My oyster mushroom grow (เพาะเห็ดนางฟ้าภูฏานด้วยวิธีคลุกหัวเชื้อ)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

My oyster mushroom grow (เพาะเห็ดนางฟ้าภูฏานด้วยวิธีคลุกหัวเชื้อ)

ตั้งหัวข้อ  packdee58 on Fri Dec 24, 2010 7:33 am




สวัสดีครับอาจารย์,
ผมอยากจะชวนเพื่อน ๆ สมาชิกได้ทดลองเพาะเห็ดนางฟ้าภูฏานด้วยวิธีคลุกหัวเชื้อกับวัสดุเพาะ ตามที่อาจารย์แนะนำ ช่วงนี้มีฟางข้าวและต้นข้าวโพดเยอะ ผมเคยทำกับฟางข้าวเปล่า ๆ ไปครั้งหนึ่งแล้วได้ผลดี คราวนี้ผมใช้กากแป้งมัน ผมเตรียมวัสดุเพาะกากแป้งมันที่ตากแดดพอหมาดแล้วหมักด้วยจุลินทรีย์ UM + กากน้ำตาล กลับกองวันละสองครั้ง นาน 1 สัปดาห์ พอจะใช้ก็ผสมด้วยอาหารเสริม K101
นำวัสดุเพาะใส่กระสอบป่านไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยถังนึ่งลูกทุ่งนาน 2 ชม. พอเย็นดีแล้วแล้วเอามาคลุกหัวเชื้อในอัตราส่วน 2% แล้วบรรจุลงถุงปุ๋ย บ่มไว้ไม่นานก็มีดอกเห็ดเกิดขึ้น ในภาพเป็นการทดลองเปลือยถุงให้เป็นแท่งบล็อกเหมือนของฝรั่ง แต่ก้อนเชื้ออันที่ผมทดลองทำไม่จับตัวกันแน่นดี มีบางส่วนเส้นใยยังเดินไม่ทั่วถึงและมีเชื้อราขาวกับราดำขึ้นอยู่ด้วย และอาจเป็นเพราะผมทำก้อนใหญ่ไป พอถ่ายรูปไว้ได้ไมนาน ก้อนเชื้อก็ทลายลงครับ แล้วผมจะทำใหม่นำมารายงานให้ทราบครับ

พ.อ.ภักดี ตองอ่อน
packdee58@gmail.com
My compost is the byproduct from tapioca starch process. It is water soaked coarse fibers, the farmers nearby my farm use it to feed milk cows. I sun dried it for a few days to get rid the excessive water. Then I composted it with UM 92 (benefit bacteria and yeasts from Anon Biotec Center) + molasses for one week. I turned the pile twice a day to air it out and watered it daily for one week . After it had fully composted, I mixed it with K101 (the mushroom nutrient supplement from Anon Biotec Center).
I sterilized the substrate in a 200-liter drum over fire for two hours. When it cooled down I mixed the mushroom spawn 2% to the weight of substrate. I filled it into a large plastic woven bag, the used bag for fertilizer. Incubation period took less than two weeks, I found the mushroom mycelium covered the block surface completely. After I peeled out the bag, I saw white and black mold on some parts of the block. However, the fruit bodies of mushroom came out, they look good for me. But not very long after I took this picture the block collapsed.
Last time, I did my experiment by using rice straw without any additives. It worked well. This time I expected that I would have better products and the block should last longer but it didn't.
What is wrong with my procedures?






แก้ไขล่าสุดโดย packdee58 เมื่อ Sat Dec 25, 2010 2:55 pm, ทั้งหมด 4 ครั้ง

packdee58

จำนวนข้อความ : 133
Join date : 17/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การเพาะเห็ดนางฟ้า นางรมด้วยการต้มหรืออบ Growing Oyster mushroom by boiling or steaming substrate

ตั้งหัวข้อ  bee_anonworld on Sat Dec 25, 2010 7:14 am

ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ได้ย้ำนักย้ำหนาในเรื่องของการศึกษาวิจัย ท่านเน้นว่า การทำวิจัยนั้น จะต้องทำด้วยความแม่นยำ ซ้ำแล้วซ้ำอีก มีตัวอย่าง(replication or samples)ให้มากที่สุด และนอกจากจะเป็นการตรวจสอบเรื่องผลผลิตแล้ว จะต้องตรวจสอบเรื่องคุณภาพ รวมทั้งความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ด้วย ด้วยเหตุนี้ ผลงานแทบทุกชิ้น คุณแม่(อ.เยาวนุช เอื้อตระกูล) และดิฉัน จึงได้รับมอบหมายทำงานวิจัยอยู่เบื้องหลังมาโดยตลอดวันนี้ดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นผลงานของท่านผู้การภักดี ที่คอยส่งข้อมูล การศึกษาวิจัยหลายเรื่องที่น่าสนใจ เดิมทีดิฉันตั้งใจไว้ว่า หลังจากกลับจากการไปศึกษาจากต่างประเทศมาแล้ว และปัจจุบันศึกษาระดับปริญญาตรี(วิชาเอกอังกฤษ) และบริหารธุรกิจจากอีก 2 สถาบันแล้วจึงจะมาช่วยกิจการของอานนท์ไบโอเทค แต่เนื่องจาก งานของอานนท์ไบโอเทคได้ขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับมีการขยายไปเป็นอุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ และเริ่มมีชาวต่างชาติให้ความสนใจในกิจกรรมของเรา คุณพ่อและคุณแม่จึงขอให้ดิฉันเข้ามาช่วยงานทางนี้บ้าง ด้วยการเริ่มเป็นวิทยากรในภาคปฎิบัติของการอบรมเห็ด ช่วยดูแลงานเกี่ยวกับเวปไซด์ และที่สำคัญคือ งานวิจัย
จากประสบการณ์ที่ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องการเพาะเห็ดนางฟ้า เห็ดนางรมด้วยการต้มหรืออบนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ ต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่หัดทดลองเพาะใหม่ๆ มักจะเลือกใช้วิธีนี้ ด้วยการเอาวัสดุเพาะมาต้ม หรือแช่น้ำให้อิ่มตัวแล้วนำมานึ่ง ก่อนที่จะนำมาคลุกกับเชื้อเห็ด 2-5% แล้วใส่ในภาชนะที่สะอาด เช่น ตะกร้า ถุงพลาสติก หรือถุงหูหิ้วใหม่ หรือเก่าก็ได้ แต่ต้องสะอาด บ่มเชื้อไว้ 2-3 สัปดาห์ แล้วจึงนำไปเปิดดอกเห็ด ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ในเมื่อมันง่ายปานนั้นแล้ว ทำไมไม่มีใคร นำเอาวิธีการง่ายๆเช่นนี้ มาทำการผลิตดอกเห็ดเพื่อการค้าเลยล่ะในประเทศไทย คำตอบก็คือ เราคุ้นเคยกับการเพาะเห็ดแบบใช้วัสดุเพาะ ผสมอาหารเสริม ใส่ถุงพลาสติก แล้วจึงนำไปฆ่าเชื้อเห็ดก่อนที่จะใส่เชื้อเห็ดลงไป นี่เป็นกรรมวิธีที่มีการเตรียมทุกสิ่งทุกอย่าง มีอาหารเพียงพอที่จะทำให้เห็ดเกิดดอกได้นาน แต่ด้วยความที่เราคุ้นเคยกับการใช้อาหารเสริมใส่เข้าไปในวัสดุเพาะ พอกลับมาทำการเพาะแบบวิธีง่ายๆที่กล่าวข้างต้น ก็มักจะใช้อาหารเสริม หรือไม่ก็จะทำการหมัก เพื่อต้องการช่วยทำให้เชื้อเห็ดกินอาหารได้ดียิ่งขึ้น นั่นเป็นความหวังดีที่เราคิดเอาเองแต่เพียงด้านเดียว แท้ที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใส่อาหารเสริม หรือการหมัก ไม่เพียงแต่ ทำให้วัสดุเพาะเหมาะแก่การนำเอาไปเพาะเห็ดเท่านั้น มันยังเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อคู่แข่ง ที่อาจจะมีประสิทธิภาพในการกินอาหารได้ดีกว่าเชื้อเห็ดเสียอีก ทำให้การเพาะด้วยวิธีนี้ มักจะไม่ค่อยได้ผลในประเทศไทยของเรา เพราะอากาศร้อนหรืออบอุ่นอย่างบ้านเรา เชื้อคู่แข่งเจริญเติบโตเร็วมาก ปัญหาสำคัญของการเพาะแบบนี้นั้น อยู่ที่จำทำอย่างไร จึงจะเพาะเลี้ยงเส้นใยเห็ดให้ชนะคู่แข่งได้ ในที่นี้ จะขอนำเอาประสบการณ์ที่ได้ทำกันมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่ทำการเพาะเห็ดเป็นธุรกิจที่เมืองแรนฟอทีน กรุงโจฮันเนสเบริก ประเทศแอฟริกาใต้แล้ว พบว่า วิธีที่ดีที่สุดนั้น ควรใช้วัสดุเพาะที่ใหม่ เช่น ฟาง ต้นข้าวโพด ซังข้าวโพด หญ้า อะไรพวกนี้ เมื่อตากแห้งแล้ว เอามาใช้เพาะเลย โดยไม่ต้องทำการหมัก หรือใส่อาหารเสริมอะไรใดๆทั้งสิ้น หรือหากยังไม่หนำใจหรือสะใจ ที่ไม่ได้ใส่อาหารเสริม ก็อาจจะเสริมเข้าไปได้บ้างในรูปของต้นถั่ว หรือต้นกระถิน หรือพืชตระกูลถั่วตากแห้ง ผสมเข้าไปประมาณ 10% โดยน้ำหนัก ส่วนการฆ่าเชื้อ จะนำไปต้ม นึ่ง หรืออบก็ได้ หรือทั้งอบและใช้น้ำยาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ก็ได้ วิธีการอย่างนี้ จะช่วยแก้ปัญหาการปลอมปนของเชื้อคู่แข่งได้ดีกว่า สำหรับรายละเอียดวิธีการทำการเพาะด้วยวิธีนี้ ท่านสามารถติดตามเข้าไปชมได้ที่ www.anonwolrd.com


To cultivate oyster mushroom(Pleurotus ostreatus, Pleurotus eous, Pleurotus sajor-caju, Pleurotus florida etc.). One could simly use any cellulotic substrate like wood shaving, wooden chips, sawdust, straw from rice, maize, sorghum or millet without adding any additives(rice bran, wheat bran, brew's waste,legume leave meal etc.) or fermenting. The most effective practise is to boil the substrate or steam soaked substrate for 1-2 hrs before spawning by using 2-3% of active spawn. Incubate the imprenated substrate (might be in any plastic bag containers, basket or box) for couple of weeks(2-3 weeks). It would be then ready for mushroom sprouting at cropping house whereas the preferable atmospheric climate prevail.More datail could be find at www.anonworld.com



การต้มวัสดุเพาะ Boiling substrate in water hot bath.

หรือทำการนึ่งวัสดุเพาะที่ผ่านการแช่น้ำแล้ว Or steam saoked substrate with ordinary steamer.


หรือนำวัสดุเพาะที่แช่น้ำจนอิ่มตัวแล้ว เข้าไปอบในโรงอบ Or using live steam to pasteurize the saoked substrate at Peak heating room

ใช้หัวเชื้อเห็ด 2-3% โดยน้ำหนักของวัสดุเพาะ ผสมคลุกเคล้ากับวัสดุเพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อและปล่อยให้เย็นแล้ว Thoroughly mix with active mushroom spawn(preferable grain spawn) after the steriled substrate reaching nornal temperature before packing in any clean container(plastic bad, used bag, basket, box)

บ่มเชื้อไว้ในห้องที่มีแสงน้อย ในอุณหภูมิห้องที่ไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-16 วัน Incubate the impregnated bag to allow mushroom mycelium to grow into the substrate at room temperature but should not exceed 30 degree Celsius till fully occupied for 2 weeks.



นี่คือ ดอกเห็ดที่เกิดจากการเพาะดังกล่าวข้างบน แต่เนื่องจาก การเพาะด้วยวิธีนี้ ไม่ควรใส่อหารเสริมเข้าไปในขณะที่ทำการเพาะ เพื่อป้องกันเชื้อคู่แข่ง แต่เมื่อนำมาเปิดดอกแล้ว สามารถเพิ่มผลผลิตได้อีกเป็นอย่างมาก ด้วยการเพิ่มอาหารเสริมที่เห็ดดูดซึมเข้าไปได้เลย เช่น นิวคลีโอไทด์ 108 รายละเอียดโปรดติดตามไปที่ www.anonworld.com
These are the profusely blooming up with this method, but one could take into consideration that initially the substrate should not be added with any additive but during fructification, one could add the ready mixed mushroom nutrients like Nucleotide TBC108 applying directly to the substrate , it would enhance yield(more than 50%) and shorten crop interval.

bee_anonworld

จำนวนข้อความ : 13
Join date : 20/12/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: My oyster mushroom grow (เพาะเห็ดนางฟ้าภูฏานด้วยวิธีคลุกหัวเชื้อ)

ตั้งหัวข้อ  houdinihar on Wed Dec 29, 2010 3:38 am

Hello Packdee,

Also, merely boiling the substrate will not actually sterilize it, only pasteurize it. When adding nutrients to the pasteurized substrate after that process, there is always the potential for bacterial or fungal outbreaks. In order to prevent that the whole mass would have to be sterilied in a large autoclave with the nutrients already added, then add the spawn in a sterilie manner as well, and keep sterile throughout the whole colonization process. It is a chore, especially if normally pasteurization works just fine, even if the biological efficiency is reduced. It is a price to pay for a safety net. Oysters are great at colonizing and maintaining supremacy in many niches, and they have the necessary enzymes to breakdown many varous substrates as you know.

houdinihar

houdinihar

จำนวนข้อความ : 15
Join date : 20/11/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

I will do again.

ตั้งหัวข้อ  packdee58 on Wed Dec 29, 2010 5:00 pm

Thank you very much Dave, I am always confused with these two words sterilize and pasteurize. I try to save LPG by using fire woods and the drum with clamp lid. It can produce some pressure. The temperature should be higher than 100 degrees C. Yes, it still be pasteurization.
I punched small holes around the bag. But the block became shrinked and left the big gap between the block and the bag. I found that the fruit bodies of mushroom grew around the block, so I tore out the bag then not very long the block collapsed. Next time I will use a safety net to fold around the block.

Packdee



The beauty of Schizophyllum commune (เห็ดแครง)

packdee58

จำนวนข้อความ : 133
Join date : 17/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Best of luck for your future grow

ตั้งหัวข้อ  vishal779 on Fri Dec 31, 2010 12:58 am

Dear Col. Packdee,
As already suggested by many growers, I would just add 2 lines being late:).
If you are adding supplements then you have to sterlize it for 2 hours in an autoclave.
If you are growing on plain straw then 1 hour of dip in boiling water is enough which is called pasteurization.
Also we in India make the holes with tooth pick so that there is not much loss of moisture with bigger holes and once the substrate is colonized we make 1 centimeter holes on all sides of bag with the help of blade to facilitate the growth of mushrooms.

Dr. Anon and Ms. Bee I really loved the way this post was made in both the languages as we can add our experiences to such threads. We in India have Pleurotus Pulmonarius var. Pleurotus Sajor Kaju which looks similar to this mushroom, is this a different variety of oyster called Bhutan??

Thanks and regards to all,
Merry Christmas and Happy New Year to all in the forum:)
Vishal.


แก้ไขล่าสุดโดย vishal779 เมื่อ Fri Dec 31, 2010 1:11 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : spelling mistake)

vishal779

จำนวนข้อความ : 8
Join date : 20/11/2010
Age : 37

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Bhutan Apsara mushroom

ตั้งหัวข้อ  packdee58 on Fri Dec 31, 2010 11:03 am




Thanks a lot for your suggestion Vishal . Next time I will do as you and Dave told me.
Many years ago, when Acharaya Dr.Anon introduced this mushroom to Thailand we called it "Hed Nang Fa Bhutan" ( Hed = mushroom, Nang Fa = Apsara in Sanskrit or Apsorn in Pali.

Col.Pakdee Tongon

packdee58

จำนวนข้อความ : 133
Join date : 17/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

very beautiful picture

ตั้งหัวข้อ  vishal779 on Fri Dec 31, 2010 3:59 pm

Dear Col. Packdee,
I really appreciate your knowledge of Sanskrit. The comparison of this Oyster with beautiful Apsara's does makes sense as these mushrooms are really pretty. I forgot to add that never remove the polythene bags till you get 3 to 4 flushes this way you will never lose the bed and also the water evaporations is less.




These are the oyster mushrooms I have recently grown. This is the Pleurotus Sajor Kaju one of the tastiest ones.





This is Pleurotus Florida Var. Pleurotus Ostreatus again a very pretty and tastier one.
I have grown a vide range of Oyster Varieties from easier ones like Pleurotus Djamor to tough ones that need supplementation and autoclaving like Pleurotus Eryngii, Pleurotus Tuber regium etc. Oysters of course are very tasty and simpler ones to grow.
Regards,
Vishal.


แก้ไขล่าสุดโดย vishal779 เมื่อ Fri Dec 31, 2010 4:03 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : none)

vishal779

จำนวนข้อความ : 8
Join date : 20/11/2010
Age : 37

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสที่ใกล้ตัวเรา
» สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนนักศึกษาทุกท่านที่มีหนังสือค้างส่ง นำหนังสือ คืน โดย ไม่เสียค่าปรับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ
» ประวัติและความเป็นมาของคณะมนุษยศาสตร์
» อยากทราบอีเมล เฟสบุ้ค ช่องทางการติดต่อ ของเืพื่อนๆสื่อสาร มนุษศสาตร์หน่อยค้าบ มาเป็นเื่พื่อนกันนะครับ

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ