ปัญหาจากหน้าร้านเรื่องวัสดุเพาะ 301

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ปัญหาจากหน้าร้านเรื่องวัสดุเพาะ 301

ตั้งหัวข้อ  juneandtum on Sat Aug 13, 2011 10:11 am

สวัสดีครับท่านอาจารย์

ผมจริงๆก็ไม่ไช่ผู้ที่เคยอบรมมาก่อนนะครับแต่ก็สั่งสินค้าของอาจารย์ใช้มาเสมอ

วันนี้ผมได้เจอปัญหาที่ว่า ผมเคยสั่งวัสดุที่ชื่อว่า 301 หนะครับ เกี่ยวกับเรื่องวัสดุเพาะตัวนี้ครับ เนื่องจากว่าตอนกระผมนำไปใช้ครั้งแรก

ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะอะไร มันเกิดราส้มขึ้นครับ แต่ทางผมก็ไม่ได้คิดว่าเกิดจากทางร้านนะครับ แต่ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะอะไรดังนั้น ผมจึงได้ขอคำปรึกษาท่านอาจารย์ เพราะช่วงนี้เป็นหน้าฝนด้วยผมจึงกลัวจะเกิดปัญหากับขี้เลื่อยที่สั่งมาครับผม

ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ล่วงหน้าครับ Smile

juneandtum

จำนวนข้อความ : 8
Join date : 16/09/2010
Age : 30

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ปัญหาราสีส้มเกิดขึ้นในวัสดุเพาะเห็ดสำเร็จรูป 301 ที่ซื้อจากหน้าร้านของอานนท์ไบโอเทค

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sun Aug 14, 2011 7:41 am

วันนี้คำถามของกระทู้ที่น่าสนใจ และจำเป็นจะต้องทำการตอบอย่างเร่งด่วนที่สุด เลยตื่นกันตั้งตีสองตีสาม เพื่อที่จะรีบทำความเข้าใจในเรื่องนี้ เพราะมีสมาชิกหลายท่าน กำลังประสพปัญหาเกี่ยวกับราสีส้มที่กำลังระบาดอย่างหนักอยู่ขณะนี้ บางราพอเจอราสีส้ม ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี ก็คิดไปถึงวิธีการแก้ ที่น่าจะเป็นวิธีสุดท้ายที่ควรทำ ด้วยการเผาวัสดุเพาะเหล่านั้นทิ้งเสีย ซึ่งเป็นการสูญเสียสิ่งของที่มีประโยชน์และมีค่าอย่างน่าเสียดาย คำถามก็คือ แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ผมเองไม่ได้รอช้า พอได้รับกระทู้นี้เข้ามาปุ๊บ ก็รีบปรึกษากับ ดร.อานนท์ทันที ซึ่งจริงๆแล้ว ดร.อานนท์ กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมคำตอบของกระทู้ที่ยังไม่ได้ตอบ คือ เรื่อง การทำเชื้อเห็ดโคนน้อย ที่ถามมาจากคนบ้านเดียว ดร.อานนท์ แต่การที่จะตอบเรื่องเห็ดโคนน้อยนั้น ต้องตอบแน่นอน แต่ต้องใช้เวลาสักนิด เพราะ ดร.อานนท์กำลังรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผู้ถามและผู้สนใจจะได้เข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้ง ก็ขอให้ผู้ถามเรื่องเห็ดโคนน้อยรอสักนิดครับ
ทีนี้มาพูดถึงวัสดุเพาะเห็ดสำเร็จรูป KAT301 ของอานนท์ไบโอเทค ที่มีผู้สนใจนำเอาไปใช้เพาะเห็ด แม้ว่าจะไม่เคยได้รับการอบรมเห็ดจากทางอานนท์ไบโอเทคไปก่อน แต่ทางเราก็ยินดีให้ท่านทดลองนำเอาไปใช้ดู ก็แน่นอนล่ะครับ บางครั้งบางสิ่งที่ท่านซื้อไป หากท่านยังไม่เคยผ่านการอบรมเห็ดจากเรา ท่านอาจจะไม่กระจ่างเรื่องอะไรที่จะเกิดขึ้น หรือเมื่อมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น ก็ไม่รู้จะแก้อย่างไร จริงๆแล้ว ก่อนที่เราจะนำเอาอะไรไปใช้นั้น จะต้องทำความเข้าใจในสิ่งนั้นให้ดีเสียก่อน และสิ่งนี้ถือว่าเป็นนโยบานของ ดร.อานนท์ ที่เปิดหน้าร้านถึง 2 แห่ง ได้แก่ที่ตลาดไท และที่หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ผมรับผิดชอบอยู่ โดยใช้เป็นสถานที่ติดต่อ ซื้อของ รับคำปรึกษาโดยเราเน้นเสมอว่า สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์เลย หากจะซื้ออะไรที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่จะต้องทำความเข้าใจ ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ให้รายละเอียดไปมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องยอมรับที่บางครั้ง เรามีพนักงานไม่พอขณะที่มีผู้สนใจมาพร้อมกันหลายๆท่าน ในเรื่องของวัสดุเพาะเห็ดสำเร็จรูปก็เช่นเดียวกัน เป็นวัสดุที่ทาง ดร.อานนท์และคณะได้ทำการศึกษา ค้นคว้าทดลอง พร้อมทั้งว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญเห็ดมาจากประเทศจีน มาให้คำแนะนำปรึกษาและควบคุมการผลิต โดยใช้วัสดุหลายชนิดซึ่งมีชื้นส่วนของต้นไม้ที่สามารถนำเอาไปเพาะเห็ดได้ เช่น ขี้เลื่อย ขี้กบ กิ่งหรือต้นไม้สับ ซังข้าวโพด เปลือกทานตะวัน เป็นต้นมาผสมกันเป็นวัสดุหลักที่เป็นแหล่งพลังงานให้แก่เห็ด ซึ่งในวัสดุหลักนี้ ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นตัวเดียวหรือชนิดเดียว ที่ผ่านการตากแดดให้แห้งแล้ว ก็สามารถนำเอาไปเป็นวัสดุเพาะเห็ดได้โดยตรงอยู่แล้ว แต่วัสดุบางอย่าง เช่นไม้บางชนิดที่ได้มายังมีความชื้นหลงเหลืออยู่ หรือมียางบางอย่างที่อาจจะทำให้เส้นใยเห็ดนำเอาไปใช้ยาก ก็จะทำการหมักโดยอาศัยเชื้อจุลินทรีย์ช่วยย่อยให้สารอาหารต่างๆให้อยู่ในรูปที่เห็ดเอาไปใช้ได้ นั่นเป็นการพูดเฉพาะวัสดุหลัก ซึ่ง ดร.อานนท์ได้ย้ำเสมอว่า เห็ดก็เหมือนพืชหรือสิ่งมีชีวิตทั่วๆไป ที่มันต้องการสารอาหารอย่างน้อยที่สุด 18 ชนิด ในปริมาณที่เหมาะสม คำถามจึงถามว่า ในวัสดุเพาะที่เป็นวัสดุหลักที่ใช้เพาะเห็ดนั้น มีสารอาหารสำหรับเห็ดครบตามหลักการดังกล่าวหรือไม่ คำตอบก็คือ ครบ อ้าวหากมีครบแล้วก็เอาไปเพาะเห็ดได้เลยนี่ คำตอบก็คือ ได้ แต่หากจะถามว่า เมื่อนำเอาไปเพาะเห็ดได้ แล้วดอกเห็ดที่ออกมาจะมีลักษณะรูปร่าง หน้าตาสมบูรณ์หรือไม่ คำตอบก็คือ สมบูรณ์เฉกเช่นเห็ดทั่วๆไป แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า แม้ว่า วัสดุต่างๆเหล่านี้ มีสารอาหารให้แก่เห็ดครบครันก็จริง แต่ผลผลิตที่ได้จะต่ำมาก ทั้งนี้เนื่องจาก วัสดุเพาะหลัก มักจะเป็นวัสดุที่มีแหล่งอาหารที่เป็นพลังงานอยู่สูง เช่น เซลลูโลส แป้งหรือน้ำตาล ส่วนธาตุอาหารอื่นๆอีก 15-16 อย่างที่เห็ดต้องการ ที่จะทำให้ผลผลิตสูงนั้น มันมีอยู่ในวัสดุเพาะหลักน้อยมาก จึงเป็นสาเหตุให้ผลผลิตเห็ดที่ออกมาต่ำมาก นี่คือ เหตุผลที่ว่า เราต้องใส่อาหารเสริมเข้าไป ทีนี้คำถามต่อไปอีกว่า แล้วจะใช้อาหารประเภทไหนเสริมเข้าไป แน่นอนในสมัยแรกๆ เราก็ไปลอกเอาข้อมูลหรือวิธีการเพาะเห็ดจากไต้หวันมา ซึ่งสมัยก่อนเขาก็ใช้เพียงรำข้าวผสมปูนขาวและดีเกลือเท่านั้น ถามว่าใช้ได้ไหม คำตอบก็คือ ได้ ดีไหม คำตอบก็คือ ดี แต่ยังไม่ดีที่สุด เพราะแต่ก่อนอาจจะดี เพราะรำละเอียดสมัยก่อนมาจากส่วนที่ขัดข้าวกล้องให้เป็นข้าวขาว ส่วนนี้จะมีอาหารเห็ดอยู่เยอะมาก แต่เดี๋ยวนี้ ราคารำละเอียดสูง เทคนิคการทำโรงสีก็สูงขึ้น เมื่อเขาสีข้าวออกมา เขาก็ไม่อยากมีส่วนเสียหรือทิ้งไปมาก เขาจึงปรับเครื่องจักรเครื่องกล ให้มีประสิทธิภาพในการบดแกลบที่จะต้องถูกทิ้งไปเข้าเป็นส่วนผสมกับรำที่มาจากการขัดข้าว ซึ่งจะทำให้อาหารของเห็ดลดลงไปมาก แม้ว่าเราจะใส่รำเป็นอาหารเสริมเพิ่มยิ่งขึ้น ประกอบกับ การเพาะปลูกข้าวปัจจุบันมีการใช้สารเคมีค่อนข้างมาก สารเคมีบางอย่างอาจจะติดไปกับรำข้าว ซึ่งจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นใยเห็ดได้ ดังนั้น ปัจจุบัน การใช้อาหารเสริมเพียงรำอย่างเดียว ผลผลิตที่ได้แทบจะไม่คุ้มต่อการลงทุนเลย ทางอานนท์ไบโอเทค จึงได้ทำการทดลองใช้อาหารเสริมชนิดอื่นเข้าเสริม ก็พบว่า หากต้องการให้ได้ผลผลิตเห็ดสูง คุ้มต่อการลงทุน คุณภาพดอกเห็ดดี เป็นที่นิยมของท้องตลาดนั้น ควรต้องใช้อาหารเสริมอย่างอื่นเสริมเข้าไปด้วย เช่น รำข้าวสาลี(ดีกว่ารำข้าวทุกชนิด) ใบกระถินป่น กากถั่วป่น ส่าเหล้า เพราะเป็นอาหารที่มีธาตุหลักที่เห็ดต้องการค่อนข้างสูง อันได้แก่ ไนโตรเจนในรูปของโปรตีน ฟอฟอรัสและโปตัสเซียม ส่วนแร่ธาตุที่ควรเสริมได้แก่ หินฟอสเฟต ปูนที่ใช้กับเห็ดโดยตรง เช่น ปูนโดโลไมท์ หรือปูนยิบซั่มดิบ แทนการใช้ปูนขาวที่เข้าใจกันผิดๆมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม การที่จะหาแหล่งอาหารเสริมบางชนิดค่อนข้างลำบาก เช่น รำข้าวสาลี ส่าเหล้า หรือปูนที่ใช้กับเห็ดโดยตรง ด้วยเหตุนี้ ทางอานนท์ไบโอเทค จึงทำการผสมอาหารเสริม ที่มีส่วนผสมของวัสดุหลักที่สำคัญ ที่มีอาหารครบอย่างเพียงพอแก่เห็ด ที่สำคัญสะดวกในการนำเอาไปใช้ โดยผู้ใช้เพียงแต่เอาอาหารเสริมสำเร็จรูปดังกล่าว ไปผสมกับวัสดุหลักเท่านั้น เช่น หากจะทำการเพาะเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เพียงใช้วัสดุเพาะหลัก เช่น ขี้เลื่อย ฟาง หรือไม้สับ แห้ง 100 กก. ผสมอาหารเสริม KAT 101 เพียง 7-8 กก.ก็พอแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเสริมอาหารอื่นใดเข้าไปอีกก็ได้ ยกเว้นบางท่านอาจจะต้องการให้เส้นใยเห็ดเจริญเร็ว ออกดอกเร็ว อาจจะเติมแป้งเอ็นไซม์และอาหารเสริม KAT 901 เข้าไปอีกเล็กน้อย ซึ่งการใช้อาหารเสริมสำเร็จรูป จะสะดวกสบาย ใช้ได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องเติมรำ หรือเติมปูนอีกเลย ที่สำคัญ ราคาหรือต้นทุนการผลิตจะถูกกว่า สูตรที่ใช้รำเสียอีก
เมื่อเข้าใจเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ก็มาพูดถึงที่มาของ วัสดุเพาะเห็ดสำเร็จรูป KAT301 หรือ KAT 305 ซึ่งเป็นสินค้าอีกตัวหนึ่ง ที่ทางอานนท์ไบโอเทคได้พัฒนาขึ้นมา สำหรับสมาชิกที่ผ่านการอบรม หรือท่านที่สนใจ ที่อยากจะทำการเพาะเห็ดเป็นอาชีพลอง หรือการเริ่มต้นในการผลิตก้อนเชื้อเอง แต่ไม่ต้องการที่จะไปซื้อวัสดุเพาะ ที่ต้องซื้อทีเป็นคันรถหกล้อหรือสิบล้อ ที่นับวันจะหายากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ ทางอานนท์ไบโอเทค จึงได้นำเอาวัสดุเพาะเห็ดหลักหลายชนิดมาผสมกัน แล้วเติมอาหารเสริมที่เห็ดต้องการเข้าไป ทำการหมักโดยอาศัยเชื้อไบโอวัน ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ที่ได้จากการแยกเชื้อบริสุทธิ์มาจากรากของต้นโกงกาง(ไม่ได้ตัดราก ดังที่บางคนสงสัยว่า จะเป็นการทำลายป่าโกงกาง เราเพียงเอาเข็มเล็กๆไปสะกิดเอาเชื้อจุลินทรีย์มาเท่านั้น) มาช่วยทำการหมักให้ทั้งวัสดุเพาะหลักและอาหารเสริมให้มีธาตุอาหารที่อยู่ในรูปที่เห็ดเอาไปใช้ได้ ซึ่งการหมักจะต้องผ่านขบวนการกลับกองบ่อยๆ จนกระทั่งวัสดุเพาะมีกลิ่นหอม จึงนำเอาไปเพาะเห็ดได้ หรือผึ่งให้แห้ง เพื่อเก็บไว้เพาะเห็ดนานได้
ประเด็นของมันอยู่ตรงนี้ ที่เจ้าของกระทู้นี้ถามมาว่า ไอ้เจ้าวัสดุเพาะ KAT 301 ที่ซื้อไปนั้น มีราสีส้มแถมไปด้วยนั่นสิ ก็ต้องขออธิบายว่า สิ่งที่เราคาดไม่ถึงว่า เราจะทำการผลิตวัสดุเพาะเห็ดสำเร็จรูปเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น แก่ผู้ที่ผ่านการอบรมเห็ดไปเท่านั้น เราไม่ได้ซีเรียสหรือทำการผลิตเป็นอาชีพหรือเป็นตัวหลักของอานนท์ไบโอเทค เพราะเราไม่มีบุคคลากรหรือสถานที่เพียงพอ แต่การณ์มันไม่ได้เป็นไปอย่างตั้งใจ สมาชิกที่เคยเอาวัสดุเพาะสำเร็จรูปไปแล้ว เกิดไปทำได้ผล สะดวกง่ายดาย ไม่ต้องผสมหรือใส่อะไรเข้าไปอีก ก็สามารถผลิตก้อนเชื้อได้เอาแล้ว ที่สำคัญยังลดต้นทุนเกือบครึ่งที่จะต้องไปซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเปิดดอก ทำให้มีสมาชิกจำนวนมาก ติดใจและจองคิวรอเป็นจำนวนมาก บางรายอุตส่าห์ขับรถมาจากที่ไกลๆ เพื่อจะมาเอาวัสดุเพาะสำเร็จรูปในปริมาณหรือวันเวลาที่ต้องการ บางครั้งก็อาจจะพลาดโอกาส(ซึ่งเจอบ่อยมาก) ตรงนี้แหละครับ ที่คุณก็เลยเจอกับเขาไปด้วย กล่าวคือ ขณะที่ทางอานนท์ไบโอเทค กำลังอยู่ระหว่างการหมักวัสดุเพาะสำเร็จรูปอยู่นั้น การหมักยังไม่ได้ที่ ยังมีความร้อนหลงเหลืออยู่ ยังมีแอมโมเนียเหลืออยู่ ซึ่งจริงๆแล้ว ปล่อยให้มันหมักไปอีกสักเล็กน้อย ด้วยการกลับกองบ่อยๆ ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว แต่ด้วยความที่มันไม่ทันใจในความต้องการของผู้ที่รออยู่ เราจึงจำใจต้องรีบกรอกใส่กระสอบ และให้สมาชิกที่เข้าใจ นำไปหมักต่ออีกเล็กน้อย ให้มีกลิ่นหอม จึงจะนำเอาไปเพาะเห้ดได้ แน่นอน หากผู้ที่นำเอาวัสดุเพาะที่อยู่ระหว่างการหมักไป และไม่ได้ไปทำการหมักต่อ ด้วยการเทออกจากกระสอบ ทำเป็นกองอย่าสูงมากนัก คือ ให้สูงประมาณ 20-30 ซม.(อย่ากด) กลับกองทุกวัน อีก 2-3 วัน ก็จะนำเอาไปใช้ได้ นี่หมายรวมทั้งวัสดุเพาะที่คุณเอาไป ที่มีราสีส้มเกิดขึ้นแล้ว ก็โปรดอย่าตกใจ ให้เทออกมาทำการหมักต่อและกลับกองบ่อย หรือ หากจะให้ดีให้ใช้จุลินทรีย์ไบโอวัน 1 ลิตรผสมน้ำ 20 ลิตร รดไปด้วยยิ่งดี เพราะมันจะไปยึดหัวหาดแทนราสีส้มได้ กรุณาอย่าตกใจ หมักต่อครับ กรุณาอย่าเอาไปเผาทิ้งครับ เพราะมันเป็นขบวนการของมัน คุณกำลังจะเข้าเส้นชัยอยู่แล้ว ขอเอาใจช่วยครับ และมีปัญหาอีกตรงไหน แจ้งให้ทราบด้วย จักขอบคุณมากครับ


Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขั้นตอนการผลิตวัสดุเพาะเห็ด KAT 301

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sun Aug 14, 2011 8:32 am


วัสดุเพาะหลักและอาหารเสริมหลายชนิดกว่าจะมาเป็นวัสดุเพาะเห็ดสำเร็จรูป KAT301

ผสมคลุกเคล้าทั้งวัสดุเพาะหลักและอาหารเสริม


การกลับกองใหม่ๆ จะร้อนมาก บางครั้งถึงขนาดมีไอน้ำเกิดขึ้น


หากไม่ขยันกลับกอง แค่วันหรือสองวันเท่านั้น ราสีส้มที่ใครต่อใครกลัวนักหนาก็จะเกิดขึ้น แต่อย่าตกใจ จงใช้สติ ต้องเข้าใจว่า ไม่ว่าจะเป็นเห็ด เป็นรา รวมทั้งราสีส้ม ต่างก็ชอบอาหารอย่างเดียวกัน เพียงแต่ราสีส้มต้องการอุณหภูมิสูง แม้มีก๊าซแอมโมเนียอยู่ก็เจริญเติบโตได้ดีกว่าราชนิดอื่น แต่หากทำการกลับกอง ให้อากาศเข้าไปมากๆ ทำการตัดตอนการเกิดสปอร์ แค่อีกไม่กี่วัน เราก็จะได้วัสดุเพาะเห็ดที่ดีได้ อย่าลืมว่า วัสดุเพาะใดที่มีราสีส้มเกิดขึ้น แสดงว่า วัสดุนั้น มีธาตุอาหารของเห็ดสูงขึ้น เพียงแต่ หน้าที่เราไม่ใช่เผาทิ้ง เราต้องทำการหมักต่อให้ผ่านขั้นตอนนี้เสีย


นี่ไง เราจึงแนะนำว่า ท่านที่จะทำการเพาะเห็ดเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพรองก็ตาม น่าจะทำความเข้าใจในหลักการให้ดี วิธีหนึ่งที่ควรทำคือ เข้ารับการอบรม ที่ ดร.อานนท์ เป็นผู้ให้การอบรมที่จะจัดให้มีขึ้นเป็นประจำ ซึ่งการอบรมทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้เน้นที่จะทำถุงทำไง ทำก้อนทำไง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ไปดูงานที่ไหนก็ได้ แต่การอบรมของอานนท์ไบโอเทคนั้น เราจะเน้นให้ผู้เข้ารับการอบรมให้เข้าใจถึงเนื้อแท้จริงๆที่เห็ดต้องการ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรม สามารถใช้วิชาการที่เรียนมาไปแก้สถานการณ์ได้ หรือได้สิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของอานนท์ไบโอเทคได้ตลอดชีพ

อาจารย์แม่(แม่ผม) อง เยาวนุช เอื้อตระกูล ก็จะเป็นหัวเรือใหญ่ในการอบรม ที่จะแนะนำการใช้วัสดุเพาะสำเร็จรูปใช้ในการเพาะเห็ด



ส่วน อาจารย์พ่อ(พ่อผม) ดร.อานนท์ ก็มักจะใช้เวลาว่างไปเยี่ยมเกษตรกรผู้เพาะเห็ดที่เป็นสมาชิกตามที่ต่างๆทั่วประเทศ และประมาณกลางเดือนตุลาคม ก็มีโปรแกรมไปพบพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเห็ดที่จังหวัดจันทบุรี ประจำปี 2511(ไปทุกปี) ที่สวนเห็ดจันท์ เพื่อไปแลกเปลี่ยน ความรู้ ประสบการณ์ รับฟังปัญหา และนำเอาเรื่องใหม่ไปชี้แจงให้สมาชิกทราบ พร้อมกันนี้ ก็ไปเยี่ยมเกษตรกรตามฟาร์มต่างๆด้วย ในการนี้ ผู้สนใจที่อยู่ใกล้เคียงสามารถไปร่วมกิจกรรมได้ โดยท่านจะได้ไปเห็นการนำเอาเทคโนโลยี่ใหม่ เช่น การนึ่งด้วยห้องที่ทำด้วยอิฐมวลเบา ที่สามารถลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้มากกว่าครึ้่ง การไปพบปะเช่นนี้ทุกครั้ง เป็นการพบปะกันฟรีๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ยกเว้นค่าเดินทางและค่าที่พักของท่านเอง รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบเมื่อมีกำหนดการแน่นอนแล้ว

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» นัดบัณฑิตรุ่นที่ 36 รอบบ่าย ทานข้าวเช้าก่อนเข้าซ้อมพิธีซ้อมย่อยครับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ
» อยากทราบอีเมล เฟสบุ้ค ช่องทางการติดต่อ ของเืพื่อนๆสื่อสาร มนุษศสาตร์หน่อยค้าบ มาเป็นเื่พื่อนกันนะครับ
» เด็กสื่อสารปี 1 พรุ่งนี้มีเรียนตัวไหนหรอ เรียนที่ราม 1 หรือราม 2 หรอค่ะ
» บัณฑิตรุ่นที่ 36 ใครว่างบ้างครับ เรามานัดทานข้าวกันก่อนดีกว่า

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ