สอบถามเรื่อง การ Recycle ก้อนเห็ดนางฟ้าเก่า มาทำก้อนใหม่

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สอบถามเรื่อง การ Recycle ก้อนเห็ดนางฟ้าเก่า มาทำก้อนใหม่

ตั้งหัวข้อ  Banlu on Sun Oct 17, 2010 7:55 pm

สวัสดีครับอาจารย์ ผมบรรลุ ครับ วันนี้ขออนุญาติสอบถามอาจารย์เรื่องก้อนเก่ามา Recycleเป็นก้อนใหม่ครับ
คือผมมีก้อนเห็ดนางฟ้าภูฎานเก่าอยู่ประมาณ 10,000 ก้อนที่เปิดดอกมาแล้วประมาณ 3 เดือน สภาพสมบูรณ์ 80-90% จะนำมาทำก้อนใหม่ ..ผมมีคำถามดังนี้ครับ
1. จะต้องนำก้อนเห็ดเก่ามาหมักด้วย Bio One เพิ่มเติมอีกหรือไม่ครับ (ก้อนเก่าสภาพสมบูรณ์ไม่มีราเขียว/ราดำ ดมกลิ่นแล้วยังเป็นกลิ่นขี้เลื่อยหอมและกลิ่นของเห็ด ความชื้นประมาณ 60-70% ...ถ้าจะมาหมักด้วย Bio One เพื่อเพิ่มอาหารจะดีกว่าหรือเปล่าครับ) หรือ สามารถผสมกับขี้เลื่อยใหม่ที่หมัก Bio One จนหอมแล้วได้เลยครับ สัดส่วนอยู่ที่ 50/50 ..อาจารย์มีข้อชี้แนะอย่างไรบ้างครับ

2. และสูตรอาหารเสริม KAT101 จะใส่อยู่ที่ประมาณ 5-7 ก.ก. ต่อวัสดุเพาะ 100 Kg. (ก้อนเก่าเป็นเห็ดนางฟ้าภูฎาน และจะนำมาทำก้อนเห็ดนางฟ้าภูฎานใหม่ซ้ำอีกครั้ง) ตัวเลขสำหรับสูตรอาหารเสริมอยู่ประมาณนี้หรือไม่ครับอาจารย์

3.สอบถามเรื่องของเห็ดแครงครับผม .. ตามตารางสูตรผสมเห็ดแครงหน้า 23 ในคู่มือการเพาะเห็ดในถุงพลาสติก
สูตรที่ 1 (ไทยไบโอเทค) ขี้เลื่อยแห้ง 100 กก. :สูตรที่ 2 ขี้เลื่อยแห้ง 100 กก.
อาหารเสริม KAT 105 = 7 กก. : รำละเอียด = 8 กก. & แป้งต่าง 2 กก
แป้งเอ็นไซม์ = 2 กก. : ใบกระถินป่น = 3 กก. & หินฟอสเฟต 2 กก
อาหารเสริม KAT 901 = 1 kg. : ส่าเหล้า = 2 กก. & หินปูน 1 กก.
ยิปซั่ม 2 กก . & ดีเกลือ 0.1 กก.

คำถามคือ สูตรที่ 1 อาหารเสริม KAT 105 จำนวน 7 กก. และสูตรที่2 รำละเอียด 8 กก. และอื่น ๆ คำถามจริง ๆ ครับอาจารย์(จะสวดก็สวดได้เลยครับ ผมจะได้ตาสว่าง) มีน้องที่รู้จักนำก้อนเชื้อเห็ดแครงมาให้เปิดดอกจำนวน 200 ก้อน แต่สูตรอาหารคือ ขี้เลื่อยแห้ง 100 กก. ต่อรำละเอียด 50 กก. แร่ภูไมท์ 2 กก. ดีเกลือ 0.2 กก. ...ทำไมเขาถึงต้องใส่รำถึง 50 กก. ครับอาจารย์ ในขณะที่อาหารเสริมสูตร 1 เพียงแค่ 7 กก. และสูตร 2 8 กก.และอื่น ๆ ทำไมถึงต่างกันเช่นนั้นครับอาจารย์ เพียงแค่อาหารเสริมKAT105 7 กก.ก็พอใช่มั้ยครับ (ผมนอนคิดใคร่ครวญอยู่ 5 คืนแล้วครับ ยังงงอยู่ จึงตัดสินใจ เป็นงัยเป็นกันต้องถามอาจารย์ให้กระจ่างดีกว่า ...)

ขอบคุณล่วงหน้านะครับอาจารย์ ...ด้วยความเคารพครับผม


Banlu

จำนวนข้อความ : 54
Join date : 11/10/2010
Age : 42
ที่อยู่ : ไชโยฟาร์มเห็ด สุราษฎร์ธานี

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ผมไม่เห็นด้วยกับการนำเอาวัสดุเก่ามาเพาะเห็ดชนิดเดิมใหม่

ตั้งหัวข้อ  Anonmushroom on Mon Oct 18, 2010 2:58 am

โดยปกติ เห้ดที่เราเพาะในถุงนั้น ตามธรรมชาติมันแล้ว มันเป็นเห็ดที่เกิดขึ้นตามเศษซากพืช โดยอาศัยอาหารจากพืชที่ตายไปแล้ว โดยอาหารที่เห็ดต้องการนั้นแน่นอนที่สุดว่ามากกว่า 16 ชนิดขึ้นไป แต่ธาตุอาหารที่มันต้องการมากที่สุด ก็คือ กลุ่มธาตุอาหารที่ใช้เป็นพลังงาน ที่มักจะได้จาก กลุ่มของน้ำตาลเชิงซ้อนในรูปของลิกนิน ฮิมิเซลลูโลส เซลลูโลส แป้งและน้ำตาลเป็นต้น การย่อยสลายธาตุอาหารดังกล่าวให้มีขนาดเล็กลง จนแตกตัวเป็นน้ำและก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์นั้น ทุกขั้นตอนของการย่อยด้วยเอ็นไซม์ของเห็ด จะได้พลังงานตามมาอย่างเพียงพอ ดังนั้น เมื่อคุณนำเอาวัสดุนั้นไปเพาะเห็ด กลุ่มของธาตุอาหารเหล่านั้นจะมีน้อยลงหรือหมดไป แล้วหากถูกนำกลับมาเพาะเห็ดชนิดเดิม หรือชนิดที่ใกล้เคียงกัน แน่นอน คุณอาจจะประหยัดค่าวัสดุ เส้นใยเห็ดอาจจะเริญเติบโตเร็ว ออกดอกเร็ว แต่ก้อนเชื้อจะหมดเร็วและผลผลิตต่ำ นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่หลายๆฟาร์ม ตอนที่ทำการผลิตก้อนเชื้อเห็ดขายใหม่ๆ คุณภาพดีมาก ผลผลิตสูง ก้อนเชื้ออยู่ได้นาน แต่พอผลิตนานๆเข้า ผลผลิตกลับลดลง ก้อนเชื้อเห็ดก็เสื่อมเร็ว ผลสุดท้ายคนซื้อก้อนไปก็อยู่ไม่ได้ อย่าลืมน๊ะครับว่า ต้นทุนการผลิตเห้ดนั้น มันไม่ได้อยู่ที่วัสดุเพียงอย่างเดียว มันประกอบไปด้วยปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งค่าเสียเวลา ค่าเสี่ยงต่างๆด้วย ดังนั้น ต้นทุนของวัสดุเพาะนั้นมันเพียงแค่ 20-25% ของต้นทุนการผลิตเท่านั้น โดยรวมแล้ว มันไม่ได้ช่วยประหยัดหรือลดต้นทุนอะไรเลย กลับเป็นตัวที่ทำให้คุณขาดทุนเสียมากกว่า เลิกคิดเรื่องแบบนี้ได้แล้ว แต่คุณสามารถเอาไปเพาะเห็ดอย่างอื่นได้ เช่น เห็ดโคนน้อย เห็ดฟาง หรือใช้ผสมบางส่วนในการเพาะเห็ดหูหนูได้ แต่ไม่ควรใช้กับเห็ดที่อยู่ในตระกูลเดียวหรือใกล้เคียงกัน เช่น เห็ดนางรม เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดขอน เห็ดลม
ส่วนคำถามว่า ทำไมคนอื่นเขาใช้รำตั้ง 50 กก.ต่อขี้เลื่อย 100 กก. แล้วผมจะไปรู้เขาเหรอ ขนาดคุณยังไม่รู้แม้แต่ชื่อเขาเลย รู้แต่ว่าเขาอาจจะอายุน้อยกว่าคุณ คุณจึงเรียกเขาว่าน้อง ส่วนการเพาะเห็ดแครงนั้น จริงๆแล้ว คุณสามารถเพิ่มอาหารเสริมเข้าไปมากๆได้ เพราะเจ้าเห็ดแครงนี้ มันกินอาหารเร็ว และออกดอกเร็วมาก บางทีเลี้ยงเส้นใยไปได้ไม่กี่วัน บางครั้งแค่ 10 วันเท่านั้น มันก็ออกดอกแล้ว ทั้งๆที่เชื้อเห็ดเดินไปได้นิดเดียว นี่ไงที่เขาจะต้องเพาะในถุงเล็ก และต้องใส่อาหารเสริมมากขึ้น จริงๆแล้ว คุณรู้ไหม จากการทดลองของผม พบว่า หากคุณใช้ข้าวฟ่างนึ่ง 3 ส่วนขี้เลื่อนผสมอาหารเสริมสูตรที่ใช้กับเห็ดขอนขาว 1 ส่วนโดยปริมาณ เส้นใยเห็ดแครงจะเจริญเร็วมาก ออกเด็กเยอะมาก ผลผลิตสูงครับ แต่เปอร์เซ็นต์เสียก็สูงด้วย ฉะนั้น หากคุณเริ่มคุมปัจจัยการผลิตได้ การสูญเสียน้อยลง ก็สามารถเพิ่มอาหารเสริมให้มากขึ้นได้อีกสองถึงสามเท่าตัวได้ครับสำหรับการเพาะเห็ดแครงครับ นี่เป็นการเพิ่มความงงให้คุณต่อไปอีกด้วยความต้องใจและจงใจครับ แต่คุณจะโล่งใจ เมื่อคุณลองปฎิบัติดู หรือเดิมตามสูตรของ พอ.ภักดี ด้วยการใช้ต้นข้าวโพด ซังข้าวโพด เปลือกมันอะไรทำนองนั้นในการเพาะเห็ดแครง ครับเห็ดแครงเป็นเห็ดที่น่าสนใจ มีคุณสมบัติเป็นยาที่ดีมาก รสชาตดี ขายไม่ออกตากแดดและเก็บได้นาน พอมีตลาด ก็เอาจุ่มน้ำนานๆหน่อย มันก็จะเหมือนสด แล้วนั่นแหละ ราคาน้ำที่คุณแช่เข้าไป จะราคาเท่ากับเห็ด ซึ่งทางรัฐบาลเขายังไม่ควบคุมราคาน้ำแช่เห็ดแครงครับ รีบๆทำเสีย เวลา 2.57 ของวันที่ 18/10/2553

Anonmushroom

จำนวนข้อความ : 352
Join date : 05/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ด้วยความขอบคุณครับอาจารย์

ตั้งหัวข้อ  Banlu on Mon Oct 18, 2010 11:10 am

ไม่ค่อยงง เท่าไหร่แล้วครับ ผมจะทดลองทำดูครับ

Banlu

จำนวนข้อความ : 54
Join date : 11/10/2010
Age : 42
ที่อยู่ : ไชโยฟาร์มเห็ด สุราษฎร์ธานี

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ