เพาะเห็ดโคนน้อยได้โดยบังเอิญ ลาภลอยที่พึงหรือไม่พึงประสงค์‏

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เพาะเห็ดโคนน้อยได้โดยบังเอิญ ลาภลอยที่พึงหรือไม่พึงประสงค์‏

ตั้งหัวข้อ  สมาชิกทั่วไป on Mon Jul 05, 2010 5:27 pm

เรียน อาจารย์


ขอบคุณอาจารย์ที่ให้กำลังใจในประสบการณ์ลองผิดลองถูกนี้ ที่ทำไปเพื่อต้องการใช้วัสดุในท้องถิ่นที่มีอยู่และหาง่าย ซึ่งเปลือกเมล็ดทานตะวัน รำ (เป็นฝุ่นที่เกิดจากการขัดสีข้าวโพด) เป็นวัสดุที่เหลือใช้ ทำให้ลดต้นทุนได้อีกด้วย

ลืมบอกไปว่าขี้เลื่อยที่ซื้อไปวันนั้นยังไม่ได้หมักเพราะเพิ่งมาส่ง บอกอาจารย์ว่าจะไปหมักเอง วิธีการหมักก็ทำตามขั้นตอนในหนังสือเพาะเห็ดถุง แต่ไม่ทราบหมักนานเกินไปหรือเปล่า ประมาณ 10 วัน ถ้าจะหมักให้ได้ที่ตามที่อาจารย์บอกควรจะใช้เวลาประมาณกี่วันคะ แล้วเห็ดโคนน้อยที่เกิดขึ้นนี้จะต้องเก็บอย่างไรดอกจึงสวยเพราะที่เกิดนั้นแน่นคอขวด ยากที่จะเอาออกมาและเปราะบางมาก เมื่อรอให้บานออกก็เสียหายเสียแล้ว

วิธีการเพาะเห็ดโคนน้อยคล้ายกับเพาะเห็ดฟางใช่หรือไม่? เมื่อเกิดเห็ดโคนน้อยในขั้นตอนการเพาะเห็ดถุง ซึ่งเป็นการบังเอิญเช่นนี้ เห็ดโคนน้อยที่ได้จะนำมาประกอบอาหาร อย่างที่อาจารย์ให้รับประทานที่ศูนย์ได้ไหม? เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ทำให้ความมั่นใจลดถอยลงเสียแล้วค่ะ และเตรียมเข้าคอร์สเพาะเห็ดเป็นยาซึ่งลงชื่อเอาไว้ ปรากฎว่าเลื่อนออกไปแล้ว

เรื่องอากาศร้อนและเห็ดไม่ออกดอก จะลองทำการติดตั้งพัดลมไอน้ำตามคำแนะนำของอาจารย์ค่ะ



ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ

ยุพิน



สมาชิกทั่วไป

จำนวนข้อความ : 247
Join date : 04/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เพาะเห็ดโคนน้อยได้โดยบังเอิญ ลาภลอยที่พึงหรือไม่พึงประสงค์‏

ตั้งหัวข้อ  สมาชิกทั่วไป on Mon Jul 05, 2010 5:29 pm

เรียนคุณยุพิน


ดังที่ได้ตอบไปแล้วว่า การที่เกิดเห็ดโคนน้อยขึ้นมาเองในถุงนั้น มีสาเหตุ 2 ประการ คือ การใช้วัสดุเพาะที่มีก๊าซแอมโมเนียหลงเหลืออยู่ แต่เมื่อนำเอาไปใส่ในถุงแล้ว หากนึ่งไม่ดีพอ มันก็มักจะเสียจากเชื้อราหรือแบคทีเรียต่างๆ หรือแม้ว่านึ่งสุก แต่ขณะทำการเขี่ยเชื้อ ในสถานที่ที่มีสปอร์ของเชื้อโรค หรือเชื้อเห็ดโคนน้อยอยู่ หากเราเขี่ยเชื้อไม่ถูกวิธีหรือไม่ดีพอ โอกาสที่เชื้อโรคหรือเห็ดโคนน้อยตกเข้าไปย่อมมีสูง เชื้อพวกนี้เข้าไปเจออาหารอันโอชะมันก็จะงอกออกมาและเจริญอย่างรวดเร็ว ดังที่คุณเจอนั่นแหละ ทีนี้ หากเป็นเห็ดโคนน้อยดอกใหญ่ ก็นำเอาไปทานได้ แต่เท่าที่วิเคราะห์จากคำบอกเล่าของคุณว่า มันออกมาเป็นกระจุกที่จุกแล้วบานเสียก่อนที่จะเก็บได้นั้น คุณต้องทำความเข้าใจเรื่องเห็ดโคนน้อยให้ดีเสียก่อนว่า มันเป็นเห็ดที่มีโปรตีนสูงมาก มันจึงโตเร็ว บานเร็วและเน่าเร็วมากเช่นกัน

ดังนั้น หากคุณจะนำมันไปทาน ก็รอเวลามันโผล่มาเท่าปลายนิ้วก้อยและยังสีขาวและเนื้อแน่นอยู่ก็รีบเก็บมาทานได้ อย่ารอจนปลายขอบหมวกดอกเป็นสีดำ นั่นแสดงว่ามันจะบานแล้ว หรือ หากคุณเห็นว่า ถุงที่คุณเตรียมทั้งหมดมันมีแต่เห็ดโคนน้อย คุณก็เพาะเห็ดโคนน้อยไปเสียเลย โดยเปิดปากถุงให้กว้างขึ้น ก็จะได้เห็ดโคนน้อยจำนวนมากเป็นเรื่องเป็นราว และก็เก็บเกี่ยวไปทานตามที่ได้บอกไปแล้ว แต่ต้องจำไว้เสมอว่า เห็ดโคนน้อยเป็นเห็ดที่มีโปรตีนสูง โตเร็ว ดังนั้น พอเก็บมาแล้วจะต้องรีบนำเอาไปปรุงอาหารเลย อย่าเก็บไว้ เพราะแค่เก็บไว้ไม่กี่ชั่วโมงมันจะบานเป็นเห็ดหมึกไปหมด แต่หากต้องการเก็บไว้ทานนานๆ ให้ลวกน้ำร้อนสัก 5-7 นาที แล้วแช่น้ำเย็นทันที คุณสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นชั้นแข็งได้นานเป็นปี โดยรสชาติจะสดดังเดิม หรือเอาไปทำเป็นเห็ดดองต่อไปได้เลย

จริงๆแล้วคุณแทบจะไม่ต้องอบรมเรื่องการเพาะเห้ดโคนน้อยเลย คุณก็คนพบวิธีการเพาะเห็ดโคนน้อยด้วยตัวของคุณเองอยู่แล้ว กล่าวคือ การเพาะเห็ดโคนน้อยนั้น ต้องใส่อาหารที่มีไนโตรเจนสูงในรูปสารเคมีเข้าไปได้ แม้แต่สารประกอบแอมโมเนียม หากคุณต้องการทำการเพาะเห็ดโคนน้อยแบบตั้งใจ ก็ทำแบบคุณทำนั่นแหละ หรือซื้ออาหารเสริมจากศูนย์ไปผสมเสียหน่อย แล้วก็ซื้อเชื้อเห็ดโคนน้อยที่ทำการคัดเลือกสายพันธุ์แล้วไปใส่ ก็จะได้ผลผลิตดีขึ้น แต่หากคุณต้องการจะทำการเพาะเห็ดในถุงต่อไป โดยใช้ส่วนผสมที่คุณผสมขึ้นมาเองนั้น จะตอบคำถามคุณไม่ได้เลยว่า จะต้องใช้เวลาหมักกี่วัน เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า ในการหมักนั้นคุณใช้วัสดุอะไร ผสมอะไรไปบ้าง หมักอย่างไร สูงต่ำเพียงไหน ระดับอุณหภูมิและความชื้นเป็นไง แล้วคุณกลับเมื่อไหร่ อย่างไร แต่เอาเป็นคร่าวๆว่า ในการเพาะเห็ดในถุงนั้น หากคุณจะหมัก ควรหมักแบบเร่งรัด นั่นก็หมายความว่า เมื่อทำการหมักแล้ว จะต้องรีบกลับให้ทั่วบ่อยๆ กลับทุกวันได้ยิ่งดี ไม่ควรกองไว้นานๆแล้วกลับที เพราระจะบูดและจุลินทรีย์จะย่อยพลังงานในวัสดุเพาะมากเกินไป

ทีนี้คำถามที่ถามว่าเมื่อไหร่จะใช้ได้นั้น เป็นคำถามโลกแตก เพราะตอบไม่ได้จริงๆ ที่ที่แน่ๆที่ตอบได้คือ จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อปุ๋ยหมักมีกลิ่นหอมคล้ายเชื้อเห็ดแล้วเท่านั้น เมื่อนำเอาไปเพาะในถุง หลังจากนุ่งแล้ว ลองผ่าดู หากมีกลิ่นหอมนั่นแหละถูกต้องแล้ว หากมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวนั้นแหละเหมาะที่จะเพาะเห็ดโคนน้อยเพียงอย่างเดียว

ส่วนเรื่องเห็ดเป็นยานั้น รอไว้ให้ประเทศไทยได้ประชาธิปไตยสมบูรณ์ก่อนก็แล้วกัน ก็จะเอาเรื่องเห็ดเป็นยามาตอบแทนบุญคุณแก่แผ่นดิน

ปล.ฝากรูปเห็ดโคนน้อย ที่ อ.เยาวนุช เอื้อตระกูลเพาะในถุงเมื่อปี 2538 มาให้ดูด้วย ได้ผลดีมาก







ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล



สมาชิกทั่วไป

จำนวนข้อความ : 247
Join date : 04/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ