เริ่มทำอาหารเสริมและส่งของให้ลูกค้าแล้ว

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เริ่มทำอาหารเสริมและส่งของให้ลูกค้าแล้ว

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Nov 24, 2011 12:29 am

แม้ว่าน้ำยังท่วมขังอยู่ ทีแรกก็คิดว่าคงไม่นาน แต่สมาชิกที่น้ำไม่ท่วมและเพาะเห็ดอยู่ ก็โทรมาทุกวัน แล้วก็ถามคำถามเดิมว่า เมื่อไหร่น้ำมันจะแห้ง พวกเราก็ลุ้นกันทุกวัน บางวันมันก็แห้งหรือลดลง 2-3 ซม. บางวันครึ่ง ซม. มาวันนี้ มันกลับสูงขึ้นอีก ไปๆมาๆ บวก ลบกันแล้ว มันทรงๆเดี๋ยวลงเดี๋ยวขึ้น แล้วใครจะรู้ละว่า เมื่อไหร่มันจะแห้ง เหลียวลงไปข้างล่าง ผู้ว่า กทม.ก็ออกหาเสียงเป็นนางงามโชว์ความเอ๋ออยู่ทุกวันว่า คนกรุงเทพเลือกมา ก็จะป้องกันน้ำไม่ให้เข้ากรุงเทพให้ได้ หันไปข้างบนทางอยุธยา บรรดานิคมเขาก็ไปเอาเครื่องสูบเป็นร้อยๆเครื่องมาดูดเอาดูดเอา แล้วก็หันหน้าเครื่องสูบมาหาเราทั้งสิ้น แล้วอย่างขืนรอไปก็ตายลูกเดียว ทั้งๆที่วันก่อน เห็นเอลิคอปเตอร์บินวนไปมา คิดว่า มันคงจะเอาของมาโยนให้คนแถวนี้เพื่อช่วยชีวิตเขาบ้าง ปรากฎว่าไม่ได้โยน เพียงแต่มันมาเก็บภาพเพื่อเอาไปสร้างข่าวเขย่าขวัญและก็ไล่จับยาบ้า พร้อมตัวการค้ายาโดนวิสามัญแถวๆนั้น เอาเป็นว่า ช่างมันเถอะ ถือว่า มันเป็นกรรมที่เราไม่ได้ก่อก็แล้วกัน สู้ตั้งหน้าตั้งตาหาทางแก้ปัญหาของเราเองดีกว่า ก็เลยมาคุยกับสมาชิกว่า เอาล่ะ จะอย่างไรเราก็จะทำหัวเชื้อและอาหารเสริมให้ได้ เราจึงเอาแพที่ต่อไว้ชั่วคราว ลากมาให้ใกล้กับแพที่เคยเป็นที่พักพิง อ.เยาวนุชและลูกสาวก็ทำหลังคาชั่วคราว โดยไปหาเศษสแลนมาขึงกันแดด แล้ว ดร.อานนท์ กับหัวหน้าพนักงาน คือ ลุงบุญล้ำ ช่วยกันทำอาหารเสริมแบบย้อนยุค ด้วยการผสมด้วยมือ ซึ่งเป็นวิธีเดียวกันที่เริ่มทำอาหารเสริมเมื่อ 30 ปีก่อน นี่ก็มาเริ่มใหม่อีก ส่วนวัตถุดิบที่เป็นส่วนผสม ก็ได้รับความร่วมมือและน้ำใจของโรงงานต่างๆเอามาให้ แม้ว่าจะเอาเข้ามาลำบาก เพราะตำรวจทางหลวงไม่ยอมให้รถบรรทุกเกิน 5 ตันผ่าน ก็เลยบรรทุกมา 10 ตัน แล้วจอดไว้ที่ถนนวงแหวน จากนั้น ดร.อานนท์ ก็เป็นสารถีขับรถไปทอยใส่รถกระบะครั้งละ 2 ตัน ถึง 5 เที่ยว จนเหนื่อยหลับคารถไปเลย เมื่อผสมเสร็จก็เอาไปส่งให้ลูกค้าที่อุบล โดยบริษัทขนส่งย้ายหนีน้ำไปอยู่ที่ถนนพระราม 3 ตรงถนนสะแกกัง เลยห้างโลตัสไปเล็กน้อย ทีรักนัดลุงเส็ง คนขับรถมาขับให้ ปรากฎว่า แกก็ต้องทำความสะอาดบ้าน เพราะบ้านของแกอยู่ที่คลอง 3 น้ำก็ยังท่วมสูงอยู่ ไปๆมาๆ ก็ ดร.อานนท์อีก ต้องขับรถกระบะส่งของ ไปส่งที่พระราม 2 แบบทุลักทุเลที่สุด เพราะก่อนไป ก็สอบถามตำรวจ 191 ว่า จากประตูน้ำพระอินทร์จะไปพระราม 2 ไปทางไหน ตำรวจผู้รับสายก็ตอบแบบมั่นใจและฉะฉานว่า "เอาอย่างนี้พี่ ให้พี่ขับออกไปทางถนนวงแหวนตะวันตก แล้วพี่ก็ขึ้นทางด่วนจากวงแหวนนั่นแหละ มุ่งตรงอย่างเดียว โดยดูที่ป้าย เขาจะบอกว่าไปดาวคะนอง ขอให้พี่ตรงไปอย่างเดียว ไปตามป้ายก็แล้วกัน รับนรองถึงแน่พี่" พอถึงภาคปฎิบัติ เราก็จัดการบรรทุกของเต็มที่เลย เพราะฟังจากตำรวจแล้ว นี่มันไม่ยากนี่หว่า เลยบรรทุกไปมากกว่า 2 ตัน เล่นเอาทั้งแหนบ ทั้งโช๊คแอ่นเลยก็ว่าได้ เสร็จแล้วกํบขับรถมุ่งตรงไปยังวงแหวนรอบนอก แต่ก่อนจะเข้าวงแหวน ก็จัดการเติมน้ำมูกน้ำมันให้พร้อม เป็นการไม่ประมาทตามประสาของผู้เชี่ยวชาญผู้คร่ำหวอด จากปั้มน้ำมัน ก็ได้กดเข็มวัด กม. เพื่อจะได้เช็คว่าที่ใหม่นี้มันไกลใกล้กว่าที่เก่า(นี่แสดงว่า ศึกษาเสียทุกเรื่อง) และแล้วก็ขับตรงไปด้วยความเชื่อมั่น ใจก็ชักชมว่า เอ้อ ตำรวจ 191 เขาดีมีน้ำใจน๊ะ แต่พอถึงทางเลี้ยว จากพหลโยธินจะเข้าวงแหวนรอบนอก เห็นป้ายบอกว่า น้ำท่วมรถเล็กผ่านไม่ได้ ก็เลยบอกลุงล้ำว่า ไม่ต้องห่วง เพราะมันอาจจะเป็นป้ายเก่า(ทั้งๆที่ตัวหนังสือเขียนใหม่ แต่ก็ด้วยความที่เชื้่อตำรวจ 191 ไง)ที่ตำรวจแถวนี้เขาคงขี้เกียจเอาออก นี่เราตรวจสอบสดๆร้อนๆจาก ตำรวจ 191 ว่าไปได้สบายมาก ตรงไปอย่างเดียวพี่ แต่พอขับต่อไปยังไม่ถึง 1 กม. เห็นรถเล็กรถใหญ่จอดทอดปลา กินข้าว หุงหาอาหารอยู่กันกลางถนน ประมาณว่าอยู่กันมาเป็นเดือนแล้ว โธ่ 191 เอ๋ย มันหลอกกันชัดๆนี่หว่า แล้วเราจะทำไงดี รับปากสมาชิกทางอุบลไว้แล้ว และเราจะลุยน้ำได้ไง แน่นอนไม่ได้แน่ๆ แต่เราจะถอยกลับได้ไง ไม่รู้จะทำไงดี แต่ก็มาคิดถึงตอนเกิดกลียุค เกิดสงครามกลางเมือง ที่กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ขณะที่เราเอาลูกน้อยสองคนและภรรยาคนปัจจุบัน(มีคนเดียวมาตั้งแต่อดีต แล้วก็ว้ำๆๆๆอยู่นั่นจนถึงปัจจุบัน)อยู่ในรถ พอเห็นเขายิงกัน เขาปาระเบิด ก้ด้วยสัญชาตญาน เราก็ถอยกรูดกลับหน้าเป้นหลังทันที แล้วขับย้อนศรเป็นไงเป็นกัน นี่ก็เอาประสบการณ์นี้มาใช้ครั้งนี้ด้วย ทีนี้พอย้อนศรแล้วเราจะไปเลี้ยวรถที่ไหนต่อ พอเหลือบเห็นป้ายบอกว่า ทางไปทางยกระดับทางด่วนบางปะอิน ด้วยความที่ทุกอย่างมันฉุกละหุกชุลมุนก็เหลียววับไปตามป้ายดังกล่าว เพราะคิดว่า อ๋อนี่ไงที่ 191 บอกว่าตรงไปเลยพี่ ก็เลยตรงไปแล้วได้เรื่องจริงๆ เพราะเราจะไปพระราม 2 แต่ทางที่เราขึ้นไปนั้น เป็นทางที่ไปบางนา สนามบินสุวรรณภูมิ ชลบุรี ก็เลยจอดรถติดต่อประสานงานไปทางคุณรวิพรว่าไม่ไหวแล้ว หลงทิศหลงทางแล้ว ช่วยโทรไปหาตำรวจอีกทีสิ แต่คราวนี้อย่าโทรไปที่ 191 เด็ดขาด เพราะเดี๋ยวแกก็จะบอกว่า ตรงไปเลยพี่ สักพัก คุณรวิพรก็โทรบอกว่า ไปได้ ขับตรงไปเรื่อยๆ ให้ดูป้าย ไปทางบางนาแล้วก็ตรงไปเรื่อยๆ ฟังดูแล้ว หากว่าตรงไปเรื่อยๆมันต้องเป็นสมุทรปราการสิ ต้องไปฟาร์มจรเข้สิ เลยตัดสินใจว่า ปิดโทรศัพท์ดีกว่า แล้วค่อยๆคลำหาทางเอา พอขับเลยลำลูกกาไปแล้ว เห็นเขามีทางด่วนพิเศษเปิดใหม่ ชื่อ ฉลองรัช แล้วเขียนว่า ไปดาวคะนอง เลยใช้เส้นทางนั้น ไปถึงจุดมุ่งหมายโดนสัสดิภาพและทันเวลาที่รถเขากำลังปิดรับของพอดี จุดที่เสียวที่สุด คือ ช่วงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาสะพานสูงมาก รถติดหนึบทีเดียว ด้วยความที่เราบรรทุกนัก และรถติด ต้องเลี้ยงเกียร์ต่ำอยู่ตลอดเวลา จนคลัชไหม้ควันออกทั่วทั้งตัวรถ ซึ่งก็ดีไปอย่าง รถที่ตามมาข้างหลังรีบแซงหนีกันจ้าละหวั่น(สนุกจริงๆโว้ย) เอาล่ะ นี่เป็นสัญญานที่ดี มันเป็นชะตากรรมชีวิตของ ดร.อานนท์ ที่เริ่มต้นทำอะไรแล้วมันติดๆขัดๆแล้วยาก จะต้องฟันฝ่ามันด้วยปฎิภาณและความสามารถ นั่นก็เป็นตัวชี้ว่า จากนี้ไปอุปสรรคขวากหนามที่ขวางหน้าก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ คราวนี้รวยและยิ่งใหญ่แน่ๆ สาธุ



ขณะที่ไปทำงานอยู่ที่ประเทศไลบีเรียและประเทศเซียราลีโอน ท่วมกลางสงครามการเมืองมหาโหด เช่นเดียวกับมหาอุทกภัยน้ำท่วมในเมืองไทย เพราะฝีมือมนุษย์นั้น สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ต้องอาศัยอยู่กับน้ำ จากประสบการณ์ดังกล่าว พอทราบว่า มีการเปิดเขื่อนมากผิดปกติ ดร.อานนท์ จึงไปกว้านซื้อแท่นวางหม้อแปลงไฟฟ้าที่เขาส่งมาจากต่างประเทศและชำรุด เขาขายเป็นของเก่า แต่เอามาใช้เป็นทุ่นทำแพได้เป็นอย่างดี ก็เลยเอามาต่อเป็นแพสำหรับบรรทุกรถ และเก็บของมีค่าหลายชนิดหนีน้ำ บัดนี้ น้ำลดลดลง และของที่เก็บไว้ก็มีสมาชิกเอาไปเกือบหมดแล้ว จึงเอาแพนั้นมาทำเป็นลานสำหรับผสมอาหารเสริม

อ.เยาวนุช เอื้อตระกูล คู่ชีวิต ดร.อานนท์ และลูกสาว มีหน้าที่ทำหลังคาชั่วคราว เพื่อป้องกันแดดจ้าขณะทำงาน สำหรับ อ.เยาวนุช ไม่ว่าจะอยู่ต่างประเทศหรือในประเทศไทย คนขายของให้ต้องตามมาดูเป็นประจำ เพราะเวลาซื้ออะไรไปแล้ว แกจะใช้และดัดแปลงแบบสุดๆ ชนิดที่ว่า ซื้อของไปแล้ว คนขายลืมไปเลย เพราะแกจะเอาไปดัดแปลงอยู่ตลอดเวลา อะไรเก่า อะไรเสีย แกก็จะเอามาดัดแปลงใช้ให้จงได้ ก็ดูตัวอย่างหลังคามัลติคัลเลอร์นี้ดูก็แล้วกัน ทั้งมัด ทั้งผูก ทั้งเย็บ ทั้งปะ


ดร.อานนท์ บอกว่า นี่คือ ภาพย้อนยุค โดยย้อนไปเมื่อ 30 กว่าปีมาแล้ว ได้ทำการผสมอาหารสำเร็จรูปขึ้นเช่นนี้ ที่ปั็มน้ำมันสามทหาร(ก่อนที่จะมาเป็น ปตท.) ที่หน้า ม.เกษตร ตอนนี้ก็ต้องกลับย้อนไปทำแบบเดิม โดยรับรองว่า คุณภาพคับแก้ว เป็นผลิตภัณฑ์แอนเมท(Handmade) ร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ว่า เนื้อของผลิตภัณฑ์ไม่เนียนแบบผสมด้วยเครื่อง แต่คราวนี้ เป็นการผสมแบบพิถีพิถัน แล้วใส่หัวใจเข้าไปด้วย เป็นอาหารเสริมที่ ดร.อานนท์ลงมือทำด้วยมือแท้ๆอีกครั้งหนึ่ง จึงขอวิงวอนสมาชิกที่ต้องการ กรุณาอย่าสั่งเยอะเกินไป เพราะแค่นี้ก็หนักเอาการแล้ว จงอย่าทรมานสังขาร สว.(คนสูงวัย)เลย


ทั้งกรอกถุงและเย็บถุง ทุกอย่างเบ็ดเสร็จอยู่บนแพเลย เป็นอันว่า พร้อมแล้ว ลุยแล้ว อะไรก็ยั้งไม่อยู่แล้ว และพวกเรากำลังจะรวยแล้ว มาต่อแถวความสำเร็จกันเถอะพี่น้อง

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ