ผมไม่ได้เป็นที่ปรึกษาเรื่องเห็ดเท่านั้น ผมยังจะต้องทำหน้าที่เป็นพ่อสอนลูกและคนอื่นๆอีกหลายเรื่อง

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ผมไม่ได้เป็นที่ปรึกษาเรื่องเห็ดเท่านั้น ผมยังจะต้องทำหน้าที่เป็นพ่อสอนลูกและคนอื่นๆอีกหลายเรื่อง

ตั้งหัวข้อ  Anonmushroom on Thu Oct 14, 2010 6:26 am

ผมเคยบอกไปแล้วว่า ผมมีลูกอยู่สองคนกับเมียคนนี้ (คือว่า ผมมีเมียคนเดียว ที่ชื่อเยาวนุชนี้แหละ) ลูกคนแรกผมเป็นผู้ชาย อายุก็ปาไปเกือบสามสิบแล้ว ส่วนลูกสาวก็ยี่สิบห้าแล้ว ลูกทั้งสองคนนี้ ผมไม่ต้องเสียเวลาสอนแกมากหรอก เพราะทุกวันนี้แกทั้งสอนทั้งสั่งให้ผมทำงานให้แกอยู่แล้วตั้งแต่เขาเกิดมา แต่ผมโชคดีที่ไปมีลูกนอกสมรสอีกคนที่ประเทศจีน เป็นลูกที่ผมและเมียผมไม่ได้มีส่วนที่ทำให้แกเกิดมา แกเกิดมาจากพ่อแม่ของแกที่จีน แต่เรามาเจอกันไม่นาน เหมือนพรหมลิขิต เพียงแค่เจอกันไม่กี่ชั่วโมง ก็ยอมรับเป็นลูกเอาเสียเลย ดังนั้น ระยะนี้ ผมจึงต้องให้เวลา และให้ความอบอุ่นแก่เขา เพราะกว่าเราจะสื่อสารกันได้รู้เรื่อง รวมทั้งปรับนิสัยใจคอให้เข้ากันได้ ล้วนแล้วแต่ใช้เวลา แต่ปัญหามันมีอยู่ว่า เด็กที่ประเทศจีนมีการแข่งขันกันสูงมาก และแต่ละคนต่างต้องชิงดีชิงเด่นกัน เพื่อให้เป็นสุดยอด หรือเป็นหนึ่งเท่านั้น เพราะหากเป็นสองเป็นสามแล้ว โอกาสที่จะหาที่นั่ง ที่ทำงานจะลำบากแสนเข็ญ และความใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ คือ ขอให้เรียนสูง จบมาแล้วจะได้มีงานทำ มันจึงไม่ต่างอะไรจากเด็กบ้านเราเลย แต่ลูกชายผมคนนี้ ชื่อ นายศิลป์ ต้นแสง ชื่อจีนคือ Mr. Jun Sheng อายุ 21 ปี แกก็เหมือนกับคนจีนทั่วไป แต่แกเรียนเก่ง หัวดี สอบมาอันดับหนึ่งหรืออันดับต้นๆตลอด ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสอบเข้าระดับไหน แกผ่านฉลุย แต่พอเรามาเจอกันตามพรหมลิขิต แกได้มีโอกาสเรียนรู้จากชีวิตจริง ทำให้แกเห็นแนวทางสว่างของชีวิตว่าไม่จำเป็นต้องเรียนให้สูงๆแต่เพียงอย่างเดียว มันยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้ ที่ยังมีโอกาสที่จะทำได้ ผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ป้อนข้อมูลให้เขา(ไม่ได้ไปล้างสมองเขา) และเขาได้ตัดสินใจอันยิ่งใหญ่ในชีวิตเขาแล้ว แม้เขาจะเป็นคนเดียวจากคนคู่แข่งหลายร้อยล้านคน ที่มีโอกาสเรียนปริญญาโทได้เลย แต่แกขอสละสิทธิ์ แล้วเลือกทางเดิน ที่จะหันมาศึกษาเรื่องของจุลินทรีย์ให้รู้แจ้งเห็นชัด ซึ่งผมเคยบอกเขาว่า ต่อไปในโลกนี้ จะมีธุรกิจเพียงไม่กี่ประเภทเท่านั้นที่จะอยู่ยงคงกระพัน หนึ่งในนั้นคือ นาโนเทคโนโลยี่ เทคโนโลยี่อวกาศ และไบโอเทคโนโลยี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไบโอเทคโนโลยี่ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เป็นเรื่องเกี่ยวกับการผลิตอาหาร ยา และการรักษาสภาพแวดล้อม แต่คนในวงการนี้มีน้อยมาก ส่วนใหญ่ จะรู้เฉพาะเรื่อง แล้วก็บ้าคลั่งแต่เรื่องเดียว โดยหลงตัวเองว่า สิ่งนั้นสิ่งนี้สุดยอดแล้ว จริงๆแล้ว มันยังมีความสลับซับซ้อนอีกมากมายในวงการนี้ คำว่า สลับซับซ้อน มิได้หมายความว่า มันยุ่งยาก จนมนุษย์ไม่สามารถเข้าใจมันได้ เปล่าเลย มันอาจจะเป็นสิ่งที่ง่ายๆ เช่น เอาแค่เรื่องเอ็นไซม์อย่างเดียว พอเราพูดว่า เอ็นไซม์ ฟังแล้ว มันเป็นภาษาต่างประเทศ เราก็คิดว่า คนต่างประเทศ ต่างดาว หรือเรียนจบด๊อกเตอร์เท่านั้น ที่จะเข้าใจเรื่องนี้ จริงๆแล้ว เรื่งของเอ็นไซม์ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุด ที่มนุษย์ทุกคนควรจะรู้ และเอ็นไซม์นี่แหละ ที่ทำให้เกิดชีวิตขึ้นมาได้ หากเอ็นไซม์เสื่อม หรือมีไม่พอ นั่นก็หมายความว่า เรากำลังอ่อนแอและเป็นโรค หากไม่มีเอ็นไซม์ ที่เปรียบเสมือนน้ำมันรถ สรรพสิ่งทั้งหลายก็มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ ซึ่งการรับรู้ หรือศึกษาเรื่องเอ็นไซม์นั้นไม่ยากเลยที่จะทำความเข้าใจได้ และแหล่งเอ็นไซม์ที่ดีนั้น ไม่จำเป็นต้องทำยาก หรือหายาก ดังที่ผมได้กล่าวไปหลายต่อหลายโอกาส แต่คนที่ฉลาดและเป็นนักฉวยโอกาส รู้ว่าเอ็นไซม์ที่ย่อยอาหารพวกแป้งได้ดี เช่น ข้าวหมากใหม่ เขาก็ทำตรงนั้น แทนที่จะทำข้าวหมากขายห่อละ 5 บาท เขาก็เอาข้าวหมากมาทำให้แห้งที่สามารถรักษาระดับเอ็นไซม์ไว้ได้ แล้วก็ทำเป็นเม็ดเป็นแคปซูลขายเม็ดละหลายสิบบาทเป็นต้น คัรบด้วยเหตุนี้ ผมจึงสนับสนุนลูกชายผมคนนี้ ให้ทำการศึกษาเรื่อง พวกนี้เพิ่มเติม เพราะเขาอยู่ในสังคมที่มีคนหมู่มาก มีการแก่งแย่งสูงที่ประเทศจีน และเขานี้แหละที่จะเป็นกำลังสำคัญ ที่จะทำให้เราได้รับรู้ เรียนรู้ข้อมูลเชิงลึก เรื่องของเห็ด และเทคโนโลยีบางอย่างทางด้านไบโอเทคโนโลยีจากจีนมาให้พวกเราได้รับทราบ ศิลป์กำลังประสานงาน นำเอาเห็ดที่มีสรรพคุณทางยาสูงจากจีน เช่น เทียนม่า เป็นพืชหัวชนิดหนึ่ง ที่มีดอกเหมือนกล้วยไม้ ไม่มีใบ ไม่มีคลอโรฟิวล์ ไม่สามารถสังเคราะห์แสงหรือสร้างอาหารเองได้ ต้องอาศัยเห็ดชนิดหนึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารป้อนให้ พืชชนิดนี้ จะเป็นหัวคล้ายหัวแห้วขนาดใหญ่ มีสรรพคุณบำรุงสมองอย่างดีเลิศ ศิลป์กำลังประสานงาน ที่จะเอาพืชและเห็ดชนิดนี้ มาออกงานเปิดตัวที่เซ็นทรัล รามอินทราวันที่ 10-14 พฤศจิกายนนี้ให้ได้ พร้อมทั้งเห็ดมัสสุตาเก๊ะ เห็ดทรัฟเฟิล เห็ดถั่งเช่า เห็ดถั่งเช่าสีทอง เป็นต้น
ข้างล่างนี้ คือ จดหมายจากศิลป์ที่ผมได้รับเมื่อตอนดึกของวันที่ 13 ตุลาคม และอยากให้ท่านสมาชิกได้ดูว่า เด็กจากจีน เรียนภาษาไทยแค่ 3 ปีเท่านั้น แต่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกเป็นภาษาไทย ไม่แพ้คนไทยบางคน ที่มีภาษาไทยเป็นภาษาหลักอยู่แล้ว และจดหมายนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึง การตัดสินใจของเด็กที่อายุแค่ 21 ปี อย่างแน่วแน่ที่จะเลือกทางเดินของเขาเอง ด้วยการสละสิทะฺ์ที่เขาได้รับ แล้วหันมาเริ่มเดินทางที่เขาชอบ เขาเห็นว่า สักวันหนึ่งเขาจะต้องประสพผลสำเร็จ แล้วเด็กไทยล่ะ ที่เอาแต่เรียนๆๆๆๆๆ แล้วเรื่องอย่างอื่นที่อยู่นอกตำรา จะไม่สนใจบ้างเชียวเหรอ


สวัสดีครับลุง
ขอบคุณมากๆที่ชี้ทางชีวัตให้ศิลป์ครับ

วันนี้เราได้ข่าวดีว่า ในคณะของเรา มีสองคนเรียนต่อปริญญาโทฟรีฟีและปราศจากการสอบเข้าเรียนปริญญาโทได้
แต่มีเงื่อนไขเคร่งครัดมาก
1.คะแนนของทุกวิชาต้องมากกว่า 70 (คะแนนสมบูรณ์100คะแนน)ทั้ง ๖ เทอม
2.ต้องผ่านภาษาอังกฤษชั้น๔ และภาษาอังกฤษชั้น๖ต้องมีคะแนนมากกว่า 400
3.มีความถนัดเป็นพิเศษ

ในที่สุด
ในห้องวิชาภาษาเวิยตนาม ไม่มีใครถึงเงื่อนไขระดับนี้ครับ
ในห้องวิชาภาษาไทย มีแค่ศิลป์คนเดียวถึงเงื่อนไขระดับนี้ครับ
แต่ศิลป์สละโอกาสนี้แล้วครับ

ความคิดของศิลป์คือต่อไปนี้
แม้กระทั่งวิชาภาษาไทยสำหรับปริญญาโทในมหาวิทยาลัย ดีที่สุดที่ประเทศจีน
แต่ในสามปีที่เรียนปริญญาโท
ปีหนึ่งเรียนสัปดาห์ละสองชั่วโมง ปีสองไม่มีชั่วโมงเรียน ปีสามส่งวิทยานิพนธ์แล้วก็จบ
จะได้ปริญญาโทง่ายมาก แต่ได้ความรู้น้อย
อาจารย์ก็บอกแล้วว่า ทั้งสามปีไม่เห็นมีใครเก่งขึ้นเท่าไร แต่นี่คือทางที่ดีที่ช่วยนักศึกษาได้ปริญญา แล้วหางานง่าย
ศิลป์ไม่อยากเสียเวลา เพราะสิ่งที่ต้องการของศิลปืคือความรู้ ไม่ใช่ปริญญา

เพื่อนๆหลายคนกำลังพยายามเตรียงสอบเข้าเรียนปริญญาโทอยู่ครับ
เพราะพวกเขาอยากหางานง่าย แต่ไม่มีสักคนเลยว่าเรียนสำหรับความรู้จริงๆ
คนที่อยากเรียนไม่ถึงเงื่อนไข คนที่ถึงเงื่อนไขไม่อยากไปเรียน

ตั้งแต่เมื่อศิลป์รู้จักลุงเป็นต้นมา
ศิลป์ได้รู้จักเรื่องเกี่ยวกับจุลินทรีย์และเกษตรเยอะ
เรื่องเกษตรนี้ ในเมืองจีนโดนดูถูก ใครไปเป็นเกษตรกร นี่แสดงว่าคนนั้นไม่มีความสามารถ
ในภาษาจีน ยังมีสแลงที่ดูถูกชาวนาเยอะๆ
จริงๆแล้ว คนจีนส่วนใหญ่คิดผิดแล้ว เราอาศัยอยู่กับนา เราไม่ต้องดูถูกชาวนา
ถ้าเราว่านี่ Mr.Yuan Longping เขาปลูกข้าวพันธ์ผสมสำเร็จ เป็นการปฏิวัติของเกษตรในศตวรรษที่ 20
ศิลป์ทำนายได้ว่า การใช้จุลินทรีย์ไปพัฒนาเกษตรนี้ จะเป็นการปฏิวัติของเกษตรในศตวรรษที่ 21 ครับ
ถ้าเรามนุษย์และอารยธรรมมนุษย์อยากพัฒนาต่อไป การใช้จุลินทรีย์นี้จะช่วยเรามนุษย์ครับ
ดังนั้นการกระทำงานที่ลุงทำอยู่จะมีประโหยดต่อมนุษย์มาก
ศิลป์ขอแสดงความเคารพลุงและงานที่ลุงทำครับ
และศิลป์ก็ขอบคุณลุงที่ให้ศิลป์มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับจุลินทรีย์
ศิลป์จะพยายามเรียนความรู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์ และความรู้ที่จะส่งเสริมเราทำงานเกี่ยวกับจุลินทรีย์
ธุรกิจที่เรากำลังทำอยู่ มีโอกาสสว่างอยู่แล้ว
ศิลป์จะเรียนจากลุงและเก็บเงินในสองสามปีต่อไป แล้วศิลป์จะไปเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกด้วย เหมือนลุงเคยทำครับ
ไม่ว่าลุง หรือธีระซึ่งเป็นหลานของลุง มีปัญญาเยอะๆ อิจฉาจังเลยนะครับ ศิลป์ก็อยากมีปัญญาเยอะด้วยครับ
ศิลป์จะไปเรียนวิชาเกี่ยวกับจุลินทรีย์หรือพืช หรือวิชาที่เกี่ยวข้องกัน
เรียนอยู่ที่ประเทศหนึ่งที่มีอิสระเสรี
เรียนเสร็จแล้ว ทำงานกับลุงด้วยต่อไป โดยการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ สร้างสรรค์โลกนี้ให้สวยงามที่สุด


เพื่อการเรียนในอนาคต ศิลป์กำลังพยายามเรียนภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยผมเองอยู่ครับ เรียนทุกวันครับ


ศิลป์เป็นคนที่มีศาสนา ก็คือศาสนาพุทธ
ดังนั้นในชีวิตนี้ สิ่งที่ศิลป์แสวงหาไม่เพียงแต่เงินเท่านั้น ศิลป์ยังต้องรักษาความเชื่อ และต้องทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุดด้วยครับ

ขอบคุณลุงที่เคยช่วยเหลือศิลป์เยอะอยู่แล้ว ลุงให้ศิลป์มีกำลังใจเรื่อยๆ และศิลป์ยังขอให้ลุงช่วยเหลือศิลป์ที่สมควรต่อไป
ถ้าศิลป์ทำผิด ลุงว่าศิลป์ตรงๆก็แล้วกัน ศิลป์จะรับคำสั่งสอนอย่างถอมตัวครับ
ถ้าไม่มีลุง ศิลป์ไม่ง่ายจะก้าวหน้าได้
ศิลป์จะพยายามทำงาน เพื่อความสุขของมนุษย์เราครับ
ยอมจะไม่ให้ลุงผิดหวังครับ


ศิลป์เชื่อว่า เราจะเป็นชาวนารวยที่สุดในโลก

[size=16]ขอแสดงความเคารพอย่างยิ่งอีกทีครับ

สวัสดีครับ

จากศิลป์
[/size]

Anonmushroom

จำนวนข้อความ : 352
Join date : 05/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

น้องศิลป์ ช่างเป็นคนที่มีความคิด และกล้าหาญนะครับ

ตั้งหัวข้อ  KaiOtoko on Thu Oct 14, 2010 8:30 pm

สวัสดีครับ อาจารย์,
ผม นายจิว เลขที่สมาชิก 2552/P91/2403 เจ้าเก่าครับ
ได้อ่านจดหมายที่น้องศิลป์เขียนถึงอาจารย์แล้ว รู้สึกว่า น้องศิลป์ช่างเป็นคนที่มีความคิด อย่างที่น้อยคนที่มีอายุน้อยขนาดนี้จะคิดได้นะครับ แถมเมื่อคิดได้แล้ว ก็ยังกล้าที่จะตัดสินใจ ทำในสิ่งที่หลายคนไม่กล้าตัดสินใจอย่างเค้า นับว่าเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง และเป็นแสงแห่งอนาคตจริงๆ ครับ สมแล้วครับที่น้องเค้าโชคดีมากๆ ที่ได้เป็นลูกบุญธรรมของอาจารย์ครับ และก็เป็นโชคดีของวงการเห็ด และการเกษตรของไทยด้วยครับ ที่จะได้มีน้องศิลป์เป็นแรงสำคัญในการผลักดันให้พัฒนาต่อไปครับ
รักและนับถืออย่างสูง
จิว (ศิษย์มีครู)

KaiOtoko

จำนวนข้อความ : 121
Join date : 11/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ