ทำไมอุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ต้องปลูกกระเจี๊ยบแดงด้วยล่ะ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ทำไมอุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ต้องปลูกกระเจี๊ยบแดงด้วยล่ะ

ตั้งหัวข้อ  Anonmushroom on Tue Dec 14, 2010 11:29 am

ช่วงนี้มีคนที่เข้าไปเยี่ยมผมที่อุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ หลายคนก็คิดว่า ผมคงมุ่งหน้าทำแต่เรื่องเห็ด แต่พอไปดูจริงๆกลับไปพบสิ่งที่เป็นไปตรงกันข้ามกลับเห็นผมเร่งปลูกกระเจี๊ยบ ขุดสระเลี้ยงปลา ปลูกนั่นปลูกนี่ และก็กำลังเร่งปลูกมะพร้าวกะทิน้ำหอมมากกว่า 1,000 ต้น ซึ่งเป็นพันธุ์ที่สั่งมาจากพันธุ์แท้ของกรมวิชาการเกษตร ทีนี้คำถามว่า ทำไมต้องเป็นกระเจี๊ยบ ก็ต้องขอบอกว่า กระเจี๊ยบนี่แหละ ที่เป็นสมุนของยาต่างๆ ในการที่จะปรุงยา กระเจี๊ยบจะเป็นส่วนสำคัญในการใช้เป็นส่วนผสม หรือใช้ดื่มหรือทานร่วมกันกับสมุนไพร แล้วตัวกระเจี๊ยบเองก็มีคุณสมบัติพิเศษสุดยอดของมัน ไม่ว่าจะเป็นกรดธรรมชาติ ที่ทำให้ร่างกายเรานำเอาไปใช้ได้โดยตรง ช่วยในการย่อย และจากการที่มันเป็นกรดที่ร่างกายเอาไปใช้ได้ง่าย มันจึงเป็นอาหารที่สำคัญมากๆ ที่จะทำเป็นเครื่องดื่ม สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องไขมันในเส้นเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ สารสำคัญที่มีอยู่ในกระเจี๊ยบ ให้ดูจากที่เขาศึกษากันตรงนี้สิ

สารสำคัญ
กลีบรองดอกมีสารสีแดงจำพวก anthocyanin จึงทำให้มีสีม่วงแดง เช่นสาร cyanidin, delphinidin และมีกรดอินทรีย์หลายชนิด เช่น ascorbic acid, citric acid, malic acid และ tartaric acid กรดเหล่านี้ทำให้กระเจี๊ยบมีรสเปรี้ยว และยังพบมีวิตามินเอ Pectin และแร่ธาตุอื่น ๆ ได้แก่ แคลเซียมในปริมาณสูงฟอสฟอรัส แมกนีเซียม เป็นต้น ใบและยอดอ่อนมีวิตามินเอ แคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณสูง
ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
การศึกษาในสัตว์ทดลองหรือหลอดทดลอง พบว่า สารสกัดหรือสารสำคัญของกระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์หลายประการ ดังนี้
1. ฤทธิ์ลดความดันโลหิต ชาชงหรือสารสกัดด้วยน้ำของกระเจี๊ยบแดงแสดงฤทธิ์ลดความดันโลหิตในหนูขาวได้ กลไกการออกฤทธิ์ส่วนหนึ่งอาจเนื่องจากฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ angiotensin converting enzyme
2. ฤทธิ์ลดไขมันในเลือด เมื่อให้กระต่ายที่กินไขมันสูง กินสารสกัดกระเจี๊ยบ 0.5 % หรือ 1 % นาน 10 สัปดาห์ พบว่าทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ โคเลสเตอรอล และแอลดีแอล-โคเลสเตอรอลลดลงและความรุนแรงของการอุดตันของหลอดเลือดแดงใหญ่จากหัวใจน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ
3. ฤทธิ์ต้านการเกิดพิษต่อตับ มีงานวิจัยในสัตว์ทดลอง พบว่าสารสกัดด้วยน้ำหรือสารสำคัญกลุ่ม anthocyanins และสาร protocatechuic acid ของกระเจี๊ยบสามารถลดความเป็นพิษต่อตับของสารพิษได้หลายชนิด
4. ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร สารสกัดด้วยน้ำ และส่วนสกัด mucilage มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูขาว เมื่อถูกกระตุ้นให้เกิดแผลด้วยยาอินโดเมธาซิน, กรด/เอธานอล หรือความเครียด โดยการรักษาปริมาณเมือกที่เคลือบผนังกระเพาะอาหารไว้
ประสิทธิผลในการรักษาจากรายงานการวิจัยทางคลินิก ดังนี้
1.ฤทธิ์ลดความดันโลหิต
การวิจัยทางคลินิกของชาชงกระเจี๊ยบแดงในผู้ป่วย ความดันโลหิตสูงปานกลาง 54 คน เทียบระหว่างกลุ่มที่ได้ชาชงกระเจี๊ยบ (31 คน) กับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ชาชง (23 คน) พบว่าในวันที่ 12 หลังได้รับชาชง ค่าความดันโลหิตเมื่อหัวใจบีบตัวและเมื่อหัวใจคลายตัว ลดลง 11.2% และ 10.7% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับวันแรก ซึ่งแตกต่างจากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ และ 3 วันหลังจากหยุดดื่มชาชงค่าความดันโลหิตทั้งสองค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
2. ฤทธิ์ขับปัสสาวะ
เมื่อให้ผู้ป่วย 50 ราย ดื่มผงกระเจี๊ยบ 3 กรัม ชงน้ำเดือด 1 ถ้วยแก้ว (300 ซีซี) วันละ 3 ครั้ง นาน 7 วันถึง 1 ปี พบว่า ได้ผลดีในการขับปัสสาวะ
3. การศึกษาในผู้ป่วยโรคทางเดินปัสสาวะ
เมื่อให้ผู้ป่วยโรคนิ่วหรือโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ เนื้องอกของต่อมลูกหมากหลังการผ่าตัด ใช้น้ำดอกกระเจี๊ยบ 3 กรัม มาชงกับน้ำเดือด 1 แก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 1 ปี พบว่า 80 % ของผู้ป่วยมีปัสสาวะใสกว่าเดิม และพบว่าทำให้ปัสสาวะเป็นกรดจึงช่วยฆ่าเชื้อในทางเดินปัสสาวะด้วย
ข้อห้ามใช้
ไม่มีข้อมูล
ข้อควรระวัง
กระเจี๊ยบแดงอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ในผู้ป่วยบางราย เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาระบายด้วย
ขนาดที่ใช้ และวิธีใช้
ใช้เป็นยารักษาอาการขัดเบา โดยนำกลีบเลี้ยงตากแห้งบดเป็นผง ใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา (หนัก 3 กรัม) ชงกับน้ำ 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการขัดเบาจะหายไป
เอกสารอ้างอิง
1. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2544). พิมพ์ครั้งที่ 2 : กรุงเทพฯ : บริษัทประชาชน จำกัด , 2544. หน้า 274-277.
2.คู่มือพืชสมุนไพรและเครื่องเทศ ชุดที่ 5 พืชสมุนไพรเสริมสุขภาพ. กองส่งเสริมพืชสวน กรมส่งเสริมการเกษตร. พิมพ์ครั้งที่ 1, 2543.
3.htpp://www.medplant.mahidol.ac.th/doae/017.htm
4.คู่มือสมุนไพรฉบับย่อ (1). สำนักงานข้อมูลสมุนไพร. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพฯ: บจก.นิวไทยมิตรการพิมพ์ (1996), 2543
5. Cell Biochem Funct 1999; 17(3): 199-206
6. J Ethanopharmacol 2003; 86(2-3): 181-5
7. J Pharm Belg 1990; 45(2):120-4
8. J Agric Food Chem 2003;51(Cool:5472-7.
9. Phytother Res 2003;17(1): 56-9.
10. Food Chem Toxicol 1997; 35(12): 1159-64
11. Arch Toxicol 2003; 77(1): 42-7
12. Chem Biol Interact 1996; 101(2) : 137-48
13. Food Chem Toxicol 2002; 40(5):635-41.
14. Thai J Phytopharmacy 2000; 7(2): 1-6.
15. Thai J Pharmacol 2001; 23(2-3): 95-100
16. J Ethanopharmacol 1999; 65(3): 231-6.
17. J Urology 1984; 8:7.
18. The usage of roselle bulbs as urinary acidifying agent. In: Annual Research Abstracts. 1984; Mahidol University, Bangkok 1984: 108.
19. Phytother Res 1997; 11:307-8.
20. ยาสมุนไพรสำหรับงานสาธารณสุขมูลฐาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กรุงเทพฯม 2540. หน้า 86-87.


ก็เพราะตรงนี้แหละ ที่พอผมไปซื้อที่ตรงนี้ ได้เห็นว่า เขาปลูกกระเจี๊ยบแดงกันอยู่แล้ว และเป็นการปลูกแบบพืชอินทรีย์จริงๆ โดยไม่มีการใช้ปุ๋ย ใช้ยา ทำกันเพียงเอาเมล็ดหว่านตามมีตามเกิด แต่ก็ได้กระเจี๊ยบที่มีคุณภาพออกมามากมาย อย่างไรก็ตาม ปรากฎว่า ผลผลิตพวกนี้ จะเป็นผลผลิตที่คนไทยได้ดีใจและทำเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ทาน กลับเป็นว่า เขาขายส่งไปเป็นวัตถุดิบ เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมของยา หรือเครื่องดื่มสุขภาพ หรือสีอาหารธรรมชาติ ส่งกลับมาขายในบ้านเราอีกที เหตุนี้ จึงเป็นหน้าที่ของผม ที่จะต้องรักษาแหล่งปลูกกระเจี๊ยบและหาวิธีการปลูกที่ดี ให้ผลผลิตสูง มีคุณภาพที่ดี และทำการแปรรูปได้หลายรูปแบบ โดยขณะนี้ ทางอานนท์ไบโอเทค ได้ทำการแปรรูป เอากระเจี๊ยบมาเป็นวัตถุดิบในการทำส่วนผสมยา หรือเป็นวัตถุดิบในการผลิตเอ็นไซม์ในรูปแบบต่างๆ ดังนั้น สมาชิกท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับกระเจี๊ยบแดงปลอดสาร หรือการแปรรูปจากกระเจี๊ยบแดง รวมทั้ง การนำเอากระเจี๊ยบแดงมาผลิตเอ็นไซม์ในรูปแบบต่างๆ ก็ขอเชิญเข้าไปดูได้ที่ www.anonworld.com ที่จะปรากฎรายละเอียดในเร็ววันนี้

Anonmushroom

จำนวนข้อความ : 352
Join date : 05/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การปลูก แปรรูป และทำเอ็นไซม์จากกระเจี๊ยบแดง

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sat Dec 18, 2010 8:44 am


กระเจี๊ยบแดงที่ปลูกที่อุทยานอานนท์เวิลด์ ที่ไม่ใช้ปุ๋ย ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เป็นผลิตภัณฑ์ปลอดสาร หรือ Organic food ร้อยเปอร์เซ็นต์ ใครสนใจติดต่อได้ที่ผมโดยตรง

อาจารย์แม่(เยาวนุช หรือติ๋ม) จะเป็นผู้ควบคุมการเก็บเกี่ยวและแทงกระจ้อออกอย่างพิถีพิถัน เพื่อรักษาคุณภาพให้ดีที่สุด

ดอกกระเจี๊ยบสดได้ถูกนำมาแปรรูปทำเอ็นไซม์จากกระเจี๊ยบสด หรือนำมาตากแห้ง บนที่ตากอย่างพิถีพิถัน

ลักษณะของกระเจี๊ยบสดพันธุ์ดี ไม่มีการนำไปย้อมสี หรือเพิ่มกรดแต่ประการใด ทุกดอกที่นำไปตากแห้ง ล้วนแล้วแต่แน่ใจว่า เป็นผลิตผลที่ดี ไม่มีสารเคมีใดๆ รวมทั้งไม่มียาฆ่าแมลง

นี่คือ กรรมวิธีที่ง่ายที่สุดและสะดวกที่สุด ที่นิยมกันมากที่สุด ในการสกัดเอาสี รสชาต ความเปรี้ยวออกจากกระเจี๊ยบแดง ก่อนที่จะนำไปหมักเอ็นไซม์ หรือเอาไปแปรรูปอย่างอื่น หรือนำไปเป็นเครื่องดื่มสุขภาพ

หลังจากต้มแล้ว กากของดอกกระเจี๊ยบจะมีสีซีดลง ก็จะถูกนำไปแปรรูปเป็นแยมกระเจี๊ยบ จะไม่มีการนำไปย้อมสี หรือใส่กรดแล้วนำไปตากแห้งให่อีก กระเจี๊ยบจากอุทยานอานนท์เวิลด์จึงกล้ารับประกันได้ว่า ถูกผลิตขึ้นมาตามกรรมวิธีปลอดสาร 100%

เมล็ดกระเจี๊ยบแดง ที่ได้รับการคัดเลือกสายพันธุ์เป็นอย่างดี ให้ผลผลิตสูง ทนทานต่อโรค และปลูกได้แทบทุกฤดูในประเทศไทย ใครต้องการพันธุ์กระเจี๊ยบแดงจากอุทยานอานนท์เวิลด์ติดต่อที่ร้านอานนท์ไบโอเทค ตลาดไท หรือติดต่อที่ผมได้โดยตรง

สามารถแปรรูปกระเจี๊ยบแดงได้หลายรูปแบบ และนำมาเป็นวัตถุดิบทำเอ็นไซม์ที่มีประโยชน์สำหรับท่านที่มีปัญหาโรคความดัน ไขมันในเส้นเลือดสูง เบาหวานและภูมิแพ้ ท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.anonworld.com

ยงยศ(ไผ่) เอื้อตระกูล
อีเมล์ : anonworld@hotmail.com, anonworld@gmail.com
โทร. 025799200,025797759 มือถือ 0858270085

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

น่ากินมากครับ

ตั้งหัวข้อ  KaiOtoko on Mon Dec 20, 2010 10:57 am

สวัสดีครับ อาจารย์ และพี่ไผ่,
เห็นรูป และอ่านขั้นตอนการผลิต พร้อมทั้งประโยชน์ของกระเจี๊ยบแดงแล้ว ขอบอกว่า กระเจี๊ยบแดง สดอร่อย แถมยังมีประโยชน์มากมายอย่างนี้ ต้องรีบไปจัดหามากิน และนำไปฝากผู้หลักผู้ใหญ่ คนใกล้ชิด และคนที่เรารัก เป็นของขวัญวันปีใหม่ซะแล้วครับ
เข้าคอนเซปต์ ปีใหม่ให้สุขภาพเป็นของขวัญ เลยครับ
ขอบคุณมากครับ พี่ไผ่ สำหรับรูปสวยๆ ของ อาจารย์แม่ และกรรมวิธีการผลิตกระเจี๊ยบ ออแกนิกส์ นะครับ
จิว (ศิษย์มีครู)

KaiOtoko

จำนวนข้อความ : 121
Join date : 11/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทำไมอุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ต้องปลูกกระเจี๊ยบแดงด้วยล่ะ

ตั้งหัวข้อ  Admin on Wed Dec 22, 2010 2:38 am

อีกหน่อยต้องมี อุทยานอานนท์เวิลด์ต้องมี "ไวน์กระเจี๊ยบ" แน่ๆ


เตรียม ปูเสื่อ ขนกับแกล้ม รอกันได้เลยพี่น้อง หิหิ Laughing


Admin
Admin

จำนวนข้อความ : 38
Join date : 04/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว http://anonbiotec.gratis-foros.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอรายงานตัว ในฐานะผู้ทำไวน์และเอ็นไซม์กระเจี๊ยบ

ตั้งหัวข้อ  bee_anonworld on Wed Dec 22, 2010 5:37 am

ผึ้ง(อรนุช เอื้อตระกูล) ลูกสาวคนเล็ก(ตัวใหญ่ แต่ก็แพ้พี่ไผ่)ของอาจารย์อานนท์ขอรายงานตัวค่ะ จริงๆแล้ว ได้เข้าดูเวปนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะฟอรั่มนี้ ต้องดูทุกวัน บางวัน(ส่วนใหญ่)ดูทุกเวลาที่มีโอกาสเข้าเน็ต แต่จะเข้ามาในฐานะผู้มาเยือน เพราะจะเป็นผู้ลงทะเบียน หรือผู้มาเยือนก็ดูเหมือนไม่แตกต่างกัน คือ ดูข้อความได้ และตอบโต้ในบทความได้เช่นกัน ก็เลยคิดว่า ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนก็ได้ แต่จากการที่อาจารย์อานนท์ได้ขีดเส้นตายไว้ว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป ผู้ที่จะเข้ามาตอบ โต้ ซักถามปัญหา จะต้องเป็นผู้ที่ลงทะเบียนถูกต้องเท่านั้น ผู้ที่ลงทะเบียนจะเป็นใครก็ได้ที่สนใจเรื่องเห็ด ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกผู้ผ่านการอบรมเท่าันั้น นอกจากนี้ ผึ้งได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องเกี่ยวสมุนไพร ยาจากเห็ดและสมุนไพร พืชต่างๆ เช่น กระเจี๊ยบ ส่วนการแปรรูปนั้น พี่ไผ่เป็นผู้รับผิดชอบ ยกเว้นเรื่อง ไวน์จากกระเจี๊ยบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผึ้งถนัดมาตั้งแต่เด็ก ก็เลยขอเข้าแจมเรื่องนี้เป็นต้นไปในฟอรั่มนี้ จึงสมัครเป็นสมาชิกของฟอรั่มเรียบร้อยแล้ว และจากนี้ไป ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่อง บทความเกี่ยวกับภาษาอังกฤษในฟอรั่มไปด้วย เพราะได้เรียนมาทางนี้ ก็จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
สำหรับกระเจี๊ยบที่พี่ป้อ จุดประกายเข้ามานั้น ขอตอบเลยว่า นั่นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของไฮไลท์ของอุทยานเห็ดอานนท์ไบโอเทค โดยแม้ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่จะใช้ไปกับกิจกรรมเรื่องเห็ด แต่เราจะกันที่ส่วนหนึ่ง ทำการปลูกพืชผักอนามัยไร้สารพิษ กระเจี๊ยบก็เป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่เราได้กำหนดไว้แล้วว่า เราจะทำการปลูกให้ได้ตลอดทั้งปี เพราะจะต้องใช้กระเจี๊ยบเป็นส่วนผสมที่สำคัญในการทำยาเห็ดหลายชนิด ที่เกี่ยวข้องกับระบบหมุนเวียนของโลหิต โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันมะเร็ง และที่สำคัญผู้ชายไทย มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่อมลูกหมากอักเสบสูงกว่า 80% การอักเสบของต่อมลูกหมาก มักจะถูกพัฒนาเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากไปในที่สุด การดื่มหรือทานผลิตภัณฑ์จากกระเจี๊ยบ จะช่วยป้องกันการอักเสบของต่อมลูกหมากได้เป็นอย่างดี(โรคนี้ ไม่มียกเว้น แม้กระทั่ง คนที่แต่งงานใหม่ๆน๊ะพี่ป้อ) ด้วยเหตุนี้ โดยส่วนตัวแล้ว ผึ้งชอบนำเอากระเจี๊ยบแดงทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นสด แห้ง ใบอ่อน ยอดอ่อน นำเอามาแปรรูป เช่น ทำไวน์หลายสูตร รวมทั้งไวน์กระเจี๊ยดเห็ดเจ็ดอย่าง เป็นต้น แยมกระเจี๊ยบ เอ็นไซม์จากกระเจี๊ยบสด เป็นต้น รายละเอียดจะนำไปกล่าวในเวป www.anonworld.com ต่อไป วันนี้ ขอเปิดตัวเท่านี้ก่อน จะเข้ามาช่วยพี่ป้อในเวปนี้บ่อยๆค่ะ อ้อ ขอร่วมอวยพรในชีวิตสมรสพี่ป้อและพี่นก ขอให้มีความสุขตลอดไปน๊ะค่ะ

bee_anonworld

จำนวนข้อความ : 13
Join date : 20/12/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสที่ใกล้ตัวเรา
» สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนนักศึกษาทุกท่านที่มีหนังสือค้างส่ง นำหนังสือ คืน โดย ไม่เสียค่าปรับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ
» ประวัติและความเป็นมาของคณะมนุษยศาสตร์
» อยากทราบอีเมล เฟสบุ้ค ช่องทางการติดต่อ ของเืพื่อนๆสื่อสาร มนุษศสาตร์หน่อยค้าบ มาเป็นเื่พื่อนกันนะครับ

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ