การเพาะเห็ดในไม้ แค้นนี้ที่อยากชำระ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

การเพาะเห็ดในไม้ แค้นนี้ที่อยากชำระ

ตั้งหัวข้อ  anonmush on Tue Sep 07, 2010 9:30 am

หมู่นี้ออกเดินทางไปตามบ้านนอกหรือหัวเมืองต่างๆบ่อย ไปดูฟาร์มเห็ดลูกศิษย์ลูกหา และไปวางแผนจัดการ อุทยานเห็ดเอื้อตระกูล พร้อมทั้งการจัดแรลลี่เห็ดโคน ครั้งแรกในประเทศไทย โดยทุกครั้งที่ไป ได้เห็นเกษตรกรตัดไม้ไปทำฟืน ไปเผาถ่าน ตัดแต่งกิ่งมะม่วง และไม้ผลอีกหลายชนิด และไปเจอกองฟืนมหึมาที่วัดเทพมงคล เมื่อกองฟืนถูกแดดถูกฝน ก็จะมีเห็ดมากมายหลายชนิดเกิดขึ้น เช่น เห็ดขอนขาว เห็ดแครง เห็ดหูหนู เป็นต้น ทำให้ย้อนไปถึงอดีตว่า สมัยเริ่มต้นที่เข้ามาในวงการเห็ด ก่อนที่จะเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะช่วยทางบ้านเพาะเห็ดฟางแบบกองสูง แล้วบางครั้งเตี่ยก็จะเอาขอนไม้พวกมะม่วง ขนุน แค ฉำฉา มาเจาะรูใส่เชื้อเห็ดหูหนูเข้าไป แล้วทิ้งไว้ เดือน สองเดือน ก็จะเอามารดน้ำ อีกไม่นานเห็ดหูหนูจะเกิดขึ้น โดยจะเกิดไปเรื่อยๆจนกระทั่งไม้ผุ พอเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พอผ่านพิธีกาารรับน้องใหม่ไปแล้ว ก็เริ่มมีเวลาที่คิดจะทำกิจกรรมกับชมรมต่างๆได้ โดยช่วงนั้น เป็นช่วงที่นิสิตนักศึกษากำลังเร่าร้อนในเรื่องของประชาธิปไตย โดยมีอีตาสมบัติ ธำรงธัญวงค์ เป็นผู้นำตัวอย่างในการปลุกเร้า ให้ขึ้นมาเรียกร้องขอประชาธิปไตยจากรัฐบาลเผด็จการ ในฐานะที่เป็นน้องใหม่ใจฮึกเหิม และศรัทธาในตัวอีตาสมบัติที่เป็นรุ่นพี่ ก็ร่วมเดินขบวนไปกับเขาด้วย เดินตั้งแต่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปจนถึงสนามหลวงบ้าง พระรูปทรงม้าบ้าง พอหลายๆครั้งก็เริ่มรู้แล้วว่า เราน่าจะไปร่วมทำกิจกรรมอย่างอื่นเสียดีกว่า เพราะแนวโน้มของอีตาสมบัติแกมิได้เป็นนักประชาธิปไตยนี่หว่า แล้วเป็นไง ธาตุแท้แกก็พิสูจน์ออกมาให้โลกเห็นอยู่ทุกวันนี้ นี่แหละบางครั้งกว่าเราจะรู้ธาตุแท้ของคน อาจจะรอเป็นสิบๆปี หรือใกล้ตาย หรือตายไปแล้วเป็นสิบๆปีเช่นกัน ตรงนี้แหละที่ผมต้องทบทวนตัวเอง และตัดสินใจรวมกลุ่มกันตั้งชมรมเห็ด ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขึ้น โดยเชิญอาจารย์ดีพร้อม ไชยวงค์เกียรติมาเป็นที่ปรึกษา ผมกับอ.ดีพร้อม สนิทสนมกันมาก อย่างกะปลาท่องโก๋ แต่ตอนหลังอีกนั่นแหละ หลักการมันต่างกัน ก็จำเป็นต้องแยกทางกันเดิน จนท่านจากพวกเราไป ผมก็หันมาทำการศึกาาวิจัยเกี่ยวกับเห็ด โดยไม่คิดว่าตัวเองจะทำการวิจัยได้เองทั้งหมด ผมจึงมีความคิดอันแรงกล้าว่า วิธีการที่จะทำให้การเพาะเห็ดในประเทศไทยเจริญก้าวหน้านั้น เราต้องไม่ปิดบัง ให้คนอื่นที่เขาอยากรู้ได้รู้ จึงได้ไปปรึกาากับเตี่ยว่า จากนี้ไป ผมขออนุญาตเปิดเผยเรื่องเห็ด ที่เราเคยทำเป็นอาชีพและรู้กันเฉพาะในครอบครัว ให้คนอื่นได้รับรู้บ้าง ซึ่งเตี่ยผมก็เห็นด้วย ผมจึงรับผิดชอบในชมรมเห็ด เป็นวิทยากรสอนเรื่องเห็ดฟาง จำได้ว่า รุ่นแรกๆ มีคุณลุงจรรยงค์ สุทธิผล เข้าอบรมด้วย ซึ่งท่านผู้เชี่ยวชาญนักชิมเหล้าแม่โขง(ปกติในการทำเหล้านั้น เขาจะเอาแอลกอฮอลที่กลั่นได้จากหลายๆห้องกลั่น ให้มาผสมเป็นรสเฉพาะแบบเดียวกัน นั่นแหละคุณลุงจรรยงค์ จะมีหน้าที่เป็นคนชิมดูว่า ผสมได้ที่หรือยัง แต่แปลกมากครับ แกเป็นคนที่ไม่ดื่มเหล้า หากเป็นคนอื่นอยู่ในตำแหน่งอย่างนี้ เขาคงไม่เสียเวลาชิม แต่คงจะซดเอา) ตอนหลังถึงมารู้ว่า ท่านคือ คุณพ่อของเจ้าอาวาสวัดธรรมกายนี่เอง ในช่วงแรกๆที่ผมเข้าในวงการเห็ด ประเทศไทยยังสั่งเห็ดจากต่างประเทศเข้ามาบริโภคอยู่ แต่พอเริ่มทำการเผยแพร่วิชาการเพาะเห็ดให้ผู้สนใจทั่วไปแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก มีคนสมัครเข้ารับการอบรมเห็ดเรือนพันเรือนหมื่น แต่เรารับได้ครั้งละไม่เกิน 200 คน ช่วงนั้น ผมยังเป็นนิสิตอยู่ กลางวันต้องเรียนหนังสือ ตอนเย็นก็จำเป็นต้องเป็นครูสอนเรื่องเห็ด เราทำการเปิดอบรมเห็ดภาคกลางคืนในวันธรรมดา และกลางวันของวันเสาร์ วันอาทิตย์ ตั้งแต่ปี 2516 เป็นต้นมา จนกระทั่ง ท่านอธิการบดีสมัยนั้น คือ ท่านอาจารย์ระพี สาคริก เชิญไปพบ(เอาไว้ว่างๆจะเอาจดหมายท่านที่เขียนถึงผมมาให้อ่าน) แล้วท่านเป็นคนสนับสนุนให้ผมไปจัดรายการทีวี และวิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผมออกไปจัดการอบรมเห็ดตามภูมิภาค ในเมื่อมีคนรออบรมอยู่เป็นจำนวนมาก และเราก็รู้เฉพาะเรื่องเห็ดฟางเท่านั้น ในคณะกรรมการชมรมจึงเห็นว่า เราน่าจะเอาเห็ดอื่นเข้ามาพัฒนาด้วย ผลสุดท้ายก็มาลงเอยที่ การเพาะเห็ดในไม้นี่แหละ เนื่องจาก ประมาณปี 2508 ได้มีนักธุรกิจไทย จ้างชาวไต้หวันไปทำฟาร์มเห็ดหูหนูที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเอามาขายในตลาดบ้านเรา แทนการนำเข้าจากจีนที่มีราคาแพง กิจการไปได้ดีมาก แต่พอคนไทยได้เรียนรู้เทคนิคแล้ว ก็เชิญให้ไต้หวันกลับ จากนั้นอีกไม่นานกิจการก็ต้องเลิกล้มไป มันเป็นอย่างนี้ทั่วไป ธรรมดาๆในบ้านเรา พวกเราจึงเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ ผมเองในฐานะประธานชมรม ต้องทำงานหนักกว่าเขาหน่อย ผมพักอยู่ที่หอพักในมหาวิทยาลัย สมัยนั้น คำว่า หอหมายถึงเรือนไม้ แต่ผมไม่ได้อยู่เรือนไม้ ผมอยู่ตึก เขาจึงเรียกว่า ตึก ผมอยู่ตึก 8 ห้องที่ 12 ชั้นบนสุด(มีอยู่ 2 ชั้น) ติดกับห้องน้ำด้านขวามือ หากหันหน้าเข้าตึก มันเป็นตำแหน่งที่เหมาะเจาะเหลือเกินที่อยู่ตึกนี้ และถูกจัดอยู่ห้องนี้ เพราะใกล้ห้องน้ำ พอผมเห็นเขาตัดต้นไม้ ตัดกิ่งไม้ ผมก็จะเอามันมาเพาะเห็ดหูหนู และก็อาศัยใต้เตียง ห้องเสื้อผ้าเป็นที่บ่มเชื้อ และก็ใช้ห้องน้ำเป็นที่เพาะเห็ด โดยถูกร้องเรียนเป็นประจำ แต่เป็นเพราะพี่ห้อง คือ รุ่นพี่ที่เป็นผู้ปกครองอยู่ในห้องเดียวกัน ท่านเข้าใจ และท่านให้ความเอ็นดู ท่านจึงเป็นฝ่ายปกป้องผมให้ทุกอย่าง และผมก็ปกป้องความลับของท่านทุกอย่างเช่นกัน เพราะท่านเป็นประเภทชอบไม้ป่าเดียวกัน โดยท่านก็แอบเอากิ๊กมาบริการประจำ(ผมไม่เกี่ยว ช่วงที่ท่านเอากิ๊กมา ผมก็ไปสอนเรื่องเห็ด เลยรอดตัวไป) เหลือเชื่อครับ ใช้เวลาแค่ไม่กี่ปี ประมาณ 5 ปีเท่านั้น จากการที่ประเทศไทย เป็นประเทศที่สั่งเห็ดเข้ามาบริโภค กลายเป็นประเทศที่เพาะเห็ดฟางมากที่สุดในโลก และทำการเพาะเห็ดอีกหลายชนิดที่ทั่วโลกเขาเพาะได้กัน และผมก็เลยมีชื่อเสียงเรื่อง การเพาะเห็ดในขอนไม้ไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อผมได้ตั้งสมาคมเห็ดขึ้นเป็นผลสำเร็จ โดยพยายามตั้งมาตั้งแต่ปี 2516 แล้ว แต่เป็นชมรมเห็ดแห่งประเทศไทย มาตั้งเป็นสมาคมได้ก็ปี 2520 เปิดป้ายโดยสมเด้จพระเทพฯเมื่อปี 2521 จากนั้นก็มีแขกสำคัญจากหลายประเทศ เช่น ฟ้าหญิงแอนด์ จากอังกฤษ รัฐมนตรีเกษตร จากบรูไน กัมพูชา ไนจีเรีย ลาว เยอรมัน อิสราเอล และอีกเยอะแยะมาขอเยี่ยมชม ในปี 2522 ผู้อำนวยการองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ประจำเอเซียและแปซิฟิก เป็นชาวฟิลิปปินส์ได้เข้ามาพบผม แล้วก็ส่งลูก ภรรยาและคนใช้จากฟิลิปปินส์ เขาเข้าอบรมเป็นการเฉพาะกับผม แล้วท่านก็ไปทำเห็ดที่ลอสเบนยอส ข้างมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์สำเร็จ จุดนี้เองครับ ที่เป็นจุดหักเหในชีวิตของผม เพราะมีหลายคน อยากทราบว่า ผมได้ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ด ขององค์การสหประชาชาติได้อย่างไร หลายคนอยากจะเอาอย่าง หรืออยากจะหาลู่ทางอยากจะเป็นเช่นนั้นบ้าง ผมได้ไปเป็นก็เพราะผมไม่รู้ตัวอย่างนี้แหละ ก็เพราะผมไปสอนลูกเมียของท่านผู้อำนวยการ ที่ชื่อ Prof. Dr. D.L. Umali ที่ใครๆในฟิลิปปินส์ก็รู้จัก ท่านเป็นบิดาแห่งสาขาพันธุศาสตร์ ที่สำคัญคนหนึ่งของโลก แล้วท่านก็ไปประกาศให้โลกรู้ว่า ท่านได้พบผู้เชี่ยวชาญเห็ดที่แท้จริงแล้ว เพราะชีวิตของท่านที่ผ่านมา(วันที่ท่านพูดท่านอายุ 65 แล้ว แต่ผม 26 อยู่)ท่านวนเวียนอยู่ในหมู่นักวิชาการที่จบด๊อกเตอร์เป็นส่วนใหญ่ ท่านจึงบอกว่า ในองค์การสหประชาชาตินั้น เต็มไปด้วยนักวิชาการ มีความรู้มากจนต้องแบกความรู้กันหนักมาก ต้องใช้เงินกว่า 74% จ้างผู้รู้ต่างๆพวกนี้ไว้ แต่ผู้รู้ที่ว่า ที่มีเป็นล้านๆนั้น มีเพียงไม่กี่คน ที่เป็นผู้รู้ที่ลงมือปฎิบัติได้ ท่านใช้คำว่า Full of know how but less of do how experts ท่านจึงบอกว่า ขณะนี้ท่านได้เจอ ผู้เชี่ยวชาญภาคปฎิบัติแล้ว ท่านเรียกว่า Do-how expert ท่านจึงบอกว่า ท่านจะเอาผมไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ดขององค์การสหประชาชาติให้จงได้ ผมตอบสวนท่านทันทีว่า ไม่ จ้างให้ก็ไม่เป็น เหตุผลก็เพราะ ผมพูดภาษาอังกฤษไม่เป็น และผลการสอบภาษาอังกฤษของผมคาบเส้นมาโดยตลอด อาจจะเป็นเพราะอาจารย์ช่วยให้ผ่าน มีความเป็นไปได้สูง และสาเหตุอีกประการหนึ่ง ก็เพราะผมอุตส่าห์บวชและกำลังเตรียมตัวจะแต่งงานอยู่ใจจะขาดอยู่แล้ว พูดง่ายๆก็คือ ขอมีดเมียดีกว่าไปอยู่เมืองนอก แต่ท่านไม่เคยละความพยายาม โดยไม่บอกผมเลย ผมก็คิดว่าท่านคงโกรธที่เราไปปฎิเสธไม่รับตามที่ท่านคิดไว้ ท่านก็เงียบไปหลายเดือน ผลสุดท้าย ท่านก็โผล่มาพร้อมทั้งคณะของลุงของกษัตริย์ประเทศภูฎาน ชื่อ Dasho Ugen Dorji เป็นพี่ชายของพระมารดาของกษัตริย์ภูฎานสมัยนั้น ท่านมาพร้อมกับอธิบดีกรมป่าไม้ Dasho C. Dorji ตอนหลังมาเป็นเอกอัครราชทูตภูฎานประจำประเทศไทย ตอนนี้ย้ายไปเป็นเลขาสำนักราชวัง ได้มาดูงานการเพาะเห็ดในขอนไม้ของผมที่กรมวิชาการเกษตร ผมก็พาไปดูงานที่เชียงใหม่ จนกระทั่งเขาได้เห็นกับตาแล้วว่า วิธีนี้แหละ ที่เขาอยากได้เอาไปทำที่ประเทศภูฎาน ท่านจึงไปกราบบังคมทูลกษัตริย์ของภูฎานให้เชิญผมไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ดให้ได้ แต่ผมก็ยังเล่นตัวว่า ไม่อยู่เหมือนเดิม ด้วยสาเหตุ 2 ประการดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ ศาสตราจารย์ ดร. อุมาลี จึงขอเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานให้ผม ที่กรมทหารราบสนามเป้า โดยงานแต่งงานวันนั้น ไม่เหมือนงานแต่งงานทั่วไป น่าจะเป็นการจัดงานนิทรรศการเห็ดเสียมากกว่า เพราะคนที่เข้าร่วม เป็นลูกศิษย์เห็ดทั้งนั้น อาหารที่เสริฟก็เป็นเห็ด แม้กระทั่งไอศครีม เค็ก ก็เป็นเห็ด สนุกสนานกันมาก ทีนี้ข้ออ้างเรื่องแต่งงานก็หมดไป ก็เหลืออีกประเด็นเดียว เอาแค่นี้ก่อน ต้องไปส่งหลานไปโรงเรียนก่อน ว่างๆ จะเล่าเรื่อง เห็ดในไม้ต่อ

ช่วงที่กำลังบ้าเห็ดในขอนไม้ เจอต้นไม้อะไรก็เอามาเจาะใส่เชื้อเห็ดให้หมด จากภาพ เป็นต้นมะพร้าวข้างตึก 8 เมื่อปี 2516 พอใส่เชื้อเห็ดหูหนูเข้าไปแล้ว เส้นใยเดินดีมาก เพียงไม่กี่วันก็จะมีดอกเห็ดเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่เห็ดหูหนู แต่กลายเป็นเห็ดขี้ม้าแทน

ช่วงในปี 2516-2518 ลูกศิษย์ส่วนใหญ่อายุมากกว่าเตี่ยผมเสียอีก ขณะที่ผมยังเป็นนักศึกษาอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น นี่เป็นหนึ่งในผู้ผ่านการอบรม ชื่อ คุณลุงบัณฑิต อยู่ที่หมู่บ้านจัดสรรคลองจั่น เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ยุคแรกๆ พออบรมเสร็จ ก็ไปตัดเอาต้นขนุนที่บ้านที่มีโครงการจะตัดทิ้งอยู่แล้ว เอามาเพาะเห็ดหูหนู ออกดอกดีมาก โดยเฉพาะส่วนที่เป็นโคนต้น จะออกดอกนานหลายปี จนไม้ผุ พวกเราก็จัดทัวร์ไปเยี่ยมลุงกัน สังเกตให้ดีสมัยก่อนนิยมกางเกงมอสกับเดฟมาก ผมเลือกข้างมอสครับ ขาบานแค่ 20 นิ้วเท่านั้น เท่ห์เป็นบ้าเลยในยุคนั้น

นับว่าเป็นเกียรติอย่างสูง ที่ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับ อาจารย์ ก่าน ชลวิจารณ์ ปรมาจารย์เห็ดของไทย ท่านเป็นคนแรกที่ทำเชื้อเห็ดฟางสำเร็จเป็นคนแรกของโลก และทำการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้โดยใช้เนื้อเยื่อก่อน ศ.ระพี สาคริก หากท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็จะครบ 100 ปี วันที่ 6 ก.ค.2554 นี้ นี้เป็นภาพประวัติศาสตร์ถ่ายที่โครงการเห็ดในไม้ห้วยฮ่องไคร้ ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นโครงการในพระราชดำหริ

นี่ก็เป็นอีกภาพประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ก่อนที่ผมจะไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ด ขององค์การสหประชาชาติ โดยคนที่ลงมือลงไม้เจาะไม้ คือ Dasho C. Dorji อธิบดีกรมป่าไม้ คนที่ใส่เสื้อสีเหลืองนั่นแหละ คือ ลุงของกษัตริย์ ถือว่าเป็นนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะเป็นเจ้าของศูนย์การค้า และปั้มน้ำมันผูกขาดทั่วประเทศแต่เพียงผู้เดียว คณะนี้มาเป็นทูตสัมพันธไมตรีแทนกษัตริย์ ที่มาดูงานและเชิญผมไปเป็นผู้เชี่ยวชาญที่นั้น ภาพนี้ถ่ายเมื่อปี 2523

anonmush
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การเพาะเห็ดในไม้ แค้นนี้ที่อยากชำระ

ตั้งหัวข้อ  tat_gun on Tue Sep 07, 2010 3:45 pm

ผมคิดว่าชีวิตของอาจารย์ ที่ไปช่วยสอนคนนั้นคนนี้
ไปอยู่ต่างประเทศ เรียนรู้สิ่งต่างๆ แล้วก็อยู่แต่กับธรรมชาติป่าไม้ ทำแต่สิ่งที่อาจารย์รัก
เป็นชีวิตที่มีความสุข แล้วก็น่าอิจฉามากเลยครับ หลายคนก็น่าจะอยากเป็นแบบอาจารย์กัน

แล้วก็เห็นอาจารย์ชอบเล่าเรื่องสมัยก่อน ผมก็ชอบฟังครับ สนุกดี
และที่อาจารย์พูดถึงอาจารย์ ก่าน ชลวิจารณ์และอาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ ถ้าอ่านหนังสือเล่มไหนๆ ก็จะมีชื่ออาจารย์สองท่านนั้นแทบทุกเล่มเลยครับ ไม่ยกมาแทรกในเนื้อหา ก็จะมาอยู่ในส่วนของอ้างอิง
เหมือนเรียนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย+เรื่องเห็ดๆทั้งหลาย
มาตามอ่านเว็บนี้แล้วเพลินดีครับ

ขอบคุณอาจารย์มากครับ
ธัชพงศ์

tat_gun

จำนวนข้อความ : 46
Join date : 11/07/2010
ที่อยู่ : กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ