ขอวิธีการใช้ทะลายปาล์มเพาะเห็ดฟางไปแล้วมาเพาะเห็ดฟางซ้ำ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ขอวิธีการใช้ทะลายปาล์มเพาะเห็ดฟางไปแล้วมาเพาะเห็ดฟางซ้ำ

ตั้งหัวข้อ  urupongp on Thu Jul 21, 2011 12:29 pm

ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยคับที่ไม่ได้บอกรายละเอียด
คือผมเพาะเห็ดฟางแบบโรงเรือนใช้ทะลายปาล์ม วิธีการที่ผมทำผมเอาวิธีแบบที่คุณบอกมาทำคือ หมักปาลืมแบบอับอากาศ โดยใช้ปูนขาว โรย ใส่ปุ๋ย 16 20 0 รดน้ำผสมไบโอวัน ใช้ผ้าพลาสติกคุมกองปาล์มสูงไม่เกิน 1 ม. กลับปาลืมทุกๆๆ 3 วัน ทำ 3 ครั้ง
นำเข้าโรง ล้างปาลืม ฉีดน้ำผสมไบโอวันโรยอาหาร KAt 201ปิดโรง 2วัน อบไอน้ำ 65-68 องศา 3.5 ช.ม เปิดโรง ให้อณหภูมิลด 35 วัดภายในโรงเรือน โรยเชื้อ (เชื้อใช้อาหาร KAt 201 กับ แป้งข้าวเหนียว คลุกเคล้ากับเชื้อ) ใช้ผ้ายางดำคุม 3 วัน วันที่ 5 ตัดใย ณ ปัจจุบัน ดอกเห็ดเริ่มออก มองดูออกดีเหมือนกัน น่าจะเก็บได้เช้ามึดวันพรุ่งนี้
ปล. ผมไม่ได้ใช้วัสดุคลุมหน้า

1 แต่คำถามผมคือจะใช้ทะลายปาล์มที่ใช้เพาะเห็ดฟางแล้วกลับมาทำซ้ำได้อย่างไรคับ ขอคำแนะนำหน่อย
2 ตอนนำปาลืมเข้าชั้นเพาะเพื่อหมักแบบใช้อากาศ เลี้ยงรา เราจำเป็นต้องราปาล์มให้สะอาดหรือเปล่าคับ ถามต่อถ้าเราล้างปาล์มให้สะสะอาดเวลาล้างราที่เกิดขึ้นในการหมักแบบอับบอากาศก็หลุดหมด แล้วมันจะดีหรือคับ
3.ก่อนโรยเชื้อ เราจับอุณหภมิตรงไหร เสียบตรงทะลายปาล์ม หรืออากาศภายในโรงเรือนคับ ให้ได้ 35 - 38องศา
ปล.ผมอยู่ จ.เพชรบุรี ทำเห็ดฟางแบบโรงเรือน ใช้ปาล์ม ทำมาได้ 1 ปี แล้วคับ
ขอบคุณคับ Very Happy

urupongp

จำนวนข้อความ : 6
Join date : 11/04/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอบคุณมากที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมมาเพื่อประกอบการพิจารณาที่จะให้คำแนะนำ

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Jul 27, 2011 7:22 am

ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูงที่ได้ให้รายละเอียดเรื่องการเพาะเห็ดฟางของคุณมา มันเป็นประโยชน์สำหรับผู้ถามเองที่จะทำให้ทางเราได้ตอบปัญหาหรือให้คำแนะนำตรงประเด็น จากการที่คุณได้เล่ามาให้ฟังนั้น นับว่าคุณได้ปฎิบัติได้ดีพอสมควร เพียงแต่ว่า คุณอาจจะใจร้อนไปหน่อย ที่พูดเช่นนี้ มันต้องย้อนถามคุณก่อนว่า คุณเพาะเห็ดนั้น คุณต้องการดอกเห็ดที่สมบูรณ์และมีผลผลิตสูงใช่ไหม หรือคุณเพาะเห็ด เพื่อจะให้มันออกดอกเร็ว ออกดอกจำนวนมาก เพื่อเอาไว้เป็นเกียรติประวัติว่า คุณเป็นนักเพาะเห็ดที่ไม่แพ้คนอื่นเขาที่เพาะเห็ดฟางออกดอกเร็ว แต่หารู้ไม่ว่า ผลผลิตอาจจะต่ำก็ได้ แม้ว่าจะมีดอกเห็ดเกิดเต็มไปหมด การสอนของ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ในการอบรมเห็ดทุกครั้ง ท่านจะย้ำตลอดเวลาว่า ดอกเห็ดเกิดจากการรวมตัวของเส้นใยเห็ดจำนวนมากมารวมตัวกัน แต่ดอกเห็ดที่น้ำหนักดี มีความสมบูรณ์นั้น นอกจากจะเกิดจากเส้นใยจำนวนมากมารวมตัวกันแล้ว มันจะต้องเกิดจากเส้นใยที่สมบูรณ์ มีการพักตัวเพื่อสะสมอาหารอย่างดีมาก่อน ด้วยเหตุนี้ นับว่า เป็นความเข้าใจที่ผิดที่สุด ที่ผู้เพาะเห็ดฟางมักจะใจร้อน ที่มีความต้องการอยากจะได้เห็นเส้นใยของเห็ดรวมตัวเป็นดอกก่อนกำหนด เช่นของคุณ ผู้เพาะเห็ดบางรายหรือส่วนใหญ่ ที่มักจะคัดเลือกเอาเชื้อเห็ดที่แก่ ที่เป็นน้ำหมาก หรือเส้นใยของก้อนเชื้อเห็ดเริ่มมีสีน้ำตาลแดงแล้วเอามาใช้ เพราะเชื่อกันว่า เอาเชื้อเห็ดที่ค่อนข้างแก่แล้ว จะทำให้เกิดดอกเร็วยิ่งขึ้น นี่คือ คำถามที่ถามคุณว่า คุณต้องการเพียงเพื่อให้ดอกเห็ดเกิดเร็วๆเช่นนั้นหรือ จริงๆแล้ว การที่คุณกระตุ้นให้เชื้อเห็ดรวมตัวกันเป็นดอกก่อนกำหนด หรือเลือกใช้เชื้อเห็ดที่แก่นั้น ดอกเห็ดจะเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ หรือที่ควรจะเป็น แต่ดอกเห็ดอาจจะจะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากและส่วนใหญ่จะดอกเล็กหรือบางส่วนจะฝ่อตายไป นี่ไงที่บอกว่า การที่คุณให้รายละเอียดมามากเท่าไหร่ ทางเราก็จะได้แนะนำให้คุณแม่นยำมากยิ่งขึ้น เพราะการที่คุณบอกว่า คลุมผ้าพลาสติกไว้ 3 วัน แล้ววันที่ 5 ตัดใยนั้น มันค่อนข้างจะเร็วไป ไม่ควรจะยึดเป็นหลักตายตัวว่าต้อง 3 วันหรือ 5 วัน มันอยู่ที่เชื้อเห็ดที่คุณใช้ว่า คุณใช้เชื้อเห็ดอายุพอดี หรือว่าเชื้อเห็ดแก่ และมันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมหรืออุณหภูมิภายในห้องเลี้ยงเชื้อของคุณ หากอุณหภูมิยังสูงอยู่ และเส้นใยยังฟูเจริญเติบโตอยู่ ก็น่าจะปล่อยให้มันกินอาหารเยอะๆสิ เมื่อมันกินอาหารเยอะ มันสะสมอาหารเยอะ มันก็จะไปรวมตัวกันสร้างดอกที่สมบูรณ์ได้เยอะ เราต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ภาคสนามที่สัมผัสได้จากของจริง ใช่ว่าจะไปแค่จดจำจากตำราหรือคนอื่นเขาเล่ามา ดร.อานนท์ยุคใหม่ จะสอนในลักษณะให้พิจารณาโดยอ้างอิงธรรมชาติและอุปนิสัยของเห็ดมากกว่า โดยปกติ การที่เราจะตัดใยเมื่อไหร่นั้น ดูได้ไม่ยาก สังเกตได้จาก อุณหภูมิที่เราทำการเลี้ยงเชื้อเห็ดจะลดลง การเจริญของเส้นใยจะช้าหรือลดลง สีของเส้นใยจะเปลี่ยนไปจากขาวจัดเป็นสีน้ำตาลอ่อน เส้นใยจะไม่ฟู และที่สำคัญเส้นใยบางส่วนจะเริ่มจับกันเป็นดอกบ้างแล้ว หากเกิดปรากฎการณ์เช่นนี้ นั่นแหละ ก็คือเวลาที่เราควรตัดใย หรือเพิ่มความชื้น เปลี่ยนอากาศและลดอุณหภูมิลงได้ เอาล่ะมาตอบคำถามของคุณต่อดังนี้
1. การใช้ทะลายปาล์มที่ใช้เพาะเห็ดแล้ว สามารถนำมาเพาะเห็ดฟางรุ่นต่อไปได้ อาจจะดีกว่ารุ่นแรกเสียอีก แต่คุณก็ต้องเข้าใจเรื่อง ธรรมชาติของเห็ดฟางให้ดี ว่าเชื้อเห็ดฟางมันกินอาหารอย่างไรกันแน่ จริงๆแล้ว การที่คุณหมักทะลายปาล์มเอามาเพาะเห็ดฟางนั้น อาหารแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่อยู่บริเวณรอบนอกของทะลายปาล์มเท่านั้นที่ถูกเชื้อเห็ดฟางเอามันไปใช้ เมื่อคุณเอามันไปเพาะเห็ดครั้งแรกแล้ว อาหารส่วนที่เหลืออยู่มากกว่า 60% มันกำลังถูกย่อยสลายที่เหมาะแก่การนำเอาไปใช้เพาะเห็ดฟางได้อีก เพียงแต่ว่า คุณจะทำอย่างไรกับมันดีที่จะทำให้เส้นใยเห็ดชุดก่อน ไม่เป็นอุปสรรคกับเส้นใยชุดใหม่ ก็มีด้วยกันหลายวิธี วิธีง่ายๆก็อาจจะทำการอบไอน้ำเข้าไปใหม่และใส่เชื้อเข้าไปใหม่เลยสำหรับการเพาะครั้งที่สอง แต่ที่ดีที่สุดคือ ให้เพิ่มหน้าเข้าไปหน่อย เช่น ใช้ขี้ฝ้ายหมัก หรือแม้แต่ทะลายปาล์มหมัก โดยเลือกเอาส่วนที่เป็นเศษหรือละเอียดเสริมผสมอาหารเสริม 201และแป้งเอ็นไซม์ เข้าไปให้หนาประมาณ 1-2 นิ้ว แล้วเลี้ยงเชื้อราไว้ 1-2 วัน จึงจะทำการอบไอน้ำและโรยเชื้อเช่นเดียวกับการเพาะครั้งแรก หากทำเช่นนี้ได้ ผลผลิตที่ได้น่าจะดีกว่าการเพาะครั้งแรกเสียอีกด้วยซ้ำ ที่สำคัญดอกเห็ดที่เกิดจากการเพาะครั้งที่สอง หรือครั้งต่อๆไป ดอกเห็ดที่ได้จะสมบูรณ์กว่าชุดแรกและดอกเห็ดจะไม่มีกลิ่นเหม็นหืนจากปาล์มน้ำมัน อันเป็นกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนาของผู้บริโภค เช่นเดียวกัน หากคุณยังต้องการที่จะให้ได้ผลผลิตในครั้งที่ 3 ก็ให้เอาวัสดุคลุมออกหรือใส่วัสดุคลุมใหม่เสริมทับเข้าไปอีกได้ ครั้งที่ 3 ผลผลิตที่ได้ ก้ไม่ต่างจากครั้งที่ 2 เท่าไหร่นัก แต่หากจะให้ได้มากกว่า 3 ครั้งนั้น ในครั้งที่ 4 เป็นต้นไป จะต้องนำทะลายปาล์มออกมาจากโรงเรือน แล้วนำไปหมักใหม่ จะให้ดี นำไปหมักรวมกับทะลายปาล์มใหม่ครึ่งต่อครึ่งจะดีมาก เอาเถอะ นี่ก็ตอบยาวกว่าที่คุณถามอยู่แล้ว เอาเป็นว่า คุณลองเอาไปทำดู แล้วผลเป็นประการใด ก็ขอให้แจ้งให้ทราบด้วย โดยการแจ้งมานั้น ก็ขอความกรุณาแจ้งให้มีรายละเอียดให้มากๆจะดีที่สุด
2.ก็ต้องถามคุณต่อไปอีกว่า คุณต้องการเพาะเห็ดฟาง เพื่อเอาดอกเห็ดฟางใช่ไหม หรือว่า คุณต้องการเพาะเห็ดฟาง โดยต้องการให้เห็นวัสดุเพาะดูสะอาดไม่ขยะแขยงอย่างนั้นเหรอ อย่าลืมน๊ะว่า เห็ดฟาง มันเป็นเห็ดที่ตัวมันเองอ่้อนแอมาก มันไม่มีเอ็นไซม์หรือน้ำย่อยดีพอที่จะไปย่อยอาหารเชิงซ้อนบางชนิดได้ มันจำเป็นต้องอาศัยเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราไปทำการย่อยอาหารเชิงซ้อน ให้เป็นเชิงเดี่ยว หรือให้มีขนาดเล็กลงก่อนที่มันจะกินได้ ด้วยเหตุนี้ หากคุณล้างมันไปแล้ว คุณจะให้เชื้อเห็ดฟางมันกินอะไรล่ะ บางคนก็เถียงคอเป็นเอ็นว่า การล้าง หรือนำเอาทะลายปาล์มหมักไปแช้นนั้น เช่นใยเห็ดจะเจริญเติบโตเร็วมาก และไม่มีปัญหาเรื่องไร นั่นเป็นความคิดเห็นของมนุษย์ สุดที่จะห้ามได้ แต่ความจริงแล้ว เราต้องยึดหลักความจริงอยู่ดีว่า เราเพาะเห็ดฟาง เราต้องการอะไรกันแน่ เราต้องการให้เส้นใยเห็ดเจริญเร็วๆเท่านั้นเหรอ หรือว่า เราต้องการที่จะเพาะเห็ดเอาดอกที่สมบูรณ์และให้ผลผลิตสูงล่ะ คุณรู้ไหม ยิ่งอาหารมีน้อย หรืออาหารไม่สมบูรณ์ เชื้อเห็ดก็ยิ่งเจริญเร็ว เพราะมันต้องเจริญไปหาอาหารไง หากมีมาก มันก็ค่อยๆกินอาหารอย่างอิ่มหนำสำราญ เมื่อมันน้อยลง มันก็ขยับกินพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป เอาล่ะครับ เอาแค่นี้ก่อน นี่ก็กินเวลานั่งจิ้มตอบให้คุณตั้งแต่ตีสามแล้ว จะได้มีโอกาสไปตอบให้คนอื่นบ้าง ดูสิบางคนพอตอบช้าไปแล้ว ก็ยังโอดครวญรอไม่ไหวแล้ว
3. ดูคุณนี่ค่อนข้างจะงงไปหลายเรื่อง มันอาจจะเป็นเพราะคุณอยากรู้อยากเห็นมาก จนจับต้นชนปลายแทบจะไม่ถูก หรือว่า ได้รับคำแนะนำจากผู้รู้มากไปจนไม่รู้จะเชื่อใคร ทำไมคุณไม่คิดถึงหลักความจริงล่ะว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่ ที่คุณกำลังถามอยู่นี่นั้น คุณกำลังทำการเพาะเห็ดฟางใช่ไหม และคุณกำลังจะใส่เชื้อเห็ดฟางลงไปในวัสดุเพาะใช่ไหม หากว่าใช่ ก็ใช่สิว่า เชื้อเห็ดฟางมันเจริญได้ดีที่อุณหภูมิที่คุณบอกมานั่นแหละ นั่นก็คือ อุณหภูมิที่ปุ๋ยหมักสิ คุณลองคิดดูสิว่า หากคุณเกิดไปเปิดห้องหรือวัสดุคลุมให้มันกว้างขึ้น เดี๋ยวเดียวเท่านั้น อุณหภูมิในบรรยากาศมันก็ลดลงแล้ว ดูจากเรากำลังจะเข้าไปนั่งในรถที่ตากแดดอยู่สิ เวลาคุณเข้าไปในรถมันจะร้อนมาก เราต้องเปิดกระจกไล่อากาศร้อนออกก่อน อุณหภูมิมันจึงลดเร็วทันทีใช่ไหม พอแอร์มันเริ่มทำงาน เราจึงจะปิดหน้าต่างได้ใช่ไหม แต่คุณลองจับไปที่คอนโชลด้านหน้ารถสิ มันก็ยังร้อยอยู่ ฉันใด แม้ว่า อุณหภูมิภายในบรรยากาศอาจจะดูเหมือนโอเค แต่อุณหภูมิภายในปุ๋ยอาจจะสูงอยู่ หากคุณโรยเชื้อเห็ดเข้าไป ขณะที่เชื้อเห็ดได้รับบาดเจ็บจากการถูกขยี้ให้แตกละเอียดแล้ว ยังมาถูกความร้อนลวกอีก มันก็จะตายได้ง่ายๆ หรือโดนราร้อนเข้าทำลายได้ง่าย
เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน นี่ผมใช้เวลาตอบพอสมควรทีเดียว โดยยังไม่รู้ว่าผู้ถามเป็นใคร รู้แต่ว่าอยู่ที่เพชรบุรี จริงๆแล้ว ของประเภทนี้ และมันไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าอายอะไรที่จะเปิดเผยชื่อ เพราะอย่างน้อยก็จะทำให้ผู้ตอบหรือคณะทำงานได้มีกำลังใจบ้างว่า เรากำลังทำงานแบบอาสาให้แก่บุคคลที่ให้เกียรติแก่เราบ้าง ก็เป็นความหวังลมๆแล้งเช่นนี้มาโดยตลอด

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ