ของขวัญวันเกิดอันสำคัญสำหรับ ดร.อานนท์ ในวันที่ 15 มีนาคม 2554 นี้ คือ ผลสำเร็จของการเปิดตัวเครือข่ายแพทย์ทางเลือก

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ของขวัญวันเกิดอันสำคัญสำหรับ ดร.อานนท์ ในวันที่ 15 มีนาคม 2554 นี้ คือ ผลสำเร็จของการเปิดตัวเครือข่ายแพทย์ทางเลือก

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Mon Mar 14, 2011 1:04 pm

ผมได้ติดต่อประสานงานกับ ดร.อานนท์มาตลอดเวลาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าระยะนี้ ท่านแทบไม่มีเวลาเข้ามาตอบปัญหาต่างๆในเวปทุกเวปก็ตาม แต่ท่านได้ทุ่มเวลาส่วนใหญ่ไปทางด้านการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเห็ดใหม่ การพัฒนาพื้นที่ของอุทยานเห็ด การพัฒนาเห็ดเป็นยา ซึ่งมีความก้าวหน้าด้วยดีอย่างมาก นอกจากนี้ ท่านได้เตรียมที่จะทำบุญเลี้ยงพระ ณ สถานที่ตั้งของอุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ในวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยถือโอกาสทำบุญวันครบรอบวันเกิดครบ 58 ปี แต่ก็ต้องเลื่อนไปเป็นการทำบุญตักบาตรเป็นการส่วนตัวตามวัดต่างๆแทนในวันที่ 15 มีนาคม เช้า เหตุที่ต้องเลื่อนงานต่างๆก็ด้วยเหตุผลที่ มีโครงการที่ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน ต่อสังคม และต่อมนุษยชาติอย่างใหญ่หลวง ก็คือ ดร.อานนท์ ได้ทำงานร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่แพทย์ทางเลือก ของโรงพยาบาลราชสาส์น อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา ทำการเปิดอบรมและรับรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีแพทย์ทางเลือกแผนประยุกต์ ตามที่ ดร.อานนท์ได้ตั้งใจที่จะทำมาหลายปีแล้ว โดยได้เดินทางไปศึกษาดูงานทางด้านการแพทย์ทางเลือกจากทั่วโลก พบว่า การที่จะรักษาโรคมนุษย์ที่ถูกต้องนั้น ไม่สามารถที่จะเลือกทำการรักษาตามวิธีแพทย์แผนโบราณ แผนจีน หรือแผนตะวันออก หรือแพทย์แผนใหม่หรือแผนตะวันตกเพียงอย่างหนึ่งอย่างใด แต่ควรเป็นการนำเอากรรมวิธีแบบผสมผสานทั้งทางแพทย์แผนตะวันออกและตะวันตกเข้ามาร่วมกัน รวมทั้งทางด้านการฟื้นฟูจิตใจ และการฝึกสมาธิ แต่สำหรับประเทศไทยในอดีต ได้แบ่งการดูแลรักษาผู้ป่วยแบบแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ด้วยการแพทย์แผนใหม่หรือแผนตะวันตก และการแพทย์แผนไทยหรือแบบโบราณหรือแบบหมอพื้นบ้าน โดยอาศัยแพทย์แผนใหม่เป็นผู้ควบคุมและกำหนดนโยบายระเบียบวิธีการต่างๆตามกฎหมาย ทำให้การปฏิบัติเกิดปัญหามากมาย เช่น การแพทย์แผนไทย ก็จะถูกกำหนดให้ทำการรักษาโดยใช้สมุนไพรของไทยเท่านั้น การที่จะทำการตรวจโรค หรือนำเอายาพื้นฐานจากที่อื่นหรือยาที่แพทย์แผนใหม่ใช้ก็ไม่ได้ ขณะที่การรักษาของแผนใหม่ ก็จะมุ่งเน้นใช้ยาตัวเดียวโดด ใช้ทำการรักษาแบบจุลภาค กล่าวคือ พบอาการผิดปกติตรงไหน ก็แก้ตรงนั้น ปรากฎว่า โรคบางอย่างไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยวิธีการสุดกู่ของทั้ง 2 แผน แต่ในเมื่อมันถูกมัดตราสังด้วยคำสั่งหรือกฎหมาย ที่อนุญาตให้บุคคลากรที่จบมาจากสาขาแต่ละอย่าง ไม่สามารถที่จะนำเอาวิธีการแบบบูรณาการมาใช้ได้ ก่อให้เกิดผลเสียแก่สาธารณชนหรือผู้ป่วยอย่างมาก ที่ยากแก่การแก้ไข จนกระทั่งมาไม่นานมานี้ ได้มีการฟื้นฟูและมองถึงปัญหาดังกล่าว ด้วยการนำของ ศาสตราจารย์ นพ. อวย เกตุสิงห์ ท่านเห็นว่า ประเทศไทยน่าจะมีการผลิตแพทย์ทางเลือกขึ้นมา ในระดับปริญญา เช่นเดียวกับแพทย์แผนปัจจุบัน โดยใช้วิธีการแบบบูรณาการ ด้วยการนำเอาส่วนดีของทั้งแพทย์แผนตะวันตกและตะวันออกมารวมกัน โดยอาศัยการวินิจฉัยตรวจโรคด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ส่วนการรักษาโรคนั้น สามารถรักษาได้ด้วยยาแผนปัจจุบันสำหรับอาการป่วยทั่วไป และใช้สมุนไพร การนวด การกดจุด การฝังเข็ม การเข้าสมาธิ รวมถึงการทำโภชนาการบำบัด ซึ่งปัจจุบัน ได้มีมหาวิทยาลัยชั้นนำของทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และอีกหลายแห่ง ได้ทำการผลิตแพทย์ทางเลือกระดับปริญญาตรีสำเร็จออกมาหลายรุ่นแล้ว แต่แพทย์ที่จบมาส่วนใหญ่ ก็ยังมีลักษณะที่เป็นลูกเมียน้อยอยู่ เพราะผู้สอนส่วนใหญ่ ก็มักจะเป็นแพทย์ทางตะวันตก ที่สอนหนักไปทางจุลภาค และก็มีการขีดเส้นแบ่งเขตระดับการศึกษา แม้กระทั่ง การแพทย์พื้นฐานที่เป็นเรื่องที่แพทย์ทุกประเภทควรได้รับการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ เช่น การทำคลอด ก็ไม่ได้อนุญาตให้แพทย์ทางเลือกได้เข้าไปปฏิบัติจากของจริง ทั้งๆที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจารจร ยังมีโอกาสได้เข้าไปฝึกปฏิบัติได้ ก็ยังถือว่า มีการแบ่งงานกันยังไม่ดีพอ ทำให้แพทย์ทางเลือกที่จบมาแทบจะไม่มีงานทำหรือมีตำแหน่งรองรับเท่าที่ควร ขณะที่วงการแพทย์ทั่วโลก ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับแพทย์ทางเลือกเป็นอย่างมาก จากเหตุผลดังกล่าว จึงได้มีนายแพทย์นครินทร์ พลสุข ซึ่งถือว่า เป็นนักศึกษาแพทย์ทางเลือกแบบประยุกต์ จากศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดลรุ่นแรก และเป็นผู้นำคนสำคัญของรุ่น ที่พยายามที่จะดิ้นรนรวมกลุ่มแพทย์ทางเลือกที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน และจากต่างสถาบันมารวมกัน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมทั้งถ่ายทอดวิทยาการให้แก่กันและกัน รวมทั้งผู้ที่จบใหม่ และผู้ที่สนใจมาโดยตลอด โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก นพ.อนุชา อาภาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา เป็นสถานที่ที่รับแพทย์ทางเลือก คือ นพ.นครินทร์ พลสุข และ นพ.ธนพนธ์ ธนกว้าง ให้บรรจุเป็นข้าราชการที่ โรงพยาบาลแห่งนี้ นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้ใช้สถานที่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ ิเป็นโรงพยาบาลต้นแบบ ตามที่ได้รับการแต่งตั้งจากทางจังหวัด ให้เป็นโรงพยาบาลต้นแบบในการรักษาโรคแบบบูรณาการ ด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์ทางเลือกแบบประยุกต์ โดยในส่วนตัวของคุณหมอ นครินทร์นั้น ได้ติดตามผลงานและประสานงานด้านนี้กับ ดร.อานนท์มานานนับสิบปีแล้ว และได้มีโอกาสใช้เห็ดเป็นยาหลายชนิดรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคต่างๆหลายชนิด จนกระทั่งมีความมั่นใจในระดับหนึ่งแล้ว จึงได้ติดต่อขอให้ ดร.อานนท์ เป็นที่ปรึกษา ให้ความรู้ทางด้านวิชาการเกี่ยวกับเห็ดเป็นยาและสมุนไพร ที่ได้รวบรวมมาจากต่างประเทศ โดยทางโรงพยาบาล ได้รับเป็นภาระในการฝึกงานนักศึกษาแพทย์ทางเลือกจากมหาวิทยาลัยต่างๆเป็นประจำอยู่แล้ว และต่อไป ก็จะมีการมาฝึกเรื่องการใช้เห็ดเป็นยา ณ ที่ทำการของอานนท์ไบโอเทค หรือที่ อุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ต่อไป จึงถือว่า นี่คือ ก้าวแรกที่มั่นคง และจะถือว่า เป็นทางการเสียที เพราะที่ผ่านมา การจะใช้เห็ดเป็นยาในประเทศไทยนั้น ถือว่า ยังไม่ถูกต้องตามกฏหมาย แต่จากนี้ไป จะได้ทำได้ถูกต้องตามกฏหมายเสียที โดยผู้ป่วยสามารถไปขอรับการรักษาได้จากแพทย์ทางเลือกของโรงพยาบาลราชสาส์น แล้วแพทย์ทางเลือกจะเป็นเจ้าหน้าที่สั่งจ่ายยาที่มีเห็ดเป็นส่วนประกอบหลักให้ หรือ ผู้ป่วยสามารถไปติดต่อตามคลีนิคส่วนตัวของแพทย์ทางเลือกได้ ซึ่งขณะนี้มีแพทย์ทางเลือกประจำอยู่ที่ คลีนิคนายแพทย์อนุชา และคลีนิคหมอธนพนธ์ ในตลาดพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทราได้ หรือที่ คุณหมอ นครินทร์ พูลสุข โทร.085-2487458, 084-8813649 หรือติดต่อที่ คุณไผ่ 025799200,025797759 หรือ 0858270085 หรือที่ อานนท์ไบโอเทค 029083308และ 0860830202
นี่คือ บันทึกครั้งสำคัญขอประวัติศาสตร์แพทย์ทางเลือก ที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฏหมายแล้ว และนับจากนี้ไป อานนท์ไบโอเทค จะดำเนินงานด้านนี้อย่างเต็มตัว โดยจะแจ้งให้ทราบความก้าวหน้าต่อๆไป

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ