คำถามเรื่องเห็ดฟาง‏

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

คำถามเรื่องเห็ดฟาง‏

ตั้งหัวข้อ  สมาชิกทั่วไป on Mon Jul 05, 2010 12:17 am

สวัสดีค่ะอ.อานนท์

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครั้งที่แล้วเรื่องส่าเหล้า แล้วมีคำถามเพิ่มดังนี้

1. การอบไอน้ำช่วงสุดท้ายใช้อุณหภูมิถึง 80 องศาจะมีผลดีหรือเสียอย่างไรคะ
2. วัสดุเพาะหลักที่ได้ศึกษาจากตำราของอาจารย์ไม่ได้กล่าวถึงชานอ้อย ไม่ทราบว่าหากนำว่าใช้จะด้อยกว่าวัสดุเพาะที่อาจารย์กล่าวถึง หรือไม่ อย่างไร(จากการสังเกตกากชานอ้อยที่โรงงานนำไปทิ้ง จะมีเห็ดฟางขึ้นจำนวนมาก)
3. การปฏิบัติหลังจากตัดเส้นใยแล้ว ย้ายไปเลี้ยงดอกในโรงเปิดดอก ควรปฏิบัติอย่างไรคะ เช่น การควบคุมอากาศ แสง ความชื้น การถ่ายเทและระบายอากาศจนกระทั่งหมดรุ่น
4. การระบายอากาศระหว่างชั้น จะมีคาร์บอนอยู่เยอะระหว่างชั้น มีวิธีการระบายอย่างไร เนื่องจากได้ใช้วิธีการเปิดประตูโรงเรือนหน้าหลัง เช้าเย็น ตลอดจนช่องลมด้านข้าง ก็ยังไม่สมารถระบายออกไปได้
5. อยากทราบราคาเครื่องวัดอุณหภูมิ ความชื้น ความเป็นกรด-ด่าง แบบดิจิตอล และสามารถหาซื้อได้ที่ไหนคะ
6. อยากทราบราคาเครื่องสับปุ๋ยหมัก และสามารถหาซื้อได้ที่ไหน หรือมีวิธีการทำด้วยตนเองแบบง่ายๆไหมคะ
7. เครื่องดูดเป่าอากาศราคาประมาณเท่าไหร่คะ
8. การใช้ kat201 ผสมก่อนนำปุ๋ยเข้าอบ จะใช้รำผสมด้วยได้หรือไม่ หรือถ้าใช้ kat201 อย่างเดียวควรใช้ในปริมาณเท่าไรคะ
9. สมมติวัสดุเพาะ 100กิโลกรัม ใช้ kat201 5% แป้งข้าวเหนียว 2% ใบกระถินป่น 5% ส่าเหล้า 2% อาจารย์มีความเห็นอย่างไรคะ เหมาะสมหรือไม่



รบกวนด้วยคะ


ดุจลดา




--------------------------------------------------------------------------------

สมาชิกทั่วไป

จำนวนข้อความ : 247
Join date : 04/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คำถามเรื่องเห็ดฟาง‏

ตั้งหัวข้อ  สมาชิกทั่วไป on Mon Jul 05, 2010 12:17 am

เรียนคุณดุจลดา



1.การอบไอน้ำของเห็ดฟางนั้น แท้ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นการอบเพื่อมุ่งหมายที่จะฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ทุกชนิดน๊ะครับ ในทางตรงกันข้าม หากทำการนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อทุกชนิดกลับเป็นผลเสียมากกว่า เพราะเส้นใยเห็ดจะเจริญเติบโตช้าในระยะเริ่มต้น ที่เป็นช่วงที่มันต้องการการกระตุ้นจากเชื้อแอคติโนมัยสิท และอุณหภูมิที่เกิดขึ้นจากการทำงานอยู่บ้างของเชื้อดังกล่าว จากเหตุผลดังกล่าว อุณหภูมิที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 65-70 องศาเซลเซียสครับ ระยะนี้ เชื้อจุลินทรียที่เป็นคู่แข่งกับเห็ดจะถูกทำลาย ไข่หนอน ไข่แมลง ไร ก็จะถูกทำลาย แต่จะมีเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ได้ในอุณหภูมิร้อนจัด คือ พวก แอคติโนมัยสิท จะยังคงเจริญเติบโตต่อ มันจะย่อยอาหารที่อยู่ในรูปที่เห็ดเอาไปใช้ไม่ได้ ให้มาอยู่ในรูปที่ใช้ได้ ในเซลของมันเอง แต่พอเราหยุดการอบไอน้ำ เมื่อทำการอบได้ที่ตามกำหนดแล้ว อุณหภูมิจะลดลง เชื้อแอคติโนมัยสิทก็จะหยุดทำงาน หยุดการแพร่กระจาย เมื่ออุณหภูมิลดลงถึงจุดที่เหมาะสม ที่จะทำการใส่เชื้อเห็ดเข้าไป เชื้อแอคติโนมัยสิทที่เจริญเต็มที่แล้วก็จะหยุดชะงักหรือตายไป เชื้อเห็ดฟางก็จะกินอาหารจากซากของแอคติโนมัยสิทนี้แหละ เรื่องอย่างนี้ ผมไม่ได้เขียนอย่างละเอียดลงไปในหนังสือ หรือสอนละเอียดมากนัก เพราะกลัวผู้อ่านและคนอบรมงง แต่การที่คุณทำแล้วมีปัญหาและถามมาเช่นนี้แหละดีมากๆ เพราะเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเวป จะได้นำเอาคำตอบเหล่านี้เผยแพร่ให้ผู้สนใจรายอื่นๆ เพื่อเป็นวิทยาทานต่อๆไป
2.ชานอ้อยก็ใช้ได้ดีมากครับ ใช้ได้แบบฟางนั่นแหละ แต่ต้องเอามาทำการหมักเสียก่อน แต่ก่อนผมเคยไปขอจากโรงงานมาใช้ แต่ตอนหลังไม่ทราบว่าที่ไหนเขายังเอาไปทิ้งหรือยังให้หรือขายบ้าง หากคุณทราบช่วยบอกด้วย จะได้ไปขอแบ่งมาใช้ประกอบการสอนด้วย จริงๆแล้ว ชานอ้อยใช้ได้ดีกับทุกเห็ดครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เห็ดที่เพาะในถุง หากใช้ชานอ้อยเข้าไปเป็นส่วนอาหารเสริม เร่งการหมักขี้เลื่อยหรือวัสดุเพาะ จะทำให้การหมักเร็วขึ้น ผลผลิตและคุณภาพดอกเห็ดดียิ่งขึ้น
3.หากคุณเป็นผู้ที่ผ่านการอบรมไปแล้ว ย่อมได้รับเอกสารประกอบคำบรรยาย ที่อธิบายคำถามนี้ได้อย่างดีครับ ช่วยดูจากเอกสารดังกล่าวควบคู่กันไป เพราะหากจะตอบโดยละเอียดมันยาวมาก
4.ทางที่ดีควรใช้พัดลมหมุนเวียนอากาศ ตามที่ได้อธิบายในวันอบรมไปแล้ว แต่หากไม่ใช้พัดลม จะต้องทำการเปิดขปิดอากาศสลับข้างกัน หากทำการเปิดพร้อมๆกัน อากาศจะหมุนเวียนเฉพาะด้านรล่างกับด้านบนที่อยู่ข้างเดียวกันเท่านั้น แต่หากทำการเปิดด้านบนข้างใดข้างหนึ่ง อีกด้านตรงข้าม จะต้องเปิดด้านล่าง หากทำได้เช่นนี้ คุณสามารถแก้ปัญหาเรื่องก๊าซพิษสะสมได้แน่นอน
5.เรื่องราคา การซื้อ การขาย ช่วยติดต่อไปยังฝ่ายที่รับผิดชอบ หน้าร้านที่ตลาดไท 029083308 หรือ 0860830202
6.-7. ก็ถามรวมกันได้หมดที่นั่นเลย
8. หากคุณใช้อาหารเสริม KAT 201 แล้ว ไม่จำเป็นต้องเสริมอาหารอะไรเข้าไปอีกแล้ว ยกเว้นหากเป็นไปได้ในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว ควรเสริมแป้งเอ็นไซม์เข้าไปด้วย โดยใส่วันที่จะเอาขึ้นชั้นเลี้ยงเชื้อแบบใช้อากาศ
9. มันมากไป ราร้อนจะเกิดได้ง่าย




ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล


สมาชิกทั่วไป

จำนวนข้อความ : 247
Join date : 04/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ