์

ดิฉันขอรบกวนสอบถามอาจารย์เกี่ยวกับการทานเห็ดเป็นยาค่ะ เนื่องจากตอนนี้คุณแม่มีการตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลือง
บริเวณลำคอ ซึ่งได้รับการผ่าตัดไปแล้วเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งดิฉันก็ได้ให้คุณแม่ทานเห็ดเป็นยามาตลอด แล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
คุณหมอได้ให้คุณแม่กลืนรังสีไอโอดีนเพื่อทำการรักษาส่วนที่เหลืออยู่ ดิฉันจึงขอสอบถามอาจารย์ว่า ในช่วงนี้คุณแม่ยังคงสามารถ
ทานเห็ดเป็นยาได้ต่อหรือไม่ การทานเห็ดเป็นยาจะมีผลกระทบกับการรักษาโดยรังสีไอโอดีนหรือไม่ และถ้าทานได้ ปริมาณการทาน
ควรทานอย่างไร นอกจากนี้ดิฉันเคยซื้อเอนไซม์ชนิดซองที่ต้องบรรจุแคปซูลเองมาทาน ไม่ทราบว่าเอนไซม์ตัวนี้คุณแม่สามารถทาน
ได้หรือไม่ และถ้าทานได้ควรได้ทานอย่างไรคะ

ขอบคุณค่ะ
ศรัญญา เจริญมณีสวัสดิ์

anonmush
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

ตอบคุณศรัญญา เรื่องใช้เห็ดเป็นยารักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองของคุณแม่

ตั้งหัวข้อ  anonmush on Sun Aug 01, 2010 9:05 pm

ไม่เป็นไรครับ สามารถทานเห็ดเป็นยาไปด้วยกันได้ โดยจะไม่มีผลต่อยา เพราะเห็ดเป็นยานั้น ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยเห็ดที่มีลักษณะเหมือนเห็ดฟางแทบทุกประการ เพียงแต่เห็ดเป็นยา เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้ระบบภูมิต้านทานดีขึ้น ช่วยส่งเสริมในการสร้างเม็ดเลือดขาว และเกร็ดเม็ดเลือดให้ดีขึ้น ป้องกันการอักเสบ ดังนั้น หากทานอาหารได้ ก็ควรเป็นอย่างยิ่งที่น่าจะทานเห็ดเป็นยาเข้าไปด้วย หรือเอาเป็นว่า พูดให้เข้าใจง่ายๆว่า คือ เห็ดแห้งบดชนิดหนึ่งเท่านั้น มันไม่ใช่ยา เห็ดที่ใช้คำว่าเห็ดเป็นยา ก็เนื่องจากเห็ดที่เอามาใช้ทำนั้น ยังมีต้นทุนในการผลิตสูงอยู่ จึงผลิตขึ้นมาเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยเท่านั้น แต่ต่อไปไม่แน่ อาจจะกลายเป็นเห็ดในตลาดทั่วไปก็ได้ เช่นเดียวกันกับเอ็นไซม์ครับ ซึ่งมันเป็นจมูกรำข้าวสาลี แป้งข้าวสาลีและนม ที่เพาะเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เข้าไป เช่นเดียวกับนมเปรี้ยวทั่วๆไป เพียงแต่จุลินทรีย์ที่ทานได้ดังกล่าว มันมีความสามารถในการสร้างเอ็นไซม์หลายแสนเท่าที่มนุษย์สร้างขึ้นได้ ในเวลาไม่กี่นาที ผู้ป่วยส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะป่วยด้วยโรคอันใด (ยกเว้น โรคทรัพย์จาง) ส่วนใหญ่เอ็นไซม์ในร่างกายจะขาดสมดุลย์และไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบย่อยอาหารและขับถ่าย มันเพียงแต่สิ่งคุณซื้อไปนั้น มันมีเอ็นไซม์ไม่มากพอ เพราะเราเพาะเลี้ยงระยะเวลาสั้นมาก วัตถุประสงค์ของเราที่ผลิตสินค้าประเภทดังกล่าว เพื่อต้องการเอาตัวจุลินทรีย์ไปผลิตเอ็นไซม์ หรือใช้ในขบวนการหมักอย่างอื่นเพิ่มเติม แต่ก็ไม่ผิดอะไรที่จะไปใส่แคปซูลทาน เพราะถูกกว่า เอ็นไซม์ที่ผลิตขึ้นเพื่อบริโภคจริง เช่นเดียวกัน ในกรณีที่คุณแม่คุณยังทานอาหารได้ ควรทานเอ็นไซม์ควบคู่ไปด้วย ทั้งสองอย่างควรทานก่อนอาหารประมาณ ครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อยจะดีกว่า ปริมาณการทาน หากเป็นเห็ดเป็นยา ควรทาน 3-5 เม็ดต่อมื้อ และเอ็นไซม์ 1-2 แคปซูลต่อมื้อ หากอาการดีขึ้นแล้ว สามารถลดปริมาณและจำนวนมื้อลงได้

anonmush
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสที่ใกล้ตัวเรา
» อยากเรียนควบมนุษย์อิ้งครับต้องทำอย่างไรช่วยแนะนำหน่อย
» === ปีการศึกษา 2555 บัตรประจำตัวนักศึกษารามคำแหง เปลี่ยนธนาคารผู้ออกบัตรเป็น “ธนาคารไทยพาณิชย์” ===
» สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนนักศึกษาทุกท่านที่มีหนังสือค้างส่ง นำหนังสือ คืน โดย ไม่เสียค่าปรับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ