ขอความรู้เรื่องการกำจัดแมลงศัตรูต่างๆ เพิ่มเติมครับ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ขอความรู้เรื่องการกำจัดแมลงศัตรูต่างๆ เพิ่มเติมครับ

ตั้งหัวข้อ  KaiOtoko on Tue Sep 21, 2010 11:28 am

สวัสดีครับ อาจารย์,
ผม นายจิว เลขที่สมาชิก 2552/P91/2403 เจ้าเก่า มาแล้วครับ
ได้อ่านที่อาจารย์ตอบคำถามของท่าน พ.อ. ภักดี ตองอ่อนแล้ว สะกิดต่อมอยากรู้ของผมทันทีครับ ทำให้อยากไ้ด้ความรู้มากกว่านี้อีกอ่ะครับ (กลัวเสียตำแหน่งหน้าม้าอันดับหนึ่งด้วยอ่ะครับ Razz ) ทั้งเรื่องการกำจัดแมลงต่างๆ และการเพาะเห็ดแครงด้วยกากมันสำปะหลังด้วยครับ (เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ครับ ที่ผมกำลังสนใจหาข้อมูลเรื่องการเพาะเห็ดแครง กับเห็ดหัวลิงอยู่พอดีเลยครับ)
ขอให้อาจารย์กรุณาสั่งสอนพวกเราเหล่าสมาชิกต่ออีกหน่อยอ่ะครับว่า
1. เชื้อจุลินทรีย์ที่มีความสามารถในการกำจัด และควบคุมปริมาณพลเมืองแมลงต่างๆ นี้ มันมีกลไกการทำงานยังไง และทำไมถึงไม่มีอันตรายต่อคน และสิ่งแวดล้อมอ่ะครับ
2. กลุ่มเชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้ มีหลายตัวมั๊ยครับ แล้วแต่ละตัวสามารถกำจัดแมลงได้ แต่ละชนิดเป็นการเฉพาะ หรือว่าเป็นบางกลุ่มชนิดของแมลงครับ
3. เชื้อไมโตฟากัส และเชื้อบีที ที่ผมเคยได้ยินชื่อ (แต่ไม่รู้จักครับ) จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยรึเปล่าครับ
4. เราสามารถเพาะเชื้อเหล่านี้ ได้เองจากธรรมชาติ ด้วยวิธีง่ายๆ หรือไม่ครับ หรือว่าต้องใช้กรรมวิธีในห้องแล็ปวิทยาศาสตร์ถึงจะได้ครับ
5. แล้วเชื้อจุลินทรีย์พวกนี้ ถ้าเปรียบเทียบกับ สารสกัดจากธรรมชาติอย่างฟังแบคคิว หรือสารไล่แมลงภูมิเลิศ จะมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไรครับ หรือว่าควรใช้ประสานกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดอ่ะครับ
6. นอกจากกลุ่มที่มีความสามารถในการกำจัดแมลงแล้ว มีกลุ่มที่มีความสามารถในการกำจัดเชื้อราโรคเห็ด หรือโรคต้นไม้ เช่นราส้ม ราเขียว ราดำ ราเมือก ฯลฯ ด้วยมั๊ยครับ
วันนี้รบกวนอาจารย์เท่านี้ก่อนนะครับ
รักและนับถืออย่างสูง
จิว (ศิษย์มีครู)

KaiOtoko

จำนวนข้อความ : 121
Join date : 11/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

คำถามคุณโหดร้ายมาก สงสารผมบ้างสิ

ตั้งหัวข้อ  anonmush on Thu Sep 23, 2010 7:35 am

นี่คุณประวัติ หรืออีตาจิว แหม พอยกหน่อยแล้ว คุณก็ถือโอกาสเลยน๊ะ คุณไม่น่าจะเป็นคนใจร้อน แต่ใจแคบ และเห็นแก่ได้เช่นนี้ ด้วยการที่คุณลงทุนต่ำเหลือเกิน แต่ยังดีว่า คุณยังอยู่กับร่องกับรอย ไม่เหมือนอีตาฮิติ แกเข้าถามปัญหาอยู่ดีๆในห้องนี้ วันดีคืนดี แกดันเข้าไปถามปัญหาอีกห้องหนึ่ง เรื่องของ การใช้ขี้เลื่อยที่แกงงอยู่ แล้วห้องนั้นไม่รู้เป็นไง หลานผมที่เป็นผู้ดูแลเวปนี้ มันห้ามผมเข้าไปตอบที่ห้องนั้น คุณไปบอกอีตาฮิติหน่อยสิว่า กลับมาห้องเดิมสิ ส่วนของคุณนั้น เราก็คบกันมานานพอสมควร ทำไมคุณต้องมาใช้ผมมากขึ้นทุกทีล่ะ ทำไมคุณไม่ค่อยๆแบ่งๆถามเอาล่ะ นี่คุณเล่นถามแบบครอบจักวาลเลย แล้วดันไปถามเรื่องที่มันสลับซับซ้อนมากๆอีกด้วยในเรื่องของ ไบโอเทคโนโลยี่ ที่เกี่ยวกับการควบคุมศัตรูพืชหรือเห็ดด้วยชีววิธี เอาใหม่ถามใหม่ ถามมาเป็นเรื่องๆ แล้วผมก็จะยำเป็นเรื่องๆเช่นกัน และนี่ผมก็โดนถามจากสมาชิกผู้มาเยือนที่ยังไม่มีความรู้เรื่องเห็ดเลย แกคงไม่กล้าถามในฟอรั่ม แต่ไปถามเอาที่ อีเมล์ว่า อยากจะให้ผมช่วยแนะนำว่า อายุ 25 ปี และจบวิศวกรรมมา ตอนนี้ลาออกแล้ว จะมาเพาะเห็ด โดยไปดูเขามาบ้างแล้ว และจะให้ผมแนะนำวิธีการให้ จิวเอ๋ย ช่วยหน่อยเถอะ คำถามเช่นนี้ ผมก็ต้องตอบซ้ำๆซากๆมาเกือบ 40 ปีแล้ว คุณช่วยตอบแทนผมหน่อยสิ ผมเหนื่อยที่จะตอบเรื่องนี้อีกแล้ว หากคุณก็ขี้เกียจตอบแบบผม คุณก็บอกเขาไปสิว่า ให้เขาเข้าอบรมก่อนสิ เขาจึงจะรู้ข้อมูลเบื้องต้น แล้วเขาจะได้เข้าถามในฟอรั่มนี้ เฉกเช่นคนอื่นเขา อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะให้คุณช่วยผมคือ ยายจันทร์ทิพย์เจ้าเก่านี่แหละ แกเพาะเห็ดขอนขาวได้ไม่กี่ กก. ตอนเห็ดออกใหม่ๆ แกขายให้แม่ค้าได้ กก.ละ 60 บาท ตอนหลังลดลงไปเรื่อยๆ เหลือ แค่ 45 บาทเท่านั้น ทั้งๆที่ นี่จะเข้าฤดูกินเจแล้ว ใครๆเขาก็ขายเห็ดได้ราคากัน แต่ยายคนนี้ โดนบีบอยู่ คุณช่วยเขาหน่อยสิ ช่วยเขาทำตลาด เพราะคุณเคยทำการตลาดชั้นสูงมาแล้ว อธิบายให้เขาฟังว่า การตลาดคือ อะไร แต่คุณก็อย่าตอบให้ผมได้ยินน๊ะว่า การตลาดคือ ความสามารถเอาสินค้ามาขายให้ได้กำไรเยอะๆ ขายไม่ออกก็ทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์เยอะๆ หากตอบแบบนี้ ผมจะตัดคะแนนความเป็นหน้าม้าทันที หากคุณตอบเช่นนี้ แสดง่วา คุณเป็นศิษย์ของ อีกระเทยแก่ ที่ออกมาฉอดๆด่าชาวบ้านเขา ที่ช่อง NBT อีตัวนี้ คุณสังเกตที่ลิ้นมันสิ เป็นแฉกเต็มไปหมด
อ้อ จิว ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาคุณสองสามเรื่อง ราวทั้งเรื่องจะบอกกล่าวให้รู้ด้วย
เรื่องแรกก็คือ ไอ้เรื่องการใช้ชีววิธีในการควบคุมโรคและแมลงนี้ เช่น การใช้ Bacillus subtilis รดในโรงเพาะเห็ดฟาง หรือราดพื้นที่ที่เคยเพาะเห็ด เพื่อฆ่าเชื้อโรคเห็ด ก่อนที่จะทำการเพาะเห็ดใหม่ ที่กำลังเป็นที่นิยมกันนั้น มีคนที่เขาเรียนสูงจบด๊อกเตอร์มาก็หลายคน ทำการผลิตขาย โดยขาย กก.ละ 600-2,000 บาท ซึ่งต้นทุนที่บวกสารพัดอย่างเข้าไปแล้ว คิดอย่างไงก็ไม่กี่บาท โดยบวกค่าสารพัดอย่างเข้าไป รวมทั้ง สมมุติว่า ผมยังทำงานให้กับองค์การนานชาติ ที่เขาต้องจ่ายผมว่าละอย่างน้อย 500 ดอลลาร์ขึ้นไป ผมว่า ผมขายได้ในราคา กก.ละ 50 บาทสบายๆ แต่ผมก็ไม่กล้าเอาออกมาขาย เพราะเกรงว่า หากเอาออกมาขายในราคา กก.ละ 50-60 บาท หรือใส่ภาชนะบรรจุสวยๆ ก็ไม่เกิน 100 บาท ผมก็โดนต่อต้านสารพัด หาว่า ขายของถูกไป เดี๋ยวเขาจะไม่เชื่อ ยิ่งเป็นของออกใหม่ ดีกว่าการใช้สารเคมี ปลอดภัยต่อคนใช้ คนบริโภค และสภาพแวดล้อม ได้ผลดีกว่าการใช้สารเคมี หรือบางคนก็บอกว่า ขายถูกแบบนี้ จะไปกระทบต่อคนอื่นที่เขาขายราคาสูงกว่าเรา นี่ไงที่ผมกำลังรีๆรอๆอยู่นาน ไม่รู้จะไปปรึกษาใครดี พอคุณผ่านเข้ามา ผมว่า คุณนั่นแหละ น่าจะช่วยการตัดสินใจผมได้ นี่ผมหมายรวมไปถึงเชื้ออะไรต่ออะไรที่คุณถามค้างไว้ และที่เขาขายกันแพงๆนั้น ผมทำได้ถูกกว่าเยอะ โดยผมต้องการในราคาถูก คุณจะมีความเห็นอย่างไร
เรื่องที่ สอง เรื่องของยายสุมาลี แกก็เคยเข้ามาสอบถามอะไรคุยกับพวกเราเป็นประจำ อยู่ๆแกไปโผล่เอาในเมล์โน่น เพราะแกเกรงใจที่ผมให้เห็ดเป็นยาไปรักษาโรคของแกและลูกของแก ผมก็ไม่เข้าใจว่า แกจะไปเกรงใจผมทำไม มันเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผมเอง ดีกว่า ผมไปช่วยใครก็ไม่รู้ที่เราไม่รู้จัก บางทีไปช่วยเขาๆกลับถามว่า เห็ดเป็นยาของคุณ มี อย.ไหม ผลิตถูกต้องตามหลักวิชาการไหม ทั้งๆที่กำลังจะตายอยู่แล้ว ดังนั้น คุณไม่ต้องห่วง อย่างกรณีเมียของคุณ พอรู้ว่า แกเริ่มเดินได้ เราก็เอาใจช่วยและมีความสุขแล้ว ว่าแต่ว่า คุณอย่าขี้เหนียว อย่ากั๊กก็แล้วกัน ที่ว่าอย่ากั๊กหมายความว่า รู้ว่า เห็ดเป็นยาราคาค่อนข้างแพง เมืองนอกขายเม็ดละหลายร้อยบาท บ้านเรา ราคาขายกันก็ไม่ต่ำกว่า 40-60 บาท เพราะส่วนผสมล้วนแล้วแต่เป็นเห้ดที่มีราคาแพง เช่น เห็ดถั่งเช่า ราคาสูงกว่า กก.ละล้านบาท เห็ดกระดุมบราซิล เห็ดหิ้งรัสเซีย เห็ดฮุนชิ เห็ดจิก เป็นต้น พอคุณรู้อย่างนี้ คุณก็จะให้เมียคุณกินน้อย เพราะของมันแพง แบบนี้่คุณทำไม่ถูก คุณต้องให้แกกินไปเลย มื้อละ 4-6 เม็ด 3 มื้อ ต่อวันไปเลย คุณไม่ต้องกลัวว่ามันจะหมด เอาชีวิตเมียคุณมาให้หายปกติเร็วไวเสียก่อน หากไม่พอไปเอาที่พี่ป๋อมอีก บอกว่า ผมสั่งก็แล้วกัน เช่นเดียวกับของยายสุมาลี ฝากคุณไปบอกแกด้วย ยายคนนี้แกขี้เกรงใจ พอแกได้รับของฟรี ก็ก็เลยไปหาอะไรไม่รู้มาเป็นของแลกเปลี่ยน โดยแกไม่รู้ไปทราบได้อย่างไรว่า ผมชอบเพลงเก่า แกเลยไปซื้อเพลงเก่าสมัย 1970-1980 เป็นเพลงคลาสสิคภาษาอังกฤษ ที่ผมฟังไม่รู้เรื่องส่งมาให้เป็นเหมือนกับว่า เป็นของแลกเปลี่ยนทำนองนั้น คุณรู้ไหม ก็เพราะยายคนนนี้นี่แหละ พอผมได้รับปุ๊บ ผมก็เอาไปเปิดให้ลูกน้องผมฟังทันที โดยปกติ ที่ฟาร์มไบโอเทคนั้น เราจะแบ่งกันเป็น สามก๊ก ก๊กหนึ่งลูกทุ่งล้วนๆ คือ แผนกทำข้าวฟ่าง ซึ่งตอนเช้าผมจะเข้าก๊กนี้ อีกก๊กหนึ่งเป็นก๊กหมอลำล้วนๆ คือ พวกที่เขี่ยเชื้อ ก๊กที่อยู่ด้านหน้า จะเป็นก๊ก สว.(สูงวัย) ก็จะเป็นอรวี ชรินทร์ สุนทราภรณ์ ก๊กนี้ อ.เยาวนุช เป็นดีเจ แล้วแต่ละก๊กก็ซ้ำซากๆอยู่นั่น พอของยายสุมาลีมา เราก็สั่งให้ทุกก๊กปิดเสียงให้หมด ฟังแต่ของสุมาลีอย่างเดียว คุณรู้ไหม อลหม่านกันไปทั้งฟาร์ม แม้กระทั่งหมาที่ฟาร์มผม 13 ตัว มันหลับไปหมดเลย ไอ้พวกก๊กลูกทุ่ง มันก็ทำงานแบบคลาสสิคมาก แต่เดิมมันเคยกรอกอาหารเสริมเคยได้คนละ 500 ถุง พอฟังเพลงคลาสสิคของยายสุมาลีเข้า เหลือ 350 ถุง ส่วนก๊กเขี่ยเชื้อ มันหลับคาตู้เขี่ยเชื้อ จนกระทั่งไฟแอลกอฮอลดับ ดีน๊ะที่ไฟไม่ไหม้ไปหมด ดูเหมือนจะได้ดีก็ก๊ก อ.เยาวนุชนี่แหละ ที่ดูเหมือนมีชีวิตชีวา คลาสิคกับเขาไปหมด แต่ก่อนพอรุ่งเช้า ก็จะรีบแพ๊คของเตรียมส่ง นี่ทั้งวันยังแพ๊คไม่เสร็จเลย จึงขอความกรุณาคุณช่วยฝากไปบอกยายสุมาลีว่า แกเป็นสาเหตุทำให้ เกิดความโกลาหลไปทั่วทั้งฟาร์มเลย ตอนนี้ผลิตอะไรก็ไม่ทันสักอย่าง(เห็นไหม ที่ผมจะพยายามโยนความผิดทุกอย่างไปที่สุมาลี) สรุปก็คือ ให้คุณไปตามยายสุมาลีมาให้ได้ โดยฝากบอกแกว่า เพลงที่ส่งไปให้ผมนั้น ผมชอบมาก(อ้าวไหง สรุปแบบสร้างเงื่อนไข จะเอาอีกอย่างงั้น แต่ไม่น๊ะ เปล่าน๊ะ)
3. ก็เรื่องของ อุทยานเห็ดเอื้อตระกูล ชื่อนี้เกิดขึ้น ขณะที่ผมและครอบครัว นั่งรถเบนซ์คันงามของลูกชาย ที่แกค้าขายดีมาก เพราะแกเอาของพ่อไปขาย โดยไม่ต้องจ่ายทั้งดอก ทั้งต้นคืน นี่ก็ดูเหมือนที่จะเป็นครั้งที่สองที่ได้นั่งรถแก ในรถก็มีผม มีลูกชาย ลูกสาว หลานชาย และน้องสาว พอขากลับ ใกล้จะถึงร้านอาหารวังกุ้ง วังปลาที่วังน้อย ผมก็ถามในที่ประชุมในรถว่า เอ้ แล้วเราควรตั้งชื่อ อุทยานของเราว่าอย่างไรดี โดยผมออกตัวว่า ขออย่าเป็น อุทยานเห็ดอานนท์ ก็แล้วกัน เพราะมันเยอะแล้ว เดี๋ยวคนจะหมั่นไส้เอา คุยไปคุยมารถก็ใกล้ถึงร้านอาหารแล้ว ลูกชายผมว่า ก็ในเมื่อหลายๆคนในตระกูลเอื้อตระกูลมาช่วยกัน จึงน่าจะใช้คำว่า อุทยานเห็ดเอื้อตระกูลน่าจะดีที่สุด ทุกคนเห็นด้วย ยกเว้นหลานผมแกยังเล่น ทรานสฟอร์มเมอร์อยู่ ก็เป็นอันว่า ยุติกันที่ อุทยานเห็ดเอื้อตระกูลครับ ผมก็เริ่มพูดเริ่มคุยเกี่ยวกับชื่อนี้มาตลอดคุณก็เคยเห็น แต่เรื่องก็เกิดขึ้นจนได้ ก็คือ บรรดาเอื้อตระกูลคนอื่นที่ไม่ได้รู้เห็นหรือเข้าประชุมด้วยสิ ส่วนใหญ่ก็เรียนสูงเสียด้วย คุยไปคุยมา เขาบอกว่า อย่ามาใช้เอื้อตระกูลน๊ะ เพราะเดี๋ยวอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นเสื่อมเสียแก่วงค์ตระกูลได้ อีกอย่าง เอื้อตระกูลก็ใช่ว่าจะมีพวกเราเท่านั้น ยังมีปรากฎอีกหลายจังหวัด เช่นที่ระยอง เป็นต้น ที่สำคัญ ผมยังถูกกล่าวหาอีกว่า ผมทำงานมาเยอะและอายุเยอะแล้ว พูดง่ายๆ เครื่องหลวมหมดแล้ว อีกไม่นานคงจะตายแล้ว จึงไม่น่าจะใช้คำว่า เอื้อตระกูล จิวดูสิ นี่ขนาดตั้งชื่อน๊ะ ยังไม่ได้ลงมือเลย เมื่อวานนี่เอง ที่ทางธนาคารเขาโทรมาบอกว่า เขาอนุมัติให้กู้ได้แล้ว จึงกลับมาคิดว่า ต่อไป หากจะมีการใช้ชื่อ คงจะเป็น อุทยานเห็ดอานนท์ ให้รู้แล้วรู้รอดดีกว่า อย่าไปเอาใครมายุ่ง อย่าไปเอาญาติมาเกี่ยว ข้ารับผิดชอบในชื่อของข้าแต่เพียงผู้เดียวดีกว่า คุณรู้ไหม เมื่อวานเกิดเหตุประหลาดขึ้นกับผมอีกแล้ว โดยผมพาหวานใจของผมไปทานอาหารที่ร้านเจ้หน่อย คราวนี้ผมเลี้ยงแก เพราะที่ร้านนี้ถูกมาก กิน 2 คนไม่ถึงร้อย ผมเลยออกเอง พอตกเย็น ผมให้แกเลี้ยงผมที่สุกี้เอ็มเค เพราะมันเกินพัน เกินงบผม เมื่อวาน หลังจากผมทำหัวเชื้อแล้วประมาณ บ่ายสอง ผมก็ออกอุบายพาหวานใจผมคนแก่คนเดิมหน้าเดิมกลิ่นเดิมนี่แหละ หลังจากทานอาหารแล้ว ก็พาแกไปต่อ เพื่อจะพาแกไปหาร้านที่เขารับทำไฟเบอร์กล๊าส เพราะผมอยากจะทำโรงเรือนหรืออาคารที่มีหลังคาเป็นดอกเห็ด ให้ทั่วพื้นที่ อุทยานเห็ดอานนท์(เปลี่ยนแล้วจ้า) และผมต้องการจะทำกังหันลมด้วย สถานที่ที่จะไปอยู่ที่คลองสี่ ธัญญบุรี ก่อนไปถึงก็แวะดูกังหันลมชนิดใบพัด 2 ชุด ที่ตลาดต้นไม้คลองหลวงที่เปิดใหม่ ขณะที่ฝนกำลังตั้งเค้า พอไปถึงจุดนัดหมาย ปรากฎว่า ทั้งฝน ทั้งลม และลูกเห็บตกจนมืดมัวไปหมด ผมก็เลยตัดสินใจ จอดรออยู่ที่หน้าบริษัทเขา โดยอาศัยประสบการณ์ที่เคยผจญภัยที่ภูฎานมาแล้ว ผมจึงขยับรถไปจอดยังที่ที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ พอจอดเสร็จสรรพแล้ว ทั้งด้านหน้าหรือด้านหลัง ต้นไม้ใหญ่ล้มมากั้นถนนจนรถทุกชนิดผ่านไม่ได้เลย แต่ผมรอดปลอดภัยอย่างเฉียดฉิวมาก จากนั้น ทั้งผม และเจ้าของบริษัท รวมทั้งคนงานอีกจำนวนมาก ช่วยกันเคลียร์ต้นไม้ออกหลังจากฝนหรือพายุผ่านไปแล้ว โดยการคุยเรื่องงานเป็นอันล้มไป แต่ผมบอกเจ้าของบริษัทว่า นี่เป็นเรื่องของเทวดาฟ้าดิน ที่รับรู้ว่า ผมกำลังจะทำงานใหญ่สำเร็จ หนึ่งในนั้นก็คือ เรื่องทำอุทยานเห็ดให้มีอาคารที่เป็นรูปเห็ด สองเรื่องการใช้พลังงานลม สามคือ ผมจะต้องได้รับทราบข่าวอันยิ่งใหญ่ ครับ พอกลับมาถึงฟาร์มเวลา 5 โมง 59 นาที ทางธนาคารบอกว่า ที่ผมไปเซ็นต์สัญญามาเมื่อวาน วันนี้ทางบอร์ดเขาอนุมัติแล้ว ตอนกลางคืน น้องสาวสุดที่รักก็มาบอกว่า ให้ผมทำผลิตภัณฑ์ชีววิธีขายได้แล้ว จิว ชีวิตผมไม่เคยผ่านอะไรเลยที่มันง่ายหรือโรยด้วยดอกกุหลาบ ผมต้องผ่านอุปสรรคแบบสุดๆทั้งนั้น กว่าจะถึงวันนี้ ดังนั้น ที่คุณกำลังนั่งรอ นอนรอตำนานชีวิตของผม เอาตั้งแต่ตอนเกิด ก็เกิดในสถานที่ที่น้อยคนนักเขาเลือกเกิด ก็ขอให้คุณรอต่อๆไป แต่อย่ากระพริบตาก็แล้วกัน ผมจะค่อยๆแทรกตามซอกตามมุมอย่างนี้แหละมันดี ผมไม่ชอบที่จะเล่าเรื่อง โดยให้คุณถามมาแล้วก็จะเล่าๆๆๆๆ นั่นไม่ใช่สไตล์ผม ผมจะเล่าได้ก็เมื่อมีการสร้างบรรยากาศและมีอารมย์ที่จะเล่าเท่านั้น วันนี้ไม่มีอารมย์ ขอให้รอต่อๆๆๆไป

anonmush
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ