เกี่ยวกับน้ำส้มสายชู

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เกี่ยวกับน้ำส้มสายชู

ตั้งหัวข้อ  RedSunFlower on Tue Sep 20, 2011 1:56 pm

[b] กำลังจะถามต่อเรื่องน้ำส้มสายชูอยู่เชียวค่ะ ขอบคุณที่ตอบได้ครอบคลุม ก็เท่าที่ได้ประสบมากับตัวเองนะคะ เห็นคนมีตังค์หลายๆท่านญาติพี่น้องดิฉันเองนี่หล่ะ ซื้อสินค้าแพง แล้วก็มาโม้สรรพคุณว่ามันช่วยรักษาโรคนั่นโรคนี่ได้จริง ก็อาจจะช่วยได้จริง แต่ก็เสียเงินมากเกินเหตุ อย่างที่คุณไผ่ว่านั่นหล่ะค่ะ
พ่อของดิฉันชอบหมักผลไม้ไว้ดื่มเองแล้วก็แจกๆๆ คนชิมแล้วติดใจไปหลายคน เค้าว่าดื่มทีละแก้วเล็กๆ แล้วก็ทำให้รู้สึกเลือดสูบฉีดดี แถมรสชาดก็อร่อยดื่มง่ายเพราะมีความหวานของน้ำตาล พ่อของดิฉันใช้แป้งหมักข้าวหมากนี่หล่ะค่ะมาหมักกับผลไม้ ช่วงนี้เค้าทำไวน์ลูกหม่อน เป็นพันธุ์ผลใหญ่ๆ ค่ะ ลูกหม่อนหมักออกมาแล้วสีสวยเหมือนสีของไวน์องุ่น แต่จะไม่มีกลินหอมเฉพาะตัวสักเท่าไหร่ค่ะ
ดิฉันเคยชิมไวน์ของพ่อในถังที่เค้าหมักจนลืมข้ามปีมาสองสามปี จะมีรสเปรี้ยวเหมือนน้ำส้มสายชู เคยเอาไปผสมใส่น้ำปลาร้าส้มตำ แทนมะนาวช่วงแพงๆ ปรากฏว่าอร่อยดีค่ะ แต่ไม่ค่อยมีคนอื่นกล้ากินด้วย ดิฉันก็ทำกินคนเดียวจนหมดขวดที่ทำผสมไว้ ก็ไม่รู้สึกผิดปกติอะไร (ท้องไม่เสีย) แต่ก็ไม่ได้ทำอีกเพราะมะนาวถูกลง แล้วไวน์ที่หมักจนเปรี้ยวเป็นน้ำส้มสายชูนี่ มีประโยชน์และโทษอย่างไรบ้างค่ะ ก็มีทั้งที่หมักจากสัปรดบ้าง เปลือกมังคุดบ้างและมีทั้งแบบผลไม้รวมตามใจพ่อหน่ะคะ ส่วนสัดสวนวัสดุดิฉันไม่ทราบอัตราแน่นอนค่ะ รู้แต่วามีแป้งหมัก น้ำตาล กากน้ำตาล แล้วก็บางถังพ่อก็ใช้ยิสที่ทำขนมปังค่ะ

แล้วที่จะมีอบรมสัมนาเรื่องเห็ดเป็นยาที่คุณไผ่ประกาศมานี้ตรงกับวันไหนคะ

RedSunFlower

จำนวนข้อความ : 11
Join date : 25/08/2011
Age : 38
ที่อยู่ : 378/31 ม.20 ถ.มิตรภาพ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ต้องขอคารวะพ่อของคุณที่เป็นผู้ผลิตเอ็นไซม์ที่คนอื่นเขาเอาไปขายมูลค่าเป็นพันๆล้านตัวจริงครับ

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Fri Sep 23, 2011 9:39 am

การที่ผมจะตอบเรื่องของเอ็นไซม์บางครั้งอาจจะช้าหน่อย เพราะผมเองมีความรู้น้อย คำตอบเช่นนี้ ต้องรอคำอธิบายจาก ดร.อานนท์ ซึ่งระยะท่านงานเข้ามาก ต้องเตรียมงานหลายอย่าง และเรื่องจากต่างประเทศก็เข้ามามาก โดยเฉพาะเรื่องสำคัญเรื่องเห็ดเป็นยา ที่บ้านเราตื่นตัวกันเหลือเกิน ทางอานนท์ไบโอเทคก็พร้อมที่จะเปิดตัวกับผลิตภัณฑ์เห็ดเป็นยา ที่งานเทศกาลพืชผักและเห็ด จัดโดยเซ็นทรัลพลาซ่า รามอินทราระหว่างวันที่ 27 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม ซึ่งเป็นงานที่อยู่ระหว่างเทศกาลทานเจพอดี เรื่องของเอ็นไซม์นั้น ตอนนี้ก็เฮฮาไม่แพ้เรื่องของเห็ดเป็นยาหรืออาจจะมากกว่าเสียอีกด้วยซ้ำ ก็ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า เอ็นไซม์ที่มีประโยชน์นั้นมีหลายหมื่นชนิด และที่เราในฐานะที่เป็นมนุษย์ที่คิดว่าฉลาดแล้วนั้น เราเพิ่งมารู้จักมันแค่ประมาณ 2,800 ชนิดเท่านั้น แล้วเอ็นไซม์มันจะมีเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทุกกิจกรรมของร่างกาย ไม่ใช่เพียงแค่การย่อยอาหารหรือลำเลียงอาหารทั้งนั้น มันรวมถึงไปสร้าง ไปเสริม ไปยับยั้ง ไปป้องกัน อีกเยอะแยะ เอ็มไซม์ส่วนใหญ่ในร่างกายก็มีการสร้างอยู่แล้ว แต่มีบางอย่างที่เราจะต้องเอาเข้าไปในร่างกายนั้น ร่างกายจะต้องสร้างขึ้นมาเพื่อทำการย่อย ทำการลำเลียงเอาไปใช้ ตรงนี้แหละที่ บางครั้งร่างกายเราสร้างไม่พอ สร้างไม่ทัน มันจึงเกิดการสะสมของเหลือ เช่น น้ำตาล หากมีเอ็นไซม์ไม่พอในการย่อย มันก็จะสะสมในเลือด แล้วก็จะกลายเป็นเบาหวาน แล้วพาลกลายเป็นโรคตามมาอีกมากมาย ด้วยความที่ร่างกายอาจจะบกพร่้องในการสร้างเอ็นไซม์ เราจำเป็นจะต้องทานหรือหาเอ็นไซม์จากภายนอกเข้าไปเสริม อันได้แก่ พยายามทานอาหารที่สด หรือไม่ผ่านความร้อน ไม่ผ่านการฉายแสงหรือสารยับยั้งบางตัว หรืออาจจะทานเอ็นไซม์ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยอาศัยเชื้อจุลินทรีย์ เช่น ที่ของป้าเช็งตวาดให้ใครต่อใครทำกันนั่นแหละ เพียงแต่ว่า ของป้าเช็งนั้น เป็นการรอโชคช่วยจากเทวดา ด้วยการค่อยรอเอาเชื้อธรรมชาติให้ค่อยๆพัฒนาจนเหลือเชื้อทำน้ำส้มสายชู Acetobactor aceti หรือพวก Acetobactor xylinum นั่นก็คือ เชื้อทำน้ำส้มสายชูธรรมดานั่นเอง จริงๆแล้วจากการศึกษาของ ดร.อานนท์ และได้ทำการคัดเลือกสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เป็นเวลานานกว่า 30 ปี พบว่า มีจุลินทรีย์บางชนิด สามารถสร้างเอ็นไซม์ได้นับเป็นหมื่นๆเท่าของร่างกายเราสร้างได้ในระยะเวลาจำกัด ซึ่งกลุ่มเชื้อจุลินทรีย์นี้ สามารถสร้างเอ็นไซม์จำนวนมากหลายชนิดที่ร่างกายมนุษย์ต้องการ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ยิ่งคนที่เคยทำการหมักตามแบบฉบับของป้าเช็ง ที่กว่าจะได้เชื้อน้ำส้มสายชูบริสุทธิ์นั้นต้องใช้เวลาเป็นปีขึ้นไป แต่กลุ่มเชื้อดังกล่าวที่เรียกว่า เชื้อ ยูเอ็มเอกซ์นั้น ใช้เวลา 24-36 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว เช่นเดียวกันกับเทคโนโลยีการผลิตเอ็นไซม์ที่ขายกันราคาแพงปัจจุบันนี้ ก็ล้วนแล้วแต่ใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยในการหมัก การสร้างเอ็นไซม์ทั้งนั้น ใครก็ตาม อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว และทำการหมักแบบป้าเช็ง ซึ่งจริงๆแล้ว เป็นกรรมวิธีที่ ดร.อานนท์ ได้ทำการสอนเป็นบทแทรกในการอบรมเห้ดมาตั้งแต่ปี 2517 เป้นต้นมา ซึ่งระยะนั้น มีตัวเร่งการหมักที่เรียกว่า เห็ดรัสเซีย หรือวุ้นสวรรค์ ที่ฮือฮากันในอดีต แท้ที่จริงแล้วก็คือ วุ้นของเชื้อน้ำส้มธรรมดานั่นเอง ว่างๆ จะเอาเรื่อง การเพาะวุ้นมาคุยให้ฟัง เพราะผมเคยไปดูโรงงานของคุณพ่อ ที่เคยร่วมลงทุนกับบริษัท ใจสมุทรที่สมุทรสงคราม เพื่อทำการผลิตแผ่นวุ้น จากน้ำมะพร้าวเพื่อการส่งออกเมื่อปี พ.ศ. 2536-2540
สำหรับคำถามว่า น้ำส้มสายชูที่ได้จากการหมัก หรือเมื่อตั้งใจทำไวน์แล้วกลายเป็นน้ำส้มสายชูนั้น ทานได้หรือไม่นั้น คำตอบคือ ได้สิ ก็เป็นแบบของป้าเช็งเลยล่ะ เพราะขบวนการหมักที่ป้าเช็งคุยนักคุยหนานั้น ในหลักการของมันคือ การดองนั่นเอง ทีนี้คำว่า การดอง หมายความว่า เป็นการถนอมอาหารหรือการแปรรูปโดยอาศัยเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ มันจะทำการหมักจนกระทั่งไม่มีเชื้ออย่างอื่นเข้าไปอาศัยหรือมีชีวิตอยู่ได้ การที่จะลดความเสี่ยงของเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคได้นั้น เขามักจะใช้เกลือหรือน้ำตาล ที่มีความเข้มข้นตั้งแต่ 12% ขึ้นไป ส่วนใหญ่จะใช้ 15-20% ผสมกับน้ำหรือของที่จะดอง การใส่เกลือหรือน้ำตาลเข้าไปนั้น เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่มีประโยชน์หรือเป็นสาเหตุทำให้เป็นโรค หรือการบูดเน่าของวัสดุที่ใช้ ส่วนการใส่น้ำตาลนั้น นอกจากจะมีจุดประสงค์เดียวกัน แต่น้ำตาลจะถูกเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด เช่น ยีสต์ ที่สามารถใช้น้ำตาล ที่ส่วนใหญ่สูตรโครงสร้างมีธาตุคาร์บอนอยู่ 6 ตัว จะถูกเอ็นไซม์ของเชื้อยีสต์ย่อยให้มีขนาดที่มีโครงสร้างเล็กลงและเปลี่ยนไปเป็นแอลกอฮอลล์ที่มีคาร์บอนแค่ 2 ตัว แล้วเจ้าแอลกอฮอลล์นี้ หากมีเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า เชื้อน้ำส้มอยู่ มันก็จะเอาแอลกอฮอลล์ไปใช้เปลี่ยนไปเป็นกรด ขณะที่มันกำลังทำงานเปลี่ยนแอลกอฮอลล์ให้เป็นกรดนั้น มันต้องการอากาศสูงด้วย ด้วยเหตุนี้ เชื้อน้ำส้ม มันจึงต้องสร้างเซลลูโลส โดยอาศัยแอลกอฮอลล์ที่ยีสต์สร้างขึ้นมา เพื่อช่วยพยุงตัวของมันให้รับอากาศ พอมันสร้างตัวพยุงให้อยู่บริเวณด้านบนของการหมักนานๆ มันก็จะเลยกลายเป็นแผ่นวุ้น ที่เราเอามาต้มทำของหวานนั่นเอง สรุปง่ายๆก็คือ เชื้อน้ำส้มสายชู เวลามันกินแอลกอฮอลล์เข้าไปแล้ว มันจะถ่ายของเสียออกมา 2 อย่าง คือ ปัสสาวะ นั่นก็คือ น้ำส้มสายชู และอุจจาระ ก็คือ แผ่น วุ้นนั้นเอง
ทีนี้ถามว่า กินน้ำส้มสายชูหมักแล้วมันจะช่วยอะไรได้ อย่างนี้ก็ต้องถามป้าเช็งสิ เพราะแกดังแล้ว แกพูดอะไรรู้สึกว่าใครๆก็เชื่อแกไปหมด ยิ่งแกมีเงิน มีรายการทีวีของแกเอง ก็ยิ่งทำให้แกคุยได้อย่างผยองยิ่ง แต่ถามว่า ที่แกพูดนั่นจริงไหม ต้องตอบว่า จริงสิ แล้วจริงอย่างไร ก็ต้องไปดูขั้นตอนหรือปฎิกิริยาของการเป็นน้ำส้มสายชูดูสิ
จากน้ำตาล ที่มีโมเลกุลใหญ่ -----มันจะถูกย่อยให้เล็กลงโดยยีสต์------ผลที่ได้คือแอลกอฮอล์และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ----- จากนั้นเชื้อ น้ำส้มสายชู ก็จะย่อยต่อโดยใช้อ๊อกซิเจน ให้เป็นกรดและวุ้น
ตรงนี้แหละที่มันเป็นกรดนั้น เวลาเราทานเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสม และการที่มันมีขนาดเล็ก ร่างกายก็ดูดซึมเอาไปใช้ได้ทันที ทำให้เรารู้สึกไม่หิวข้าว เพราะกรดน้ำส้มเป็นกรดที่เป็นผลพลอยได้เช่นเดียวกับที่ร่างกายเราย่อยน้ำตาลให้มีขนาดเล็กลง จนเป็นกรดน้ำส้มเช่นกัน ดังนั้นเราก็จะได้พลังงานที่ทำให้ร่างกายกระปี้กระเป่า และไม่รู้สึกหิว และแหล่งพลังงานนี้มันจะไม่เปลี่ยนไปเป็นไขมัน ดังนั้น ผู้ที่ทานเป็นประจำ ก็สามารถรักษาทรวงทรงได้ ไม่อ้วน ทีนี้เนื่องจากเราทานกรดอ่อนๆเข้าไป ทำให้กระเพาะเราเป็นกรดอ่อนๆ การย่อยอาหารก็ดีขึ้น มันก็เท่ากับเป็นการช่วยการย่อย ทำให้ย่อยดี ขับถ่ายดี มันก็เป็นผลให้ร่างกายสมบูรณ์ เนื้อหนังมังสาก็ดี ผิวพรรณเต่งตึง และด้วยความที่มันเป็นกรดขนาดเล็ก มันก็จะถูกดูดซึมไปตามระบบเลือด ไปละลายไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ไขมันไปอุดตันในเส้นเลือด จึงช่วยอย่างมากสำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ไม่เป็นสิว เป็นฝ้า ยิ่งหากเราเอาส่วนน้อยไปล้างหน้า ขัดสีฉวีวรรณแล้วละก็ ความเป็นกรดอ่อนๆนี้ จะช่วยขัดเกลาเอาส่วนที่ตกค้าง ที่เป็นผิวหนังตายให้หลุดออกโดยง่าย ก็จะทำให้หน้าตา ผิวพรรณเปร่งปรั่ง ดูสดใสยิ่งขึ้น แล้วยังมีอะไรต่ออะไรอีกเยอะ เอาไว้ค่อยคุยรายละเอียดในการสัมมนาเรื่องเห้ดเป็นยา และการผลิตเอ็นไซม์ ที่เราจะจัดบริการฟรีให้แก่สมาชิกที่ผ่านการอบรมเห็ดโดยอานนท์ไบโอเทคเท่านั้น ซึ่งจะเป็นเมื่อไหร่นั้น เราจะไม่มีกำหนดเช่นนั้น แต่เราจะจัดทันที เมื่อมีผู้สนใจพอประมาณไม่เกิน 30 ท่าน แล้วก็จะนัดการสัมมนากลุ่มย่อยทันที โดยมีทั้ง ดร.อานนท์ อ.เยาวนุช นพ.นครินทร์ ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจรักษาและการดูลักษณะโรคจากการดูใบหน้า เป็นศาสตร์เด่นของจีน ซึ่งเราจะมีผู้เชี่ยวชาญงานด้านนี้มาพูดคุยให้ฟัง และจะมีคุณศิลป์ ต้นแสง บุตรบุญธรรมของ ดร.อานนท์ ที่เป็นคนจีน พูดและเขียนภาษาไทยได้คล่อง เป็นผู้ประสานงานในการทำธุรกิจไทยจีนอยู่ในวงสัมมนาด้วย โดยอนาคต เราเอาจจะเปิดสอนภาษาจีนเพื่อการธุรกิจแก่สมาชิกฟรีอีกด้วย ดังนั้น หากใครสนใจ สามารถสอบถามและจองที่นั่งโดยด่วน โดยเราหวังว่า น่าจะเปิดรุ่นแรกได้ประมาณต้นเดือนตุลาคมนี้ สำคัญที่สุด คือ จะต้องเป็นผู้ผ่านการอบรมเห็ดจากอานนท์ไบโอเทคเท่านั้น ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยผ่านการอบรมนั้น วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคมนี้ จะเปิดอบรม การเพาะเห็ดในถุง โดย ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ผู้เชี่ยวชาญเห็ด อาวุโส องค์การค้าโลก แห่งสหประชาชาติ เป็นผู้สอน ผู้ที่ผ่านการอบรมแล้ว มีสิทธิที่จะเข้าร่วมสัมมนาหรือกิจกรรมเสริมที่ทางอานนท์ไบโอเทคจะจัดขึ้นต่อไป รวมทั้ง หากได้ไปทำการผลิตเห็ดแล้ว ต่อไป สามารถนำเอาผลิตภัณฑ์มาฝากทางอานนท์ไบโอเทคขาย เพราะตอนนี้ เรากำลังอยู่ในระหว่าง การปรับปรุงสถานที่เพื่อ ทำเป็นซูเปอร์มาณเก็ตเห็ดอานนท์ไบโอเทค ซึ่งจะเปิดเร็วๆนี้ครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

เอ็นไซม์บำรุงผิวได้?

ตั้งหัวข้อ  RedSunFlower on Fri Sep 23, 2011 9:22 pm

ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ ได้ข้อมูลชัดเจนแล้ว ทำให้เกิดความคิดในการพัฒนาสุขภาพและรูปร่างเลยหล่ะค่ะ แล้วก็ขอสนับสนุนเลยค่ะที่ประโยชน์ของเอ็นไซน์ยังช่วยทำให้ผิวพรรณดีค่ะ ตอนแรกนึกว่าคิดไปเองซะอีก แต่พอดีคำตอบของคุณไผ่ครอบคลุมกับสิ่งที่ดิฉันสงสัยพอดีเลยค่ะ จากประสบการ์ณของดิฉันมีอยู่ว่า ดิฉันก็ทำการหมักเศษผักเศษผลไม้ไว้เพื่อที่จะใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพค่ะ ส่วนผสมก็มีกากน้ำตาล เศษผักเศษผลไม้ น้ำเปล่า แล้วก็หัวเชื้อ EM (แต่ไม่ทราบว่าหัวเชื้อ EM ชนิดที่ซื้อมาจะมีประสิทธิภาพแค่ะไหน) สัดส่วนก็แล้วแต่อยากจะใส่ค่ะ ผสมเข้ากันในถัง ขนาด 25 GL แล้วก็ปิดไว้ มีบางครั้งดิฉันก็ใช้มือคนเพราะหาไม้คนไม่เจอ พอล้างมือล้างแขนมีความรู้สึกว่าผิวมันดูสดชื่นสัมผัสแล้วรู้สึกเนียนๆ รู้สึกดีค่ะ คิดไว้อยู่เหมือนกันว่าจะลองเอาไปทาหน้าอยู่สักครั้ง ทีนี้คงจะกล้าเอามาลองทาๆ หน้าดูสักหน่อยแล้วหล่ะค่ะ ได้ผลอย่างไรจะเล่าให้ฟังนะคะ
ส่วนเรื่องการอบรมเห็ดเป็นยา ดิฉันขอสมัครลงชื่อไว้เลยค่ะ เสียแต่ว่าอยู่ต่างจังหวัด และขอเพียงเวลาที่อบรม ขอให้ดิฉันไม่ติดภาระสามารถเข้าร่วมได้ด้วยเถอะค่ะจะดีมากเลย ( อันนี้รำพึงกะตัวเอง )

RedSunFlower

จำนวนข้อความ : 11
Join date : 25/08/2011
Age : 38
ที่อยู่ : 378/31 ม.20 ถ.มิตรภาพ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ