ขอโยนหินถามทางเรื่องสำคัญที่จะวางแผนในอนาคต

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ขอโยนหินถามทางเรื่องสำคัญที่จะวางแผนในอนาคต

ตั้งหัวข้อ  anonmush on Fri Dec 03, 2010 5:28 am

ผมคิดว่า น่าจะเป็นการดี ที่อยากจะขอปรึกษา และข้อเสนอแนะจากสมาชิกผู้เคยผ่านการอบรมเห็ดจาก อานนท์ไบโอเทคไปแล้ว สัก 2 เรื่อง เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาที่จะวางแผนงานในอนาคต ของอานนท์เวิลด์ต่อไป และตอนนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สมาชิก คงได้แวะไปเยี่ยมเยือนเวปนี้กันบ้างแล้ว โดยเวปนี้ จะเน้นเรื่องของต่างประเทศ การนำเที่ยวประเทศต่างๆ การนำเอาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดจากประเทศต่างๆมาเสนอ และจะเป็นเวปที่เสนอรายละเอียดเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของ อุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ ระหว่างที่มีการปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาสาระที่น่าสนใจบางอย่างอยู่นั้น ผมได้นำเอารายงาน การไปศึกษาวิจัยตลาดอาหารไทย ที่ประเทศแอฟริกาใต้ และประเทศโตโก ที่สถาบันอาหาร ของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้จ้างผมไปเป็นที่ปรึกษา นำทีมไปสำรวจตลาดที่นั่น น่าจะเป็นรายงานที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคนไทย ที่ไม่เคยมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประเทศต่างๆในทวีปเหล่านี้มาก่อน อย่าลืมว่า ประเทศมหาอำนาจทางเศรษบกิจของโลก ไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลี จีน เวียตนาม ญี่ปุ่น ล้วนแล้วแต่ซุ่มเงียบไปทำมาหากินกันที่แอฟริกาทั้งสิ้น โดยส่วนใหญ่ นำเอาสินค้าไทยและแรงงานไทยนี่แหละไปขาย ไปทำงานที่นั่น ในเมื่อผมเป็นคนไทยชุดแรกๆ ที่ไปบุกเบิกและนำครอบครัวไปอยู่ที่ทวีปนี้มาเกือบ 20 ปี ผมจึงตัดสินใจนำเอารายงานชิ้นสำคัญนี้ มาลงอย่างละเอียดเป็นตอนๆที่ และต่อไปจะมีเรื่องที่น่าสนใจเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จึงขอให้แวะไปเยี่ยมชมได้ ในส่วนของลูกชายผม (ยงยศ หรือไผ่ เอื้อตระกูล) ก็กำลังเร่งนำเอารายละเอียดของการเพาะเห้ดต่างๆ ซึ่งบางเห็ด ยังไม่มีการเผยแพร่มาก่อน นำมาเสนอ บางเห็ดก็ได้นำเอาวิธีการเพาะเป็นวีดีโอ หรือคลี๊ปวีดีโอ พร้อมทั้งกำลังขยายการบริการขายสินค้าเกี่ยวกับเห็ดออนไลน์อยู่ด้วย
แต่สำหรับโอกาสนี้ ขณะที่การพัฒนาอุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ที่ ต.เพนียด อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี บนพื้นที่ 107 ไร่ กำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ทำกันทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียวนั้น ส่วนหนึ่งก็จะต้องทำการวางแผนกันไว้ล่วงหน้า ซึ่งบางเรื่อง ผมอยากได้ข้อแนะนำและความเห็นจากสมาชิก โดยเฉพาะ ผู้ที่เคยผ่านการอบรมเห็ดไปแล้ว 2 เรื่อง คือ
1. เรากำหนดกันเอาไว้ว่า ที่ อุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์นั้น เราจะทำเป็นฟาร์มเห็ดตัวอย่างในเชิงธุรกิจจริง นั่น ก็หมายความว่า ณ ที่แห่งนี้ จะมีการผลิตเห็ดเศรษฐกิจที่สำคัญ เริ่มตั้งแต่ การทำเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ การทำหัวเชื้อ การผลิตวัสดุเพาะ การเพาะเห็ด การแปรรูปดอกเห้ด หรือพูดง่ายๆ คือ จะทำการผลิตเห็ดแบบครบวงจร ในส่วนนี้เอง จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการจะทำการเพาะเห็ดจริงๆเป็นอาชีพ ได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้ทั้งทางภาคทฤษฎีและการปฎิบัติจากของจริง ซึ่งจะต้องใช้เวลามากกว่า 1 วันแน่นอน ดังนั้น การที่จะเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าไปฝึกอบรมเรื่องนี้นั้น ในฐานะที่ท่านเคยผ่านการอบรมแบบวันเดียวจบนั้น ท่านเห็นว่า การอบรมเห็ดวันเดียวจบนั้น พอเพียงแก่ความรู้หรือวิชาที่ได้รับไปแล้ว หรือ ต้องการทราบรายละเอียดทุกขั้นตอน ทั้งทางภาคทฤษฎีหรือปฎิบัติจากของจริง แต่ต้องใช้เวลานานกว่านั้น หรือท่านมีความสนใจที่จะอบรมส่วนไหนเพิ่มเติมเป็นพิเศษ หากท่านมีความเห็นประการใด ช่วยเสนอแนะมาด้วย
2. ผมได้พูดมาหลายครั้งแล้วว่า เดี๋ยวนี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ในอดีต เราคิดว่า การรักษาโรคของมนุษย์นั้น เทคโนโลยี่แผนใหม่ หรือ วิชาการแพทย์แผนปัจจุบัน คือ สุดยอดของวิธีการรักษาโรคของมนุษย์แล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปนานพอสมควรแล้ว ก็พบว่า เทคโนโลยียิ่งทันสมัยเท่าไหร่ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆของมนุษย์ไม่ได้ลดลง และการรักษาบางอย่างกลับไม่ได้ผล บางทีบางครั้งกลับกลายเป็นการเร่งให้สภาพย่ำแย่หรือตายเร็วยิ่งขึ้น เช่น โรคมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นการฉายแสง การให้คีโม การผ่าตัด ที่จะต้องใช้เงินมหาศาลในการรักษา และก่อให้เกิดผลแห่งความทุกข์ทรมาณแก่ผู้ป่วยทั้งทางกายและจิตใจอย่างมาก ผลที่สุดส่วนใหญ่ เมื่อโรคนี้ได้ผลาญเงินเพื่อการรักษาไปจนหมดครอบครัวแล้ว ก็จะเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจยิ่ง ทำให้วงการแพทย์ของทั่วโลก หันไปหาวิธีการรักษาด้วยวิธีอื่น ที่เป็นวิธีทางเลือกบ้าง ในประเทศไทย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ อวย เกตุสิงห์ ซึ่งถือว่า เป็นแพทย์แผนปัจจุบันที่ใจกว้าง และทันสมัยเสมอ ท่านได้ศึกษาหาวิธีการรักษาโรคของมนุษย์ด้วยวิธีการแบบผสมผสาน ไม่เพียงแต่วิธีการแพทย์แผนใหม่เท่านั้น ท่านยังนำเอาวิธีการรักษาโรคแบบพื้นบ้าน ที่ใช้สืบทอดกันมา ที่ทำให้มนุษย์สามารถดำรงพันธุ์มาได้จบปัจจุบัน ตลอดจนท่าน นำเอาวิธีการผ่อนคลายด้วยการนวด การฝึกสมาธิเข้าช่วย ปรากฎว่า การรักษาโรคด้วยวิธีแบบผสมผสานนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจอย่างดี ท่านจึงผลักดันให้คณะแพทย์ของรัฐ เปิดสอนวิชาการแพทย์ทางเลือกขั้น ที่เห็นเป็นรูปธรรมที่สุด คือ เปิดสอนแพทย์ทางเลือกขึ้นที่คณะแพทย์ศิริราช โดยจะมีนักศึกษาแพทย์ทางเลือกจบมาปีละประมาณ 60-80 คน พร้อมทั้งใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ได้เฉกเช่นแพทย์แผนปัจจุบัน แต่เป็นเรื่องที่แปลกและเหลือเชื่อ ที่คนไทยส่วนใหญ่แทบจะไม่ทราบเรื่องนี้กันเลย และผู้ที่จบแพทย์ทางเลือกส่วนใหญ่ ก็มักจะเอาปริญญาไปสมัครทำงานในสายวิชาชีพอื่นเสีย เนื่องจาก แทบจะไม่มีโรงพยาบาลไหนรองรับตำแหน่งแพทย์ทางเลือกเลย ผมเองในฐานะที่คร่ำหวอดอยู่ในเรื่อง ของการรักษาโรคมนุษย์ด้วยวิธีทางเลือกอื่นมาโดยตลอด ยิ่งในช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ก็ได้นำเอาวิธีต่างๆมาใช้กับตนเอง กับสมาชิกในครอบครัว และผู้ใกล้ชิด ก็พบว่า กรรมวิธีการรักษาโรคของมนุษย์บางอย่าง ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องฉีดยาเดี่ยว ทานยาเคมี ผ่าตัด ฉายแสง หรือให้คีโม ก็สามารถรักษาโรคได้ นี่มิได้หมายความว่า ผมจะรังเกียจที่จะรักษาโรคด้วยเทคนิคการแพทย์แผนปัจจุบัน โรคบางอย่าง รวมทั้งการวินิจฉัยโรค แน่นอนที่สุด ก็ต้องอาศัยเทคนิคการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างหนีไม่พ้น พอผมเกษียณตัวเองจากการไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห้ดให้แก่องค์การสหประชาชาติ ที่ไปเป็นมาแล้วติดต่อกันเกิน 20 ปี ผมได้มีโอกาสพบกับคุณหมอ ที่จบมาจากแพทย์ทางเลือก จากศิริราชพยาบาล และน่าจะเป็นคุณหมอที่จบมาเพียงไม่กี่ท่าน ที่ทำงานในโรงพยาบาลของรัฐ และท่านก็ได้เอาหลักการ และยาบางชนิดที่ผมแนะนำไป เอาไปใช้กับผู้ป่วยได้ผลเป็นอย่างดี ท่านได้มาปรึกษากับผมว่า ท่านอยากเปิดคลีนิค หรือโรงพยาบาลขนาดเล็ก เกี่ยวกับการรักษาโรคด้วยวิธีการแพทย์ทางเลือก ก็คือ เป็นการรักษาโรคด้วยวิธีผสมผสาน ทั้งการแพทย์แผนปัจจุบัน และการแพทย์ประยุกต์ โดยแพทย์ที่จบมาจากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชนั้น มีปริญญาบัตรและใบประกอบโรคศิลป์ เฉกเช่นแพทย์แผนปัจจุบันทุกประการ สามารถรักษาโรคมนุษย์ได้ และสามารถปรุงหรือสั่งจ่ายยาได้ ผมจึงเห็นว่า นี่น่าจะเป็นโอกาสอันดี ที่ผมน่าจะสนับสนุนให้คุณหมอเหล่านี้ ได้มีโอกาสนำเอาวิชาชีพที่ได้ร่ำเรียนมา และกำลังเป็นวิชาชีพที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมาก ดดยผมอาจจะตั้งคลีนิคแพทย์ทางเลือกขึ้นที่อานนท์ไบโอเทค ซอยไอยรา 38 ที่ตั้งของฟาร์มเห็ดหรือสถานที่ที่ใช้ในการอบรมปัจจุบัน และหากได้รับความสนใจดี ก็อาจจะขยายทำเป็นคลีนิคหรือโรงพยาบาลขนาดเล็ก ที่อุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ต่อไป การตั้งคลีนิคหรือโรงพยาบาลนี้ จะไม่เพียงแต่รับรักษาโรคแก่บุคคลทั่วไปเท่านั้น แต่ผมตั้งใจว่า น่าจะเป็นสถานที่ฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้สนใจไปด้วย และตรงนี้แหละ สิ่งที่เป็นประสบการณ์ในชีวิตของผมเกี่ยวกับการรักษาโรค ก็จะได้ผ่านต่อไปยังคณะแพทย์หรือคุณหมอ ที่เขามีใบวิชาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียที ผมจึงอยากขอข้อคิดเห็นจากสมาชิกว่า แนวทางเช่นนี้ ท่านเห็นด้วย หรือมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมประการใด กรุณาแสดงความคิดเห็นมาได้ครับ

anonmush
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

มาตอยครับอาจารย์

ตั้งหัวข้อ  พุทครับ on Fri Dec 03, 2010 10:07 am

สวัสดีครับ อาจารย์
จากที่ผมได้เข้าอบลมนั้นถามว่าเรื่องของเวลาพอไหม จริงๆแล้วต้องบอกแบบนี้นะครับในมุมของผม..ทั้งภาคทฤษฎีและการปฎิบัติจากของจริงนั้น ถามว่าพอไหม ผมว่าขึ้นอยู่กับคยที่เข้าอบลมมากกว่า..อย่างผมเองยังไม่เคยเลย ก็จะมาเรียนรู้ว่าเขาทำกันอย่างไร มาเรียนรู้ภาคทฤษฎี ส่วนการปฎิบัติ นั้น ถ้าผู้เข้าอบลม ไม่ลงมือทำก็จะไม่ทราบ อันนี้ก็แล้วแต่คน เสร็จแล้วถ้าเรียนแล้วไม่ได้นำไปใช้ไม่ได้เอาไปฝึกฝน ก็จะไม่ทราบและไม่เกิดความช้ำชอง คือผมว่าเรื่องเวลานั้นในมุมผมๆคิดว่าพอนะครับ สำหรับที่ผมอยลมมา ส่วนที่ว่าเราอบลมแล้วเอาไปทำได้ไหม นั้นอยู่ที่ผู้เข้าอบลมครับ ว่าจะกล้าทำไหม ผมเชื้อว่ามีหลายท่านที่อบลมไปแล้วไม่ได้ทำ และก็มีอีกหลานท่าน ที่ทำอยู่แล้วๆมาอบลมเพิ่มเติมเพื่อไปพัฒนาต่อไป..เพราะการดูหรือการเรียนแต่ทฤษฎี ก็ไม่เท่าลงมือทำหรอกครับ เพราะการลงมือทำจริงเราจะพบปํยหาที่ต่างออกไปจาก ที่เราเรียน และเราจะปรับแก้ไขอย่าไรบ้าง อย่างผมเอง นึ่งก้อนครั้งแรกก้อนแฉะไป แต่มาปรึกษาอาจารย์ ก็เขียเชื้อไปแล้วแต่ไม่เป็นไีร ครั้งหน้าถ้าเจอแบบนี้เรารู้แล้วจะแก้ไขอย่างไร ก่อนเขี่ยเชือ ถามว่าก้อนเสียไหม ทุกวันนี้ออกดอกดีครับ...
ที่ผมพร่ามมานี่ก็เพื่ออยากบอกว่า การอบลมเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง จากเราที่ไม่เคยรู้หรือคิดว่ารู้แต่เรานั้นรู้สิ่งที่ถูกต้องไหม ที่เราทำอยู่มันใช่ไหม ตรงนี้ผมว่าเราต้องลองทำจริงๆ ถึงจะรู้ว่าผลออกมาเป็นอย่างไร ครับ
สำหรับผมแล้วกับการเริม่ต้น 1 วันที่เรียนไป มันแน่นไปหมดด้วยองค์ความรู้ที่อาจารย์ให้มาเยอะมากครับ...
ถ้าถามว่าอยากเรียนอะไรเพิ่ม ผมสนใจเรื่องการแปรรูปเห็ดครับ อยากเรียนตรงนี้มาก

ส่วนข้อ 2 นั้นแนวคิดของอาจารย์ ผมสนับสนุนครับ ว่าแต่ว่าพออุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ เปิดแล้ว ที่อานนท์ไบโอเทค ซอยไอยรา 38 นั้นผมยังสามารถเข้าไปซื้อของต่างได้เหมือนเดิมไหครับ (อันนี้แบบเห็นแก่ตัวนิดนะครับ)เพราะว่าตอนนี้ ที่ใช้อยู่เป็นของอานนท์ไบโอเทค ทั้งหมดเลยครับ มีเพิ่มเติมจากที่อื่นบ้างก็เล็กน้อย...ครับ..
ด้วยความนับถือ
พุท

พุทครับ

จำนวนข้อความ : 17
Join date : 16/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เสนอความเห็นครับ

ตั้งหัวข้อ  kaeg on Fri Dec 03, 2010 4:39 pm

สวัสดีครับ อาจารย์
ข้อ 1. การอบรมแบบวันเดียวจบนั้นเพียงพอไหม เห็นด้วนกับคุณพุทครับ ขึ้นอยู่กับคนที่เข้าอบรมเป็นสำคัญ การเรียนรู้ทางทฤษฎีเปรียบเหมือนทิศทางที่จะเดินไป การปฏิบัติเปรียบเหมือนการเดินไปจุดหมาย เรียนรู้แต่ทฤษฎี ก็รู้แต่ว่าจะเดินไปทางไหน แต่ยังไม่เดิน จึงยังไม่ได้ไปไหน ถ้ารู้แต่ปฏิบัติ ก็เอาแต่เดิน อาจจะผิดทาง หลงทาง จึงอาจถึงจุดหมายล่าช้า ซึ่งถ้าอุทยานเสร็จจะสนับสนุนการอบรมเชิงปฏิบัติได้มาก
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้เข้าอบรมมีพื้นฐานไม่เหมือนกัน บางท่านไม่เคยรู้เรื่องเห็ดเลย บางท่านทำแล้วหลายปี อยากได้ความรู้ในเชิงลึก แต่ต้องอบรมร่วมกัน จึงเป็นการยากที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับทุกท่าน ผมขออนุญาต เสนอว่า ควรมีการอบรมที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับความต้องการมากขึ้น เช่น คอร์สนี้เหมาะสำหรับผู้ไม่เคยเลย หรือคอร์สนี้สำหับผู้ทำเห็ดมาแล้ว หรือคอร์สนี้ว่าด้วยเรื่องโรค เรื่องรา โดยเฉพาะ เป็นต้นครับ
โดยส่วนตัวแล้ว ผมอยากเข้าอบรมเรื่่องเห็ดเป็นยาครับ เป็นความรู้ที่ควรเผยแพร่เป็นอย่างยิ่งครับ จะเป็นประโยชน์เหลือเกินครับ
ข้อ 2. ผมขออนุโมทนาบุญด้วยครับ อาจารย์อย่าลืมนะครับ มีอะไรให้ช่วย ต้องบอกในบัดดลเลยนะครับ ผมขอโอกาสได้ร่วมทำบุญ ทำความดีด้วยนะครับ

ด้วยความเคารพอย่างสูง
กรเทพ (แขก)

kaeg

จำนวนข้อความ : 39
Join date : 23/09/2010
Age : 48

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขออนุญาตแสดงความเห็นด้วยคนครับ

ตั้งหัวข้อ  KaiOtoko on Fri Dec 03, 2010 6:37 pm

สวัสดีครับ อาจารย์ และพี่ๆ เพื่อนๆ สมาชิกทุกท่าน,
ผม นายจิว สมาชิกเลขที่ 2552/P91/2403 เจ้าเก่าครับ
ขออนุญาตแสดงความเห็นด้วยคนนะครับ
ข้อ 1. ผมขอสนับสนุนการเปิดอบรมภาคปฏิบัติแบบหลายวัน ที่อุทยานเห็ด อานนท์เวิลด์ครับ แต่การอบรมแบบวันเดียวก็น่าจะยังมีอยู่นะครับ เพื่อเป็นการปูพื้นฐาน สำหรับคนที่ยังไม่มีพื้นความรู้เกี่ยวกับการทำเห็ดมาก่อนเลย (อย่างผมเป็นต้นครับ) หรือผู้ที่ต้องการเรียนรู้ทฤษฏีที่ค่อนข้างเป็นหลักวิชา เหมือนเป็นการทำพื้นฐานให้แน่นครับ เพราะบางท่าน อาจจะเคยทำเห็ดอยู่แล้ว แต่ว่า ทำมาแบบตามคนอื่นๆ เค้า หรือว่า แบบครูพักลักจำ ก็อาจจะเป็นการทำแบบผิดๆ ถูกๆ หรือเรียกง่ายๆ ว่า เป็นการเดินอ้อมไปอ้อมมา กว่าจะหาทางได้ ก็จะเสียเวลา และสิ้นเปลืองไปเยอะครับ การอบรมแบบวันเดียวนี้ ก็จะช่วยตอบโจทก์ หรือแก้ปัญหาตรงส่วนนี้ได้ คือจะช่วยให้เค้าสามารถ เดินไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น ไม่ต้องไปมัวหลงวนเวียนอยู่ครับ และสำหรับท่านที่ยังไม่เคยทำเห็ดมากก่อน ก็จะได้เป็นการตอบตัวเองได้ด้วยครับว่า หลังจากจบการอบรม 1 วันไปแล้ว ที่เค้าเคยคิดว่า สนใจที่จะหัดทำเห็ดนั้น เค้ายังคิดเหมือนเดิมมั๊ย ถ้าเค้ายังคงรู้สึกว่า อืม การทำเห็ดที่แหละ ตรงกับความชอบ ความต้องการของเค้าแล้ว คิดอยากจะเรียนรู้ถึงภาคการปฏิบัติ ให้จริงจังยิ่งขึ้น ก็ค่อยเข้าคอร์สหลายวัน ภาคปฏิบัติจริง ที่อุทยานเห็ด อานนท์เวิลด์อีกทีครับ หรือบางท่านเค้ามีความจำเป็น ไม่สามารถเข้าคอร์สหลายวันได้ อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสให้เค้าได้หาความรู้แบบเร่งรัดได้ ในคอร์ส 1 วันครับ
ผมจะขอสรุปข้อดี เป็นส่วนๆ ดังนี้นะครับ
ด้านผู้เข้ารับการอบรม - จะได้รับความรู้ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน อย่างเข้มข้น เป็นการปูพื้นความรู้ที่จำเป็นทั้งหมด และจัดระบบองค์ความรู้ (สำหรับผู้ที่ทำเห็ดอยู่แล้ว) และเพื่อใช้ในการตัดสินใจอีกครั้ง สำหรับผู้ที่กำลังคิดอยู่ว่า จะทำอาชีพเพาะเห็ด ดีมั๊ย หากเข้าอบรมแล้ว รู้สึกว่า สิ่งที่ได้อบรมมา เป็นประโยชน์ และตรงกับความต้องการแล้ว อยากจะได้ฝึกภาคปฏิบัติ หรือให้ได้ความรู้เชิงลึก หรือละเอียดขึ้น ก็ค่อยมาเข้าอบรมแบบหลายวัน ที่อุทยานเห็ด อานนท์เวิล์ดครับ เพื่อจะได้่อาศัยสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ ของที่อุทยาน ในการเรียนรู้ให้มีความรู้ ความเข้าใจมากขึ้น ก่อนที่จะไปลงทุนสร้าง โรงเรือน สร้างฟาร์มของตัวเองครับ

ด้านศูนย์ฯ - จะได้เป็นการแบ่งผู้เข้ารับการอบรม เพื่อสะดวกแก่การบริหารจัดการ และการจัดหลักสูตร ตามลักษณะของคอร์สต่างๆ ได้ง่ายขึ้นครับ อีกทั้ง เป็นการประชาสัมพันธ์ทั้งศูนย์ฯ ที่ซอยไอยรา และที่อุทยานเห็ด อานนท์เวิลด์ไปด้วยครับ

ด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม - ผู้ที่เข้ารับการอบรม แม้ว่าจะเป็นคอร์สวันเดียว แต่ก็จะเป็นคนทำเห็ดที่มีสำนึกต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี เพราะอาจารย์จะย้ำเสมอ ไม่ให้เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ทำเห็ดโดยทำลายสภาพแวดล้อม หรือเป็นอันตรายต่อทั้งตัวเอง และผู้บริโภค ทีนี้ หากว่า เราจัดอบรมแต่ที่อุทยานเห็ด อานนท์เวิลด์ ซึ่งเป็นคอร์สหลายวันนั้น ก็แน่นอนว่า จะต้องมีผู้สนใจจำนวนนึง ที่เค้ามีความจำเป็น ไม่สามารถเข้าร่วมอบรมได้ ทั้งๆ ที่ใจจริง เค้าอาจจะอยากมาอบรมกับทางศูนย์ฯ แต่เมื่อเค้ามาอบรมไม่ได้ เค้าก็จะไม่ได้รับความรู้ และการขัดเกลาทางจริยธรรม ที่อาจารย์จะคอยเน้นย้ำในส่วนนี้ไป แล้วเค้าไปลงมือทำเองเลย หรือว่าไปเรียนรู้จากที่ไหน ที่เค้าไม่ได้เน้นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย เช่นการไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย อย่างเช่นที่เรียนกับอาจารย์ ก็เท่ากับว่า จะมีคนทำเห็ดที่อาจจะสร้างปัญหาให้กับสังคมเพิ่มขึ้นได้ และผมก็รู้สึกเสียดายโอกาสดีๆ แทนเค้าน่ะครับ

ส่วนเรื่องการเปิดคอร์สอื่นๆ เพิ่มเติม ผมเห็นด้วยกับ พี่พุท และพี่แขกครับ เช่นการเปิดคอร์ส เห็ดเป็นยา หรือความรู้เกี่ยวกับ เอ็นไซม์ หรือ คอร์สเกี่ยวกับการจัดการปัญหาภายในโรงเรือน เช่น ปัญหาเรื่องโรคแมลง หรือเชื้อคู่แข่ง หรือคอร์ส เกี่ยวกับการแปรรูปเห็ด ซึ่งคอร์สเหล่านี้ อาจจะจัดเป็นลักษณะคอร์สวันเดียว ที่ฟาร์มของศูนย์ในซอยไอยราได้ครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยอมรับครับว่า อาจจะทำให้เกิดความยุ่งยาก ลำบากในการบริหารจัดการแก่ทางศูนย์ฯ อยู่บ้าง เพราะต้องแบ่งการทำงาน ออกเป็น 2 ที่ครับ (แต่ก็อาจจะใช้วิธีการ จัดช่วงเวลาให้สลับกัน จะได้ทำงานครั้งละที่เดียวก็ได้ครับ) ก็เป็นเพียงความคิดเห็นจาก ผู้มีปัญญาน้อยนิดครับ หากอาจารย์ และพี่ๆ เพื่อนๆ มีความคิดเห็นแตกต่างอย่างไร กรุณาติ เสริม หรือเพิ่มเติมได้เลยนะครับ

ข้อ 2. ผมก็ขออนุโมทนาบุญร่วมกับอาจารย์ด้วย อีกคนครับ นับว่าเป็นโอกาสอันดี ทั้งต่อสังคม โดยส่วนรวม และต่อวงการแพทย์ไทยด้วยครับ ที่จะได้เปิดโอกาสให้คนได้ กำหนดชีวิตตัวเองได้มากขึ้น อย่างที่อาจารย์บอก และมีหนทางรักษาโรคต่างๆ ได้หลากหลายขึ้นครับ อันนี้ เห็นด้วยอย่างแรงครับ อาจารย์

รักและนับถืออย่างสูง
จิว (ศิษย์มีครู)

KaiOtoko

จำนวนข้อความ : 121
Join date : 11/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอแสดงความคิดด้วยคนค่ะ

ตั้งหัวข้อ  sumalee on Fri Dec 03, 2010 8:01 pm

สวัสดีค่ะ อาจารย์ และเพื่อนๆทุกท่านค่ะ
สุมาลี(หนึ่ง) สมาชิก 2553P92/ 2439
เห็นด้วยกับ คุณจิวค่ะ (คือแกเขียนละเอียดมากค่ะ)อย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เมื่อตอนไปอบรมค่ะ คือไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย เพราะฉะนั้น
เวลาอาจารย์พูดก็จะตามไม่ทัน ว่ามันคือเชื้ออะไร ลักษณะนี้เป็นโรคอะไร แล้วพอตอนไปทำก้อน เนื่องจากสมาชิกที่เข้าอบรมเยอะ
เวลาอาจารย์เยาวนุชสอนทำก้อน ก็คือถามน่ะ แต่คนถามเยอะ แล้วเขาถามแบบต่อเนื่องไม่ให้พลาดสักนิด เราจะถามเนื่องจากยังไม่ค่อยคล่องก็ถามไม่ค่อยถูก ก็คือว่าอบรมวันเดียวไม่น่าจะพอค่ะ
ส่วนตัวหนูเองอยากศึกษาเกี่ยวกับเห็ดเป็นยามากกว่านี้ค่ะ ถ้าอาจารย์มีเปิดหนูจะไปอบรมคนแรกเลยค่ัะ
ป.ล. พักนี้หนูหายหน้า ห่างหายไปจากวงการ คือว่าเป็นหวัดตลอดเลยค่ะอาจารย์ เดี๋ยวลงคอ เดี๋ยวเป็นไข้ หนูเองรู้สึกท้อแท้มากค่ะ
ขนาดทานเห็ดเป็นยาเป็นประจำนะคะ

ด้วยรักและเคารพค่ะ
หนึ่ง

sumalee

จำนวนข้อความ : 46
Join date : 12/07/2010
Age : 47

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ