การเพาะเห็ดนางรมแบบอุตสาหกรรมสไตล์ยุโรป

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

การเพาะเห็ดนางรมแบบอุตสาหกรรมสไตล์ยุโรป

ตั้งหัวข้อ  anonmush on Sun Sep 05, 2010 10:29 pm

จำได้ว่าในช่วงที่ผมกำลังทำงานทดลองเรื่องเห็ดหอมอยู่ที่ประเทศภูฎาน ในช่วงเกือบปลายเดือนตุลาคม 2527 ได้รับโทรศัพท์จากทางบ้านว่าเตี่ยไม่สบายปัสสาวะลำบาก กำลังไปหาหมอที่โรงพยาบาลล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ ตอนบ่ายของวันที่ 22 ตุลาคม ขณะที่พนักงานกำลังจะพาเตี่ยไปเอ็กซเรย์ฉายแสง ผมก็ได้คุยกับเตี่ย ท่านก็บอกว่าท่านไม่เป็นอะไรมาก เพียงแต่รอหมอจะเอ็กซ์เรย์ดูเท่านั้น พอคล้อยหลังไปอีกไม่กี่ชั่วโมง ก็ได้ทราบข่าวว่าเตี่ยเสียชีวิตไปแล้ว ด้วยหัวใจล้มเหลว สาเหตุจริงๆแล้ว ท่านเป็นคนกลัวหมอที่สุด และท่านก็ถ่ายทอดความกลัวมาให้ผมทั้งหมดเช่นกัน คือ ผมเป็นโรคประจำตัวที่แก้ไขไม่เคยได้เลย นั่นก็คือ ไม่ชอบหมอ ไม่อยากเห็นหน้าหมอและไม่อยากฉีดยา หลังจากนั้นผมก็ได้บินกลับมาทำบุญเรื่องงานศพของเตี่ย โดยวันเผาได้รับเกียรติจาก ดร.ยุกติ สาริกภูติ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรสมัยนั้น ผู้ซึ่งเพิ่งเดินทางไปเยี่ยมผมที่ประเทศภูฎานในฐานะผู้บังคับบัญชา ท่านไปเป็นประธานงานฌาปนกิจศพเตี่ยผม พร้อมกันนั้น ผมก็ได้มอบเงินสร้างกองทุนเอื้อตระกูล ให้แก่โรงเรียนพิริยาลัย จังหวัดแพร่ 1 แสนบาท รวมทั้งมอบเงินให้โรงเรียนต่างๆอีกจำนวนหนึ่งให้แก่หลายโรงเรียน เพื่อสนับสนุนเด็กนักเรียนที่มีฐานะยากจน จากนั้นผมได้เดินทางไปดูงานเห็ดที่ประเทศเยอรมัน โดยไปที่เมือง บราวสแวก อยู่ใกล้ชายแดนสาธารณเช็คโกสโลวาเกีย ซึ่งมี ดร.แซนดาซิล ที่นักวิชาการด้านเห็ดจะรู้จักท่านดีในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ดนางรม ท่านเป็นคนพาไปดูงาน ไปเยี่ยมโรงงานเพาะเห็ดนางรมที่ลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท สามารถเพาะเห็ดนางรมได้วันละหลายสิบตัน ด้วยกรรมวิธีง่ายๆ แต่ใช้เครื่องจักรในการทำงานเกือบทุกขั้นตอน ยกเว้น การเก็บดอกเห็ด ดังรูป
นี่คือสภาพที่ถ่ายจากมุมสูงให้ดูลักษณะของโรงงานในเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่

เขาเริ่มจากการใช้ฟางจากข้าว ข้าวโพด ข้าวสาลี ซังข้าวโพด ต้นถั่ว โดยไม่ต้องตัดเลย เอามารดน้ำให้เปียกชื้นประมาณ 3-5 วัน

แล้วจึงนำเข้าไปในห้องอบฆ่าเชื้อที่อุณหภูมประมาณ 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 6-8 ชม. แล้วปล่อยให้อุณหภูมิลดลงเหลือ 30 องศาเซลเซียส


จากนั้นจึงลำเลียงวัสดุเพาะโดยสายพานลำเลียง ผ่านเข้าไปยังเครื่องคลุกเชื้อเห็ด(เชื้อเห็ดอยู่ในกล่อง) ก่อนที่จะบรรจุไว้ในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ที่เจาะรูขนาด 1 ซม. โดยรอบ

นำถุงวัสดุเพาะที่ใส่เชื้อเห็ดเข้าไปแล้ว วางซ้อนกันในโรงบ่มเชื้อ ที่อุณหภูมิ 22-24 องศาเซลเซียส ตรงนี้สำคัญมาก เพราะหากอุณหภูมิสูงเกินไป เชื้อคู่แข่งจะเจริญแทนและจะเป็นอันตรายต่อเชื้อเห็ด บ่มไว้ประมาณ 20-25 วัน เส้นใยเห็ดจะเจริญทั่ววัสดุเพาะ


หากเป็นนางรมสายพันธุ์หนาว เขาก็จะนำไปเปิดดอกที่ห้องควบคุมอุณหภูมิที่ 14-16 องศาเซลเซียส หากเป็นสายพันธุ์ทั่วไปหรือเห็ดนางฟ้า ก็จะควบคุมอุณหภูมิที่ 22-24 องศาเซลเซียส
สิ่งที่ได้จากการไปฝึกและดูงานครั้งนี้ก็คือ ในระดับการลงทุน ให้ได้ผลผลิตเช่นนี้ เขาลุงทุน 400 ล้านบาท แต่หากเรามาทำในบ้านเราเอง ไม่น่าจะถึง 20 ล้านบาท แต่สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดที่ได้ไปดูมา คือ เขาไม่ได้ใส่อาหารเสริมอะไรเลย ยกเว้นปูน โดยเขาให้เหตุผลว่า บรรดาฟาง ซังข้าวโพดและต้นถั่ว มีอาหารให้แก่เห็ดเหลือเฟือแล้ว แต่สิ่งที่เขาสามารถเพาะได้ โดยโอกาสเสียน้อย เพราะเขาเลือกใช้สายพันธุ์ที่ต้องการอุณหภูมิต่ำ ด้วยเหตุผลที่ว่า ณ ที่อุณหภูมิต่ำนั้น เชื้อโรค เชื้อคู่แข่งและแมลงจะมีน้อย ในทางตรงกันข้าม หากใช้สายพันธุ์ที่สามารถเพาะได้ในอุณหภูมิสูง โอกาสที่จะถูกทำลายด้วยโรคและแมลงก็สูง ส่วนผลผลิตนั้น เขาหวังผลที่ 20-25%ของวัสดุเพาะเปียก หรือ 70-80%ของน้ำหนักวัสดุแห้ง ใช้เวลาเก็บดอกเพียง 4 ครั้งในระยะเวลา 30-40 วันเท่านั้น ด้วยกรรมวิธีดังกล่าวแบบง่ายๆนี่แหละ ที่ผมได้เอาไปเป็นพื้นความรู้ในการสอนในประเทศต่างๆที่ผมไปสอนมา และก็พยายามหาทางแก้ปัญหา ข้อบกพร่องมาตราบทุกวันนี้ โดยจะนำเอาวิธีการนี้ไปใช้ในขบวนการผลิต การสอนในโครงการนิคมเห็ด ในอุทยานเห็ดนานาชาติที่ลั่นกองรบแล้ว ส่วนผลที่เพาะด้วยวิธีนี้จากประเทศต่างๆที่ไปสอนมา รวมทั้งในไทย จะนำมากล่าวต่อไป โปรดรอติดตาม

anonmush
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ