กลไกการทำงานของจุลินทรีย์ป้องกันและกำจัดแมลงศัตรู

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

กลไกการทำงานของจุลินทรีย์ป้องกันและกำจัดแมลงศัตรู

ตั้งหัวข้อ  KaiOtoko on Thu Sep 23, 2010 1:20 pm

สวัสดีครับ อาจารย์,
ผม นายจิว เลขที่สมาชิก 2552/P91/2403 เจ้าเก่าครับ
ต้องขอโทษด้วยครับ อาจารย์ ไอ้ผมมันก็เป็นคนใจร้อน ที่เวลาเห็นอาจารย์แย้มหัวข้ออะไรมาให้ ก็ดีใจว่าจะได้ความรู้ใหม่ อยากได้ความรู้เยอะๆ ก็เลยรีบถามซะรวดเดียวเลย ลืมนึกไปว่า หัวข้อที่อาจารย์จะสอนนั้น มันเป็นวิชาการมากๆ คงต้องอธิบายค่อยๆ อธิบาย ไม่งั้นคนที่ไม่มีพื้นทางวิชาการแบบนี้มาก่อน (รวมทั้งผมด้วยครับ) อาจจะงง ตามไม่ทัน แล้วจะพาลไม่ได้อะไรเลย หรือแย่กว่านั้นคือ เข้าใจอะไรผิดๆ เข้าใจไม่จริง แล้วเอาใช้ อาจจะเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ ผมนี่มันใจเร็วด่วนได้จริงๆ ครับ แย่จัง
งั้นวันนี้ ผมขอถามใหม่ครับ อาจารย์
อยากให้อาจารย์กรุณาอธิบายถึง กลไกการทำงานของกลุ่มจุลินทรีย์ที่ช่วยในการป้องกัน และควบคุมพลเมืองแมลงศัตรู ว่ามันทำงานยังไง แล้วทำไมมันถึงไม่เป็นอันตรายต่อทั้งคนใช้ คนกิน และสิ่งแวดล้อมอ่ะครับ
ส่วนที่อาจารย์บอกว่า จริงๆ แล้ว อาจารย์สามารถผลิตเชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้ ออกมาขายให้แก่เกษตรกร และนักเพาะเห็ดทั้งหลาย เหมือนกับที่มีขายอยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน แต่ในราคาที่ต่ำกว่ามากนั้น ผมขอเป็นคนแรกเลยครับ ที่จะ้เห็นด้วย และสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะถ้าเป็นอย่างที่อาจารย์ว่า ต้นทุนเค้าต่ำกว่าราคาที่เค้าขายอย่างเทียบกันไม่ได้นั้น มันเป็นการค้ากำไรเกินควร (อย่างสินค้าตัวนึงที่อาจารย์เคยบอกตอนอบรม ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปปูสีออกแดงๆ อ่ะครับ) เอาเปรียบเกษตรกรผู้ที่มีบุญคุณ เพราะเกษตรกรเป็นผู้ผลิตอาหารให้คนทั้งหลายกินครับ แล้วรัฐบาลไทยก็ไม่รู้เป็นอะไรครับ ทั้งๆ ที่บอกว่า ประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม และภูมิประเทศ, ภูมิอากาศ, และอะไรต่อมิอะไรก็เหมาะที่จะทำการเกษตร แล้วยังมีศักยภาพที่จะเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญให้แก่โลกนี้ แต่กลับไม่เห็นเอาจุดแข็งตรงนี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์เท่าที่ควร ปล่อยให้เกษตรกรโดนเอาเปรียบจากพวกนายทุน ที่มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง จนเป็นหนี้เป็นสิน ลืมตาอ้าปากยังยากเลยครับ แต่ถ้าอาจารย์ผลิตออกมาตีตลาด ย่อมจะเป็นการช่วยเหลือสังคมด้วยครับ เพราะนอกจากจะทำให้ต้นทุนของเกษตรกรลดลงแล้ว ยังทำให้ผลผลิตสูงขึ้น เกษตรกรก็รายได้ดีขึ้น ก็จะมีส่วนช่วยให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น เป็นการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ไม่ใช่ให้เงินไปกระจุกอยู่กับแค่นักธุรกิจหน้าเลือด และนักการเมืองไม่กี่คน และนั่นก็จะเป็นอีกส่วนนึง ที่ช่วยให้วงการเห็ด และการเกษตรของเราพัฒนาไป ผมพูดถูกมั๊ยครับ อาจารย์ แล้วผมรับรองว่าจะต้องของอาจารย์จะต้องตีตลาดกระจุยอย่างแน่นอนครับ เพราะแค่ฐานสมาชิกของศูนย์ไบโอเทคก็ผลิตไม่ทันแล้ว ไหนยังต้องมีการบอกต่อๆ กันอีก (ผมได้ยินมาว่า การตลาดที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือ การบอกปากต่อปากนี่แหละครับ) สำหรับคนต่อต้าน ผมคิดว่าย่อมมีแน่ครับ ก็คนที่เค้าเสียผลประโยชน์ไงครับ แต่ก็ดีนะครับ เพราะมันเท่ากับว่า เค้าเผยธาตุแท้ของตัวเองออกมา แล้วคนอื่นๆ ก็จะได้รู้ว่าเค้าเป็นคนยังไง แต่สำหรับคนสนับสนุน ผมว่า มีเยอะกว่ามากครับ ก็สมาชิก, คนทำเห็ด (รวมทั้งผมด้วยครับ), และเกษตรกรทั้งหลายที่เข้าใจในเจตนารมย์ของอาจารย์ไงครับ อาจารย์ไม่ต้องห่วงครับ พวกเราพร้อมจะอยู่เคียงข้าง และปกป้องอาจารย์อย่างเต็มที่ครับ ถ้าอาจารย์พร้อมลุย ผมก็จะขอเป็นอีกแรงนึงครับ ที่จะช่วยป่าวประกาศ เพื่อเป็นการปลดแอก ให้กับนักเพาะเห็ด และเกษตรกรครับ และแน่นอนครับ เมื่อผมพร้อมที่จะตั้งฟาร์มของตัวเองอย่างจริงจัง ผมจะขอสมัครเป็นสาขา และหน่วยกระจายผลิตภัณฑ์ของศูนย์ไทยไบโอเทคด้วยครับ เมื่อถึงเวลานั้น ผมต้องขอความเมตตาจากอาจารย์ด้วยนะครับ (ไปๆ มาๆ ก็มาอ้อนขอรบกวนอาจารย์อีกจนได้ Embarassed )
เอ้า! เพื่อนๆ สมาชิกทุกท่่านที่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้ครับ ใครที่อยากใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ในราคายุติธรรม, อยากจะปลดแอกตัวเองจากพวกนักธุรกิจหน้าเลือด, และพร้อมจะช่วยกันพัฒนาวงการเห็ด และเกษตรของไทย ก็ช่วยๆ กันเข้ามาออกเสียงสนับสนุน ให้อาจารย์ทำผลิตภัณฑ์ชีววิธีออกมาตีตลาดกันหน่อยคร๊าบบบบบบบ
และอีกเรื่องนึงครับ เมียผมและผม ต้องขอกราบขอบพระคุณอาจารย์จริงๆ ครับ ที่อาจารย์มีเมตตาจะให้แคปซูลเห็ดเป็นยา เพื่อรักษาอาการบวม และปวดตามข้อ โดยเฉพาะข้อเข่าของเมียผม เมื่อผมอ่านให้เมียผมฟังที่อาจารย์เขียนมา เราสองคนน้ำตาซึมเลยครับ (ซึ้งในความเมตตาของอาจารย์ครับ) เพราะเรารู้ว่า สิ่งที่อาจารย์ให้นั้น มันเป็นสิ่งมีค่ามากครับ กว่าจะผลิตได้มาแต่ละเม็ดๆ ต้องใช้ส่วนประกอบที่หายาก หลายๆ อย่าง แล้วยังต้องผ่านกระบวนการต่างๆ กว่าจะได้มาเป็นแคปซูลเห็ดเป็นยาแต่ละเม็ด และความปรารถนาดีของอาจารย์ ที่อยากจะให้เมียผมหายเป็นปกติเร็วๆ ทำให้เราสองคนซาบซึ้งถึงความกรุณา และเมตตาธรรมของอาจารย์ ที่ไม่เพียงแต่สอนให้ความรู้โดยไม่ปิดบังแล้ว ยังสอนให้ลูกศิษย์ คิดดี ทำดี และก็ยังคอยช่วยเหลือลูกศิษย์ทั้งหลายอีกด้วยครับ ผมถือว่า ผมคงทำบุญมามากพอสมควรนะครับ ถึงได้มาเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ครับ
ส่วนเรื่องอุทยานเห็ด ผมเสียดายแทน เหล่าญาติๆ ของอาจารย์จังครับ สงสัยว่าเค้าคงจะยังไม่เข้าใจถึงเจตนารมย์ที่สูงส่ง และบริสุทธิ์ของอาจารย์ และทีมงานนะครับ เพราะอุทยานเห็ดที่อาจารย์กำลังทำอยู่นั้น ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่า ในอนาคต จะเป็นหน้าเป็นตาให้แก่ประเทศ และเป็นแหล่งความรู้ที่ยิ่งใหญ่ เรื่องการเพาะเห็ด และการเกษตรอีกหลายแขนง ผมเองยังอยากมีโอกาส ได้มีส่วนร่วมในงานนี้เลย แล้วอย่างนี้ หากได้ใช้ชื่อ อุทยานเห็ดเอื้อตระกูล ย่อมเป็นเกียรติ เป็นศรีแก่วงศ์ตระกูลแน่นอนครับ แต่ก็อย่างว่านะครับ มันเป็นเรื่องภายในของคนในตระกูลอาจารย์ ผมคงไม่บังอาจแสดงความคิดเห็นอะไร เพียงแต่เสียดายโอกาสดีๆ เท่านั้นเองครับ
รักและนับถืออย่างสูง
จิว (ศิษย์มีครู)


แก้ไขล่าสุดโดย KaiOtoko เมื่อ Thu Sep 23, 2010 7:05 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : เขียนตกไปบางส่วนครับ)

KaiOtoko

จำนวนข้อความ : 121
Join date : 11/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การควบคุมศัตรูเห็ดโดยชีววิธี ตอนที่ 1

ตั้งหัวข้อ  anonmush on Fri Sep 24, 2010 10:10 pm

เห็นไหมจิว มัวมะงุมมะง่ามะงาหราอยู่ เผลอแพล๊บเดียว คนอื่นแย่งซีนเอาไปเสียแล้ว ได้ดูข่าวช่อง 7 หลังทุ่มไหม ออกข่าวเรื่องการใช้จุลินทรีย์ บาซิลลัส ซับทิลีส(Bacillus subtilis)ในการควบคุมโรคเห็ด โดย อาจารย์สำเนาว์ ที่ชัยนาท(รู้จักดี เพราะเคยมาอบรมเรื่อง เห็ดโคนน้อยกับผม) แต่ผมก็ยังเลื่อนแล้ว เลื่อนอีกในการตอบข้อข้องใจของคุณ ดังได้กล่าวไปแล้วว่า เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องวิชาการ อยากให้มันมีเหตุมีผลที่สุดในการตอบคำถามแต่ละครั้ง ประกอบกับหมู่นี้ ไปวุ่นอยู่กับการวางแผนทำอุทยานเห็ด และการโอนที่ 107 ไร่อยู่ อย่างเมื่อวาน วันที่ 23 กันยายน ผมกับคู่หูคนเก่า คนแก่ เ้จ้าเดิมนั่นแหละ ผมก็พากันไปวางแผนก่อสร้างบ้านพักชั่วคราว ที่ผมรับอาสาที่จะไปอยู่ประจำที่นั่นเลย และก็ไปสำรวจเส้นทาง ปรากฎว่า 2 เฒ่าเกิดอาการสมองเสื่อมหรือไงไม่ทราบ ทางที่ไม่รู้จัก ไม่เคยไป คิดเอาเองว่าน่าจะเป็นทางที่สั้นที่สุด ปรากฎว่าเข้าป่าไปเลยจริงๆ มันช่างอ้างว้าง เปลี่ยวเปล่าเดียวดาย และเสี่ยงอันตรายเหลือเกิน แต่กว่าจะรอดมาได้ ก็กลับถึงฟาร์มเกือบเที่ยงคืน จึงไม่มีอารมย์ที่จะตอบคำถามใคร ยกเว้นของอีตานัฐพงค์ที่แกกลับตัวได้ ผมไม่แน่ใจว่า ผมสองเฒ่าในวัยใกล้ 60 เช่นนี้ิ จะสมองเริ่มเสื่อมหรือเปล่า แต่มาพิจารณาแบบเข้าข้างตัวเองว่า ไม่น่า เพราะผมทานหัวมันสวรรค์เป็นประจำ รู้ไหมว่ามันสวรรคค์คือ อะไร ภาษาจีนเรียกว่า เทียนม่า (เทียนแปลว่า อวกาศ สวรรค์) ม่า คือ พืชพิเศษชนิดหนึ่ง กัญชาก็ถือเป็นพืชพวกนี้ แต่เทียนม่า ไม่ใช่ กัญชา น๊ะครับ เทียนมา คือ พืชหัวชนิดหนึ่ง ที่ไม่เหมือนพืชทั่วไป ไม่มีใบ ไม่มีสีเขียวของคลอโรฟิลว์ ไม่สามารถสังเคราะห์แสง หรือสร้างอาหารที่เป็นพลังงานเองได้ ต้องอาศัยเชื้อเห็ดน้ำผึ้ง(Honey mushroom mycelium) ทำหน้าที่ย่อยและส่งอาหารไปเลี้ยงเท่านั้น จึงจะเกิดหัว ถือว่า เป็นสุดยอดสมุนไพร ที่มีราคาแพงมาก เป็นสุดยอดของพืชหัว ที่คล้ายโสม ช่วยในการรักษาโรคความจำเสื่อม ป้องกันเซลประสาทเสื่อมสมรรถภาพ รักษาโรคบ้าหมู พอแล้ว เอาแค่นี้ก่อน เพราะลืมไปว่า คุณยังไม่ถามนี้ ดันตอบไปตั้งเยอะแล้ว พอก่อนกลับไปที่เชื้อจุลินทรีย์ป้องกัน รักษาโรค ศัตรูเห็ดและพืช มีมากมายหลายชนิด เช่น เชื้อ Pediococcus pentosaceus และPediococcus acidilactici โดยมันจะสร้างกรดแลคติค(lactic acid) และสาร เพทดีโอซิน(Pediocins) ที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก เช่นClostridium botulinum, Clostridium perfiengens, Staphylococcus aureus และแบคทีเรียแกรมลบ เช่น Vibrio cholerae Salmonella,Pseudomonas, E.coli, Clamphylobacter ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้ บางชนิด เป้นสาเหตุของโรคในคน บางชนิดสร้างสารพิษติดไปกับอาหารที่ยากที่จะทำลายได้ด้วยความร้อน จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ Pediococcus pentosaceus และPediococcus acidilactici นี้จะพบมากที่รากของลำพู และรากของต้นโกงกาง
เชื้อราเขียว (Trichoderma ้harzianum) เป็นเชื้อราเขียวชนิดหนึ่ง ที่มันจะสร้างสารยับยั้ง ทำลาย พร้อมทั้งกอดรัดเส้นใยโรคพืช ที่เกิดจาก เชื้อราเมล็ดผักกาด (Sclerotium rolfsii) เชื้อราพิเทียม (Pythium sp.) เชื้อราไรซอคโทเนีย (Rhizoctonia sp.) เชื้อราฟัยทอปโทรา (Phytophthora sp.) และเชื้อราฟูซาเรียม (Fusarium sp.) ซึ่งเชื้อราในดินสาเหตุโรคพืชเหล่านี้เมื่อเข้าทำลายระบบรากพืช จะทำให้พืชแสดงอาการรากเน่าและโคนเน่า ในต้นที่แสดงอาการรุนแรงจะเหี่ยวแห้งตายไปในที่สุด
เชื้อบาซิลลัส ซับทิลีส ขอเอาไว้ต่อตอนต่อไป ขออนุญาตพาสุดที่รักไปนอนก่อน(หลานชายคนแรก ที่แกจะต้องให้ตากอดก่อนนอน)

anonmush
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

การควบคุมศัตรูเห็ดโดยชีววิธี ตอนที่ 2

ตั้งหัวข้อ  anonmush on Sat Sep 25, 2010 6:57 am

เมื่อวานก่อนพาหลานรักไปนอน ก็เป็นเพื่อนแกดูรายการเคเบิลทีวี ช่องศาสนาพุทธ ของมหาเถระสมาคม เป็นหนังการ์ตูน ตอน องคลุมาร ตอนที่แกไปฝึกวิทยายุทธกับสำนักอหิงสกะ ก่อนที่แกจะสำเร็จบรรลุเป็นยอดเซียนนั้น เจ้าของสำนักบอกแกมบังคับว่า แกจะสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อต้องตัดเอานิ้วหัวแม่มือคนมาให้ครบ 1,000 นิ้วเสียก่อน ทีแรกแกขัดขืน ไม่ยอมทำตาม แต่ก็ต้องการให้สำเร็จหลักสูตร ก็จำใจต้องทำ พอตัวนิ้วคนไปได้ 999 นิ้วแล้ว เหลือนิ้วสุดท้าย ไปเจอหญิงแก่เดินมาไกลๆ แกก็วิ่งเข้าไปหาหมายที่จะฆ่า เพื่อจะตัดเอานิ้วคนสุดท้าย แต่พอไปถึง เห็นเป็นแม่ จึงฆ่าไม่ลง จนกระทั่งไปเจอพระพุทธเจ้า นี่คือ ความรัก ความผูกพันของลูกกับแม่ พอดีวันนี้ มีเมล์สั้นๆมาเอาเห้ดเป็นยาไปให้แม่ที่เป็นมะเร็งรังไข่ ระยะ 3 ถามมา ก็เลยใช้เวลาตอบให้แกไปนานพอสมควร ทั้งๆที่ตั้งใจว่า ตื่นมา จะต่อเรื่อง "เรื่องการควบคุมศัตรูเห็ดโดยชีววิธี ตอนที่ 2" โดยได้พูดค้างไว้ถึงเรื่องของ การใช้เชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส(Bacillus subtilis) ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์แกรมบวก สามารถสร้างแคปซูล(capsule) ได้ สร้างแอนโดสปอร์ (endospore) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญได้ดี แหล่งที่อยู่อาศัยพบได้ทั่วไปในดิน คุณสมบัติของเชื้อบาซิลลัส ซับทิลีส ได้แก่
1. สามารถเข้าทำลายโดยตรงทั้งยังสามารถสร้างสารปฏิชีวนะได้หลายชนิด และสามารถแก่งแย่งธาตุอาหารได้ดีกว่าจุลินทรีย์อื่น ๆ ในสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลน
2. เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่โดยปกติมักจะพบอาศัยอยู่ภายในพืชโดยไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อพืชที่อาศัยอยู่
3. มีความสามารถในการปรับตัวและทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยน และวิกฤต โดยการสร้างสปอร์ และทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นได้ดี
4. เชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส(Bacillus subtilis)บางสายพันธุ์มีความสามารถในการผลิตสารพวก Toxic metabolite บางชนิดที่มีประโยชน์ในการนำมาใช้กระตุ้นการเกิดความต้านทานของพืชต่อเชื้อ สาเหตุโรคพืชที่เข้าทำลาย ประโยชน์ของเชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ใช้ใน การป้องกันและควบคุมโรคพืชและเห็ดที่เกิดจากเชื้อรา และแบคทีเรียหลายชนิด ดังนี้
กลุ่มเชื้อรา ได้แก่

-Alternaria spp. -Phytophthora palmivora
-Fusarium spp -Rhizoctonia sp.
-Cercospora spp. -Acrocylindrium oryzae
-Erwinia spp. -Pyricularia oryzae
-Colletotrichum spp.
กลุ่มแบคทีเรีย ได้แก่
- Ralstonia solanacearum -Xanthomonas campestris

จากการทดลองพบว่า เชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส(Bacillus subtilis) ไม่เป็นอันตรายต่อเชื้อเห็ด ในทางตรงกันข้าม ก็เป็นการกระตุ้นให้เชื้อเห็ดมีภูมิคุ้มกันในการต่อต้านโรคต่างๆได้ดีขึ้น ทำให้ผลผลิตของเห็ดสูงขึ้นได้ด้วย ทางศูนย์อานนท์ไบโอเทค ได้ดำเนินการวิจัยเรื่องนี้มานาน และเป็นเชื้อตัวเอกหรือตัวสำคัญในการผลิตเชื้อยูเอ็ม และอาหารเสริมไบโอวัน ที่มีกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เหล่านี้อยู่ในปริมาณที่มากพอ
การใช้เชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส(Bacillus subtilis)กับเห็ดนั้น นิยมใช้กันในหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่ใช้กันตามการโฆษณาชวนเชื่อในสื่อต่างๆ โดยใช้เป็นเชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส(Bacillus subtilis)ตัวเดี่ยวๆ แต่สำหรับอานนท์ไบโอเทคแล้ว เราได้ทำการศึกษาวิจัยซ้ำแล้วซ้ำอีก พบว่า การใช้เชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส(Bacillus subtilis) ร่วมกับเชื้ออื่นที่มีประโยชน์จะได้ผลดีเยี่ยมกว่า ทางอานนท์ไบโอเทค จึงมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์รวม ได้แก่ เชื้อยูเอ็มผง และอาหารเสริมไบโอวัน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สำหรับ สมาชิกที่ต้องการเชื้อจุลินทรีย์แต่ละชนิดแยกกัน ทางศูนย์ก็มีบริการให้แก่สมาชิกในราคาพิเศษอยู่แล้ว
สำหรับวิธีการใช้ เชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส(Bacillus subtilis) ในการเพาะเห็ดฟางนั้น ดังได้กล่าวแล้วว่า ควรใช้เชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์รวมจะดีกว่า อันได้แก่ เชื้อยูเอ็มผง หรืออาหารเสริมไบโอวัน ผสมน้ำ(หากเป็นยูเอ็มผง ให้ใช้ 1-2 ช้อนแกง ต่อน้ำ 10 ลิตร หากเป็นไบโอวัน ใช้ 1 ลิตรต่อน้ำ 100-200 ลิตร) ราดบนพื้นก่อนที่จะมีการเพาะเห็ดฟางอย่างน้อย 12-24 ชม. จะทำให้ไม่มีเชื้อคู่แข่ง ที่เป็นอันตรายที่อาศัยอยู่ในดิน เจริญแข่งขันกับเชื้อเห็ดได้ ในกรณีเช่นนี้ เราสามารถเพาะเห็ดฟางซ้ำที่เดิมได้ หรือใช้เชื้อยูเอ็มผง หรืออาหารเสริมไบโอวันผสมน้ำรดเข้าไปบนกองเพาะเห็ดฟางได้โดยตรง มันจะช่วยทั้งย่อยอาหารให้แก่เห็ดฟาง ขณะเดียวกัน ช่วยป้องกันเชื้อโรคหรือเชื้อคู่แข่งของเห็ดฟางได้ หากเป็นการใช้เชื้อบาซิลลัส ซับทิลิส(Bacillus subtilis)เพียงอย่างเดียว ควรใช้ราดพื้นเท่านั้น ไม่ควรรดหรือราดเข้าไปในวัสดุเพาะด้วย เพราะมันจะมีปริมาณมากเกินไป มันอาจจะมีผลเสียต่อเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ชนิดอื่น ที่ช่วยย่อยอาหารให้แก่เห็ดฟางได้ ส่วนการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนนั้น สามารถใช้เชื้อยูเอ็มผง หรืออาหารเสริมไบโอวันผสมน้ำที่ใช้รดวัสดุเพาะได้โดยตรง มันจะช่วยป้องกันเชื้อที่เป็นคู่แข่งของเชื้อเห็ดฟาง และช่วยย่อยอาหารในวัสดุเพาะ ให้สลายตัวเป็นอาหารเห็ดฟางได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังใช้ฉีดพ่นโรงเรือน เพื่อป้องกันเชื้อโรคสะสมในโรงเรือนเพาะเห็ดฟางได้
สำหรับการเพาะเห็ดถุงนั้น ควรใช้เชื้อยูเอ็มผง หรืออาหารเสริมไบโอวัน ที่มีเชื้อบาซิลลัส ซับทิลิส(Bacillus subtilis) เป็นหลักสำคัญนั้น ผสมกับน้ำนำไปคลุกเคล้ากับวัสดุเพาะเห็ดและอาหารเสริม หมักทิ้งไว้ 1-2 วันก่อน ที่จะนำเอาไปบรรจุถุง จะทำให้ก้อนเชื้อเห็ดไม่เสียง่าย ผลผลิตสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือใช้ฉีดทั่วหน้าก้อนเพาะเห็ด โรงเพาะเห็ด รวมทั้งพื้นของโรงเรือน เพื่อป้องกันกำจัดโรคศัตรูเห็ดได้เป็นอย่างดี
ในที่นี้ขอสรุปอีกครั้งว่า การใช้เชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์รวม เช่น เชื้อยูเอ็มผง หรืออาหารเสริมไบโอวัน ดีกว่า การใช้เชื้อจุลินทรีย์ตัวใดตัวหนึ่งเดี่ยวๆ สำหรับราคาที่เป็นปัญหาโลกแตก ของอานนท์ไบโอเทคนั้น เรามีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสมาชิกโดยตรง ดังนั้น ราคาที่ขายให้แก่สมาชิก จะเป็นราคาที่ไม่มีใครทำได้มาก่อน เช่น เชื้อจุลินทรีย์รวมชนิดน้ำ ที่ชื่อ ไบโอวัน เมื่อเทียบกับผลิตประเภทเดียวกัน ที่จำหน่ายลิตรละหลายร้อยบาท แต่ของอานนท์ไบโอเทค จำหน่ายให้แก่สมาชิกเพียงลิตรละ 20 บาทเท่านั้น จึงมีหลายคนตั้งคำถามว่า ราคาถูกเช่นนี้ จะมีเชื้อหรืออาหารเสริมของเห็ดเพียงพอหรือไม่นั้น ในฐานะที่ผมเป็นผู้ควบคุมการผลิตเอง ผมได้บวกค่าวิชาและอะไรต่ออะไรผมไปหมดแล้ว สามารถขายให้ได้ในราคา 20 บาท ก็อยู่ได้แล้วครับ ส่วนเชื้อเชื้อบาซิลลัส ซับทิลิส(Bacillus subtilis)อย่างเดียว ชนิดผง เขาขายกัน กก.ละหลายร้อยบาท ผมได้มอบนโยบายให้แก่สมาชิก ตามความเห็นชอบของนายจิว ในราคาเพียง 50 บาทเท่านั้น ส่วนใครจะเอาไปขาย กก.ละ 600 บาทเท่าคนอื่นเขาก็เชิญตามสบายครับ วันนี้เอาแค่ตัวนี้ก่อน เดี๋ยวร่ายต่อตัวอื่นครับ

anonmush
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ