ขอทราบรายละเอียดเห็ดเป็นยารักษามะเร็งเต้านม

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ขอทราบรายละเอียดเห็ดเป็นยารักษามะเร็งเต้านม

ตั้งหัวข้อ  ????? on Thu Mar 03, 2011 5:48 pm

เรียนอาจารย์อานนท์ ที่เคารพ

ดิฉันได้อ่านพบข้อมูลเกี่ยวกับเห็ดเป็นยา สามารถบรรเทาและรักษามะเร็งได้ ก็สนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าควรทานอย่างไร ทานอะไรบ้าง ปริมาณเท่าไหร่
ดิฉันเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่สาม ได้ผ่าตัดเอาเนื้องอกที่เต้านมออกไปแล้ว และมะเร็งได้ลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง พอดีมะเร็งของดิฉันเป็นตัวที่ค่อนข้างดุ(มียีนส์Her2)เลยทำให้ก้อนใหญ่และลามเร็ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการให้คีโมและจะรับการฉายแสงต่อไป
ขอรบกวนเรียนถามอาจารย์ตามนี้
1. ดิฉันควรทานเห็ดเป็นยาปริมาณเท่าไหร่ ทานอย่างไร และทานนานเท่าไหร่
2. พอดีดิฉันทานอาหารเสริมภูมิต้านทานอย่างอื่นอยู่ด้วย จะสามารถทานเห็ดพร้อมกันกับตัวอื่นๆได้หรือไม่
3. โอกาสที่จะหายจากการเป็นมะเร็งมีมากน้อยเพียงใดคะ

ขอรบกวนอาจารย์ช่วยให้รายละเอียดด้วยค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะ
ดวงแข

?????
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

มะเร็งเต้านมหรือมะเร็งทั่วไปรักษาได้ อยู่กับมันอย่างมีความสุขได้ แต่ไม่สามารถทำให้หายขาดได้

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Fri Mar 04, 2011 7:32 am

เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บนั้น ดร.อานนท์ และ อ.เยาวนุช เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการใช้เห็ดเป็นยามาค่อนข้างนาน โดยสั่งสมประสบการณ์มาตั้งแต่ไปทำงานประจำอยู่ที่ภูฎาน เรื่อยไป จนกระทั่งย้ายไปอยู่หลายประเทศในเอเซีย และแอฟริกา ตั้งแต่ปี 2524 ถึงปี 2548 ปัญหาที่สมาชิกถามมา รวมทั้งคุณดวงแขนั้น ดร.อานนท์และ อ.เยาวนุช เป็นผู้กำกับและกำชับ ดูแลเป็นพิเศษในคำตอบ เฉกเช่น ปัญหาเกี่ยวกับเห็ด ผมเองจึงเป็นผู้ได้รับคำสั่งให้ตอบอย่างละเอียดดังนี้
ปัจจุบันมีผู้ป่วยมะเร็งเยอะมาก นอกจากมะเร็งทั่วไปแล้ว ยังมีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบกพร่องอีกหลายชนิด รวมแม้กระทั่ง โรคแพ้ภูมิคุ้มกันของตัวเอง วิทยาการทางด้านการรักษาก็ได้เจริญก้าวหน้าไปมาก มีการค้นพบ ค้นคว้าหาสาเหตุที่แท้จริงได้แม่นยำยิ่งขึ้น แต่การรักษาแม้ว่าจะก้าวหน้าไปเพียงใด ลงทุนสูงขนาดไหน หมอเก่งหรือเชี่ยวชาญปานใด แต่ก็ยากที่จะพูดได้ว่า ประสพผลสำเร็จ ผู้ที่โชคดีหน่อย ก็ได้รับการยื้อชีวิตให้ยาวไปหน่อยเท่านั้น ดังนั้น การรักษาในปัจจุบันที่ได้ผล ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้นานแสนนาน หากทำการรักษาอย่างเข้าใจในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค และยังมีโรคนั้นอยู่ในตัวเรา เพียงแต่เราจะทำอย่างไร ไม่ให้มันรุกรานเรา ต่างคนต่างอยู่ และอยู่กันอย่างมีความสุข ดังจะเห็นจากแนวโน้ม การรักษาโรคบางอย่าง เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับภูมิแพ้ ต่างๆเหล่านี้ จะหันมาทำการรักษาแบบทางเลือกควบคู่กันไป(ใช้คำว่าควบคู่กันไป หมายความว่า ต้องยอมรับการรักษาแบบแผนปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ต้องดูแลตัวเองให้ดีและอย่างเข้าใจ เสริมเป็นทางเลือกหนึ่ง) แต่ก็นั่นอีกหละในการรักษาทางเลือกนั้น มักจะเน้นที่พืช ผัก สมุนไพร ที่มีมาตรฐานที่แตกต่างกัน สมุนไพรบางชนิด บางสูตรก็อาจจะใช้ได้ผลบางรายหรือบางกรณีเท่านั้น ด้วยมาตรฐานของแต่ละที่ แต่ละสูตรไม่เท่ากัน ยากนักที่จะทำการพิสูจน์ได้ ประกอบกับมีการโฆษณากันมาก จึงทำให้ยากมากเข้าไปอีกว่า เราควรจะตัดสินใจใช้สมุนไพรอะไรกันแน่ เพราะแต่ละตัว แต่ละสูตร ก็ล้วนแล้วแต่ถูกอ้างในสรรพคุณสุดยอดกันทั้งนั้น แต่หากเราจะกลับมาพิจารณาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค และสาเหตุที่ทำให้โรคในตัวเราแพร่กระจายนั้นเกิดเพราะอะไร ในที่นี้ ขอยกตัวอย่าง รต.หญิง มารศรี อินทราวิวารัตน์ บ้านร่องกาศ อ.สูงเม่น จ.แพร่ อายุ 76 ปี ท่านเป็นมะเร็งเต้านม และถูกตัดเต้านมออกไปแล้วทั้งสองข้าง โดยผ่านการฉีดคีโมมาแล้ว เมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยหมอคาดว่าท่านน่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ปัจจุบันท่านยังมีชีวิตอยู่ ที่เป็นดังนี้ เพราะท่านเข้าใจสาเหตุของโรค และการแพร่กระจายของเซลมะเร็ง ที่มันจะไปแย่งชิงกินโปรตีนที่เราทานเข้าไป ผู้ป่วยมะเร็งทุกราย หากไปตรวจสอบโดยวิทยาการแผนใหม่ จะต้องเจอปัญหาร่างกายขาดโปรตีนไข่ขาว แล้วก็จะถูกแนะนำให้ผู้ป่วยหาโปรตีนเสริมเข้าไปในร่างกาย ขณะที่เซลมะเร็งมันก็รอที่จะกินโปรตีน พอมันได้รับโปรตีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปรตีนที่ย่อยง่ายๆ เช่น โปรตีนจากปลา ที่ใครต่อใครชอบแนะนำให้ทานเข้าไปมากๆนั้น มันจะเป็นผลร้ายไปกระตุ้นเซลมะเร็งให้แพร่กระจายได้เร็วยิ่งขึ้น ดังนั้น คุณป้ามารศรีที่ท่านยังมีชีวิตยืนมาได้นานถึงทุกวันนี้อย่างมีความสุข เพราะท่านเข้าใจเรื่องดังกล่าว โดยท่านเลือกทานอาหารที่เป็นพืชผักมากกว่า ส่วนโปรตีนนั้น ก็จะเน้นโปรตีนที่ไม่ได้ไปกระตุ้นเซลมะเร็งให้ลุกลาม อันได้แก่ โปรตีนจากเห็ด หรือจากพืชตระกูลถั่ว และที่สำคัญที่สุด ควรหาทานอาหารที่ไปเสริมภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่ดี พยายามทานอาหารที่มีเอ็นไซม์ เช่น ผัก ผลไม้สด ส่วนอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานที่ได้ผลดีมาก ก็คือ เห็ดหลายชนิด แต่จะต้องเลือกทานให้เป็นว่า มีเห็ดอะไรบ้าง ควรใช้ส่วนไหนของเห้ด รวมทั้งการแปรรูปเป็นอาหารเช่นไร จึงจะช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายได้ ในที่นี้ จึงอยากแนะนำคุณดวงแขดังนี้
1. ขอให้คุณดวงแขสบายใจได้ว่า แม้ว่าจะมีเซลมะเร็งพันธุ์ดุขนาดไหน หากเราไม่ไปดูแลหรือฟูมฟักโดยไม่รู้ตัว ด้วยการทานอาหารที่มันชอบเข้าไป มันก็จะอยู่ของมันเงียบๆไป ในส่วนที่จะให้คีโมหรือฉายแสง เพื่อช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลมะเร็งก็ทำไป แต่ไม่ควรไปสร้างเงื่อนไขอะไรอีก ที่จะให้เซลมะเร็งมันตื่น ขอให้ทำใจให้เบิกบาน ยอมรับมันเสียว่า มันจะอยู่ในตัวเราได้ แต่จากนี้ไป เราจะล้อมคอกมัน การที่มันพยายามส่งสัญญานไปที่เส้นเลือด เพื่อหลอกให้เส้นเลือดสร้างเส้นเลือดฝอยเอาอาหารไปเลี้ยงมันนั้น เราก็พยายามหาอาหารที่ไปทำลายคลื่น หรือไปบล๊อคสัญญานนั้นเสีย ด้วยการทานอาหารที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานนั่นเอง ในที่นี้ อยากจะแนะนำให้คุณดวงแขทานเห็ดที่มีส่วนผสมของ เส้นใยและดอกเห็ดแห้งที่ผ่านขบวนการแห้งที่จุดเยือกแข็ง ของเห็ดกระดุมบราซิล เห็ดถั่งเช่าสีทอง เห็ดหิ้งไซบีเรีย เห้ดหลินจือ และเห็ดขอนลาย เป็นต้น โดยเริ่มต้น อาจจะทานแต่น้อยก่อน เช่น มื้อละ 2 แคปซูล ก่อนอาหาร 1 ชม.วันละ 3 เวลา ระยะเริ่มต้นในการทาน 2-3 วันแรก ส่วนผสมของเห็ดต่างๆเหล่านี้ มันจะไปทำความสะอาดในระบบต่างๆของร่างกาย ผู้ที่ทานเข้าไป อาจจะมีความรู้สึกที่สัมผัสได้ เช่น เวลาขับถ่าย อุจจาระจะมีสีดำ กลิ่นเหม็นมาก เกิดอาการคลั่นเนื้อคลั่นตัว เว,ต่างๆในร่างกายจะถูกกระตุ้น จึงมีความรู้สึกเหมือนร้อนๆหนาวๆ หิวอาหาร นอนหลับนานกว่าปกติ หากเจอสภาพเช่นนี้ อย่าได้ตกใจ นั่นเป็นสิ่งบอกเหตุว่า ร่างกายกำลังได้รับการกระตุ้นให้ภูมิต้านทานในร่างกายเพิ่มขึ้น หากว่า ร่างกายสามารถรับได้ ให้เพิ่มปริมาณเห็ดเข้าไปอีกเป็น 3-4 แคปซูลหรือมากกว่านั้น(อย่าลืมว่า เห็ดไม่ใช่ยา แต่เป็นอาหารเช่น ผักทั่วไป ไม่มีพิษ เพียงแต่มันมีคุณสมบัติกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานได้เร็วมากเท่านั้น) ทีนี้จากคำถามที่ถามว่า ทานนานเท่าไหร่นั้น กำหนดยากครับ เพราะบางท่าน อาจจะทานเพียง 7-10 วัน ก็สามารถสร้างภูมิคุ้มกันเพียงพอแล้ว จากนั้นมาก็ทานเห็ดเสริมไปบ้างเท่านั้น แต่บางท่าน อาจจะต้องใช้เวลาและขนาดเพิ่มขึ้น จนกระทั่งร่างกายกลับคืนเข้าสู่ภาวะปกติ สามารถทานอาหารได้ดี น้ำหนักร่างกายดี นอนหลับและขับถ่ายได้อย่างปกติ โดยไม่ต้องทานยาเคมีอีกต่อไป ก็ถึงเวลาเลิกทานเห็ดหรือทานให้น้อยลงได้ครับ
2. เห็ดเป็นเพียงอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน มันจะไม่ไปทำให้อาหารเสริมอย่างอื่นลดคุณภาพลง ในทางตรงกันข้ามมันจะทำหน้าที่เสริมให้ร่างกายดูดเอาสารอาหารที่จะไปช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ดียิ่งขึ้น
3. โอกาสหายนั้น มันอยู่ที่คำจำกัดความครับ เพราะต้องเข้าใจเสียก่อนว่า เซลมะเร็งมันซุกซ่อนอยู่ในเซลธรรมดาของมนุษย์มาอยู่แล้ว เหตุที่คนทั่วไปไม่แสดงอาการกำเริบขึ้นมา ก็เพราะเซลมะเร็งมันไม่ถูกกระตุ้นให้แผงฤทธิ์ขึ้นมาเท่านั้น ดังนั้น เซลมะเร็งในคนทั่วไป มันจึงเป็นเซลที่อาศัยอยู่ในร่างกายของเราเท่านั้น ดังนั้น การที่เราทานอาหารที่มีเอ็นไซม์เข้าไปเพียงพอ ก็จะทำให้ร่างกายทำงานไปตามปกติ และการที่ทานเห็ดบางชนิดเข้าไปอย่างถูกต้อง มันจะไปช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีภูมิต้านทาน เพื่อใช้เป็นภูมิคุ้มกัน ไม่ให้เซลอย่างอื่น รวมทั้งเซลมะเร็งแผงฤทธิ์ออกมา ดังนั้น หากคุณ ดวงแข สามารถรักษาภูมิต้านทานให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ ก็จะสามารถอยู่กับเซลมะเร็งได้อย่างมีความสุขตลอดไปครับ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คำตอบนี้ น่าจะทำให้คุณดวงแขสบายใจขึ้นได้ รวมทั้งสมาชิกที่มีปัญหาเช่นเดียวกัน หรือมีญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงที่ประสพปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอยู่ ทางอานนท์ไบโอเทค ยินดีให้คำแนะนำปรึกษาครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ