รายการอานนท์สัญจรประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2554

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

รายการอานนท์สัญจรประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2554

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sun Feb 13, 2011 11:39 pm

แม้ว่า ดร.อานนท์ จะง่วนอยู่กับการพัฒนาสถานที่ใหม่ เพื่อทำเป็นอุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ ที่ตำบลเพนียด อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี แต่ก็ได้เฝ้าดูกระทู้จากสมาชิกทุกวัน พร้อมทั้งช่วงไหนมีเวลาว่าง จะแวะเยี่ยมเยียนสมาชิกถึงที่อยู่เป็นประจำ และวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลา ประมาณ 10.00 น. ที่จะถึงนี้ ดร.อานนท์ และคณะ จะไปเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเห็ดฟาง และเห็ดในถุง ภาคตะวันตก ที่ศูนย์ไทยไบโอเทค สาขา จังหวัดเพชรบุรี โดยคุณเรียม สายเสียงสด เป็นเจ้าของศูนย์สาขาและเป็นผู้ประสานงาน
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ เช่นกัน คณะผู้เชี่ยวชาญเห็ดเป็นยาจากประเทศจีน จะเดินทางมาถึงประเทศไทย และจะมาถ่า่ยทอดเทคโนโลยีการเพาะเห็ดเป็นยาให้แก่อานนท์ไบโอเทค เป็นเวลา 1 เดือน และเตรียมตัวร่วมในการเปิดอบรมการเพาะเห็ดในถุงวันที่ 5 มีนาคม ที่จะถึงนี้ด้วย
วันที่ 21-25 กุมภาพันธ์ ดร.อานนท์ ได้รับเชิญจากสำนักงานแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข ให้ไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมวิพากย์
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ดร.อานนท์และคณะ มีโปรแกรมพบปะสมาชิก ณ ศูนย์สาขาจังหวัดจันทบุรี ดูหม้อนึ่งก้อนเชื้อที่ใช้อิฐมวลเบา ที่แต่เดิมต้นทุนของเชื้อเพลิงในการนึ่งสูงกว่า 40 สต.เหลือเพีงไม่ถึง 10 สต.และนึ่งได้ครั้งละหลายพันก้อน นอกจากนี้ ยังอาจจะมีการอภิปรายย่อย เกี่ยวกับการเพาะเห็ดฟางด้วยทะลายปาล์มติดต่อกันถึง 4 ครั้ง
ดังนั้น หากใครสนใจ หรือใกล้ศูนย์สาขาใด สามารถเจอกันได้ที่นั่น หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ 029083308 และ 0860830202

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

รายงานความคืบหน้าไปพบปะเกษตรกรสมาชิกไทยไบโอเทค เพชรบุรี

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sat Feb 19, 2011 5:20 am

ก็เป็นไปตามนัด วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ช่วงบ่าย ดร.อานนท์และคณะได้เดินทางไปยังศูนย์ไทยไบโอเทค สาขาเพชรบุรี ซึ่งมีคุณเรียม สายเสียงสด เป็นเจ้าของ โดยคุณเรียมเคยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการและพนักงานต้อนรับของไทยไบโอเทคมาก่อน เมื่อมีความพร้อมเป็นการส่วนตัว จึงได้แยกไปทำศูนย์ฯสาขา ที่จังหวัดบ้านเกิด ทางสำนักงานใหญ่ให้การสนับสนุนทุกด้าน ทั้งราคาสินค้าในราคาพิเศษและทางวิชาการ ทางศูนย์สาขามีสิทธิทุกอย่างที่จะตัดสินใจเองในการบริหาร รวมทั้งสินค้าที่จะนำมาจำหน่าย ไม่จำเป็นจะต้องเป็นสินค้าจากทางสำนักงานใหญ่แต่เพียงอย่างเดียว ดังนั้น ศูนย์สาขาเพชรบุรี จึงมีความเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อความคล่องตัวในการทำธุรกิจการบริหาร นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง ของสมาชิกผู้ผ่านการอบรมไป ก็สามารถไปตั้งศูนย์ดังกล่าวได้ สำหรับศูนย์สาขาที่เพชรบุรี ลูกค้าส่วนใหญ่ เป็นสมาชิกที่ทำการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน การไปพบเกษตรกรคราวนี้ ส่วนใหญ่จึงเน้นเรื่องของการเพาะเห็ดฟางด้วยทะลายปาล์มน้ำมัน คณะของ ดร.อานนท์ ออกจากที่พักจากสถานที่พักตากอากาศ ของกองทัพบก ในเช้าวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 8.00 น. และไปเจอเกษตรกรที่รวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหน้าของร้านศูนย์สาขา ในตัวเมือง จังหวัดเพชรบุรี โดยมีเกษตรกรที่สนใจมากพอสมควร ในการพบปะเกษตรกรคราวนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการหมักทะลายปาล์ม การใช้ปูน ที่ยังมีความเข้าใจกันอย่างคลาดเคลื่อนมาตลอด ดร.อานนท์ ได้อธิบายให้ฟังว่า เห็ดฟาง ไม่สามารถย่อยอาหารบางชนิดได้เอง จำเป็นต้องอาศัยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ช่วยทำการการหมักและย่อยอาหารให้อยู่ในรูปที่เห็ดฟางเอาไปใช้ได้เสียก่อน ดังนั้น การหมักวัสดุเพาะนั้น ระยะแรก จะเป็นหน้าที่ของแบคทีเรีย ที่ต้องการความชื้นสูง ความร้อนสูง ไม่ต้องการอากาศ และต้องการสภาพความเป็นด่างเล็กน้อย ดังนั้น ในการหมักวัสดุเพาะในช่วงแรกๆนั้น จะต้องปรับสภาพของวัสดุเพาะให้เป็นด่างเล็กน้อย ด้วยการใช้ปูนขาว จากหินปูน ไม่ควรใช้ปูนขาวจากเปลือกหอย และไม่ควรใช้ปูนโดโลไมท์ในช่วงนี้ เพราะปูนโดโลไมท์นั้น หากทำการเติมช่วงนี้ มันจะไปไล่ธาตุไนโตรเจนที่อยู่ในรูปเกลือแอมโมเนียม ให้กลายเป็นก๊าซแอมโมเนีย ระเหยไปกับอากาศได้ นอกจากนี้ ในการหมักระยะเริ่มแรก ควรทำกองให้แน่น หรือให้อับอากาศ เพื่อให้เหมาะแก่การทำงานของแบคทีเรีย โดยปกติ จะทำการหมักทะลายปาล์มด้วยการกลับกอง ทุกๆ 2-3 วัน ประมาณ 3-4 ครั้ง แต่ปัญหาของเกษตรกรที่เพชรบุรี เป็นเกษตรกรรายเล็ก ที่ไม่สะดวกในการกลับกอง เพราะต้องใช้แรงงานมาก ในช่วงนี้ เมื่อได้รับทะลายปาล์มมาแล้ว จะนำมากองเอาไว้ แล้วรดน้ำให้เปียก เมื่อต้องการจะเอาไปใช้เมื่อไหร่ ก็จะเอาทะลายปาล์มมาแช่น้ำไว้ 2-3 วัน ก่อนที่จะนำมาหมักปูนขาวและปุ๋ยยูเรีย แล้วกองไว้อีก 1-2 วันก่อนขึ้นชั้น แม้ว่า จะเป็นกรรมวิธีที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะการปล่อยให้ทะลายปาล์มที่รับมาใหม่ๆ กองรวมกัน รอที่จะเอาไปเพาะ บางครั้ง อาจจะกองนานนับเดือน จะทำให้บางส่วนของทะลายปาล์มที่อยู่ภายในกองเสื่อมสลาย และธาตุอาหารเห็ดสูญเสียไปได้ แต่เกษตรกรก็ยอมรับความสูญเสียนั้นได้ เพราะขาดแรงงานหรือเครื่องมือทุ่นแรง อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการหมักปูนขาวแล้ว ก่อนจะนำขึ้นชั้นนั้น จะมีการเคล้าอาหารเสริม 201 และปูนยิบซั่มเสียก่อน หลังจากนำวัสดุเพาะขึ้นชั้นแล้ว จะเลี้ยงเชื้อราไว้ประมาณ 1-2 วัน หรือจนกระทั่งทะลายปาล์มมีกลิ่นหอม จึงการอบฆ่าเชื้อ ที่อุณหภูมิ 65-70 องศาเซลเซียส ดร.อานนท์ ได้เน้น เรื่องของปูนยิบซั่มว่า ก่อนนำเอาวัสดุขึ้นชั้นนั้น ควรทำการปรับสภาพปุ๋ยให้เป็นกลางหรือเป็นกรดเล็กน้อยด้วยการใช้ปูนยิบซั่มดิบ แต่ส่วนใหญ่ใช้ปูนปาสเตอร์แทน ซึ่งไม่ก่อประโยชน์อันใด นอกจากจะเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ แม้ว่า ปูนปาสเตอร์ จะมีสูตรทางเคมีใกล้เคียงกับปูนยิบซั่มดิบก็ตาม แต่เป็นการนำเอายิบซั่มดิบมาผ่านการเผา ทำให้คุณสมบัติทางเคมีเปลี่ยนไป ดังนั้น สำหรับเห็ดแล้ว จะใช้ปูนยิบซั่มดิบเท่านั้น สำหรับผู้ที่ใช้อาหารเสริม 201 อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ปูนยิบซั่มดิบเข้าไปอีก เพราะในอาหารเสริมนั้น มียิบซั่มดิบเป็นส่วนผสมอยู่แล้ว นอกจากนี้ ดร.อานนท์ ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า จริงๆแล้ว หากทำการหมักทะลายปาล์มและมีการจัดการที่ดี สามารถนำเอาทะลายปาล์มมาทำเป็นวัสดุเพาะได้มากกว่า 4 ครั้ง ในการพบปะเกษตรกรครั้งนี้ เกษตรกรได้ถามคำถามเกี่ยวกับปัญหา เรื่องของผลผลิตต่ำ การระบาดของราขาว การระบาดของเห็ดขี้ม้า ราดำ ดอกเห้ดดอกเล็กบานเร็ว ซึ่งก็ได้รับคำชี้แจงโดยละเอียดจาก ดร.อานนท์ จากนั้น จึงได้พากันไปดูฟาร์มเห็ดตัวอย่างของสมาชิก ที่ใช้เนื้อที่ทำการเกษตรบนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ทำเกษตรแบบผสมผสาน ตั้งแต่การเลี้ยงวัว มีแปลงที่ดินปลูกหญ้าให้วัว สวนมะนาว บ่อปลา ปลูกมะพร้าวตามคันบ่อ ปลูกผักบุ้งและเลี้ยงปลาหลายชนิด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพืชหรือสัตว์ที่ก่อให้เกิดรายได้เกื้อกูลกัน สำหรับเห็ดนั้น เป็นรายได้หลักที่ได้แทบทุกวัน จากการเพาะเห็ดฟางด้วยทะลายปาล์มเพียง 3 โรงเท่านั้น แต่ผลที่ได้ ไม่เพียงแต่ดอกเห้ดเท่านั้น น้ำที่ใช้แช่ทะลายปาล์ม ยังช่วยในการบำรุงดิน เป็นปุ๋ยแก่พืช ช่วยเร่งการเกิดตะไคร่น้ำ เป็นอาหารของปลากินพืช ในส่วนของเห็ดนั้น ดร.อานนท์ ได้แนะนำเรื่องของการหมักทะลายปาล์ม การใช้เชื้อยูเอ็ม ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ใช้ในการหมักทะลายปาล์ม และช่วยแก้ปัญหา การสะสมของเชื้อโรคหลังจากเพาะเห็ดฟางแล้ว การระบายอากาศ เกษตรกรส่วนใหญ่ ที่เพาะเห็ดฟางติดต่อกันเป็นเวลานาน มักจะเจอปัญหาเกี่ยวกับโรคสะสม ทำให้ผลผลิตระยะหลังต่ำลงไปมาก และให้ผลผลิตไม่แน่นอน ดร.อานนท์ จึงเน้นเรื่องของการทำความสะอาด การหมักที่ถูกต้อง และการใช้เชื้อยูเอ็มในการทำความสะอาดโรงเรือน
การพบปะเกษตรกรครั้งนี้ ถือว่า ได้รับประโยชน์พอสมควร ทั้งเกษตรกรที่เข้าร่วมพบปะกัน รวมทั้งคณะของ ดร.อานนท์ ที่ได้ทราบถึงปัญหา และความก้าวหน้าของภาวะการเพาะเห็ดฟางในย่านนี้ และเป็นการเก็บรวบรวมสายพันธุ์เห็ดฟาง จากปหล่งผู้ผลิตเชื้อเห็ดจากแหล่งต่างๆ การพบปะเช่นนี้ จะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่้องในพื้นที่อื่นๆต่อไป โดยจะมีโปรแกรมที่จะไปเยี่ยมเกษตรกร ผู้เพาะเห็ดฟางในโรงเรือน ที่ศูนย์สาขาจันทบุรี ในวันที่ 27 ก.พ.ที่จะถึงนี้ จะไปดูวิธีการเพาะเห้ดฟางด้วยทะลายปาล์ม ที่สามารถใช้ทะลายปาล์มได้อย่างต่อเนื่องติดต่อกันถึง 4 ครั้ง และไปดูวิธีการนึ่งด้วยการทำเตานึ่งด้วยอิฐมวลเบา ที่สามารถลดต้นทุนได้หลายเท่าตัว ที่จากอดีต เคยเสียค่าใช้จ่ายการนึ่งตกก้อนละ เกือบ 50 สต.เหลือเพียงไม่ถึง 10 สต. ดังนั้น หากสมาชิกท่านใดที่อยู่ใกล้เคียงศูนย์จังหวัดจันทบุรี สามารถไปร่วมเยี่ยมเยือนเกษตรกรกับคณะของ ดร.อานนท์ได้ในช่วงวันเวลาดังกล่าว โดยการเดินทางไปครั้งนี้ คณะของผู้เชี่ยวชาญเห็ดเป็นยาจากจีน ซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงตอนเช้าตรู่ของวันที่ 19 ก.พ. จะร่วมคณะของ ดร.อานนท์ไปด้วย

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ