เปิดดอกเห็ดในหลุม‏

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เปิดดอกเห็ดในหลุม‏

ตั้งหัวข้อ  สมาชิกทั่วไป on Mon Jul 05, 2010 2:45 pm

เรียน ดร.อานนท์ ครับ

ในกรณีที่คลุมดินจะใช้พลาสติกคลุมดินจะกันการระเหยน้ำได้ดีกว่าการใช้วัสดุอย่างอื่นใช่ไหมครับ สำหรับการขุดหลุมคงทำได้ยากเพราะไม่เกิน 3 เมตรก็เจอหินแล้วครับ แต่สำหรับอินทผาลัมที่นี่เขาก็ขุดหลุมปลูกกันในหลุมครับ คงเป็นเหตุผลเดียวกันเรื่องการระเหยของน้ำ การใช้ตู้คอนเทรนเนอร์ห้องเย็นก็สะดวกดีครับผมจะส่งเรื่องไปให้เพื่อนช่วยเช็คให้ที่สิงคโปร์ว่าตู้ละกี่ตังค์ครับ หากว่าเป็นการเอาอิฐบล็อคมาสร้างเป็นห้อง ซึ่งที่นี่อิฐบล็อคเป็นแบบตันหนา 20 cm แข็งยังกะลูกปูนบ้านเราครับ แล้วทำพื้นขัดมัน ติดแอร์ จะมีข้อดีข้อด้อยต่างกันอย่างไรบ้างครับ

มีเห็ดชนิดไหนบ้างครับ ที่สามารถเปิดปากถุงรวมอยู่ในห้องเดียวกันได้โดยไม่เกิดความเสียหาย เพราะผมคิดว่าระยะแรกคงต้องสอนคนโอมานให้กินเห็ดก่อนครับ ถ้าเอามาสัีก 2-3 ชนิดน่าจะดีกว่าครับ สำหรับผมแล้วควรต้องผ่านขั้นตอนไหนก่อนครับจึงจะเริ่มเอาตู้เข้ามาทดลองได้ครับ ตอนนี้ยังเตรียมอนุบาล เกรงว่าคงต้องผ่านการอบรมกันสักหลายหนครับ ตอนที่ผมแกะก้อนเห็ดเพื่อลงกะบะผมสังเกตว่าเส้นใยเห็ดมีเพียงที่อยู่ข้างนอกติดกับถุงหรือครับ ส่วนเนื้อที่อยู่ด้านในยังไม่มีเส้นใยเห็ดเลยครับ เพียงแต่เป็นขี้เลื่อยผสมครับ อันนี้ถูกต้องแล้วใช่ไหมครับมิใช่ว่าเชื้อยังเดินไม่เต็มก้อนหรือเปล่าครับ

คงได้มีโอกาสเรียนเชิญอาจารย์มาเป็น วิทยากรเพื่อวิทยาทานให้กับคนโอมานที่สนใจเพาะเห็ดครับ บ้านเราไม่ค่อยเห็นคุณค่าคนครับ แล้วเห็นใครดีกว่าตัวก็ไม่ได้จ้องจะทำลายกันท่าเดียวครับ บ้านเมืองอื่นเขายกย่อง บ้านเรากลับทำลาย กว่าจะมารู้คุณค่าก็ต้องตายไปแล้ว โลกยกย่องนั่นแหละครับ ถึงจะยกย่องตามเพราะกลัวต่างชาติจะหาว่าโง่ว่าเชย เลยต้องยกย่องตามตูดเขาไป เอาเถอะครับ วีรบุรุษได้ชื่อเมื่อตาย ภาระกิจปัจจุบันต้องขับไล่เปรมมี่ก่อนครับ กว่าจะล้างระบบที่ลงรากลึกเสียขนาดนั้นคงต้องใช้เวลานานครับผมก็จะตั้งฐานรอไว้ที่โอมานนี่แหละครับ ขยับฐานต่อไปเป็นชนบทของประเทศอังกฤษครับ



wichai wattanasopon

สมาชิกทั่วไป

จำนวนข้อความ : 247
Join date : 04/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เปิดดอกเห็ดในหลุม‏

ตั้งหัวข้อ  สมาชิกทั่วไป on Mon Jul 05, 2010 2:46 pm

เรียนคุณวิชัย


ก่อนที่ผมจะลืม ที่ยังไม่ได้ตอบในฉบับที่แล้วและสำคัญยิ่ง ก็คือ ผลของการทานเห็ดเป็นยาแล้วไปกระตุ้นต่อมที่สร้างเสลดออกมาจนเขียวปี๋นั้น เป็นอาการที่เกิดจากตัวเห็ดไปกระตุ้นในส่วนที่อักเสบ มันจึงสร้างเมือกน้ำมูกขึ้นมาต่อสู้ เป็นขบวนการต่อต้านการอักเสบ(Inti-inflammation) อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น หากสามารถทนได้ ขอให้ทานเห็ดต่อไปอีกไม่กี่วัน ก็มีโอกาสที่จะหายขาดได้ เพราะผมมีประสบการณ์เรื่องนี้มามากพอสมควรสำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคภูมิแพ้และไซนัสครับ

เอาล่ะมาเรื่องเห็ดต่อครับ ในการขุดหลุมนั้น ไม่จำเป็นต้องขุดหลุมลึกก็ได้ครับ หากเราเปิดก้อนไม่มาก ก็ขุดหลุมขนาดเล็กและตื้นๆได้ครับ แล้วเอาผ้าพลาสติกคลุมได้ครับ แต่ต้องมีรูหายใจบ้าง ไม่เช่นนั้น ดอกเห็ดจะขาดอากาศ ในกรณีที่ความชื้นระเหยเร็ว รูที่เจาะให้อากาศเข้าก็ไม่จำเป็นต้องมากครับ เพราะการระเหยความชื้นออกไป มันเป็นเป็นสัดส่วนโดยตรง ไม่ใช่ผกผันกับปริมาณอากาศบริสุทธิ์เข้าไปแทนที่ครับ

เรื่องการใช้อิฐบล๊อคแบบตันมาทำโรงเพาะเห็ดนั้น หากมีความหนามากก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะมันก็กลายเป็นฉนวนได้ เพียงแต่ค่าสัมประสิทธิ์ในการนำความร้อนของอิฐมีสูงมาก ความร้อนด้านนอกมีโอกาสเข้าไปหรือความเย็นจากข้างในหายไปได้มาก ยิ่งทำการฉาบก็ยิ่งแย่ไปใหญ่ เพราะตัวฉาบนี่แหละ เมื่อทำการรดน้ำ มันจะดูดความชื้นประกอบกับความหนาแน่นของมวลสารมีสูง จึงกลายเป็นตัวนำความร้อนได้ดี แต่เราสามารถช่วยได้บ้างด้วยการบุด้วยพลาสติก เพื่อป้องกันไม่ให้บล๊อคหรือฝาผนังเปียก ผมไม่มีความรู้ทางด้านวิศวะมากเท่าคุณนะครับ แต่นั่นคือประสบการณ์ที่ได้จากการลองผิดลองถูก ในการสร้างโรงเพาะเห็ดฟางในรูปแบบต่างๆและการเพาะเห็ดในห้องเย็นในหลายสภาพของโรงเรือนในต่างประเทศครับ ส่วนหากเรามีห้องควบคุมที่ดี เช่น ตู้คอนเทนเนอร์เย็นนั้น เราสามารถนำมาเพาะเห็ดที่ต้องการสภาพแวดล้อมใกล้กันได้หลายชนิด เช่น เห็ดหูหนู เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดตีนแรด เห็ดแครง เป็นต้น เห็ดพวกนี้ต้องการอุณหภูมิประมาณ 24-28 องศาเซลเซียส หากเป็นเห็ดขอนขาว เห็ดลม ต้องการอุณหภูมิ 32-38 องศาเซลเซียส เห็ดหอมและเห็ดนางรมหนาว ที่อุณหภูมิ 16-22 องศาเซลเซียส

ส่วนเรื่องของเชื้อเห็ดที่เห็นในก้อนนั้น เป็นความเข้าใจผิดนะครับ เพราะเส้นใยของเห็ดมันจะเจริญเข้าไปทั่วทุกส่วนของวัสดุเพาะอยู่แล้ว เพียงแต่ที่มองเห็นเป็นสีขาวชัดเจน ก็เฉพาะส่วนที่สัมผัสถูกแสงและมีปริมาณออกซิเจนสูง เส้นใยเห็ดจะออกมารวมกันบริเวณผิว มีการสะสมอาหารเพื่อที่จะรวมตัวกันเป็นดอก และทำหน้าที่เป็นผิวหนังป้องกันไม่ให้เส้นใยข้างในแห้ง เราจะสังเกตได้ดีและถูกต้องก็คือ เอาไปส่องกล้อง หรือใช้มือบิและดมดู โดยจะมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นของดอกเห็ดครับ

ส่วนเรื่องการอบรมนั้น เป็นการสอนให้รู้ถึงทั่วไปแบบกว้างๆในเรื่องเห็ด เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีพื้นความรู้เรื่องเห็ด หรือเรื่องการเกษตรเลย หรือแม้แต่ผู้ที่เพาะเห็ดอยู่แล้ว แต่ทำการเพาะแบบเขาเล่าว่า ไม่มีพื้นฐานอันใดเลย การอบรมจึงมีความสำคัญยิ่ง แต่การที่จะรู้แบบลึกซึ้งนั้น ต้องใช้เวลา ประกอบกับต้องลงภาคสนามอย่างจริงจังครับ แต่ก่อนผมเปิดคลีนิคเห็ดตลอดเวลาครับ กล่าวคือ รับปรึกษาเรื่องเห็ดทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่เว้นวันหยุดครับ ปรากฎว่าทำได้มาสิบกว่าปีก็เลิกครับ เพราะไม่มีเวลาทำมาหากินเลยครับ และการให้คำปรึกษาที่บ้านเรา มันเป็นการทำบุญเท่านั้นครับ เป็นแบบให้เปล่า ไม่เคยมีรายได้จากเรื่องนี้เลย และบางรายยังใช้อารมณ์กับเราอีก ตอนนี้ผมจึงงดทุกอย่างปลีกวิเวกทำงานวิจัยและทำการผลิตเห็ดเป็นยาส่งออกสบายใจกว่าเยอะครับ แล้วก็เดือนๆหนึ่งออกมาโผล่หน้าสอนหรือทำการอบรมสักครั้งหนึ่งเท่านั้นครับ นี่ก็เพิ่งมาเปิดตอบคำถามได้ไม่ถึงเดือนครับ โดยจะพยายามตอบปัญหาหรือข้อสงสัยให้ได้มากที่สุด พอแจ่มแจ้งแดงแจ๋แล้ว ก็จะหยุดครับ ดังนั้นคำถามใดที่เห็นว่ามีประโยชน์ ผมก็ขออนุญาตเอาลงเวปไปด้วย เพื่อให้สมาชิกที่สนใจได้เข้าใจ และเพื่อเป็นการประหยัดเวลาผมอีกทางหนึ่ง ที่ผมจะไม่ต้องมาเสียเวลาที่จะตอบคำถามซ้ำๆซากๆอีกครับ

ผมยินดีให้การสนับสนุนคนไทยทุกคนที่มีแนวคิดที่จะเอาความรู้เรื่องเห็ดไปทำธุรกิจในต่างประเทศ เพราะผมเชื่อว่า การที่เราอาหนึ่งสมองสองมือ เป็นความรู้ของเราติดสมองเราไป แล้วไปใช้วัสดุ อุปกรณ์ คนงาน สถานที่ที่ใกล้แหล่งบริโภค แล้วเอาเงินกลับประเทศ ดีกว่าทำแบบงกๆในเมืองไทย แล้วส่งผ่านเรือหรือการขนส่งของคนต่างชาติ ผลสุดท้าย รายได้ที่ควรจะได้หายไปกับการขนส่ง ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด จึงขอสดุดีที่คุณมีแนวความคิดเช่นนั้น ที่จะไปตั้งฐานในต่างประเทศ รีบทำไปเถอะครับ แม้ว่าอีเปรมมันยังไม่ตายไปจากแผ่นดินนี้ แต่ก็ยังมีคนไทยที่รอความหวังอีกเยอะ ผมเองได้ใช้ชีวิตในต่างประเทศมานานพอแล้ว ไม่เอาอีกแล้วที่จะไปทำอะไรที่ประเทศไหนระยะยาว แต่โอเคเพื่อเป็นแนะนำปรึกษาชั่วครั้งชั่วคราวไม่เป็นไร

ส่วนเรื่องของคนที่จะให้เกียรติหรือไม่นั้น ผมชินชาไปแล้ว ตั้งแต่ตั้งหน้าตั้งตาสู้มาทุกรูปแบบตั้งแต่ปี 2516 เพื่อตั้งสมาคมเห็ดขึ้นมาให้ได้ เริ่มแรกตั้งชมรมเห็ด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขึ้นก่อน ต่อมาตั้งชมรมเห็ดสมัครเล่น ต่อมาตั้งชมรมเห็ดแห่งประเทศไทย และมาสำเร็จในการตั้งสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทยขึ้นสำเร็จเมื่อปี 2520 มีพระเทพเสด็จเปิดป้าย เรื่องเห็ดโด่งดังมากจนกลายเป็นหนึ่งของโลกในเวลาไม่ถึงสิบปี แต่พอผมไปประจำในต่างประเทศ ก็โดนพวกอำมาตย์ยึดไปเป็นฐานสร้างอำนาจบารมี ซึ่งส่วนใหญ่ได้ดิบได้ดี บางคนได้เลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ ทำให้สมาคมที่มีอายุนานกว่า 30 ปี ย่ำต๊อกอยู่กับที่ ตามหลังชาวบ้านหลายช่วงตัวครับ นี่ก็รออีเปรมตาย ก็คงจะต้องเข้าไปผ่าตัดวงการเห็ดไทยใหม่เสียทีครับเอาล่ะครับวันนี้อึดอัดมาก เพราะดูทีวีไม่ได้ ต้องนั่งเฝ้าดูเหตุการณ์ผ่านเน็ต เดี๋ยวจะออกไปไล่พวกอำมาตย์ก่อนครับและจะมาคุยใหม่





ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล



สมาชิกทั่วไป

จำนวนข้อความ : 247
Join date : 04/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ