เปิดขุมมหาสมบัติพันธุ์พืชหายากจากต่างประเทศ ของ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ตอนปาล์มกินได้

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เปิดขุมมหาสมบัติพันธุ์พืชหายากจากต่างประเทศ ของ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ตอนปาล์มกินได้

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Sep 22, 2011 4:59 pm

ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมก็ตะรอนๆไปกับคุณพ่อและคุณแม่ผมตั้งแต่ผมอายุ 3 เดือนที่เขาอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินได้ ก็ถูกอุ้มไปอยู่ประเทศภูฎานต้นปี พ.ศ. 2526 แล้วก็เลยไปเรื่อยๆ ในเอเซีย จนกระทั่งปี 2532 จากนั้นก็กลับมาอยู่ในไทยระยะหนึ่ง และแล้วดวงเดินทางก็ต่อไปอีก พ่อคุณพ่อผม(ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล) มีดวงเดินทางกำลังขึ้นและไกลเสียด้วย กล่าวคือ ทางองค์การค้าโลก เขาส่งคุณพ่อไปประจำที่ประเทศกานา แอฟริกาตะวันตกแล้วก็ต่อๆๆๆไปเรื่อยๆๆ จนมาหยุดเอาที่ประเทศแอฟริกาใต้นานหน่อย ถึงปี 2548 พวกเราก็บอกว่าพอกันที น่าจะกลับเอาความรู้ เอาประสบการณ์ และเอาของดีๆติดไม้ติดมือกลับบ้านเราดีกว่า ตลอดเวลาที่อยู่ต่างประเทศ คุณพ่อผมท่านจะเดินทางกลับประเทศไทยอยู่ทุกๆ 3-4 เดือน ยังไม่พอ ในช่วงที่อยู่แถบแอฟริกา คุณพ่อยังเช่ารายการวิทยุของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่รู้จักกันในนามของ วิทยุ มก. เป็นวิทยุคลื่นเอเอ็มสเตอริโอ ที่มีการถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมไปยังภูมิภาคต่างๆทั้ง 4 ภาค ทุกๆวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ก็จะพูดออกอากาศ เรื่อง ของสมุนไพรไทยและต่างประเทศ โดยใช้โทรศัพท์ทางไกล(อาจจะด้วยเหตุนี้กระมัง เงินเดือนแทบไม่มีเหลือเลย นอกจากถูกคนไทยที่เป็นศิษย์ก้นกุฎิโกงไปแล้ว) แต่สิ่งที่ผมอยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลาคือ เวลาเดินทางกลับบ้าน แทบจะไม่มีครั้งไหนเลยที่คุณพ่อจะซื้อของเอาไปฝากคนอื่น เฉกเช่นที่คนอื่นเขาทำกัน เช่น ซื้อของที่ระลึกแต่ละประเทศไปฝากญาติพี่น้อง หรือซื้อของจากเครื่องบิน หรือของปลอดภาษีนั้นแทบไม่มีเลย แต่ทุกครั้งที่กลับไทย กระเป๋าจะเต็มหรือส่วนใหญ่น้ำหนักจะเกิน เพราะภายในกระเป๋าจะเต็มไปด้วยพันธุ์พืชต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกพืชสมุนไพร หรือไม้ที่น่าสนใจ ที่ท่านได้รวบรวมไว้จนผมจำชื่อได้ไม่หมด วันนี้จะขอเริ่มต้นกล่าวถึงเรื่อง ปาล์มกินได้เอามาเล่าให้ฟังเสียก่อน ทั้งนี้ก็สืบเนื่องจากที่พวกเราไปอยู่กันทางแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของปาล์มน้ำมัน ที่เรานำเอามาปลูกกันที่บ้านเรา และนำเอามาสกัดเอามาเป็นน้ำมันพืชทุกวันนี้ ก็มาจากแหล่งนั้น แต่ก็ยังมีปาล์มอีกชนิดหนึ่ง ที่มีผลลักษณะคล้ายคลึงกับผลของปาล์มน้ำมัน แต่นำเะอามาทานได้ทั้งสดหรือเอามต้มให้สุกเอามาแกง เอามาเชื่อม ได้เช่นเดียวกับถั่วลิสงฉันนั้น ปาล์มชนิดนี้ มีขายกันทั่วไปในประเทศแอฟริกาตะวันตก เช่น ไลบีเรีย เซียราลีโอน แกมเบีย กินีบิเซา และที่มากที่สุดคือในแถบเส้นรุ้งเดียวกันในลาตินอเมริกา เช่น ประเทศเกียนา บราซิล(มีมากที่สุด) คอสตาริกา กัวเตมาลา ปานามา นอกจากจะเอาผลมาทานและแปรรูปแล้ว ปาล์มชนิดนี้ มีการเกิดต้นใหม่ขึ้นมาเป็นกอ จึงมีการตัดเอาต้นที่สูงประมาณ 1-2 เมตร และตัดเอาใจอ่อนข้างในของมัน ที่มีลักษณะคล้ายใจของต้นมะพร้าวหรือต้นตาลทั่วไป แต่ใจของปาล์มชนิดนี้ สามารถนำไปทานได้สดๆ รสทั้งหวาน ทั้งมัน หรือนำไปปรุงอาหารได้เช่นเดียวกับหน่อไม้ ปาล์มชนิดนี้ ปัจจุบันได้มีการปลูกกันเป็นการค้า เป็นแปลงขนาดใหญ่ที่บราซิล ฮาวาย ฟอริดา คอสตาริกา ปานามา ทั้งนี้เพราะไม่เพียงแต่มันทานได้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อของผลแก่ ที่มีรสชาติอร่อย สามารถนำไปแปรรูปได้เท่านั้น มันยังมีสรรพคุณทางด้านโภชนาการและเป็นยาอย่างดีอีกด้วย กล่าวคือ เป็นอาหารที่มีวิตามินเอ หรือ Carotene สูงมาก และยังมีวิตามิน ซีสูงไม่แพ้พืชผักอื่นใดรวมทั้งส้มด้วย
ลักษณะของต้นปาล์มดังกล่าว จะมีลักษณะคล้ายๆต้นหมากเตี้ยบ้านเรา แต่หากปล่อยไว้นานๆมากกว่า 5 ปี ขึ้นไป อาจจะสูงเท่ากับต้นมากทั่วไปได้ ลำต้นเท่ากับต้นหมากหรือโตกว่าเล็กน้อย ใบคล้ายๆต้นหมาก แต่บางและพุ่มเล็กกว่า โคนต้นจะมีหนาม และมีการแตกต้นอ่อนรอบๆต้น ต้นอ่อนสามารถแยกเอาไปปลูกใหม่ได้ เมื่ออายุประมาณ 4-5 ปี ก็จะตกลูก คล้ายๆทะลายหมาก ผลจะโตเท่ากับผลหมาก โดยจะมีลักษณะทั้งผลกลม หรือบางพันธู์เป็นรูปไข่คล้ายผลหมากมีสีเขียว เวลาสุกจะมีสีแดงส้ม และเวลาสุกจัดจะมีสีแดงคล้ายๆผลลูกท้อ ดังนั้นปาล์มชนิดนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า Peach palm คุณพ่อบอกว่า ไม่อยากแปฃลเป็นภาษาไทยตรงๆ เพราะคนไทยไม่ชอบคำที่ดูไม่เป็นมงคล จึงไม่ได้เรียกว่า ต้นปาล์มท้อ จึงกำลังหาชื่อที่เหมาะสมอยู่ หากท่านใดมีความสามารถในการสรรหาคำที่สระสรวยได้ กรุณาเสนอมา(ใช่ว่า สรรหา สว.นะ๊ครับ) ภาษาทางวิทยาศาสตร์ว่า Bactris gasipaes (พอรู้ชื่อแล้ว ที่นี้ใครอยากรู้มากกว่านั้น ก็ถามลุงกูเลย กูในที่นี้หมายถึงคุณลุง google ที่รู้ทุกเรื่อง อย่าถามท่านเฉลิมน๊ะ) เอาเป็นว่า ปาล์มชนิดนี้ ดร.อานนท์ ได้นำมาทดลองปลูก ได้ออกลูกออกผลเรียบร้อยแล้ว ละน่าที่จะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยในอนาคตได้ และเป็นอีกพืชหนึ่ง ที่ทาง ดร.อานนท์กำลังขยายไปยังอุทยานเห็ดอานนท์เวิลด์ให้ได้มากที่สุด และในการอบรมเห็ดวันที่ 1 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ จะมีตัวอย่างให้ดู และให้ทานด้วย

ปาล์มกินได้ปลูกที่อานนท์ไบโอเทค อายุ 5 ปี สูงประมาณ 8 เมตรและให้ผลผลิตแล้ว

ต้นปาล์มกินได้ที่มีต้นอ่อนแตกออกมาตามโคนต้น หากต้นสูงประมาณ 1-2 เมตรก็จะตัดเอาใจอ่อนไปทานได้

ที่ประเทศแถบลาตินอเมริกา จะปลูกติดๆกัน เพื่อตัดเอาใจอ่อนไปขายหรือส่งออก คนฝรั่งเศสนิยมทานกันมาก มักจะมีขายในร้านอาหารที่มีชื่อเสียง หรู และราคาแพง

เขาจะปอกเอาเปลือกก้านออก เหลือแต่ส่วนใจยอดอ่อนๆเอาไปประกอบอาหาร

นี่คือ อาหารขึ้นชื่อ และเป็นยาโป้ว หรืออาหารชูกำลัง มีขายที่ภัตตาคารขนาด 5 ดาวที่กรุงปารีส โดยจะมีใจของปาล์มทานได้หั่นเป็นชิ้นตามขวาง แล้วใช้มะกอกฝรั่งดองวางทับแล้วก็ยกทานเป็นคำๆอร่อยมาก ทานกันสดๆ ถาดที่เห็นนี้มีทั้งหมด 17 ชิ้น ราคาสูงกว่า 60 ดอลลาร์หรือประมาณ 2,000 บาท

หรือยำเครื่องเทศ โดยหั่นกระเทียมสดและมะนาวฝรั่งใส่เข้าไปด้วย

ลักษณะของปาล์มที่ตกลูกแล้ว ผลคล้ายหมาก เวลาสุกแล้วจะมีสีส้มแดง




ลักษณะทะลายปาล์มกินได้ บางทะลายหนักกว่า 5 กก. หรือประมาณ 50-80 ผล








รับรองว่า อบรมเห็ดในถุงวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ท่านจะได้ลิ้มรสปาล์มกินได้แน่นอน

อีกไม่นานอนาคตอันใกล้นี้ เราก็จะเป็นอีกประเทศหนึ่งในแผนที่โลก ที่จะผลิตปาล์มกินได้แล้วแปรรูปเพื่อการส่งออกอย่างแน่นอน

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

งานที่เซ็นทรัล จะมีตัวอย่างไปโชว์ด้วย

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Fri Sep 23, 2011 1:58 pm

งานเทศกาลพืช ผักและเห็ดที่เซ็นทรัลรามอินทราระหว่างวันที่ 27 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม จะมีผลของปาล์มกินได้เอาไปโชว์ด้วย แต่ที่แน่ๆ ในวันอบรมเห็ดในถุงที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้มีให้ชิมแน่ๆ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» กำหนดการรับปริญญา
» สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสที่ใกล้ตัวเรา
» สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนนักศึกษาทุกท่านที่มีหนังสือค้างส่ง นำหนังสือ คืน โดย ไม่เสียค่าปรับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ
» ประวัติและความเป็นมาของคณะมนุษยศาสตร์

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ