ส่งการบ้านครับ อาจารย์

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ส่งการบ้านครับ อาจารย์

ตั้งหัวข้อ  KaiOtoko on Tue Sep 07, 2010 9:58 pm

สวัสดีครับ อาจารย์,
ผม ประวัติ สมาชิกเลขที่ 2552/P91/2403 เจ้าเก่าครับ
ผมมาส่งการบ้านครับ อาจารย์ แต่ต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า ผมความรู้น้อย และก็ไม่ได้จบทางด้านวิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้น คำตอบของผมอาจจะไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ แต่ผมก็พยายามหาข้อมูล บวกกับหาเหตุผลมาประกอบกันเป็นคำตอบส่งอาจารย์ครับ
การบ้านที่อาจารย์ให้คือ ไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์สามารถฆ่าเชื้อโรคได้อย่างไร?
คำตอบคือ ไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ (H2O2) มีคุณสมบัติ จะสลายตัวเองอย่างช้าๆ แล้วให้ออกซิเจน กับ น้ำ ออกมา และจะสลายตัวเร็วขึ้นเมื่อเจอแสงสว่าง และ/หรือ ความร้อน
แบคทีเรียบางชนิด (รวมทั้งแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว) จะตายเมื่อได้รับ ออกซิเจน เพราะฉะนั้นมันจึงสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อเชื้อเห็ด (หรือคน) ในขณะเดียวกัน มันก็จะเพิ่มความชื้นในวัสดุเพาะไปด้วยพร้อมกัน
ส่วนน้ำมะนาวนั้น ผมคิดเอาเองครับว่า ที่เค้าใส่ลงไปด้วย เป็นเพราะว่า น้ำมะนาว มีฤทธิเป็นกรด เพราะมันมีกรดซิตริค ทีนี้ เชื้อโรคส่วนใหญ่ไม่ชอบกรด แต่เส้นใยเห็ดสามารถเจริญได้ดีในสภาวะเป็นกลาง หรือเป็นกรดเล็กน้อย นั่นหมายความว่า การใส่น้ำมะนาวเข้าไปเล็กน้อย จะช่วยให้เชื้อโรคเจริญในวัสดุเพาะได้ยาก แต่กลับทำให้เส้นใยเห็ดเจริญได้ดีขึ้น
และนมขาดมันเนย อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ ครับว่า เค้าใส่ไปเพื่ออะไร หรือว่าจะเป็นเพื่อเพิ่มอาหารให้กับเส้นใยเห็ดครับ
ผิดถูกประการใด ขอให้อาจารย์ช่วยสอนสั่งลูกศิษย์ความรู้น้อย แต่ความต้องการเรียนรู้สูงคนนี้ด้วยนะครับ
ส่วนเรื่องอาการเข่าอักเสบของแฟนผม ผมได้ทำอย่างที่อาจารย์แนะนำแล้วครับ ก็พอดีว่า ผมเพิ่งไปเอาต้นกล้าต้นเบาบับ ที่หน้าร้านตลาดไทมาครับ (ตื่นเต้น และดีใจมากๆ เลยครับ ที่ได้ต้นไม้สิริมงคลแบบนี้มาไว้ในกระถางที่บ้านครับ ไว้มีที่ทางเมื่อไหร่จะต้องรีบเอาลงดินเลยครับ จะได้ให้เค้าใหญ่โตเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ไม่ใช่สิ ร่มเบาบับ แก่บ้านครับ) แล้วผมก็เลยได้มีโอกาสคุยกับพี่ป๋อม ซึ่งตอนแรกผมกะว่าจะไปเอาแค่เอ็นไซม์มาให้ภรรยากินก่อนอ่ะครับ แต่พอคุยกับพี่ป๋อมแล้ว พี่เค้าบอกว่า ถ้าจะรักษามันต้องกินแคปซูลเห็ดด้วยนะ (ซึ่งผมเคยอ่านบทความของอาจารย์เกี่ยวกับเห็ดเป็นยาแล้วครับ ผมสนใจมาก แต่เคยถามราคาแล้ว ผมยังสู้ไม่ไหว ถ้าจะเอาไปทั้งห่ออ่ะครับ) ผมก็บอกกับพี่ป๋อมว่า ผมก็อยากจะเอาแคปซูลเห็ดไปด้วยครับ แต่ตอนนี้ยังไม่ไหวครับ ถ้าจะเอาไปทั้งห่อ พี่ป๋อมก็กรุณาผมมากครับ พี่เค้าบอกว่า งั้นก็แบ่งไปแค่ครึ่งห่อก่อนก็ได้ จะได้ไม่หนักค่าใช้จ่ายเกินไป แล้วถ้าอาการดีขึ้น แล้วหมดก็ค่อยมาเอาไปใหม่ก็ได้ ผมก็เลยยิ้มออก แล้วขอแบ่งมาครึ่งห่อก่อนครับ ตอนนี้เริ่มให้ภรรยากินคู่กับเอ็นไซม์แล้วครับ ไว้ได้ผลประการใด ผมจะรายงานให้อาจารย์ทราบครับ
รักและนับถืออย่างสูง
ประวัติ (ศิษย์มีครู)

KaiOtoko

จำนวนข้อความ : 121
Join date : 11/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

คำตอบเรื่องไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ของคุณประวัติเป็นคำตอบที่ถูกต้องแล้วครับ เอาคะแนนไปเลย 10 ใน 100

ตั้งหัวข้อ  anonmush on Wed Sep 08, 2010 12:12 am

ดีน๊ะครับ ที่คุณออกตัวไปก่อนว่า คุณไม่ได้เรียนทางวิทยาศาสตร์มา ผมจึงให้คะแนนคำตอบของคุณ ที่ได้จากการไปลอกข้อสอบมา แล้วก็ลอกแบบเขาเล่าว่า ในการโฆษณายารักษาสิว ที่มีปรากฎในเวปไซด์ เอาเป็นว่า คำตอบของคุณ เป็นคำตอบที่ถูกต้อง ที่ควรได้คะแนน 1 ใน 10 หรือ 10 ใน 100 ก็แล้วกัน เหตุผลที่ได้คะแนนสูงเท่านั้น ก็เพราะคุณลองคิดดูสิ คุณไม่งงเลยเหรอว่า เห็ด หรือสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ก็ต้องการอากาศหรือออกซิเจนกันทั้งนั้น ในเมื่อไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่คุณว่า มันแตกตัวเป็นออกซิเจนกับน้ำแล้ว มันจะไปฆ่าเชื้อโรคได้ไง แต่ที่บอกว่าคุณได้คะแนน 1 ใน 10 ก็เพราะว่า ปฎิกิริยาทางเคมีมันอธิบายได้อย่างนั้นจริงๆ แต่ความผิดพลาดของคำตอบ ที่ถือว่า เป็นสาระสำคัญของเรื่องก็คือ ไอ้เจ้า(ไม่ได้หมายความว่า ท่านเป็นตัวผู้น๊ะครับ) ออกซิเจนที่แตกตัวออกมานั้น มันเป็นออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยว หรือที่เรียกว่า ออกซิเจนแนสเซ่น Nascent Oxygen ซึ่งมีคุณสมบัติไม่อยู่ตัว มันจะต้องรีบเข้าไปจับกับออกซิเจนที่มีอยู่ใกล้มันที่สุด เพื่อคงความเสถียรของมัน นั่นก็หมายความว่า หากมันไปเจอกับจุลินทรีย์ที่กำลังหายใจ และกำลังใช้ออกซิเจนในขบวนการหายใจ ไอ้เจ้าออกซิเจนไม่อยู่ตัวนี่แหละ มันจะเข้าไปดึงออกซิเจนจากขบวนการหายใจของจุลินทรีย์หรือดึงเอาออกซิเจนออกจากเอ็นไซม์ในเซลของจุลินทรีย์ ทำให้เซลของจุลินทรีย์หรือเชื้อโรคเกิดการขาดออกซิเจนทันที แล้วตายทันทีเช่นกัน จริงๆแล้ว ขบวนการเกิด Nascent Oxygen นั้น มันมีโอกาสเกิดขึ้นเสมอในร่างกายของมนุษย์ หากร่างกายเราได้รับสารพิษ เช่น มลภาวะทางอากาศ ยาฆ่าแมลง สารเคมีบางอย่างที่ใส่เข้าไปในอาหาร ก็จะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง Nascent Oxygen ขึ้น แล้วไอ้เจ้า Nascent Oxygen นี่แหละที่เราเรียกว่า อนุมูลอิสระไง (Free radical) คุณลองดูสิ ลองเอาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หยดใส่ที่ใดที่หนึ่งในร่างกายคุณสิ มันจะเกิดฟองขึ้นทันที แล้วอวัยวะส่วนนั้นจะเป็นสีขาว ก็เพราะมันไปดึงออกซิเจนของเซลตรงที่คุณหยดใส่ไง พอฟองมันหาย ก็แสดงว่า ออกซิเจนมันแตกตัวและรวมตัวเสถียรแล้ว แล้ว หากถามว่า เวลาใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในการบ้วนปาก หรือล้างหูก็ดี มันไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือ เป็นสิ หากคุณใช้ในปริมาณมากเกินไป แต่หากคุณใช้แค่ 3% เขาทำการทดลองดูแล้วว่า มันไปเจอจุลินทรีย์หรือเอ็นไซม์ที่อยู่ที่ปาก หรือหู ที่เราต้องการขจัดมันออกไปนั้น มันจะสมดุลย์กับปริมาณ Nascent Oxygen ที่เกิดขึ้น พอมาถึงตอนนี้ ก็พอจะสรุปได้คร่าวๆว่า การที่ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อหรือทำลายเซลได้ก็เพราะ Nascent Oxygen นั่นเอง แต่ทีนี้การใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ฆ่าเชื้อคู่แข่งเห็ด แล้วมันไม่ฆ่าเชื้อเห็ดหรือ มันฆ่าสิ มันฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้า หรือที่มันไปถึง เพียงแต่เห็ด มันมีแรงต้านได้ดีกว่า และการใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ฆ่าเชื้อนั้น เราจะต้องทำก่อนใส่เชื้อเห็ดไง การที่เชื้อเห็ดมีความสามารถต้านทานNascent Oxygen ได้ดีกว่าจุลินทรีย์ทั่วไปนั้น ก็เป็นการยืนยันว่า การบริโภคเห็ดเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เห็ดจิก (Phellinus linteus) เห็ดหลินจือ เห็ดกระดุมบราซิล หรือเห็ดทั่วไป ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระทั้งน้าน คนที่ทานเห็ดเป็นประจำ จึงมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งน้อยกว่าคนที่ทานเห็ดน้อย แต่ทีนี้เรามาพูดถึงเรื่อง การเข้าทำลายเชื้อคู่แข่งในวัสดุเพาะเห็ดบ้าง เราจะต้องจำไว้เสมอว่า ไอ้เจ้า Nascent Oxygen มันจะเข้าไปจับออกซิเจนจากเซลหรือเอ็นไซม์ที่จุลินทรีย์สร้างขึ้นมา ซึ่งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในวัสดุเพาะ มันจะคายเอ็นไซม์ออกมาย่อยวัสดุ ดังนั้น หากเราใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ราดเข้าไป มันก็จะเข้าไปดึงออกซิเจนจากเอ็นไซม์เหล่านี้ทันที ซึ่งเอ็นไซม์เหล่านี้จะมีปริมาณที่เยอะมาก เราจึงจำเป็นจะต้องใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์สูงเป็นเงาตามตัวไปด้วย จากเหตุผลดังกล่าว การใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในการฆ่าเชื้อเห็ดที่ได้ผลนั้น เราควรทำลายเอ็นไซม์ออกไปให้มากที่สุดเสียก่อน ดั่งที่เราทราบแล้วว่า เอ็นไซม์จะถูกทำลายที่อุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียสขึ้นไป ฉะนั้น ก่อนที่เขาจะเอาวัสดุไปเพาะเห็ด ไม่ว่าจะเป็นอาหารวุ้น ข้าวฟ่าง หรือวัสดุเพาะอื่นๆ เขาจะนำเอาไปผ่านความร้อนสักพักก่อน เพื่อเป็นการทำลายเอ็นไซม์ ส่วนเชื้อจุลินทรีย์ที่ทนร้อนได้จะไม่ตาย การนำไปผ่านความร้อน ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน นี่ก็เป็นคำพูดที่ว่า เพาะเห็ดด้วยความร้อน 10 นาทีไง (Growing mushroom with 10 minutes steaming in substrate) ฉะนั้น ในเอกสารของ ดร.เวร เล่มหนึ่ง จะอธิบายว่า การฆ่าเชื้อที่ได้ผล ควรนำวัสดุที่จะใช้เพาะไปทำลายเอ็นไซม์เสียก่อนที่จะใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ แต่เอกสารเล่มที่ 2 บอกว่า การที่จะใช้วัสดุเพาะเห็ดโดยการฆ่าเชื้อโดยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ไม่จำเป็นต้องนำไปทำลายเอ็นไซม์ก็ได้ แต่คุณต้องใช้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอีกมากกว่าเท่าตัว นี่แหละคือ สาระของเรื่องทั้งหมด ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า อย่างไรเสีย ควรจะต้องเอาวัสดุเพาะไปผ่านความร้อนอยู่ดี แต่ไม่ต้องนานเป็นชัวโมงดั่งที่เราทำกัน พอผมมาทำการทดลองก็ได้ผลดีพอสมควร เพียงแต่มันเสียเวลาเอาเข้าเอาออก เว้นเสียแต่ว่า เราจะเลือกทำการเพาะแบบในตะกร้า หรือทำสไตล์ยุโรป ซึ่งก็คิดว่า หากย้ายไปทำการผลิตที่อุทยานเห็ดเอื้อตระกูล ก็อาจจะเลือกใช้วิธีนี้ เพราะต้นทุนเรื่องการนึ่งจะถูกกว่า ส่วนไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แบบอุตสาหกรรมขนาดความเข้มข้น 50% ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด ตอนนี้ก็มีขายที่ศูนย์อยู่แล้ว อ้อ ลืม บอกไปว่า ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นสารเคมีที่ใช้ล้างอุปกรณ์การเขี่ยเชื้อ พื้นห้องได้ปลอดภายและถูกกว่าการใช้แอลอกฮอล์เสียอีก ฉะนั้น กิจกรรมการฆ่าเชื้อในตู้เขี่ยเชื้อ พื้นห้องเขี่ย จะเลือกใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นหลัก แน่นอนครับ เรื่องนี้ จะบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของการสอน และความก้าวหน้าของการใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์จากงานทดลอง หรือจากสมาชิกเอาไปใช้ จะนำมากล่าวต่อไป
ผมดีใจครับ ที่สามารถดึงเงินจากคุณประวัติได้ จากการขายเบาบับ เพราะคิดอยู่ในใจว่า เมื่อไหร่ที่สามารถดึงเงินจากคุณประวัติได้ ผมจะให้เจ้าหน้าที่ห่อเงินเอาไว้ดู เพราะเท่าที่ตรวจดูเอกสารโต้ตอบกันนั้น มันเป็นการยากเหลือเกิน ที่จะทำให้เงินหลุดจากมือคุณได้ ขนาดที่บอกว่า เบาบับดีอย่างนั้นอย่างนี้ คุณก็คล้อยตามทั้งหมด แต่ก็ลงเอยว่า อยากได้ เพียงแต่ต้องรอซื้อที่ใหม่ก่อน แต่พอบอกว่า มันใส่กระถางได้ ก็บอกว่า กลัวจะไม่สามารถสู้ราคาได้ ก็เลยคิดว่า คงจะยากแล้วที่จะได้เงินจากคุณ นี่ก็จะพยายามไปถ่ายรูปเบาบับที่ทำเป็นบอนไซ ส่งมาให้ดู เพื่อให้คุณน้ำลายไหล แล้วอย่างน้อยไปซื้อสักต้นก็ยังดี แล้วฝันก็เป็นจริงแล้วครับ จริงๆแล้ว ก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอะไร เพียงแต่ มันทำให้ฟอรั่มไม่น่าเบื่อ ก็เลยกระเซ้ากันเล่นบ้าง
ส่วนความจงรักภักดีต่อภรรยาที่รักนั้น เป็นเรื่องน่าสรรเสริญครับ แต่ก็นั่นแหละ แต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนการจะซื้ออะไรดูเหมือนจะง่าย เพราะเขาอาจจะมีเงิน แต่บางคนอยากจะได้ของ แต่เงินไม่มี หรือมีไม่พอ โดยเฉพาะ ยารักษาโรค เป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งผมเองเป็นคนใจอ่อน เจอใครมีทุกข์ผมยิ่งทุกข์มากกว่า เจอใครมีปัญหา ผมมีอะไรก็จะช่วยแล้วก็ยกให้หมด ด้วยเหตุนี้ ผมจึงถูกกันออกจากธุรกิจทั้งหมด เมื่อไหร่ผมโผล่ไปที่หน้าร้าน ขนาดที่เขาจะจ่ายเงินซื้อของอยู่แล้ว ก็ยังไปบอกว่า อย่าซื้อเลย ไปเอาอันนั้น อันนี้มาแทนดีกว่า แล้วยิ่งใครไม่สบาย แล้วมีปัญหา ผมก็มักจะเอาเห้ดเป็นยาแจกๆๆๆๆๆ และก็แจกๆๆ ไปจนบางครั้งเราก็รับต้นทุนทั้งหมดไม่ไหว ผมจึงสั่งการไปว่า เอาอย่างนี้ก็ตาม เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงยาทางเลือก ใครมีน้อย ก็เอาไปแต่น้อยก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเอาครั้งละมากๆก็ได้ เอาเป็นว่า ขอช่วยไปทางนั้นก็แล้วกัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภรรยาสุดที่รักของคุณน่าจะดียิ่งขึ้น และหากหายเป็นปกติ ก็ขอเชิญเข้าร่วมแรลลี่เห็ดโคนครั้งต่อไปได้
นี่คุณประวัติ ผมมาคิดว่า ผมน่าจะปิดฟอรั่มนี้ได้แล้วหรือยังครับ เพราะผมมีความตั้งใจ ที่จะเล่า จะเขียนประสบการณ์ต่างๆในชีวิต เกี่ยวกับเห็ดลงในฟอรั่มนี้ แต่ไปๆมาๆ ก็ดูเหมือนเรื่องทั้งเรื่อง มีเฉพาะผมกับคุณเท่านั้นหรือไง ผมไม่ทราบว่า ฟอรั่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือไม่ คงต้องทบทวนดูในเร็วๆนี้ครับ

anonmush
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอร้องให้อย่าปิดฟอรั่มนะครับอาจารย์

ตั้งหัวข้อ  KaiOtoko on Wed Sep 08, 2010 9:51 am

ก่อนอื่น ผมต้องขอกราบขอบพระคุณอาจารย์มากๆ เลยครับ ที่กรุณาให้ความกระจ่างกับผมเรื่องไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ เพราะคำตอบที่อาจารย์เฉลย มันช่างเป็นข้อมูลที่ลึกจริงๆ ครับ (ผมเพิ่งจะรู้วันนี้เองครับว่า ไอ้เจ้าอนุมูลอิสระ ที่เรารู้จักกัน ที่แท้มันก็เป็นอ๊อกซิเจนรูปแบบนึงนี่เอง) ซึ่งถ้าให้ผมไปหาข้อมูลเอง ก็ไม่รู้จะหาได้ละเอียดแบบนี้รึเปล่า และถ้าหาได้ ก็คงต้องใช้เวลานานมากๆ เลยครับ แต่คำอธิบายของอาจารย์ ได้เปิดโลกทัศน์ของผมให้กว้างขึ้นอีกเยอะเลยครับ
จากคำอธิบายของอาจารย์ ผมจึงเข้าใจว่า การใช้ไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ในขั้นตอนการเตรียมวัสดุเพาะนั้น น่าจะเสียเวลา และยุ่งยากกว่าวิธีเดิม เพราะยังคงต้องเอาไปนึ่งหรือต้มเพื่อทำลายเอ็นไซม์อยู่ดี หรือไม่งั้นก็ต้องใช้ไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ในปริมาณที่มาก เพียงแต่ข้อดีของมันก็คือ ช่วยประหยัดต้นทุนในเรื่องเชื้อเพลิง หรือไม่ต้องลงทุนในการสร้างหม้อนึ่งเท่านั้น ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกมั๊ยครับ

อาจารย์ครับ ถึงผมจะไปรับต้นเบาบับมาแล้วก็ตาม แต่ผมก็ยังอยากให้อาจารย์ ช่วยลงรูปต้นเบาบับที่อาจารย์ทำเป็นบอนไซด้วยนะครับ และเพื่อให้สมาชิกคนอื่นๆ ได้เห็นความสวยงามของเค้าด้วยครับ เพราะต้นที่ผมได้รับมา เค้าโตสูงประมาณ 2 ฟุตแล้วอ่ะครับ แล้วผมก็ไม่รู้วิธีทำให้ต้นไม้เป็นบอนไซด้วยครับ (เห็นมั๊ยครับอาจารย์ ว่าผมความรู้น้อยจริงๆ ไม่ได้แกล้งพูด)

แต่เรื่องสำคัญที่สุด คือเรื่องฟอรั่มนี้ครับ ผมขอร้องอาจารย์แทนเพื่อนๆ สมาชิกทั้งหลายว่า ขอให้อาจารย์เปิดฟอรั่มนี้ต่อไปนะครับ เพราะความรู้และประสบการณ์ที่อาจารย์เอามาถ่ายทอด เป็นสิ่งมีค่ามากครับ ถ้าปิดลงแล้วพวกผมจะไปหาความรุ้แบบนี้ได้จากที่ไหนอีกเล่าครับ ผมแน่ใจครับว่า มีคนติดตามอ่านกันมากมาย เพียงแต่พวกเพื่อนๆ เค้าอาจจะยังไม่ค่อยมีปัญหา หรือขี้สงสัยเหมือนผม ก็เลยไม่ค่อยได้เขียนมาถาม ผมก็เลยต้องทำหน้าที่เป็นหน้าม้าถามแทนครับ แต่ถ้าอาจารย์ปิดฟอรั่มนี้ซะแล้ว เวลาเพื่อนๆ สมาชิกเค้าเกิดเจอปัญหาขึ้นมาแล้ว เค้าจะไปหาคนที่สามารถช่วยแก้ปัญหาพร้อมกับให้ความรู้ และวิธีคิดจากที่ไหนเล่าครับ เพราะถามคนอื่น อย่างดีก็คงได้แต่วิธีแก้เฉพาะหน้า แต่อาจารย์จะบอกถึงเหตุและผล วิธีคิด เรียกว่าแก้ปัญหากันถึงรากเหง้าเลยทีเดียวครับ

รักและนับถืออย่างสูง
ประวัติ (ศิษย์มีครู)

KaiOtoko

จำนวนข้อความ : 121
Join date : 11/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่งการบ้านครับ อาจารย์

ตั้งหัวข้อ  tat_gun on Wed Sep 08, 2010 7:03 pm

ผมว่าพี่ประวัติพูดถูกต้องแล้วครับ อาจารย์อย่าปิดบอร์ดนี้เลยครับ
เดี๋ยวผมเป็นผีไม่มีศาล ยุ่งเลย (ปกติเขาคงใช้ "เจ้า" น่ะครับ แต่ผมขอเป็นผีก็พอโอเคแล้วล่ะครับ)
บอร์ดนี้มีคนดูมาก แต่ว่าไม่ค่อยโพสต์เท่านั้นเองครับ เดี๋ยวในอนาคตก็เพิ่งอีกหลายเท่าตัวเองล่ะครับ
เดี๋ยวอาจารย์อ่านบ่นได้ว่า "โห ทำไมคนเข้ามาถามเยอะขนาดนี้" ก็ได้ครับ

ส่วนเรื่องไฮโดรเจนเปอร์.. ผมว่ามีประโยชน์มากเลยครับ
ผมก็ยังไม่เคยลองทำก้อนกะเขาซะที ถ้าได้ทำจะได้ลองหยดๆลงไปดูบ้าง
แล้วจะได้ไปอุดหนุนที่ร้าน(ศูนย์)ของอาจารย์บ่อยๆไงครับ

ขอบคุณมากครับ
ธัชพงศ์



tat_gun

จำนวนข้อความ : 46
Join date : 11/07/2010
ที่อยู่ : กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เรื่องนมขาดมันเนยที่ใส่ในวัสดุเพาะเห็ด

ตั้งหัวข้อ  Rarve on Thu Jan 27, 2011 5:13 pm

ขอตอบคำถามข้อที่ว่าทำไมต้องใส่นมขาดมันเนยลงในวัสดุเพาะนะครับ

โดยธรรมชาติแล้วสิ่งมีชีวิตจะมีสารต่อต้านไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ครับ
ส่วนที่เขาให้ใช้นมขาดมันเนยเนื่องจากนมขาดมันเนยที่หาซื้อได้ในท้องตลาดเขาจะทำการการพาสเจอร์ไรส์ (Pasteurization) ทำให้สารที่มีปฏิกิริยาต่อต้านกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (peroxide decomposing) โดนทำลายไปหมดแล้ว ทำให้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่เราใส่ไปในวัสดุเพาะไม่ถูกสารเหล่านั้นทำลายไปจนหมดนั่นเองครับ ในทางกลับกันถ้าเราใช้อาหารเสริมที่ไม่ได้ผ่านการพาสเจอร์ไรส์เสียแล้ว ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่เราใส่ลงไปในวัสดุเพาะจะถูกสารต่อต้านไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ทำลายไปจนหมด ทำให้ไม่มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เหลือสำหรับต่อต้านเชื้อคู่แข่งของเห็ดนั่นเองครับ

ด้วยความนับถือ
รวิทัศน์

Rarve

จำนวนข้อความ : 1
Join date : 26/01/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ส่งการบ้านเด็กนอกห้องเรียน

ตั้งหัวข้อ  sakeson on Wed Mar 07, 2012 3:37 pm

http://imageshack.us/photo/my-images/844/img049xf.jpg/

sakeson

จำนวนข้อความ : 24
Join date : 22/03/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอย้อนเรื่องการใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กับการเพาะเห็ด ที่เคยตอบกระทู้นี้ไปเมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Mon Dec 03, 2012 5:47 am

ในภาวะที่ต้นทุนการผลิตเห็ดส่วนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับเชื้อเพลิงที่ใช้ในการนึ่งฆ่าเชื้อนั้น นับวันจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จึงอยากจะย้อนเอาคำแนะนของ ดร.อานนท์ให้แก่สมาชิกเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว กลับมารื้อฟื้นใหม่ เพราะน่าจะถึงเวลาแล้ว ที่เราน่าจะหาทางลดต้นทุนการผลิต โดยใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งมีราคาถุกกว่า ประหยัดและปลอดภัยกว่า อย่างไรก็ตาม หากมีสมาชิกท่านใดสนใจ ก็ถามมาก็แล้วกัน

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ