เป็นไมเกรน ปวดมาเกือบระยะเวลา 3 ปี จนหมอไม่รักษาแล้ว

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เป็นไมเกรน ปวดมาเกือบระยะเวลา 3 ปี จนหมอไม่รักษาแล้ว

ตั้งหัวข้อ  Titi on Wed Jan 19, 2011 1:40 pm

เรียนอาจารย์ครับ ผมธิติ รหัสสมาชิก P94/2563
ผมปวดหัวมาก หมอบอกว่าเป็นไมเกรน ปวดมาเกือบระยะเวลา 3 ปี ทรมานมากถึงขั้นเวลาเป็นต้องทำให้หลับทันที ตอนนี้ทานยาระงับปลายประสาทมาเป็นระยะ 3 ปี จนหมอไม่รักษาแล้ว หมอบอกว่าปกติ ทุกครั้งหมอจะให้ยาซ้ำๆแต่เราก็ต้องเอายา เพราะถ้าไม่มียาจะทรมานมาก ทำงานก็ไม่ได้ ต้องกินยาแล้วหลับ ทำงานไม่ค่อยได้ คนอื่นก็มองเราว่าทำงานไม่มีประสิทธิภาพระยะหลังทานยาแล้วก็ไม่หาย หมอบอกว่าให้ไปรักษาเกี่ยวกับจิตแพทย์ หรือเข้าวัดครับ ทั้งที่เราเป็นคนที่เก่งมากตลอดระยะเวลาหลังจากจบ แต่พอมีปัญหาด้านสุขภาพในระยะหลัง รู้สึกว่าเราไม่มีพลัง ในการคิด การทำเหมือนเช่นเก่าก่อน อาจารย์ครับ ผมควรเริ่มทานเห็ดเป็นยาตัวไหนดีครับ เพื่อให้หายจากไมเกรนครับ
ขอบคุณครับ
ธิติ

Titi

จำนวนข้อความ : 12
Join date : 18/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ไมเกรนไม่ทำให้ตาย หรือเป็นอัมพาตหรืออัมพฤกได้

ตั้งหัวข้อ  Anonmushroom on Thu Jan 20, 2011 7:35 am

โดยปกติระยะนี้ ผมจะไปวุ่นอยู่กับงานการพัฒนาที่ใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม ที่โคกสำโรง จึงขอให้ลูกๆเป็นคนตอบกระทู้ เพราะพวกเขาก็ถือว่า ได้รับการถ่ายทอดจากการติดสอยห้อยตามพ่อแม่ไปแทบทุกหนแห่งเกี่ยวกับเห็ด แต่พอมาถึงเรื่องโรคต่างๆ เขายังมีประสบการณ์ค่อนข้างน้อย การที่จะให้คำแนะนำอะไรต่างๆ อาจจะไม่ครอบคลุมไปทุกด้าน ผมเลยต้องมาตอบเอง ในกรณีของธิตินั้น คุณอย่าได้วิตกกังวลไปเลย เพราะจริงๆแล้ว ไมเกรนไม่ใช่โรค และไมเกรนเอง แม้ว่าจะทำให้ปวดหัวซีกใดซีกหนึ่งอย่างรุนแรง แต่ก็ยังไม่มีรายงาน หรือมีก็น้อยมาก ที่จะทำให้ผู้ป่วยกลายเป็นโรคประสาท หรือโรคอัมพาต หรืออัมพฤก จึงขอให้คุณสบายใจในส่วนนี้ไปได้เลย ส่วนการเป็นไมเกรนนั้น เป็นไปได้ในคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่น ทั้งนี้ มันเกิดจากเส้นเลือดฝอยภายในปลายประสาทที่อยู่รอบๆเส้นเลือดในสมองได้ถูกบีบจากการขยายตัวของเส้นเลือด ที่มีความไม่ปกติ เชื่อกันว่า น่าจะเกิดจากการที่ร่างกายสร้างเอ็นไซม์บางอย่างขึ้นมาอย่างผิดปกติ แล้วไปกระตุ้นให้เส้นเลือดขยายตัว ขณะที่เส้นเลือดขยายตัว บริเวณเส้นเลือดเอง จะมีเซลประสาทพันและห่อหุ้มเส้นเลือดอีกที ถูกกด หรือถูกบีบ จึงทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง ส่วนใหญ่ หากเกิดในสุภาพสตรี หมอมักแนะนำให้ทานยาคุม เพราะจะมีฮอร์โมนเพศบางตัว จะเข้าไปกระตุ้น หรือยับยั้งการขยายตัวของเส้นเลือดได้ พอผมพูดเรื่องเอ็นไซม์หรือฮอร์โมน ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า ขาดหรือเกิน มันอาจจะเกิดจากไม่ว่าจะเป็นเอ็นไซม์หรือฮอร์โมนไม่สมดุลย์หรือถูกสร้างขึ้นมาผิดปกติ เรื่องของผู้ที่เป็นไมเกรนนั้น ผมมีประสบการณ์ค่อนข้างมาก ที่ได้แนะนำให้ผู้ป่วย ทานอาหารที่มีเอ็นไซม์เข้าไป เช่น ผัก ผลไม้สด หรือเอ็นไซม์ที่ทางอานนท์ไบโอเทคผลิต ปรากฎว่าได้ผลดี และจะดียิ่งขึ้น หากทานร่วมกับเห็ดเป็นยาสูตรพื้นฐานสักระยะหนึ่ง ซึ่งทั้งเอ็นไซม์และเห็ดเป้นยาสูตรพื้นฐาน จะช่วยไปปรับสมดุลย์ของเอ็นไซม์ในร่างกาย และระบบต่างๆให้เป็นปกติ จะช่วยลดการกระตุ้น การขยายตัวของเส้นเลือดในสมองได้ จะทำให้อาการปวด หรือทุรนทุรายจากอาการปวดสมองข้างเดียว หรือไมเกรนได้ อย่างไรก็ตาม คุณควรประพฤติ ปฎิบัติตัวเองไม่ให้เกิดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอและพอเหมาะ (อย่านอนนานเกินไป อาจจะทำให้ไมเกรนเป็นมากยิ่งขึ้น) พยายามอย่าหักโหมที่ทำให้เกิดการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เช่น ไม่ควรทำการจ๊อกกิ้ง วิ่ง เปลี่ยนมาเป็นเดิน และหางานเบาๆทำ เช่น เพาะเห็ด คุยกับเห็ดบ้าง ทานเห็ดให้เยอะๆ โกนหนวดเคราคุณให้ดูแลสะอาด อย่าปล่อยตัวอย่างกะคนหมดอาลัยตายอยาก(รีบๆเปลี่ยนรูปในฟอรั่มนี้ใหม่เถอะ เอาให้ดูหน้าตาสะอาดเอี่ยมกว่านี้) แล้วจงจำเสมอว่า ไมเกรน ไม่ใช่โรคประสาท การทานยาแก้ปวด หรือยาเคมี ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้ ยกเว้น ช่วยแก้อาการปวด แต่หากทานติดต่อกัน อาจจะส่งผลข้างเคียง หรือเป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหารได้ ขอให้จงระมัดระวัง อย่าไปกังวลเรื่องงานมากนัก แล้วอย่าไปวิตกว่า แต่ก่อนเคยเฉลียวฉลาด ว่องไว แต่เดี๋ยวนี้อะไรมันก็ตื้อหรือมึนไปหมด ไม่เป็นไรหรอก ปล่อยวางเสียบ้าง แล้วเดี๋ยวเครื่องของคุณจะติดใหม่ จะไวและแม่นยำกว่าเดิมแน่นอน หากไม่มีที่ปล่อยที่วาง ก็มาช่วยผมปลูกต้นไม้ ขุดดิน สร้างบ้านดินสิ ตอนนี้กำลังสร้างบ้านดินในสไตล์ต่างๆจากประเทศที่ผมไปอยู่มา ดูข้างล่างนี้สิว่า ต่อไป อุทยานเห็ดของเรา จะมีบ้านทั้งไม้ไผ่หลายรูปแบบ บ้านดินหลายลักษณะ

บ้านไม้ไผ่ที่อุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์

วางแผนทำบ้านดิน โดยผู้เชี่ยวชาญบ้านดินจากชัยภูมิ

ผสมดินด้วยรถไถเดินตาม

ทำการปั้นดินกันยกใหญ่

มีหลายประเทศที่ผมได้ไปดูงานมาขณะที่ไปประจำอยู่ในต่างประเทศ ในภาพเป็นบ้านดินที่ประเทศโบกินาฟาซู่ ปี 2532 ก็จะพยายามนำเอามาสร้างที่อุทยานอานนท์เวิลด์ให้ได้มากที่สุด



บ้านดินในฝันที่จะถูกนำมาสรา้งที่อุทยานอานนท์เวิลด์
หากคุณได้ไปช่วยทำหรือไปดู โรคไมเกรนของคุณจะต้องหาย หรือลืมไปเลย

Anonmushroom

จำนวนข้อความ : 352
Join date : 05/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ผมก็ปวด

ตั้งหัวข้อ  ???? on Thu Jan 20, 2011 10:17 pm

สวัสดีครับอาจารย์และคุณธิติ
ผมก็เป็นเหมือนกัน ไปให้หมอรักษา หมอให้ยาคลายกล้ามเนื้อมา ทานเข้าไปแล้วปรากฏว่า (อ่อนไปทั้งตัวทุกอย่างเลยนะ) มาพักหลังนอนหลับให้พอ ออกแดดต้องใส่แว่นกันแดดด้วยจะได้ไม่เครียด แล้วมาอบรมกับอาจารย์ มีโอกาศพูดคุยกับอาจารย์ แล้วได้คุยเรื่องภูมิแพ้เลยได้เอนไซมาลองดู ก็ทานกับภรรยาไปเรื่อยๆ หมดขวดแล้วพึ่งทราบตอนนี้ว่าไม่ปวดหัวไมเกรนมาหรายวันแล้ว หรือผมสนุกกับการทำก้อนเห็ดนานาชนิดอยู่ก็ได้ อย่างที่อาจารย์บอก แต่อย่างก็ผมเข้าใจและเห็นใจคนที่อยู่สภาวปวดนั้นไม่สามารถทำอะไรได้ มันทรมารจริงๆ สุดท้ายขอให้คุณหายปวดไวไวก็แล้วกัน
ขอแสดงความนับถือ
มนัส สุวรรณเวก

????
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

ดีใจจังที่ได้รับทราบข่าวจากคุณมนัสที่แจ้งข่าวดีให้แก่สมาชิกทราบ

ตั้งหัวข้อ  Anonmushroom on Fri Jan 21, 2011 9:05 pm

หลังจากที่ได้ไปเยี่ยมคุณมนัสที่โรงงานเลื่อยไม้ยางพารา และเห็นความตั้งใจจริง ที่อยากจะนำเอาขี้เลื่อย ซึ่งมีมูลค่าต่ำ เอามาเพาะเห็ดเอง เพื่อทำให้เป็นสินค้ามูลค่าเพิ่ม ก็พยายามเอาใจช่วย พร้อมทั้งได้บอกทางคุณรวิพรให้เตรียมพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ และตอบปัญหา เพื่อที่จะให้คุณมนัสได้รับผลสำเร็จให้จงได้ ดีใจมาก ที่ทราบว่า กำลังสนุกอยู่กับการทำก้อนเห็ดหลากหลายชนิด ผมว่าดีแล้ว เพราะอย่างน้อยคุณมีวัสดุ อุปกรณ์ครบอยู่แล้ว ได้เปรียบกว่าใครทุกคนรอบด้าน เพียงแต่ คุณยังไม่มีประสบการณ์ และยังเป็นสถานที่ใหม่ อาจจะต้องใช้เวลา เพื่อให้สามารถคลำหาวิทยายุทธ์ที่เหมาะสมแก่สถานการณ์ของคุณ ซึ่งผมไปดูแล้ว ไม่น่าจะมีอุปสรรคอะไรมากนัก ก็ขอเอาใจช่วย ยิ่งวันนี้ มาทราบจากอานิสสงส์ของการเข้าอบรม และได้ฟังเรื่องของเอ็นไซม์ แล้วคุณก็ได้นำมาทดลองใช้ด้วยตนเอง จนอาการปวดหัวข้างเดียว หรือที่เรียกว่า ไมเกรนแบบคุณธิติ ก็หายไป ทั้งของคุณและภรรยา ก็ขอแสดงความยินดีด้วย เพราะการที่เราพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะเรื่อง โรคปวดหัวนั้น มันทนทุกข์ทรมาณเหลือเกิน แต่คำถามว่า ในเมื่อเอ็นไซม์ที่ผมผลิตขึ้นมานั้น ทำไมไม่ทำการโฆษณาให้คนอื่นเขารู้บ้าง ก็ต้องบอกว่า ผมน๊ะ อ่อนหัดเรื่องการตลาดมาก แล้วยิ่งใครถามเรื่อง เอ็นไซม์รักษาอะไรบ้าง ผมน๊ะ กระดากปากมากที่จะพูด เพราะพูดไปแล้วมันเหมือนขี้คุย ยิ่ง การทำการตลาดบ้านเรา ผู้บริโภคชอบคนขี้คุย หรือโฆษณามากกว่า ผมเลยไม่ถนัดที่จะผลิตแล้วขายในไทย ส่วนใหญ่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมส่งผลิตภัณฑ์ต่างๆของผมไปขายต่างประเทศแทบทั้งสิ้น แต่สำหรับสมาชิกแล้ว สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหน้าร้านที่ตลาดไท โทร 029083308 ,0860820202 หรือ ชมรมเห็ดสากล โทร. 02-5799200 และ 02-5797759 ครับ

Anonmushroom

จำนวนข้อความ : 352
Join date : 05/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ความคืบหน้าเรื่องอาการป่วยครับ

ตั้งหัวข้อ  ????? on Sat Jan 22, 2011 7:55 am

วันนี้มีเล็กน้อยครับอาจารย์

แฟนผมที่เป็นโรคไต เมื่อ วันที่ 19 เค้าไปหาหมอครับ เพื่อตรวจเลือดแต่ไม่ได้ตรวจเพราะคนเยอะมาก
จากการ วัดความดัน เค้าบอกว่าอยู่ที่ 130/80 ครับ ลงมาเยอะ ครับ
ตั้งแต่กิน เห็ดหลินจือดอง อาการที่เป็นความดันโลหิตสูง ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น
หมอเองยังแปลกใจว่า อยู่มาได้ยังไงทำไมถึงยังไม่ได้ฟอกเลือด ทั้งที่มีประวัติ เรื่องความดันโลหิตสูง
และ ยาก็หมด มาร่วม หนึ่งเดือน

ตอนนี้ ตัวของแฟนผมสรุปเองแล้วว่า เห็ดหลินจือดองช่วย ได้ ในระดับหนึ่งครับ อาจารย์
หมอจะนัดเจาะเลือดครั้งใหญ่ อีกครั้ง วันที่ 15 เดือน หน้าครับ
ผมหวังว่าจะมี ปาฏิหารย์ เกิดขึ้นครับ แล้วจะรายงานผลให้อาจารย์ทราบครับ

ขอบพระคุณอาจารย์ สำหรับ ความรู้ครับ
อีกเรื่องครับ รายงานเรื่อง เห็ดตับเต่าครับ
ป้าของผม เค้าไป จังหวัดเลย ไปเจอเห็ดตับเต่า มันขึ้นอยู่ที่ใต้ต้น ส้มโอ ครับ อาจารย์
มันไม่แปลกใช่มั้ยครับ เพราะที่ผมได้อ่าน ในเวป มันจะขึนใต้ต้น พืช ตระกูล ถั่ว

ส่วนเรื่อง เมล็ดต้น แค อาจารย์ ยังต้องการอีกรึเปล่าครับ ที่บ้านพัก จันทบุรีมีเยอะ กำลังติดฝัก





?????
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

ส้มโอก็มีเห็ดตับเต่าเกิดได้ เมล็ดแคมีพอแล้วครับ

ตั้งหัวข้อ  Anonmushroom on Sat Jan 22, 2011 9:32 pm

แน่นอนครับ สวนส้ม ไม่ว่าจะเป็นส้มเขียวหวาน ส้มบางมด ส้มโอ ล้วนแล้วแต่เป็นพืชที่เส้นใยของเห็ดตับเต่าเข้าอาศัยด้วยได้ ดังนั้น จึงไม่แปลกครับ ที่จะเห็นเห็ดตับเต่าเกิดขึ้นกับต้นส้มโอครับ แต่หากเราช่วยกันหลายๆทาง หลายๆด้าน เมื่อแต่ละท่านได้ไปเจอเห็ดตับเต่าเกิดขึ้นกับต้นอะไรบ้าง เกิดเมื่อไหร่ ช่วยเล่าสู่กันฟังจะดียิ่งขึ้น และหากมันเกิดขึ้นกับต้นอะไร แล้วเราแยกเชื้อบริสุทธิ์ออกมาได้ แล้วใส่เข้าไปในต้นชนิดเดียวยกันกับที่มันเกิด มันจะเข้าไปอาศัยรากของต้นไม้นั้น และมีเห็ดตับเต่าเกิดขึ้นแน่นอนยิ่งขึ้นครับ สำหรับต้นแคนั้น แน่นอนที่สุด เห็ดตับเต่าชอบมากครับ ช่วงนี้ เป็นช่วงที่แคมีฝักมีเมล็ดเยอะ ที่ฟาร์มผมทั้งใหม่ทั้งเก่าก็มีฝักเต็มไปหมด รวมทั้งสมาชิกเอามาให้อีกมากมาย ตอนนี้พอแล้ว และซึ้งใจมากครับ ขอบคุณครับ ณ วันนี้ เราได้มีสมาชิก ผู้ผ่านการอบรมเห็ดทั้งเห็ดฟางและเห็ดถุง ชื่อ คุณกิตติ โชคชัย จากอุบลราชธานี เป็นผู้กล้าคนแรก ที่ขอสมัครเข้ามาทำงานด้วยที่อุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ ตอนนี้กำลังติวเข้มด้านพื้นฐาน และมุ่งหนักสร้างบ้านดินอยู่ อีกไม่นาน ก็คงได้ฟังเสียงสะท้อนจากกิตติบ้างว่า ได้อะไรกับการเข้ามาร่วมเป็นผู้บุกเบิกสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ ขณะที่กำลังรอนายจิว ที่ตั้งท่ามานานแล้ว ป่านนี้ ไม่รู้บินไปอยู่สายไหนแล้วก็ไม่ทราบ เห็นเงียบไปพักหนึ่งแล้ว หากใครรู้จักว่าแกพลัดหลงอยู่ ณ แห่งหน อำเภอใด ช่วยแจ้งให้แกกลับมาบ้านนี้ด่วน เรื่องทุกเรื่องคุยกันได้ พร้อมให้อภัยทุกเมื่อ(ไม่มีเรื่องไม่มีราวอะไรหรอก แค่แซวเล่นๆ เพราะไม่ได้แซวมาหลายวันแล้ว ก็เท่านั้นเอง)

Anonmushroom

จำนวนข้อความ : 352
Join date : 05/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเห็ดเป็นยา

ตั้งหัวข้อ  Anonmushroom on Sun Jan 23, 2011 7:10 am

ในขณะที่โรคต่างๆของมนุษย์ได้ถูกค้นพบใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งบางครั้ง ไม่ได้หมายความว่า มันเป็นโรคใหม่ อาจจะเป็นโรคที่มีมาคู่กับการกำเนิดของสัตว์โลกหรือมนุษย์แล้ว เพียงแต่เรายังศึกษาไม่ถึงมันเท่านั้น เช่นเดียวกัน เมื่อวาน(22 มกราคม 2554) ผมและครอบครัวได้ไปร่วมงานบุญที่วัดเทพชัยมงคล อำเภอพัฒนานิคม เพื่อทำบุญฉลองตราตั้งเจ้าอาวาสอย่างเป็นทางการ หลังจากได้รับอนุมัติให้ตั้งเป็นวัดได้แล้ว ด้วยการรอคอยมานานกว่า 20 ปี ในฐานะที่พระลูกวัด 2 รูป ได้เข้ารับการฝึกอบรมการเพาะเห็ด แล้วนำไปเพาะเห็ดเป็นตัวอย่างที่วัดให้แก่ชาวบ้านในละแวกนั้น ดังนั้น การที่ผมไปวัดนี้ทุกครั้ง ก็จะถือโอกาสเสาวนาเรื่องเห็ดทุกครั้งไปเช่นกัน แต่คราวนี้ เราเสาวนากันค่อนข้างหนักไปในเรื่องของเอ็นไซม์ และเห็ดเป็นยา โดยป้าติ๋ว เจ้าของวัดตัวจริง เพราะท่านเป็นผู้บริจาคที่ให้แก่วัดกว่า 50 ไร่ และก็ยังเป็นผู้อุปถัมภ์รายสำคัญ รวมทั้งเป็นหัวหน้าทีมในการฝึกสมาธิและการปฎิบัติศีล ก็แน่นอนที่สุด วัดนี้ ก็มีภาระเช่นวัดอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องของสุนัข หรือหมา เพราะคนส่วนใหญ่ หากมีหมาเยอะ ก็จะเอามาปล่อยวัด พอหมาป่วย หมาพิการ ก็จะมาปล่อยวัด เฉพาะที่วัดนี้รับไปเต็มๆ มีหมารวมกันมากกว่า 100 ตัวขึ้นไป วันๆหนึ่ง ทางวัดจะต้องหุงอาหารชั้นดีให้แก่มัน ตัวไหนป่วยก็จะเอาเสื้อผ้ามาให้มันใส่ เพื่อให้เกิดความอบอุ่น ตัวไหนไม่สบาย ก็จะพาไปหาหมอ มีหลายตัวที่พิการ เช่น ถูกรถทับ รถชน ขาหักหรืออวัยวะพิการ ก็จะถูกดามด้วยอุปกรณ์ช่วยเหลือในการขับเคลื่อน ตัวไหนมีบาดแผลฉกรรจ์ ก็จะได้รับการผ่าตัด ตัวไหน มีเห็บ เหลือบดูดเลือด ก็จะถูกดูแล เก็บเห็บเอาออก แล้ว เชิญเห็บที่ดูดเลือดหมาที่อิ่มแป้แล้ว เอาออกไปนอกวัด(ทางวัดเขาจะไม่ฉีดยาฆ่าเห็บ หรือป้องกันเห็บ จะใช้วิธีเก็บออก แล้วเอามันไปปล่อยนอกวัด) นอกจากนี้ ทางวัดก็ยังมีภาระทำอาหารไปให้หมาตามบ้านชาวบ้านละแวกใกล้เคียงอีก เพื่อป้องกันไม่ให้หมาจากข้างนอกเข้าไปสมทบในวัดอีก แต่ก็ปรากฎว่า ทุกวัน หมาจำนวนมาก มันก็แห่กันมารอคิว ที่จะเข้าไปอยู่ในวัดให้จงได้ ที่ผมเอาเรื่องหมาในวัดมาเล่าให้ฟัง ก็เพราะว่า แม้ว่า หมาจะมีจำนวนเป็นร้อยๆตัวเช่นนี้ แต่ละตัวก็อยู่กันอย่างมีความสุข และสุขสบาย อ้วนถ้วนสมบูรณ์ พวกเราจึงเอาเรื่องหมามาเสาวนากันอย่างไม่เป็นทางการ คุณป้าติ๋ว เล่าให้ฟังว่า วันๆหนึ่ง จะต้องหุงข้าวและอาหารอย่างดี ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนา แล้วท่านก็คลุกอาหารให้แก่มันด้วยความเต็มใจวันละไม่ต่ำกว่า 2 ชม. โดยใส่เครื่องปรุงและความสะอาดเฉกเช่น การเตรียมอาหารให้คนทาน แต่เนื่องจากหมาส่วนใหญ่ เป็นหมาจรจัดและหมาพิการ จึงมีปัญหาเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บค่อนข้างมาก และโรคที่เลี่ยงแทบไม่ได้เลย คือ โรคเลือดเป็นพิษ(หากเป็นคน ต้องใช้คำว่า โลหิตเป็นพิษ ไม่งั้น จะเป็นการใช้ภาษาไม่สุภาพ แต่สำหรับหมาแล้ว ใช้คำว่า เลือด ก็โอเคแล้ว) และหมาส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเลือดตกหรือเลือดออก ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก แต่หลังจากที่ได้เข้าใจเรื่องของเอ็นไซม์แล้ว ทางวัด จึงตัดสินใจ เอาเชื้อยูเอ็ม92ชนิดผง ซึ่งมีเชื้อจุลลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ที่ได้จากปลายรากโกงกาง อย่างน้อย 5 ชนิด ที่มีความสามารถในการสร้างเอ็นไซม์ที่มีประโยชน์ที่ทั้งคนและหมา ที่บริโภค(สำหรับคนใช้คำว่า รับประทาน ส่วนหมาใช้คำว่า กิน) อาหารที่สุกเข้าไป เอ็นไซม์จะถูกทำลายไปหมด แต่จุลินทรีย์ดังกล่าวสามารถสร้างเอ็นไซม์ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ได้เป็นแสนๆเท่าของร่างกายคนหรือหมาสร้างขึ้นได้ จากหลักการดังกล่าว ทางวัดจึงใช้จุลินทรีย์ยูเอ็ม 92 ชนิดผงคลุกเคล้าไปในอาหารหมา แล้วเอาไปให้หมากิน ปรากฎว่า หมาส่วนใหญ่แข็งแรง และการเป็นโรคน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ปริมาณอาหารที่ให้ก็น้อยลง เพราะระบบการย่อยและการขับถ่ายดีขึ้น มูล(ขี้)หมาก็ไม่มีกลิ่นที่เหม็นดั่งในอดีต ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่เชื้อยูเอ็ม92 ของอานนท์ไบโอเทค ได้มีส่วนร่วมในการรักษาชีวิตของหมาและทำให้หมามีโรคเบียดเบียนน้อยลง ในวันนี้ ยังมีวีรกรรมของเจ้าหมาตัวหนึ่ง ซึ่งเกิดมีบาดแผลขึ้น และด้วยความที่ตัวมันอ้วนด้วย ทางวัดก็เลยพาไปหาหมอ แล้วได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ทำแผลด้วยการเย็บ ปรากฎว่า แผลไม่แห้ง แล้วยังมีไส้ทะลักออกมา ทางวัดก็พาไปหาหมอให้ทำแผลใหม่อีก คราวนี้ หมอเย็บกระชับเข้าไปอีก ปรากฎว่า การเย็บแผลแบบกระชับ กลับกลายเป็นผลร้ายที่แผลมันตึง ระบบต่างๆในร่างกายถูกรัด หมาจึงกินอาหารไม่ได้ ทางวัดก็พาไปหาหมออีก แต่คราวนี้ เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อมีหมาข้างถนนวิ่งตัดหน้ารถ พลขับต้องเบรกอย่างรุนแรง หมาที่นั่งอยู่ที่เบาะหลังรถตกเบาะ ใส้ทะลักออกมาด้วยความเจ็บปวด มันเลยใช้ปากงับพระพี่เลี้ยงที่เอามันไปหาหมอ ต้องงัดเอาปากมันออก มันถึงยอม มันงับไม่ใช่เพราะมันโกรธพระพี่เลี้ยง แต่มันงับเพราะมันเจ็บปวดบาดแผลของมัน พอไปถึงหมอๆก็ทำการเย็บแผลและทำแผลให้มันใหม่ ก็ดูเหมือนจะค่อยยังช่วยขึ้น แต่มันกลับไม่ค่อยยอมกินอาหาร แผลก็ไม่ประสานกัน ไม่ยอมแห้งสนิทสักที จนกระทั่งบรรดาคนลุ้นทั้งหลาย ทั้งพระทั้งฆารวาสต่างก็ไม่รู้ว่าจะช่วยชีวิตเจ้าหมาแสนสงสารตัวนี้ได้ ป้าติ๋วก็เลยคิดถึงเอ็นไซม์สำเร็จรูปของอานนท์ไบโอเทค ที่ป้าติ๋วใช้เพื่อเสริมเอ็นไซม์ให้แก่ท่านเอง เพราะท่านมีปัญหาเกี่ยวกับเบาหวานและโรคไขข้อกระดูกตามสภาพคนสูงอายุ ท่านจึงเอาเอ็นไซม์ชนิดเม็ด นำมาบดละลายน้ำแล้วกรอกปากให้หมาตัวนี้กิน ท่านบอกว่า แค่ 3 วันเท่านั้น แผลเริ่มแห้ง และอีกไม่กี่วันต่อมาแผลก็แห้งสนิทเป็นปกติ และมีชีวิตรอดมาอ้วนถ้วนสมบูรณ์เป็นหมาที่ร่าเริง แข็งแรงเหมือนหมาทั่วๆไปได้อีกครั้งหนึ่ง นี่ก็เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่นำมาเล่าให้ฟัง แต่สิ่งที่จะนำมาเสริมในวันนี้นั้น อยากจะขอเสริมเรื่อง การใช้ชิ้นส่วนต่างๆของเห็ดเอามาเป็นยา
โดยทั่วไป พอมีการโฆษณากันว่า เห็ดนั้น เห็ดนี้ เป็นยาเลอเลิศประการใด ก็มักจะมุ่งเน้นกันไปที่ดอกเห็ดกัน ยกตัวอย่างเช่น เห็ดหลินจือ ที่คุณบรรจง นำเอาดอกเห็ดมาใช้รักษาอาการของแฟน(ต้องขอโทษครับ เพราะยังสมการนี้ไม่ออกว่า แฟนคุณบรรจง หมายความว่า คนรักที่ยังจีบกันอยู่ หรือว่า จีบกันเรียบร้อยแล้ว จนตกลงมาอยู่ร่วมกันเป็นผัวเป็นเมียกันแล้ว ที่เขาเรียกว่า เมียหรือภรรยา เคยกระเซ้าจิวว่า หากเราจะให้เกียรติผู้หญิงที่ตกลงใช้ชีวิตกับเรานั้น ต้องฟันธงไปเลยว่า นั่น คือ เมียเรา เพราะมันเป็นภาาาไทยที่ซึ้งมากกว่าใช้คำว่า ภรรยาหรือแฟน) โดยใช้ดอกเห็ดหลินจือ จริงๆแล้ว ในส่วนของดอกเห็ด ก็จะมีสรรพคุณทางยาอยู่ส่วนหนึ่ง แต่หากจะต้องพิจารณากันเป็นเหตุเป็นผลแล้ว ทุกๆส่วนของเห็ดล้วนแล้วแต่มีสรรพคุณทางยาหรือการสร้างเอ็นไซม์ที่แตกต่างกันไป หากจะพูดถึงตัวยาในการช่วยย่อย ที่ส่วนใหญ่เป็นเอ็นไซม์นั้น ต้องถือว่ามีมากในเส้นใยเห็ด หากจะต้องดูกันเรื่องของพลังและความสุกงอมของสารต่างๆมากที่สุด ก็คือ ช่วยที่เส้นใยของเห็ดกำลังจะรวมตัวกันเป็นดอก หากต้องการแบบพื้นๆ มีหลากหลาย และคงทน แต่ไม่มาก ก็คือส่วนที่เป็นดอก หากจะพูดถึงเรื่องการกระตุ้น หรือนำไปรักษาเฉพาะทาง ก็ต้องไปพิจารณาที่สปอร์ เช่นนี้ เป็นต้น ดังนั้น การที่จะนำเอาเห้ดไปเป็นยานั้น ทางที่ดี ควรใช้ทุกส่วนของมัน เช่น เวลาจะทำยาดองเห้ด ควรใช้เส้นใยเห็ดที่กำลังเจริญเติบโตอยู่ ใช้เส้นใยเห็ดที่กำลังจะรวมตัวกันเป็นดอกเห้ด ใช้ดอกเห็ดที่กำลังจะสร้างสปอร์ และใช้สปอร์ของเห็ด อย่างนี้ จึงจะถือว่า ได้สรรพคุณทางยาจากเห็ดอย่างครบครัน จึงขอแนะนำคุณบรรจงเพิ่มเติมว่า หากจะทำยาดองให้ได้ผลดี ให้เอาเส้นใยเห็ดจากหัวเชื้อ ใช้เส้นใยเห็ดจากหัวเชื้อที่แก่ ที่กำลังรวมตัวกันเป็นดอกใส่เข้าไปด้วย แล้วคุณจะได้ยาดองที่ดีกว่าใช้ดอกเห็ดเพียงอย่างเดียว และผมเชื่อแน่ว่า โรคไตของแฟนคุณหายแน่ๆโดยไม่ต้องไปฟอกไตที่กำลังฮิตกันอยู่ปัจจุบัน เพราะอย่าลืมว่า หากเธอหลวมตัวไปฟอกไตแล้ว ก็จะต้องฟอกไปตลอดชีวิต แล้วไตก็จะค่อยๆเสื่อมไปเรื่อย จนไตวายไปในที่สุด ืสู้เรามารักษาไต ลดการอักเสบของไตลง เมื่อไตไม่อักเสบแล้ว ไตก็จะฟื้นกลับคืนมาเป็นไตที่ดีใหม่ได้ เฉกเช่น ที่ผมยกเอาเรื่องของการดึงชีวิตหมาลำบากกลับมาดังเดิมได้ ขอให้ทุกท่านโชคดี จะทำอะไร ใช้อะไร โปรดศึกษาให้รู้แจ้งเห็นจริง อย่าไปเชื่อเพียงเขาเล่าว่า หรืออาจารย์บอกมา เอาไปทำให้เห็นผลเสียก่อน อย่างคุณบรรจงนั้น ถูกทางแล้ว สาธุ

Anonmushroom

จำนวนข้อความ : 352
Join date : 05/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอบพระคุณอาจารย์ครับ

ตั้งหัวข้อ  ????? on Sun Jan 23, 2011 2:10 pm

ขอบพระคุณอาจารย์ที่แนะนำเพิ่มเติมครับ
ในเรื่องอาการ ของ ภรรยา ผม

ผมได้ทดลอง แล้ว ครับ ในส่วนของเห็ดหลินจือดอง
เริ่มแรก เลยการดองของผม ใช้วิธีธรรมดา แบบ ของ ยาย คือ ดองส่วนที่เป็นเส้นใย ดอกแก่ และ สปอร์ ในน้ำเกลือต้มสุก
แบบที่สองคือ ทำตามวิธีแรก แต่ ใส่ นมเปรี่ยว ลงไปด้วยครับ
เมื่อได้เวลา หลังจากที่หมัก แล้ว 3-4 วัน
ผมพบว่า ขวดแรก สปอร์ของเห็ด ยังมีสี ที่ เข็มอยู่ สังเกตุได้ว่า ยังเป็น เม็ดเล็ก ๆอยู่เต็มที่ก้นขวด
ส่วนขวดที่ใส่ นมเปรี่ยว นั้น สปอร์ เปลี่ยน สี เป็นขาว นวล ๆ มีลักษณะฟู ๆ อยู่ที่ก้นขวดครับ
ผมเลยสันนิฐานว่า จุลินทรี ในนมเปรียว นั้น ช่วย ย่อย ผนัง ของสปอร์ห็ดหลินจือ ให้ อ่อนตัวลงได้ครับ
จากที่เคยรู้มาว่า ฝรั่งเค้าใช้ คลื่อ อุลตร้าโซนิก ทำให้ผนังของสปอร์เห็ดหลินจือแตกแทน
ก็เลยลงตัวที่ ใส่ นมเปรี่ยวเข้าไปด้วยทุกครั้งครับ
แต่ผมอยากอยาก ใช้เชื้อ ยูเอ็ม 92 แทน และทดลองหาวิธีการทำที่ดีกว่า นี้ ครับ

ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ



?????
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอบคุณครับ

ตั้งหัวข้อ  Titi on Mon Jan 24, 2011 12:04 pm

ขอบคุณครับ อาจารย์และพี่ๆทุกท่าน
เดือนหน้าผมจะลองทานตามที่อาจารย์แนะนำครับ
พอหายดีแล้วผมจะไปช่วยอาจารย์ครับ
ธิติ

Titi

จำนวนข้อความ : 12
Join date : 18/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ