ความจริงเรื่องของอีเอ็ม กับการแก้ปัญหาน้ำท่วมเน่าขัง

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ความจริงเรื่องของอีเอ็ม กับการแก้ปัญหาน้ำท่วมเน่าขัง

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sun Nov 06, 2011 9:34 am

ในช่วงที่น้ำท่วมขัง และเริ่มมีกลิ่นเน่าเหม็น ต่างคนต่างหาวิธีที่จะช่วยกันกำจัดปัดเป่าว่าจะทำไงดีที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่เป็นวิทยาศาสตร์ เข้าใจง่าย รวดเร็ว ที่สำคัญสุดก็คือ ราคาถูก ทุกคนมีส่วนร่วมที่จะช่วยแก้ปัญหาร่วมกัน มหกรรมการทำอีเอ็ม เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่จะผ่อนหนักให้เป็นเบาจึงได้เกิดขึ้น และมีการตื่นตัวกันไปทั่วทุกสารทิศ ไปจนกระทั่งถึงโน่นที่สงขลา หาดใหญ่ ก็มีแก่จิตแก่ใจที่จะช่วยกันทำ แม้กระทั่งที่เชียงใหม่ อุบล อุดร ก็เร่งมือกันทำ แต่จู่ๆก็มีนักวิชาการที่ต้องการอาศัยสถานการณ์อันคับขันนี้มาวิจารณ์เสียจนทำให้เกิดความสงสัยและไม่แน่ใจของการที่จะใช้อีเอ็มในการแก้ปัญหาเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยคนวิจารณ์เป็นถึงศาสตราจารย์ ด๊อกเตอร์ ที่ถนัดในการแก้ปัญหาด้วยการทำโครงการใหญ่ๆ ใช้เครื่องจักรเครื่องกลงบประมาณมากมายมหาศาล และก็มักจะไปอ้างถึง วิธีบำบัดน้ำเสียของญี่ปุ่นในเหตุการณ์สึนามิ ว่าที่นั่นไม่ใช้อีเอ็ม ทั้งๆที่คำว่า อีเอ็ม เริ่มทำกันที่ญี่ปุ่น ซึ่งเหตุผลดังกล่าวฟังแล้วดูเหมือนจะมีเหตุ มีผล เพราะจากปากของศาสตราจารย์ แท้ที่จริงแล้ว คำว่าศาสตราจารย์ มิได้หมายความว่าเป็นบุคคลที่รู้ไปหมด รู้ทุกเรื่อง การที่จะเอาอะไรมาเอ่ยอ้าง เพื่อสนับสนุนว่าตัวเองถูก ตัวเองอยู่ในสถาบันที่มีชื่อเสียง แต่หากไม่ได้เข้าใจจริงในส่วนลึกว่า เหตุการณ์ศึนามินั้น มันเป็นน้ำเสียอันเนื่องจากน้ำทะเล ที่มีเกลือแกง หรือมีความเค็มสูงนั้น การใช้อีเอ็มใส่เข้าไป อาจจะไม่เห็นผลทันที และมันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วมาก แต่ระยะหลังมาเขาก็ใช้กลุ่มจุลินทรีย์ที่เกิดขึ้นตามน้ำเค็มหรือน้ำกร่อย เช่น กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีอยู่ตามรากของลำพู โกงกาง ก็ใช้ได้ผลดี คำวิพากย์วิจารณ์นั้น เป็นเรื่องที่ดี แต่คำวิพากย์วิจารณ์ที่แฝงเอาความคิดเห็นส่วนตัว ที่มีวาระซ่อนเร้นนั้น เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ เพราะเป็นไปได้หรือที่คนทั้งประเทศ ไม่มีเลยหรือที่คนเรียนจบสูงระดับด๊อกเตอร์ หรือศาสตราจารย์ ที่เขานำเอาอีกเอ็ม และเขาได้ใช้อีเอ็มมาป้องกันกำจัดน้ำเสีย หากมันไม่ได้ผล มันไม่ดีจริง ทำไมคนส่วนใหญ่เขาถึงนิยมใช้กัน แล้วกรมพัฒนาที่ดิน เขาจึงตั้งเป็นหน่วยงานเรื่องนี้โดยตรง
ในส่วนของอานนท์ไบโอเทค ที่ได้ทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2519 โดยแรกๆ ก็ได้ไปอบรมกับ ดร.ฮิหงะ ที่ศูนย์อำเภอแก่งคอย ไปอบรมพร้อมๆกับ รองศาสตราจารย์ ดร.อรดี อินทุวงค์ ปรมาจารย์ทางด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จากนั้น อานนท์ไบโอเทคก็ได้ทดลองเรื่องของ อีเอ็มมาใช้กับเห็ด เอามาใช้กับการบำบัดน้ำเสียอย่างได้ผล และก็ได้ติดต่อประสานงานเชิญ ดร.ฮิหงะไปขยายสาขาที่ประเทศพม่าด้วยกัน จากนั้น ทางอานนท์ไบโอเทคเอง ก็ได้อาศัยประสบการณ์ของอีเอ็มนี้แหละ เอาไปเป็นพื้นฐานในการวิจัยหาจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และไม่มีพิษมีภัยต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาทานได้ด้วย ก็เลยไปสนใจเป็นพิเศษในจุลินทรีย์ที่มีอยู่ที่รากของโกงกาง พบว่า มีจุลินทรีย์อยู่หลายร้อยชนิดอยู่ที่รากของโกงกาง ที่น่าแปลกใจที่สุดว่า ทำไม น้ำเน่า น้ำเหม็น เวลาผ่านป่าโกงกาง น้ำมันหายเหม็น กลับใสสะอาด และมีลูกกุ้ง หอย ปูปลาไปเกิดที่นั่น นี่คือ จุดเริ่มต้นของการวิจัยเมื่อปี 2523 ก่อนที่จะเดินทางไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ด ขององค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศภูฎาน(เป็นคนไทยคนแรกที่ไปประจำที่ภูฎาน) การวิจัยพบว่า แม้ว่ามีจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ที่รากโกงกางหลายร้อยชนิด แต่มีจุลินทรีย์ที่เป็นพระเอก ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสิ่งปฎิกูล และทำให้เกิดกลิ่น หรือมีสารพิษ กลายเป็นไม่มีกลิ่น และย่อยสลายสารพิษได้ในระยะเวลารวดเร็ว แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า เราสามารถแยกเชื้อบริสุทธิ์ของจุลินทรีย์ได้ แต่เราไม่สามารถนำมารวมกันทำงานได้ดีเหมือนกับมันอาศัยอยู่ที่รากโกงกาง จุลินทรีย์ที่เราแยกได้ที่สำคัญได้แก่พวก Pediococcus spp ซึ่งพวกนี้ จะสร้างน้ำย่อยหลายชนิด มากำจัดสารอินทรีย์ทั้งหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื้อจุลินทรีย์ดังกล่าว เป็นพวกแบคทีเรีย ที่อยู่ในของดอง เช่น พวกแหนม กะปิ ปลาร้า ที่มนุษย์สามารถนำเอามาหมักรับประทานได้ นอกจากนี้ เรายังพบว่า ในรากของโกงกาง ยังมีแบคทีเรียจำพวกแลคโตบาซิลัส อยู่สูง แบคทีเรียพวกนี้ มันสามารถย่อยโปรตีนบางชนิดที่เป็นสาเหตุในเกิดการเน่าเหม็นได้ และมันก็คือ แบคทีเรียที่เราใช้ทำนมเปรี้ยว ที่ผลสุดท้ายจากการกินอาหารของมัน ก็จะได้กรดแลคติกนั่นเอง แต่สิ่งที่ถือว่า เป็นสุดยอดของจุลินทรีย์ ที่แทบจะหาจากที่อื่นไม่ได้ ในอีเอ็มก็ไม่มี มีมากในรากโกงกาง และเป็นจุลินทรีย์ที่ไปทำลายล้างสารพิษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าแมลง อัลฟาท๊อกซิน รวมทั้งสารพิษอันเกิดจากโลหะหนักต่างๆ นั่นก็คือ เชื้อยีสต์ ที่เรียกว่า Pichia sp ซึ่งเชื้อตัวนี้เอง ที่มีหลายประเทศซื้อจากอานนท์ไบโอเทคไปทำความสะอาดสารปนเปื้อนต่างๆ ยกตัวอย่าง เช่น เวียตนาม ที่เคยโดนระเบิดนาปาล์ม ที่เป็นสารเคมี ทำให้เวียตนาม ไม่ว่าจะปลูกข้าว หรือแหล่งน้ำ ล้วนแล้วแต่มีสารเคมีอันตรายปนเปื้อน เพราะสารเคมีบางอย่างอาจจะต้องใช้เวลานับร้อยปีกว่ามันจะย่อยสลาย แต่เชื่้อยีสต์ดังกล่าวสามารถทำลายสารพิษดังกล่าวได้ในเวลาอันรวดเร็ว และยังมีเชื้อยีสต์อีกชนิดหนึ่ง ที่ปกติ คนที่ทำไวน์หรือโรงทำเหล้าทั้งหลายกลัวนักกลัวหนา เพราะเวลามันตกเข้าไปในที่หมักเหล้าแล้ว มันก็จะกลายเป็นน้ำธรรมดากับก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์เท่านั้น เราก็พบว่า ในรากของโกงกางมีเชื้อยีสต์ที่เรียกว่า Dekkerra sp. อยู่มาก ซึ่งเชื้อยีสต์นี้ มันสร้างเอ็นไซม์ออกมาอย่างรวดเร็ว สามารถทำลายหรือกำจัดกลิ่นของสารประกอบกำมะถัน ก๊าซมีเทนและแอลกอฮอล์ได้ทันที ก็เพราะเหตุนี้ไง เราจึงเอามันมาเลี้ยงในรำและแป้งแค่ 24 ชม. เท่านั้น สามารถนำมาเป็นยาดับกลิ่น กำจัดกลิ่นปาก หรือแม้กระทั่งของเน่าๆให้ปราศจากกลิ่นได้ทันที ใครก็ตามที่กลิ่นปากรุนแรง ตัวเหม็น เสื้อผ้าเหม็น รองเท้าเหม็น ไม่ต้องไปหายาที่ไหนมาใส่ เอาเอ็นไซม์จากเชื้อยีสต์นี้เอาไปใส่ดูสิ ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น กลิ่นก็จะหายไป การที่เราได้ใช้เวลาตั้งหลายสิบปี ทำการค้นคว้าวิจัยได้มากมายถึงเพียงนี้ จนเราเอามาใช้บำบัดน้ำเสียไปทั่วโลก แม้กีฬาโอลิมปิกที่ปักกิ่ง ก็เอาของเราไปใช้ แล้วยังจะบอกว่า ไม่มีข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์อีกหรือ หรือว่า จะเป็นแผนล่อให้ นักวิชาการเปิดเผยข้อมูลความจริงของชนิดจุลินทรีย์มา ทางอานนท์ไบโอเทคไม่กลัว ไม่เคยปิดบังว่า จุลินทรีย์ที่อานนท์ไบโอเทคผลิตขึ้นมาหลายสิบปี ที่เรียกว่า ยูเอ็ม(Useful microorganisms = UM) นั้น เราไม่เคยหวง และเราก็ใช้ติดต่อกันมานานแล้ว รวมทั้งใช้เป็นตัวหมัก อาหารเสริมจานด่วนที่เรียกว่า นิวคลีโอไทด์ 108 ที่ใช้เพิ่มผลผลิตเห็ดและพืชไง ทุกวันนี้ ทางอานนท์ไบโอเทคก็ผลิตทำสต๊อคไว้ตลอดเวลาในปริมาณ 18,000 ลิตร ขายให้สมาชิกเพียง ลิตรละ 20 บาท ทั้งๆที่ราคาในท้องตลาดอาจจะหลายร้อยบาท นอกจากนี้ก็ยังมีแบบเชื้อบริสุทธิ์ ที่ขายในราคกก.ละ 1,500 บาท สำหรับสมาชิก ดังนั้น หากนักวิชาการที่วิจารณ์แบบนั่งเทียนอยากจะเอาไปพิสูจน์ก็เชิญเลย โดยยินดีจะขายให้ กก.ละ 1.5 แสนบาทต่อ กก.แบบเอาบุญเอาคุณด้วย
ดูคำวิจารณ์ผ่านสื่อในหนังสื่อพิมพ์มติชน ออนไลน์ ฉบับวันที่ 6 พ.ย.2554 เอาเองก็แล้วกัน ส่วนใครอยากจะเห็นหน้าตา ศาสตราจารย์ ด๊อกเตอร์คนนี้ว่า มีหน้าตาประเภทใด ก็เปิดดูจากเวปเอาเองก็แล้วกัน


นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์โดยยืนยันว่า อีเอ็มที่ ทส.โดยกรมทรัพยากรน้ำ และกรมควบคุมมลพิษใช้อยู่ เป็นวัสดุที่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสูตรของกรมพัฒนาที่ดิน (พด.6) ใช้มาแล้วกว่า 20 ปี มีห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (แล็ป) และมีงานวิจัยรับรองที่ชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมาก่อนที่กรมควบคุมมลพิษจะนำไปใช้ในแหล่งน้ำเสียที่ใดก็จะต้องทำ งานอย่างมีขั้นตอน ได้แก่ 1.ไปเก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อใช้ในการวัดปริมาณอ๊อกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ หลังจากนั้นก็จะนำอีเอ็ม บอลล์ หรืออีเอ็ม น้ำ นำไปใส่ตามปริมาณน้ำที่คำนวณไว้ หลังจากนั้นอีกประมาณ 3-4 วันก็จะไปเก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อวัดปริมาณอ๊อกซิเจนที่ละลายในน้ำอีกครั้ง ซึ่งพบว่าปริมาณอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้น แสดงว่าคุณภาพน้ำดีขึ้น

"รับรองว่าไม่ใช่ป้าเชงแน่นอน เพราะว่าคนที่ทำคือนักวิทยาศาสตร์เหมือนกัน เรียนก็เรียนมาเท่ากัน ก่อนจะมาพูดอะไรคิดว่าน่าจะมีการถกเถียงในเชิงวิชาการกันก่อน กระทรวง ทส.เองก็ยอมรับในงานวิชาการ ยอมรับว่าอีเอ็ม มีหลายชนิด แต่ไม่ใช่การออกมาพูดอย่างนี้ ในช่วงนี้เวลานี้ เพราะจำทำให้ประชาชนเกิดความสับสน อย่างไรก็ตาม ทส.จะได้แถลงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยจะนำนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ไปร่ำเรียนมาจากเมืองนอก ซึ่งทำงานด้านนี้โดยตรงมาชี้แจงให้ประชาชนฟัง ประชาชนจะได้ไม่สับสน และยืนยันว่าอีเอ็ม ไม่ได้เพิ่งมาทำตอนน้ำท่วม แต่ทำมาแล้วและเห็นผลมาแล้วกว่า 20 ปี" นายโชติ กล่าว

ก่อนหน้านี้ นายธงชัย พรรณสวัสดิ์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นห่วงกับสังคมเวลานี้ที่กำลังเข้าใจผิดว่า อีเอ็ม หรือน้ำหมักชีวภาพ ทั้งชนิดน้ำและชนิดก้อน หรืออีเอ็มบอลนั้น จะช่วยลดปัญหาน้ำเสีย น้ำเน่า จากสภาพน้ำที่ท่วมขังในเวลานี้ได้ เพราะตามหลักการแล้ว กากน้ำตาลที่หมักเอาไว้ โดยตัวของมันเองก็เหม็นอยู่แล้ว หากเอาไปโยน หรือเทใส่ในน้ำ จะทำให้น้ำที่เน่าเสียนั้นดีขึ้นได้อย่างไร นอกจากนี้ องค์ประกอบในอีเอ็มนั้นคือสารอินทรีย์ การเอาไปใส่ในน้ำ โดยอ้างว่าแบ็คทีเรียในตัวอีเอ็มจะไปเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ ทั้งๆ ที่ในน้ำเสียก็มีปริมาณแบคทีเรียอยู่แล้ว จึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่อีเอ็มจะเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้น้ำ

"เรื่องนี้จึงเป็นเพียงความเชื่อ ที่เชื่อต่อๆ กันเท่านั้น เหมือนที่เชื่อเรื่องน้ำหมักป้าเช็ง ผมเช็กไปยังหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ ต้นกำเนิดอีเอ็ม อย่างประเทศญี่ปุ่น เขาก็ไม่เคยใช้อีเอ็มสำหรับแก้ปัญหาน้ำเสียเลย ไม่กว่ากรณี เหตุการณ์สึนามิครั้งที่ผ่านมา หรือกระทั่งที่อ้างว่า องค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ยอมรับว่ายูเอ็นสามารถแก้ปัญหาน้ำเสียได้ ก็ไม่เป็นความจริง" นายธงชัยกล่าว

นายธงชัยกล่าวว่า ยอมรับว่าอีเอ็มมีประโยชน์จริงกรณีที่ใช้เป็นการปรับปรุงดิน เพื่อให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ เพราะเป็นการเพิ่มปริมาณแบคทีเรียในดิน แต่ถ้าบอกว่า ใส่สารอินทรีย์ ที่มีแบคทีเรีย เพื่อลดปริมาณแบคทีเรียในน้ำ มันไม่มีตรรกะที่สามารถเป็นไปได้เลย

"มีใครมีหลักฐานที่กล้าออกมาพูดและยืนยัน กรณีการได้ผลของการใช้อีเอ็มบ้าง ได้แต่เป็นความเชื่อและพูดต่อๆ กัน ยิ่งมีผู้บอกว่า จะใช้อีเอ็มเป็นวาระแห่งชาติ ผมในฐานะนักวิชาการที่ต้องออกมาพูดความจริงก็ยิ่งเป็นห่วง ยอมรับว่ามันออกจะขัดแย้งกับแนวคิดส่วนใหญ่ และกำลังสวนกระแส ที่คนทั้งประเทศต่างก็ตั้งความหวังกับของสิ่งนี้ และอาจจะถูกต่อต้าน แต่ก็เป็นความจริงที่ต้องพูด" นายธงชัยกล่าว

เมื่อถามว่า แล้วจะต้องทำอย่างไร ในเมื่อเวลานี้ มีการแจกอีเอ็มจำนวนมหาศาลให้ประชาชนแล้ว นายธงชัยกล่าวว่า เรื่องการทำให้น้ำเสียเพิ่มขึ้น คิดว่าคงจะไม่ใช่ปัญหา เพราะปริมาณน้ำ กับปริมาณอีเอ็มที่แจกออกไปเวลานี้ยังถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบสัดส่วนกัน แต่จะเป็นเรื่องการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ไม่คุ้มค่า ที่สำคัญคือไม่ได้ผลเลย





ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว วันนี้ลดลงไปทั้งหมดแล้ว 22 ซม. โดยอัตราการลดวันนี้อยู่ที่ 1.5 ซม. นั่นก็หมายความว่า หากมีการลดระดับนี้ ก็คงใช้เวลาประมาณ 70 วัน จึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ



แม้ว่าอดีตที่ท้ายซอยต่อจากอานนท์ไบโอเทค จะเป็นที่ทิ้งขยะของตลาดไท ที่เจ้าของที่ขุดหน้าดินขาย แล้วเอาขยะจากตลาดไทมาถมแทน โดยใช้เวลาถมขยะนานเป็นปี ดังนั้น แน่นอนที่สุด น้ำที่ไหลเข้าอานนท์ไบโอเทค จึงมีสภาพเป็นน้ำเน่าที่คุณภาพแย่และเหม็นมาก แต่โดยเพราะเจ้ายูเอ็ม จุลินทรีย์จากรากโกงกางสายพันธุ์ไทย ที่ทำงานได้อย่างเหลือเชื่อ จนคนละแวกนั้นต้องเข้ามาดูว่า ทำไมน้ำที่อานนท์ไบโอเทคจึงไม่มีกลิ่นเหม็น และน้ำคุณภาพดีกว่าบ้านคนอื่นในละแวกนั้น รูปที่เห็น เป้นรูปที่ อ.เยาวนุชและลูกสาว (น้องผึ้ง) กำลังตะเวณโรยน้ำยูเอ็มรอบฟาร์มเป็นประจำ จึงทำให้คุณภาพของน้ำดีขึ้นตามลำดับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ดีใจกับอาจารย์ด้วยที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Tue Nov 08, 2011 7:56 pm

ผมดีใจกับอาจารย์ด้วยที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ขอให้ลดลงเร็วๆ จะได้กลับมาฟื้นฟูกันใหม่นะครับ

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ