ดร.อานนท์ พาครอบครัวไปทำบุญวันเกิดศรีภรรยา(อ.เยาวนุช) ที่วัดเทพชัยมงคล แล้วพาผู้สนใจไปดูการเพาะเห็ดตับเต่า

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ดร.อานนท์ พาครอบครัวไปทำบุญวันเกิดศรีภรรยา(อ.เยาวนุช) ที่วัดเทพชัยมงคล แล้วพาผู้สนใจไปดูการเพาะเห็ดตับเต่า

ตั้งหัวข้อ  Anonmushroom on Mon Aug 23, 2010 11:03 pm

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากผู้ศรัทธาวัดเทพชัยมงคล ที่อยู่ที่ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ว่า ทางวัดเตรียมจะจัดงานใหญ่เนื่องในโอกาสที่ได้รับอนุญาตให้ก่อตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการได้แล้ว หลังจากเป็นสำนักสงฆ์มานานกว่า 20 ปี หลายท่านถามว่า แล้วทำไมต้องไปวัดนี้ ก็ต้องขอเล่าย้อนไปถึงว่า เมื่อหลายปีก่อน ได้มีพระภิกษุ 2 รูป ซึ่งถือว่า เป็นพระผู้ใหญ่ เป็นถึงรองเจ้าอาวาส ได้เข้าอบรมเห็ดกับทางศูนย์ โดยทางวัดก็ได้ทำเป็นศูนย์การเพาะเห็ด เพื่อเป็นการส่งเสริมเผยแพร่วิชาชีพให้แก่ผู้คนในละแวกนั้น โดยทางวัดตระหนักดีว่า เกษตรกรย่านนี้ปีๆมีจะมีรายได้จากการทำไร่ข้าวโพด แม้ว่าดูเหมือนแต่ละรายจะมีพื้นที่พอสมควร แต่เมื่อทำการปลูกพืชไปแล้ว หักกลบลบหนี้แล้วแทบจะไม่เหลืออะไรเลย บางปีฝนฟ้าไม่อำนวย ก็จะกลายเป็นหนี้เป็นสินสะสมพอกพูน ในเมื่อทางวัดก็ต้องอาศัยพึ่งพาชาวบ้าน หากชาวบ้านเดือดร้อน ไม่มีเงิน หรือไม่มีอาชีพที่มั่นคง ทางวัดก็อยู่ลำบาก จากวิสัยทัศน์ของพระวัดนี้ ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีวุฒิทางโลกสูงพอสมควร เช่น เจ้าอาวาส ก็จบวิศวกรรม จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และอีกหลายรูปจบวิศวกรรม และอาชีพอื่นๆ ได้เห็นพร้อมเพรียงกันว่า ทางวัดน่าจะเป็นสถานที่ตัวอย่าง ด้วยการทำฟาร์มเห็ดตัวอย่างขึ้น โดยใช้คนงานละแวกนั้นมาทำงาน ผลผลิตส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปประกอบอาหาร อีกส่วนหนึ่งนำไปขายเพื่อใช้ในกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งก็ถือได้ว่า เป็นตัวอย่างที่ดี และสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับศรัทธาหมู่บ้านใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การไปทำบุญครั้งนี้ เนื่องจาก เป็นเดือนเกิดของอาจารย์เยาวนุช ที่เกิดวันที่ 28 เดือนสิงหาคม จึงถือโอกาสไปทำบุญพร้อมทั้งไปดูกิจการการเพาะเห็ดไปด้วย โดยนับว่า น่าจะเป็นฟาร์มเห็ดขนาดปานกลาง มีโรงเรือนทั้งหมด 6 โรง โดยทำก้อนเชื้อเอง ส่วยนใหญ่จะเป็นเห็ดนางฟ้าภูฎานดำ ใช้เครื่องอัดก้อนแบบกึ่งอัตโนมัติ 8 หัว ซึ่งใช้งานได้ดีและมีประสิทธิภาพดี สิ่งที่ต้องขอชมเชยจากการได้ไปดูมากับตาว่า ทางวัดจะเน้นเรื่องความสะอาด ความสมดุลย์ทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาระดับความชื้น แสง และการป้องกันศัตรู โดยการปลูกพืชสุมนไพร เช่น ตะไคร้กั้นตามร่องระหว่างโรงเรือน กลายเป็นที่ป้องกันแมลงไปตามธรรมชาติ แน่นอน ผมและอใยวนุช ถือว่ามีความสนิทสนมกับสมาชิกวัดนี้หลายท่าน และทุกครั้งที่ได้มีโอกาสไปวัดนี้ ก็คงไม่หนีที่จะคุยเรื่องเห็ด ไปคราวนี้ก็เช่นกัน ตั้งใจไว้ว่าจะไม่คุยเรื่องเห็ด หรือ หากคุยก็ต้องน้อยที่สุด เพราะคุยเรื่องเห็ดแบบไม่มีวันหยุดมาเกือบ 40 ปีแล้ว ก็จะพยายามหาวันที่จะไม่ต้องคุยเรื่องเห็ดเสียบ้าง ก็ปรากฎว่า เมื่อไหร่คิดจะไม่คุยเรื่องเห็ด เมื่อนั้นแหละ ต้องคุยมากกว่าที่ตั้งใจไว้ คราวนี้ก็คุยเรื่องเห็ดตับเต่านี่แหละ เพราะมันกลายเป็นเรื่อง Talk of the town ไปเสียแล้ว แล้วคราวนี้ มีท่านอาจารย์เสรี เวชชบุษกร เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องวนอุทยาน โดยเคยเป็นอาจารย์ผู้ชำนาญเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ ปัจจุบันก็ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาให้แก่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และวนอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง ซึ่งเป็นผู้ที่ผมใฝ่ฝันที่จะเจอหรือพูดคุยด้วยมานานแล้ว สาเหตุที่อยากคุยด้วยกับผู้ที่มีความรู้ และมีลูกศิษย์ลูกหาทางวนอุทยานและป่าชุมชนมาก เนื่องจาก ตลอดเวลาที่ผมได้มีโอกาสไปดูงาน ไปฝึกงาน และไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ดในต่างประเทศกว่า 25 ปี ผมได้ไปดูประเทศต่างๆเขาเพาะเห็ด โดยอาศัยธรรมชาติจากป่า ปรากฎว่า ไม่ว่าประเทศไหนที่มองการณ์ไกลเช่นนี้ เขาประสพผลสำเร็จ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนที่อยู่ใกล้ป่าอย่างเป็นกอบเป็นกำ และยังรักษาผืนป่าได้อย่างดี โดยรัฐบาลแทบจะไม่ต้องลงทุนมากนัก ยกตัวอย่างเช่น ที่สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมัน อเมริกา แอฟริกาใต้ สวาซิแลนด์ ทำการปลูกป่าสนและป่าไม้โอ๊ค โดยช่วงที่เพาะกล้าพันธุ์อยู่นั้น เขาก็จะเอาเชื้อเห็ดใส่เข้าไปในวัสดุเพาะ เช่น เชื้อเห็ดตับเต่า เชื้อเห็ดมัสสุตาเก๊ะ เชื้อเห็ดทรัพเฟิล เชื้อเห็ดมอเรล เป็นต้น ปกติจะใช้เวลาเพาะเลี้ยงต้นกล้า 2-3 ปี โดยสังเกตว่า มีต้นกล้าไหนโตเร็วกว่าปกติ แสดงว่า เชื้อเห็ดดังกล่าว ได้เข้าไปฝังอยู่กับรากพืชแล้ว โดยพืชจะทำหน้าที่สร้างอาหารพวกพลังงาน น้ำย่อยและฮอร์โมนส่งไปเลี้ยงเชื้อเห็ด ที่อาศัยของตรงปลายรากของพืช ขณะเดียวกัน เห็ด ก็จะทำหน้าที่ย่อยสารอาหารที่มีอยู่ในดิน ที่พืชเอาไปใช้ได้ยาก เช่น ธาตุฟอสฟอรัส และธาตุรองอีกหลายชนิด ดังนั้น การที่เห็ดและพืชอยู่แบบพึ่งพาอาศัยกันเช่นนี้ จึงถือว่าเป็นการพึ่งพากันแบบ Symbiosis อย่างแท้จริง และเห็ดที่ต้องอาศัยอาหาร น้ำย่อยและฮอร์โมนจากรากพืชสดๆนี้แหละเรียกว่า เป็นเห็ดพวก Mycorrhiza ระยะหลังๆ ผมได้มีโอกาสไปดูงานที่จีนบ่อย แทบจะพูดได้ว่าทุกๆ 3 เดือน ผมได้ไปเห็นกับตาถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพป่า คนกับป่า ผลประโยชน์ที่ได้ระหว่างป่ากับชุมชน โดยรัฐบาลจีนได้รณรงค์ให้คนมาช่วยกันรักษาป่า เพื่อจะได้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นการบังคับ หรือขอร้องและทุ่มเงินมากมายเพียงใด ก็ไม่สามารถยับยั้งการบุกทำลายป่าไม่ได้ แต่พอทางจีนหันไปยอมรับเอาความสำเร็จของญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศที่เจริญแล้วทางยุโรป ส่งเสริมให้ชาวบ้านรักษาป่า ด้วยการนำเอาเห็ด Mycorrhiza เข้าใส่ตามรากไม้ต่างๆในป่า พบว่า มีเห็ดที่เป็นเห็ดเศรษฐกิจเกิดเพิ่มมากขึ้นทุกปี จนกระทั่งปัจจุบัน บางเมือง เช่น ที่เมืองหนานหัว ที่อยู่ระหว่างเมืองคุณหมิงกับตาลี่ มีเห็ดธรรมชาติเกิดขึ้นในป่า และมีเกษตรกรหรือผู้คนที่ได้ผลประโยชน์จากป่านับเป็นสิบๆล้านคน ปีๆหนึ่งมีเห็ดป่า ที่เป็นเห็ดที่ตลาดโลกต้องการมาก เช่น เห็ดตับเต่า เห็ดทรัพเฟิล เห็ดมอเรล ปีละหลายหมื่นตัน ในส่วนของประเทศไทย สภาพดินฟ้าอากาศบ้านเราเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการเพาะเห็ดเศรษฐกิจที่เป็น Mycorrhiza หลายชนิด แต่เราไม่ได้ให้ความสำคัญมันเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนของราชการ หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการรักษาป่า หรือโครงการป่าชุมชน แต่ก็ยังไม่มีการริเริ่มดำเนินการโครงการดังกล่าว ดั่งของต่างประเทศที่ทำได้ผลมาแล้ว ในโอกาสนี้ ผมจึงได้เล่าให้ อ.เสรีฟังว่า พวกเราอายุก็มากแล้ว และก็มีประสบการณ์เรื่องนี้พอสมควร เราจะทำอย่างไรดีที่จะสร้างจิตสำนึกให้แก่คนไทย ให้หันมาสนใจเรื่องนี้ และเราจะทำอย่างไรจึงจะพูดคุยหรือถ่ายทอดประสบการณ์ของเราให้แก่นักวิชาการที่รับผิดชอบเรื่องนี้ได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หลังจากทำบุญเสร็จแล้ว ผมจึงจำเป็นต้องเป็นพลขับนำทางพาคณะผู้สนใจ ไปดูการเพาะเห็ดตับเต่า ที่ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.อยุธยา และทุกคนที่ได้ไปเห็นเห็ดตับเต่ากับตาตัวเอง ต่างก็มีความมุ่งมั่นที่จะสานต่อความมุ่งหวังของผม โดยเฉพาะ อ.เสรี จะทำหน้าที่รับที่จะไปประสานกับกรมป่าไม้ เจ้าหน้าอุทยานหลายแห่ง ให้หาทางทำโครงการนำร่อง การเพาะเห็ดMycorrhiza ในป่า หรือป่าชุมชน ขณะเดียวกัน ท่านที่อ่านบทความนี้ หากท่านมีประสบการณ์ หรือเคยพบเห็น เห็ดตับเต่า หรือเห็ดอะไรก็แล้วแต่ ที่เกิดขึ้นตามรากไม้ที่มีชีวิตอยู่ ขอให้ช่วยเก็บข้อมูล ส่งภาพ หรือใครที่เพาะได้ ก็ขอความกรุณามาแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน และนับแต่นี้ไป ทางศูนย์ไทยไบโอเทค ก็คงจะเน้นหนักโครงการนี้ให้เข้มข้นขึ้นต่อๆไป

http://img819.imageshack.us/img819/8359/36483607361414.jpg[/img]
อ.เสรี เวชชบุษกร กับเห็ดตับเต่าใต้ต้นโสน ที่ ต.สามเรือน บางปะอิน อยุธยา

พระดิเรก รองเจ้าอาวาสวัดเทพชัยมงคล กับเห็ดตับเต่าดอกตูมและดอกบาน

พระดิเรก รองเจ้าอาวาส พระบุญช่วย ผู้ดูแลรับผิดชอบโครงการเห็ด และ อ.เสรี เวชชบุษกร

คณะผู้ไปเยี่ยมชมฟาร์มเห็ดตับเต่าของคุณป้าประมวล ไกรศิลป์สม

อ.ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล พาพระลูกศิษย์จากวัดเทพชัยมงคล อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ไปดูฟาร์มเห็ดตับเต่า และมั่นใจว่าจากนี้ไป เห็ดนี้จะเป็นเห็ดเศรษฐกิจที่สำคัญของชาติต่อไปอย่างแน่นอน
ดร.อานนท์ พูดคุยประสาเห็ดให้แก่พระเจ้าอาวาสและญาติโยมที่สนใจฟัง

อ.เยาวนุชและหลานชาย ดช.โชคชัย เอื้อตระกูล ร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างป้ายวัดด้วยหินแกรนิตสีแดง

ป้ายชื่อทางเข้าวัดเทพชัยมงคล ใครอยากได้ที่อยู่ ดูที่ป้ายนี้

คนงานในฟาร์มเห็ด ที่มาจากบ้านละแวกนั้น กำลังวุ่นอยู่กับการแพ๊คเห็ดนางฟ้าสด โดยจะมีคนรับมาซื้อถึงวัดเลยทีเดียว ในราคาตลอดปี 40 บาท

นี่คือเห็ดไมคอไรซ่าอีกชนิดหนึ่งที่เกิดใต้ต้นยี่โถ ที่ศูนย์ไทยไบโอเทควันนี้ 24-8-2553

นี่คือ เห็ดตับเต่าแบบมีครีบ ที่เกิดใต้ต้นบุศราคัม หน้าอาคารของศูนย์ไบโอเทค เมื่อวันที่ 18-8-2553

สภาพภายในโรงเรือนเปิดดอกของวัดเทพชัยมงคล โดยมีพระบุญช่วยเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
เป็นโรงเรือนที่สะอาด การระบายอากาศ เก็บความชื้นได้ดี มีแสงเพียงพอ ดอกเห็ดจึงสมบูรณ์

อ.เยาวนุช ดช.โชคชัย(ลูกบ๊อบ) และป้าประมวล กับเห็ดตับเต่า ที่ ต.สามเรือน บางปะอิน อยุธยา


แก้ไขล่าสุดโดย Anonmushroom เมื่อ Tue Aug 24, 2010 8:55 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง (Reason for editing : พิมพ์ชื่อพระผิด และเพิ่มคำบรรยายภาพ)

Anonmushroom

จำนวนข้อความ : 352
Join date : 05/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ