เห็ดนางรมและเห็ดนางนวล

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เห็ดนางรมและเห็ดนางนวล

ตั้งหัวข้อ  bai-teay on Sun Jul 31, 2011 11:25 pm

Very Happy เห็ดนางรมเเละเห็ดนางนวลน่าเพาะขายไหมค่ะ. ราคาตลาดเป็นยังไง. คนนิยมทานไหมค่ะ

bai-teay

จำนวนข้อความ: 4
Join date: 30/07/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เพาะเห็ดนางรมและเห็ดนางนวลดีไหม ตลาดและราคาเป็นไง

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sun Aug 07, 2011 9:16 am

นี่ก็เป็นตัวอย่างอีกรายล่ะ ที่ถามสั้นๆ แต่ก็ต้องอาศัยการรวบรวมคำตอบหรือคำอธิบายพอสมควร โดยเห็ดทั้งสองชนิดนี้ สามารถเพาะได้ง่าย ใช้วัสดุเพาะพื้นๆได้หลายอย่าง เช่นเดียวกับการเพาะเห็ดในถุงทั่วไป แต่จัดได้ว่า ง่ายกว่าเห็ดแทบทั้งหมดที่เพาะได้ในถุงก็แล้วกัน ดังนั้นประเด็นที่จะตอบคำถามเรื่องวิธีการเพาะก็คงไม่กังขาอะไร
สำหรับเรื่องเพาะแล้วดีไหม ตลาดเป็นไงนั้น ตอบลำบากจริงๆสำหรับเห็ดนางนวล แต่หากเป็นเห็ดนางรมแล้ว ก็ยังถือว่า เป็นเห็ดยอดนิยมที่ควรทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มทำการเพาะเห็ดใหม่ ไม่ว่าจะเพาะสมัครเล่น เพาะเป็นอาชีพเสริม หรือเป็นอาชีพหลัก เหตุผลแม้ว่า เห็ดนางรม เป็นเห็ดชนิดแรกเลย ที่ ดร.วินิต แจ้งศรี หัวหน้ากองพืชพรรณ กรมวิชาการเกษตรสมัยนั้น ตั้งแต่ปี 2498 ได้สั่งเชื้อเห็ดนางรม(Pleurotus ostreatus Fl.)มาจากศูนย์เก็บรวบรวมเชื้อเห็ดที่รัฐแคลลิฟอเนีย ประเทศอเมริกา แล้วส่งต่อให้แก่ อ.พันธุ์ทวี ภักดีดินแดน ทำการทดลองเพาะ ในปี 2500 พบว่า สามารถเพาะออกดอกได้ดีในห้องปรับอากาศ หรือฤดูหนาวของไทย จากนั้น ดร.วินิต ได้ทำการเพาะเห็ดนางรม โดยใช้ขี้เลื่อยไม้เนื้ออ่อนผสมซังข้าวโพด เพาะในขวดกาแฟ เมื่อเชื้อเห็ดเจริญเต็มที่ ก็แคะเอาเชื้อเห็ดออกมาใส่ตระกร้าพลาสติก เพื่อเพาะให้เกิดดอก แล้วส่งไปขายที่ภัตตคารพงหลี อนุสาวรีย์ไชยสมรภูมิ แต่นั้นก็เป็นเพียงผู้เพาะรายเดียวเท่านั้น เมื่อมีการตั้งชมรมเห็ดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขึ้นเมื่อ ปี 2515 โดยต่อมา ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ได้เป็นประธานชมรมเห็ด ขณะที่เป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่นั้น ได้มีการรณรงค์ทำการเพาะเห็ดนางรมในถุงพลาสติก โดยใช้ฟาง หรือขี้เลื่อยไม้เนื้ออ่อน มีเกษตรกรที่สนใจเพาะเห็ดนางรมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีเห็ดนางรมวางขายอยู่ที่ตลาดสามแยกเกษตรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เห็ดนางรม ก็ยังเป็นเห็ดแนวหน้าที่ยังนิยมเพาะกันมาจวบจนปัจจุบัน แม้ว่าจะมีเห็ดอื่นๆที่มีลักษณะใกล้เคียงเห็ดนางรมเข้ามเพาะ เช่น ในปี 2519 ทางกองวิจัยโรคพืช กรมวิชาการเกษตร โดย ดร.ฤกษ์ ศยามานนท์ ผู้อำนวยการกองสมัยนั้น ได้ให้ ดร.สัญชัย เป็นผู้สั่งพันธุ์เห็ดนางฟ้า(Pleurotus sajor-caju)มาจากสถาบัน ATCC(American Types Culture Collection, Maryland, USA) เข้ามา และมอบหมาย ให้ ดร.อานนท์ ซึ่งดำรงเป็นนักวิชาการลูกจ้างชั่วคราว ของสาขาจุลชีววิทยาประยุกต์ ที่มี อ.พันธุ์ทวี ภักดีดินแดน เป็นหัวหน้าสาขา ได้ทำการเพาะเห็ดนางฟ้าเป็นผลสำเร็จในฤดูหนาว หรือในห้องควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 18-24 องศาเซลเซียสได้ ซึ่งเห็ดนางฟ้ามีคุณสมบัติที่ดีกว่า เห็ดนางรม คือ ไม่เหนียวมาก มีความกรุบ รสชาติดี จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคมากกว่าเห็ดนางรมนับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่มันมีข้อจำกัดตรงที่ว่า หากจะเพาะเห็ดนางฟ้าให้ได้ผลดีแล้ว จะต้องเพาะในฤดูหนาวหรือห้องปรับอากาศเท่านั้น ในฤดูร้อนแทบจะไม่เกิดดอกเลย หรือพอออกครั้งก็จะทิ้งช่วงไปอีกนานและไม่แน่นอนว่าจะมีดอกเห็ดเกิดขึ้นอีกไหม ทำให้การเพาะเห็ดนางฟ้าไม่แพร่หลายเท่าที่ควร จนกระทั่งในปี 2524 หลังจากที่ ดร.อานนท์เอื้อตระกูลได้รับเชิญจากองค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ(เอฟ เอ โอ) ได้เชิญ ดร.อานนท์ ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีสมัยท่านนายกเกรียงศักดิ์ ชมนันทน์ ให้ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ดที่ประเทศภูฎาน ดร.อานนท์เล่าว่า ท่านได้เก็บเห็ดธรรมชาติ ที่เมืองเกตู เป็นหมู่บ้านเล็กๆระหว่างเมืองชายแดนที่เรียกว่าพุนชูลิ่ง(Phuntsholing)ไปยังเมืองหลวงที่ชื่อว่าทิมภู(Thimphu) ของประเทศภูฎาน เห็ดดังกล่าวมีลักษณะคล้ายเห็ดนางฟ้ามาก แต่เวลานำมาทำเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ในอาหารวุ้น เส้นใยบางมากคล้ายเห็ดฟาง เจริญอย่างรวดเร็ว เมื่อเอาไปเพาะในวัสดุเพาะ เช่น ฟางหรือขี้เลื่อย จะเกิดอกเห็ดเร็วมาก บางครั้งเส้นใยเจริญไม่ถึงครึ่งก้อน ใช้เวลาสิบกว่าวันก็จะรวมตัวกันเป็นดอกเห็ดแล้ว ดอกเห็ดที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาและรสชาติใกล้เคียงกับเห็ดนางฟ้าที่สั่งมาจากอเมริกามาก ดร.อานนท์ จึงได้ฝากเชื้อเห็ดดังกล่าวกลับมายังประเทศไทย โดยตั้งชื่อว่า เห็ดนางฟ้าภูฎาน ทั้งๆที่คนภูฎานยังไม่ทราบความเป็นมาของเห็ดชนิดนี้จนปัจจุบัน และจากชื่อเห็ดนางฟ้าภูฎาน ทำให้คนไทยรู้จักคำว่า ภูฎานมาตั้งแต่ปี 2525 แล้ว โดยคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่า ภูฎานคืออะไร หรือว่าเป็นประเทศอยู่ที่ไหนของแผนที่โลก ปัจจุบัน เห็ดนางฟ้าภูฎาน เป็นเห็ดที่มาแรงที่สุด เป็นเห็ดที่มีการเพาะเป็นล่ำเป็นสันเป็นอาชีพกันทั่วประเทศ แต่เป็นเรื่องที่แปลก ที่แทบจะไม่มีใครเอ่ยถึงหรือให้เกียรติผู้ที่ไปนำเชื้อเห็ดสายพันธุ์นี้เข้ามาเลย ยิ่งหน่วยงานราชการที่ทำเกี่ยวกับเรื่องเห็ด ที่ได้ผลประโยชน์จากการใช้เห็ดชนิดนี้ ก็ไม่เคยเอ่ยถึงประวัติของการได้มาของเห็ดนี้เลย
ที่กล่าวเรื่องเห็ดนางรมและเห็ดนางฟ้าภูฎาน(ต่อมาเรียกกันสั้นๆว่า เห็ดภูฎาน) มาเสียยืดยาว ก็เพื่อจะได้ให้ผู้ถามได้ติดตามโดยละเอียดแล้วจะเข้าใจว่า ทำไมเห็ดนางนวลจึงไม่ค่อยมีคนเพาะกัน ทั้งๆที่เห็ดนางนวล เป็นเห็ดพื้นบ้านของเรา ดร.อานนท์เล่าให้ฟังว่า เป็นเห็ดที่มักจะพบได้ในป่าแถวทางภาคเหนือหรืออิสาน โดนดอกจะเป็นสีขาวอมแดง เพราะมักจะเกิดในช่วงฤดูร้อน แต่เมื่อนำมาทำการเพาะในสภาพที่อุณหภูมิเย็น ดอกเห็ดจะเป็นสีแดง ยิ่งเย็นจัดก็ยิ่งแดงจัด เป็นเห็ดที่ ดร.อานนท์ได้เก็บรวบรวมสายพันธุ์มาตั้งแต่พาคณะนิสิตของชมรมเห็ด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปทำการเปิดอบรมเห็ดให้แก่ประชาชนชาวอิสาน ที่วิทยาลัยครู จังหวัดอุดร ในปี 2517 จากนั้นก็ทำการเพาะเพื่อนำมาโชว์ในงานต่างๆเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ขณะที่ ดร.อานนท์ไปประจำที่ประเทศภูฎานก็เอาเชื้อเห็ดชนิดนี้ไปเพาะที่ประเทศภูฎาน คนภูฎานกลับให้ความสนใจมากกว่าคนไทยเสียอีก จากนั้นบริษัท Everbloom ของสิงคโปร์ โดย ดร.ตาน ที่ไปเยี่ยมโครงการเห็ดที่ประเทศภูฎาน ได้ขอเชื้อเห็ดนางนวลจากโครงการเห็ดแห่งชาติของประเทศภูฎาน ไปเพาะที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี เพราะเป็นเห็ดที่มีสีแดงสดใส คนจีนนิยมทานของที่มีสีแดงตามธรรมชาติ เพราะถือว่ามีโชคและมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ต่อมาภายหลังทราบว่า ทางสิงคโปร์นำเอาไปจดทะเบียนการเพาะและขยายฐานการเพาะเห็ดนางนวลไปยังหลายประเทศ รวมทั้งที่จีนด้วย ส่วนของไทยนั้น เห็ดนางนวลไม่เป็นที่นิยมเลย ทั้งๆที่เป็นเห็ดที่สวยและเพาะได้ง่าย แต่รสชาติและความคงทนสู้เห็ดนางรมและเห็ดนางฟ้าภูฎานไม่ได้ นี่ก็คือคำตอบที่คุณถามมาสั้นๆ และอยากขอสรุปว่า หากคุณเป็นมือใหม่หัดขับแล้วล่ะก็ ควรเริ่มจากเห็ดนางรมเสียก่อน ส่วนสนนราคาของเห็ดนางรม ราคาก็เท่าๆกับเห็ดนางฟ้าภูฎาน เพราะส่วนใหญ่ จะทำการเพาะคละกันไป เนื่องจาก เห็ดนางรม จะออกดอกได้ผลดีตลอดทั้งปี ไม่ว่าอุณหภูมิจะร้อนหรือหนาว ส่วนเห็ดนางฟ้าภูฎาน จะออกดอกได้ดีในฤดูฝน หรือฤดูหนาว หรือในช่วงที่มีอุณหภูมิกลางวันและกลางคืนต่างกันมากๆ หรือขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ซึ่งปัจจุบัน ที่อานนท์ไบโอเทค มีเห็ดนางฟ้าภูฎานหรือแม้กระทั่ง เห็ดนางรมมากมายหลายสายพันธุ์ จนกล้าพูดได้ว่า ในประเทศไทยสามารถเพาะเห็ดพวกนี้ได้ตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม การเพาะ ก็ควรจะมีเห็ดนางรมไว้เสมอ เพราะมันออกดอกตลอด น้ำหนักดี และช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นโอกาสเพชร ไม่ใช่ทองของการเพาะเห็ดของไทย ดูเอาสิ มีใครที่เพาะเห็ดแล้วออกมาเรียกร้องให้ส่วนราชการหรือรัฐบาลช่วยเหลือบ้าง มีแต่ส่วนใหญ่ เปลี่ยนรถเปลี่ยนบ้านเปลี่ยนมือถือ อยู่ดีกินดีกันทั่วหน้า สาธุ


ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ขณะเป็นประธานชมรมเห็ด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำนิสิตเกษตร ไปเป็นวิทยากรอบรมเห็ดให้แก่ประชาชนที่ วิทยาลัยครูอุดร เดือนพฤษภาคม 2517 และได้ไปเก็บเห็ดนางนวลธรรมชาติมาได้ในขณะที่ไปดูงาน

เห็ดธรรมชาติต่างๆมากมาย รวมทั้งเห็ดหอม เห็ดนางฟ้าภูฎาน ที่เก็บได้จากป่าของเมืองเกตู ปี 2524 ก่อนที่จะเชิญ ดร.ยุกติ สาริกภูติอธิบดีกรมวิชาการเกษตรสมัยนั้นและ อ.ไพโรจน์ ผลประสิทธิ์ ไปเยี่ยมชมโครงการและเป็นสักขีพยาน ก่อนที่เห็ดสายพันธุ์เป็นเห็ดสุดฮิตยอดนิยมจนถึงปัจจุบัน แต่เบื้องหลังกว่าที่จะได้เห็ดสายพันธุ์นี้มาได้ ยังไม่มีหน่วยราชการใดเอ่ยถึงเลย

ทำการศึกษาวิจัยซ้ำแล้วซ้ำอีก ใช้ทั้งเวลาและงบประมาณของต่างประเทศ จนมั่นใจว่าน่าจะนำเอามาเป็นเห็ดเศรษฐกิจของไทยได้ จึงส่งมายังประเทศไทยในปี 2526

นี่ก็เป็นอีกผลงานหนึ่ง ในช่วงที่ ดร.อานนท์ ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ด ขององค์การเอฟเอโอ ที่ประเทศภูฎาน โดยการจัดนิทรรศการเห็ดขึ้นเป็นประจำในตลาดเช้าของวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่เมืองทิมภู

เมื่อมั่นใจในสายพันธุ์เห็ดธรรมชาติที่ผ่านการทดสอบแล้ว จึงได้วางแผนส่งเชื้อเห็ดกลับไทย โดยผ่านคนไทยที่ขอไปเที่ยวภูฎานด้วย ซึ่งขณะนั้นผมอายุเกือบ 1 ขวบแล้ว(คนที่คุณแม่อุ้ม) เป็นการฉลองการบินเที่ยวแรกในประวัติศาสตร์ของภูฎาน

ปลายปี 2526 ขณะที่ผมอายุขวบกว่าที่ประเทศภูฎาน ได้รับคำบอกเล่าว่า ผมให้ความสนใจมากเป็นพิเศษสำหรับเห็ดนางนวล ซึ่งมีสีแดงจัด

แม้ว่าในช่วงที่มีการประชุมสภาคณะลามะหรือสงฆ์ผู้ใหญ่ก็ตาม แต่พอมีการนำเอาเห็ดนางนวลจากไทยไปโชว์ ปรากฎว่า ลามะทั้งหลายอ้อมล้อมและจับดูเห็ดนางนวลที่มีสีสันสวยงาม แต่ก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่า เห็ดสามารถเพาะโดยมนุษย์ได้ เพราะส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า เห็ดมาจากของขวัญจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลามะบางองค์บอกว่า หากมนุษย์สามารถเพาะเห็ดได้จริง น้ำจะต้องไหลขึ้นเขาอย่างแนนอน ภาพเมือปี 2526 ที่โครงการเห็ดแห่งชาติภูฎาน เมืองซิมโตกา

เห็ดนางนวลจะมีสีซีดจนขาว หรือสีเข้มจนเป็นสีแดง ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิขณะนั้น หากอากาศหนาวเย็น ดอกเห็ดจะเจริญเติบโตช้า สีจะแดงเข้ม ในทางตรงกันข้าม หากอากาศร้อน จะเจริญเติบโตเร็วและเป็นสีขาวหรือซีด

เพาะได้ง่ายๆ เพาะได้ไม่ยาก ออกดอกดีแทบทุกฤดู แต่รสชาติเหนียว ไม่กรุบ ดอกบาง ไม่เป็นที่นิยมของตลาดที่จะเอาไปผัด หรือต้มยำ ทำแกง ซึ่งไม่ใช่เป็นลักษณะที่ผู้บริโภคคนไทยนิยม เพราะคนไทยนิยม รสชาติ เนื้อนุ่ม กรุบกรอบ โดยไม่สนใจว่า เห็ดนางนวล ล้มเหลือทางด้านสรรพคุณทางยา ไม่ว่าจะมีสารต่อต้านมะเร็ง ช่วยบำรุงประสาทตาและลดกรดไขมันในเส้นเลือดไดดีกว่าเห็ดนางรม หรือเห็ดนางฟ้าภูฎานเสียอีก

เห็ดนางรมทองก็เป็นอีกเห็ดชนิดหนึ่งที่มีสีสันสดสวยและสวยงาม แต่เปราะบาง ช้ำง่าย รสชาติสู้เห็ดนางรมหรือเห็ดนางฟ้าภูฎานไม่ได้ แต่สรรพคุณทางยาแก้ร้อนใน สร้างภูมิต้านทาน ลดน้ำตาลและไขมันในเส้นเลือดสูงกว่า เห็ดนี้เพาะได้ง่ายเช่นเห็ดนางนวล เพาะได้ตลอดทั้งปี แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภท ที่ต้องการบริโภคเห็ดเป็นแค่ผักเท่านั้น จริงๆแล้ว ดร.อานนท์ มักจะพูดติดตลกว่า ไม่ว่าจะเป็นเห็ดนางนวล หรือ เห็ดนางรมทอง มีลักษณะเป็นช่อคล้ายดอกไม้ หากนำมาห่อไม่ให้เห็นก้อนเชื้อและทำเป็นแจกันแทนดอกไม้ได้ เวลาแขกมาบ้านหรืออาจจะมีใครมาทวงหนี้ พอเห็นเห็ดก็มักจะคุยกันเรื่องเห็ดไป จนลืมทวงหนี้ก็อาจะเป็นได้ 55555

เอาไหม เรามาช่วยกันรณรงค์เพาะเห็ดทุกชนิดไม่ใช่แค่นำไปบริโภคเฉกเช่นผักเท่านั้น แท้ที่จริงมันมีสรรพคุณเป็นยาที่สำคัญของมนุษย์อย่างล้ำค่าเหลือแสน เมื่อไหร่หนอ บ้านเราจะตื่นตัวเหมือนไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และอเมริกาเสียที เมื่อนั้น เราก็ไม่ต้องซื้อยาที่เป็นสารเคมีเข้ามาปีๆนับค่าเป็นแสนล้านบาท และถูกผูกขาดด้วยบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ฮ่วย

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ: 1298
Join date: 29/11/2010
Age: 31

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ