สงสัยเรื่องขี้เลื่อยครับ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สงสัยเรื่องขี้เลื่อยครับ

ตั้งหัวข้อ  sirinut_win9 on Sat Oct 16, 2010 11:47 pm

กราบสวัสดีท่านอาจารย์

กระผม สิริณัฏฐ์ จารุชัยสิริ สมาชิกเลขที่ 2553/p93/2519 ตอนนี้กองขี้เลื่อยจากไม้ยางพารา ที่ผมทำการหมักไว้ยังหมักไม่สิ้น สุด จำนวน 10 ตัน รอไบโอวันจากคุณป๋อมอยู่ครับ ซึ่งคุณป๋อมได้ส่งของทุกอย่างมาแล้วครับ แต่ท่านลืมไบโอวันเพียงอย่างเดียว ผมต้องการผสมไบโอวันเพิ่มอีกครับ เพราะที่ได้ขี้เลื่อยมาวันแรก ผมใช้ไบโอวันหมักแค่ ลิตรเดียวครับ เพราะเหลืออยู่แค่ลิตรเดียว ตอนนี้ผมคลุมกองขี้เลื่อยไว้ ด้วยผ้าใบ มา 5 วัน แล้วครับ ไม่มีโอกาสเปิดผ้าใบให้เขาได้หายใจเลย จะเป็นอะไรหรือเปล่าครับ เพราะฝนตกไม่หยุดสักที ตกแบบมาราธอน ไม่ได้เห็นแดด มา 5 วัน แล้วครับ นี่ก็ยังตกไม่หยุด คาดว่าคืนนี้น้ำป่าจากเขาใหญ่ จะไหลเข้าท่วมปากช่องแถวหนองสาหร่ายอีก

นี่ก็เป็นเวลา 13 วัน แล้วครับ ที่ทำการบ่มก้อนเชื้อเห็ดภูฐานดำ ตอนนี้เส้นใยเดินเลยไหล่ถุงลงมาแล้วครับ แต่ยังไม่ถึงครึ่งถุง ผมกะว่าจะรวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้น ไว้ค่อยถามตอนบ่มจบทีเดียวเลยครับ แต่วันนี้ขอรบกวนถามแค่ไม่กี่ข้อก่อนครับ เพราะเข้าใจว่าท่านอาจารย์งานเข้าเยอะช่วงนี้

ปัญหาและข้อสงสัยมีดังนี้ครับ

1. ขี้เลื่อยที่ยังหมักไม่สิ้นสุด ถ้าคลุมกองไว้ ด้วยผ้าใบ ไม่มีโอกาสเปิดให้เขาได้ออกมาหายใจเลย จะมีผลอย่างไรบ้างครับ

2. จะใช้วิธีหมักขี้เลื่อยแบบอัดอากาศ โดยไม่ต้องกลับกอง ได้หรือเปล่าครับ ( หรือมีวิธีอื่นที่ดีกว่ารบกวนแนะนำด้วยครับ)อนาคตถ้าจำเป็นผมจะซื้อรถแบคโฮคันเล็กๆ มาไว้ใช้กลับกองจะดีหรือเปล่าครับ ผมเข้าไปดูในเน็ต เห็นมีราคา 60,000 บาทด้วย เป็นคันเล็กๆแบบยืนขับด้านท้าย l ของยี่ห้อ KOBELCO รุ่น SS1

3. รบกวนแนะนำการใช้ น้ำยาฆ่าเชื้อ KAT ด้วยครับ ใช้ร่วมกับ ฟังแบคคิวและสารกำจัดแมลงภูมิเลิศได้หรือเปล่าครับ หรือต้องใช้สลับกัน

ถ้าผมฉีดฟังแบ็คคิวและสารกำจัดแมลงภูมิเลิศจนทั่วก้อนและโรงบ่มแล้วตามด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อ KAT โดยทันทีได้หรือเปล่าครับ



รบกวนท่านอาจารย์เท่านี้ก่อนครับ

ด้วยความนับถืออย่างสูง

สิริณัฏฐ์ จารุชัยสิริ








sirinut_win9

จำนวนข้อความ : 20
Join date : 16/10/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การจัดการกับขี้เลื่อย

ตั้งหัวข้อ  Anonmushroom on Mon Oct 18, 2010 2:28 am

ตามหลักการแล้ว ขี้เลื่อยเมื่อมาถึงแล้ว มันจะต้องทำการหมักต่อให้สิ้นสุดเสียก่อนที่จะทำการเก็บเอาไว้นานๆ แต่ของคุณกับประสพปัญหาเพราะฝนตกไม่ลืมหูลืมตาจนไม่สามารถทำการหมักได้ จำเป็นจะต้องคลุมกองไว้นั้น อย่าว่าแต่ของคุณเลย ของผมก็อยู่ใต้ฟ้าไม่ไกลจากคุณเลย ผมยังทำหลังคาโรงหมักปุ๋ยไม่เสร็จ แล้วเวลาผมสั่งขี้เลื่อยมาทีก็ 1 รถพ่วง เท่ากับ 2 คันรถ มันจึงไม่มีทางเลือกที่จะทำการคลุมกองเอาไว้ ดีกว่าปล่อยให้ขี้เลื่อยถูกฝน อย่างไรก็ตาม ขณะที่เราคลุมกองเอาไว้นั้น มันก็มีการหมักของมันไป หากคุณกองไม่สูง และหากมีเวลาช่วงที่ฝนหยุด ควรเปิดให้ไอร้อนมันออกไปบ้าง มันก็จะพาให้ความชื้นภายในกองขี้เลื่อยลดลง กิจกรรมของจุลินทรีย์ก็จะลดลง การสูญเสียอาหารก็จะน้อยลง ทีนี้พอฝนมันซาลง คุณควรทำการกลับกองมันบ้างเพื่อที่จะเอาส่วนที่อยู่ข้างในและด้านล่างมีโอกาสได้สัมผัสกับอากาศเสียบ้าง หากทำได้เช่นนี้ ก็จะยังรักษาธาตุอาหารที่เป็นส่วนของพลังงาน เช่น ลิกนิน ฮิมิเซลลูโลส ที่เป็นส่วนสำคัญของแหล่งพลังงาน ทีนี้พอเห็นว่า ขี้เลื่อยในกองมันแห้งและมีความร้อนน้อยแล้ว คุณก็สามารถเก็บไว้ได้นานได้ แต่ก่อนที่จะนำเอามาใช้ ให้นำมาใส่อาหารเสริมที่จะเพาะเห็ดได้เลย แล้วเพิ่มความชื้นให้อยู่ระดับประมาณ 40-50% หมายความว่า หลังจากผสมอาหารเสริมเสร็จแล้ว ให้คุณเพิ่มน้ำเข้าไปสัก 20-30 กก. ต่อ ขี้เลื่อยที่คุณเอามาใช้ 100 กก. ที่บอกว่า ความชื้นประมาณ 40-50%นั้น ก็เพราะว่า ขี้เลื่อยที่คุณกองเอาไว้นั้น นานๆเข้าความชื้นมันจะลดลง อาจจะเหลือเพียง 20-30% ฉะนั้น การที่คุณใส่เข้าไปอีก 20 กก. มันก็จะเท่ากับ 40-50% (หรือมากกว่านั้นนิดหน่อยได้) ที่สำคัญน้ำนั้น ควรผสมไบโอวันไปด้วยจะดีที่สุด เพราะไบโอวันประกอบไปด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อการหมักและเห็ด และยังมีอาหารเสริมในนั้นที่เห็ดต่้องการอีกเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอ็นไซม์และแร่ธาตุที่เห็ดต้องการ (ตอนนี้เป็นช่วงพิเศษสำหรับสมาชิก ผมสั่งให้เขาขายให้สมาชิกเพียงลิตรละ 20 บาท จากราคาที่ควรจะขายมากกว่า 80 บาทขึ้นไป บางรายเขาเอาไปขายให้คนเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา เพื่อเพิ่มน้ำเขียว และป้องกันบ่อเน่าถึงลิตรละ 300 บาท แต่ผมเอาแค่ 20 บาทเท่านั้น ราคานี้ยังไม่รวมภาชนะบรรจุน๊ะ ราคานี้ สมาชิกน่าจะเอาไปทำกำไรได้เยอะเลย เพราะมันใช้ได้กับพืช เป็นปุ๋ยบำรุงดิน ป้องกันโรครากเน่าของพืชผักได้เป็นอย่างดี ผสมอาหารสัตว์ ก็จะทำให้อัตราแลกเนื้อได้สูงขึ้น มูลของสัตว์ก็จะไม่เหม็น ประหยัดอาหารสัตว์ ไก่และปลาอีกด้วย) แต่หากคุณไม่มีไม่สะดวกเอาไปไกลๆ ก็ควรใช้เชื้อยูเอ็ม92 ชนิดผงแทน เพียงแต่เชื้อยูเอ็ม 92 นั้น มีเพียงจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เท่านั้น ไม่มีอาหารเสริม ส่วนปริมาณการใช้ก็บอกไปแล้วว่า ให้ใช้ไบโอวัน 1 ลิตร ผสมน้ำ 100-200 ลิตร ส่วนยูเอ็ม92 ชนิดผง ให้ใช้ 100 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตรหรือมากกว่านั้น ทีนี้หลังจากผสมอาหารเสริมและเพิ่มความชื้นแล้ว จะต้องทำการหมักใหม่ โดยไม่ควรกองสูงเกิน 60 ซม. ทำการกลับกองทุกวันได้ยิ่งดี ประมาณ 3-5 วัน หากวัสดุเพาะมีกลิ่นหอมโดยทั่วแล้ว ก็สามารถนำเอาไปเพาะเห็ดได้ โดยทำการปรับความชื้นอีกครั้ง ให้อยู่ระดับ 60-65% (ขณะนั้น วัสดุหมักของคุณอาจจะมีความชื้นหลงเหลืออยู่ประมาณ 30-35% จึงควรเพิ่มน้ำไปอีก 30 ลิตรหรือ กก. ต่อวัสดุเพาะขณะนั้น 100 กก.) การเพิ่มความชื้นครั้งนี้ จะใส่ไบโอวันหรือไม่ไม่เป็นไร บางรายอาจจะใส่ KAT901 เข้าไป เพื่อเร่งเส้นใยและเร่งการเกิดดอก
สำหรับคำถามเรื่องการหมักแบบอัดอากาศเข้าไปก็ใช้ได้ครับ แต่คุณต้องมีเครื่องอัดอากาศที่มีแรงดันพอ โดยอัดอากาศเข้าไปในท่อที่เจาะรูพรุนโดยรอบ ทำการอัดอากาศเข้าไปได้ โดยควบคุมอุณหภูมิภายในกองไม่ให้เกิน 50 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิเกินเมื่อไหร่ คุณก็อัดอากาศเข้าไปให้อยู่ในระดับนั้น อัดเข้าไปจนกระทั่งอุณหภูมิสูงไม่เกินนนั้นและกองวัสดุเพาะมีกลิ่นหอมแล้วใช้ได้ ส่วนการที่จะใช้รถแบคโฮคันเล็กนั้น หากราคาไม่แพงและคุณจำเป็นต้องใช้หลายงาน ก็น่าซื้อครับ ราคาขนาดนั้นผมว่าถูกมากน๊ะครับ ขนาดของผมซื้อเกือบจะเป็นเศษเหล็กอยู่แล้วก็ปาไปแสนกว่าแล้วครับ การใช้แบคโฮขนาดเล็กนั้น มันคล่องตัวดีและทำงานได้หลายอย่าง จะช่วยผ่อนแรงคุณได้เยอะทีเดียว จริงๆแล้ว มันยังมีเครื่องกลับขี้เลื่อยอีกชนิดหนึ่งคล้ายเครื่องนวดข้าว ทำงานได้ดีและเร็วมาก ผมไปเห็นที่จีน ราคาก็ประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท ผมกำลังจะสั่งซื้ออยู่ครับ ผมว่าซื้อมา 1 เครื่อง พอคนไทยเห็นอีกไม่กี่วันเต็มบ้านเต็มเมืองแน่ ตอนนี้ยังไม่มี เพราะผมยังไม่ได้สั่งมา หลายคนกำลังจ้องอยู่ว่า เมื่อไหร่ ผมจะสั่งมา จะได้มาขอก๊อบปี้ (ผมรู้ชะตาชีวิตของผมที่ผ่านมาเป็นเช่นนั้นจริงๆ อันไหนคิดว่า จะเอามาทำการค้าการขาย ก็พวกเราทั้งน้านที่มาช่วยกันอุดหนุนในการก๊อบปี้ต่อ ทำไงได้ เกิดมาเป็นผู้ให้ตาม ชื่อ ที่พ่อผมตั้งให้มา)
สำหรับการใช้ยาฆ่าเชื้อ KAT นั้น คือ น้ำยาคลอรีน 10% นั่นเอง โดยปกติในท้องตลาด เช่นน้ำยาซักผ้าขาว เขาใช้คลอรีนแค่ 5-6% เท่านั้น แต่ของเราเข้มข้นกว่านั้น น้ำยาฆ่าเชื้อนี้ ใช้สำหรับฆ่าเชื้อตามพื้นและข้างฝา อย่าใช้ผสมฟังแบคคิวหรือสารไล่แมลง เพราะยาฆ่าเชื้อ KAT จะฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ทุกอย่าง รวมทั้งเห็ดด้วย จึงควรแยกใช้ เช่น ใช้ล้างพื้นหรือถูกพื้น ในห้องเขี่ย ใช้ราดพื้นในโรงเรือน ใช้ฉีดพ่นฝาบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฤดูนี้ ฝนตกชุกมาก ความชื้นในบรรยากาศสูง หากคุณลองเอากล้องหรือแว่นขยายส่องดูตามฝาบ้าน ตามประตู คุณจะเห็นว่าจุดด่างๆดำๆที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่เป็นเชื้อราทั้งนั้น อย่างในรายของยายสุมาลี ที่ทั้งตัวแกเอง ลูกของแกแพ้อากาศนั้น ต้องระวังตามพื้นบ้าน ฝาบ้าน ระยะนี้ จะมีเชื้อราเกิดขึ้นทั่วไปหมด นั่นแหละ คุณควรใช้ยาฆ่าเชื้อ KATผสมน้ำฉีดเข้าไป หรือเวลาคุณใส่เสื้อเหม็นอับ ใส่รองเท้าเหม็นอับ หรือเวลาคุณลุยน้ำแล้วน้ำกัดเท้า คุณก็ควรใช้ยาฆ่าเชื้อ KAT ล้างเท้า ซักเสื้อผ้า ฉีดเข้าไปในรองเท้า มันก็จะไำปฆ่าเชื้อพวกนี้ได้ หรือหากคุณต้องการซักผ้าขาว ต่อนี้ไป คุณก็ไม่ต้องไปซื้อน้ำยาซักผ้าขาวที่ไหนอีกแล้ว เพราะราคามันแพง คุณก็ใช้ตัวนี้แหละ เพียงครึ่งของที่ที่มีราคาแพง ผ้าคุณก็จะขาวและสะอาดจนดมพิสูจน์ได้


คุณลุงเฉลียว คือ เพื่อนบ้านรายใหม๋ ที่มีที่ติดอยู่กับอุทยานอานนท์ไบโอเทค แกรับอาสาจะช่วยถางหญ้าที่รกรุงรังให้ ด้วยความที่แกอยากทำงานโชว์ ขณะที่ฝนตกติดต่อกันหลายวัน ปรากฎว่า เท้าแกถูกเชื้อรากัดเสียจนเดินแทบไม่ได้ สร้างความทนทุกข์ทรมาณมาก กลางคืนนอนไม่ได้ปวดแสบปวดร้อนและคันมาก อ.เยาวนุช ในฐานะหมอประจำตัวผม(นี่ไงที่ผมไปไหนเอาเมียไปด้วย) ก็รีบให้การรักษาเบื้องต้นด้วยการทาเจลแอลกอฮอลล์ทันที เพื่อทำการฆ่าเชื้อโรค

ลุงแกก็เชื่อฟังด้วยความเกรงใจ ประกอบกับคันและเจ็บอย่าทรมาณ จึงรีบทาแอลกอฮอลล์ทันที

ดูเอาเองก็แล้วกัน หลังจากที่ทาแอลกอฮอลล์ด้วยความเกรงใจ และเชื่ออาจารย์เหลือเกินว่า ไอ้ที่คันๆจะหาย แล้วเป็นไง พอแอลกอฮอลล์สัมผัสกับแผลเท่านั้น แกก็ร้องด้วยความไม่เกรงใจด้วยความเจ็บปวดทันทีทันใดเช่นกัน นี่ก็ถือเป็นอุทาหรณ์ว่า จะใช้ยาอะไร ก็ให้ดูตาม้าตาเรือบ้าง แม้ว่า แอลกอฮอลล์มันใช้ฆ่าเชื้อได้ แต่มันก็จะฆ่าคนด้วยความเจ็บปวดได้ ตอนหลังจึงเปลี่ยนเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อ KAT ไง ล้างทั้งรองเท้า และใช้เท้าจุ่มน้ำผสมยาฆ่าเชื้อ KAT ตอนนี้สบายและหายแล้วครับ

หมายเหตุ ผมพยายามหารูปมาเสริมคำอธิบาย ตามคำสั่งของหลานผม ผู้ซึ่งดูแลเวปแห่งนี้ โดยแกตั้งกติกาว่า เวลาตอบคำถามสมาชิก ขอให้พยายามอธิบายด้วยรูปด้วย จะทำให้มีสีสัน บางครั้งมันก็จนปัญญาที่จะหารูปมาใส่ได้ตามคำสั่ง เรื่องนี้ ก็เลยเอารูปอีตาเฉลียวนี่แหละมาให้ดู ให้เข้ากับบรรยากาศขณะนี้เวลา 2.25 น.ของเช้ามืดวันที่ 18 ตุลาคม 2553 ขณะที่ฝนตกพรำ หมาหอนแบบไม่สามัคคี เพราะน้ำท่วม และผมกำลังเตีรยมเข้มในการอบรมเรื่องเห็ดในขอนไม้ ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์พิเศษ ที่จะรวบรวมเอาเคล็ดแห่งความสำเร็จในอดีตเอามาสอนในวันที่ 30 ต.ค.นี้ คนที่จะเข้าอบรมเรื่องการเพาะเห็ดในขอนไม้รุ่นนี้ ถือว่า เป็นรุ่นแรกในรอบหลายปี ที่ไม่มีการอบรมเรื่องนี้เลย

Anonmushroom

จำนวนข้อความ : 352
Join date : 05/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอบพระคุณมากครับ แต่ว่ารบกวนถามต่ออีกหน่อยนึงครับ

ตั้งหัวข้อ  sirinut_win9 on Mon Oct 18, 2010 10:58 am

1.ถ้าเกิดว่าวันนี้ผมฉีดพ่นโรงเรือนบ่มตามพื้น ผนัง ชั้นวาง และก้อนเชื้อ ( ช่วงบ่มฉีดโดนก้อนเชื้อได้ใช่มั๊ยครับ) ด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อ KAT และวันรุ่งขึ้นผมฉีดฟังแบคคิวและสารกำจัดแมลงภูมิเลิศ ฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ ของน้ำยาฆ่าเชื้อ KAT ยังมีอยู่หรือเปล่าครับ หรือควรจะเว้นระยะกี่วันดีครับ

2.เครื่องกลับปุ๋ยจากจีน ผมสนใจมากครับ รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรครับ มีรูปหรือเปล่าครับ และถ้าเสียการซ่อมจะยุ่งยากหรือเปล่าครับ ช่วงนี้เพิ่งเริ่มต้น ผมอยากใช้ตัวนี้ไปก่อน และต่อไปพอมีเงินหน่อย อาจจะใช้แบคโฮเล็กครับ ถ้าเป็นไปได้ ผมจะสั่งซื้อจากท่านอาจารย์ได้หรือเปล่าครับ ผมพร้อมจะโอนเงินทันทีถ้าอาจารย์ตกลงครับ

ขอบพระคุณมากครับ

สิริณัฏฐ์ จารุชัยสิริ


sirinut_win9

จำนวนข้อความ : 20
Join date : 16/10/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ