อาลัยรักท่านนายกสมัครที่จากพวกเราไปแล้วครบ 2 ปี เมื่อวันที่ 24 พ.ย.2552 และวันนี้จะขอเปิดเผยรายละเอียดว่า ทำไม ดร.อานนท์จึงไปพบท่านนายกสมัครที่บ้าน

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

อาลัยรักท่านนายกสมัครที่จากพวกเราไปแล้วครบ 2 ปี เมื่อวันที่ 24 พ.ย.2552 และวันนี้จะขอเปิดเผยรายละเอียดว่า ทำไม ดร.อานนท์จึงไปพบท่านนายกสมัครที่บ้าน

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sat Nov 26, 2011 12:21 am

เมื่อกลางปี 2552 ดร.อานนท์ได้รับเชิญจากท่านอดีตนายกสมัคร ให้ไปร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวของท่านที่บ้านพัก หลังจากที่ท่านมีสุขภาพดีขึ้น โดย ทางผู้ดูแลเวปได้เอาประมวลรูปที่เข้าพบท่านอดีตนายกสมัครมาลงไว้ในเวปหน้าแรกนี้ด้วย โดยไม่มีรายละเอียดมากนัก จึงเกิดข้อสงสัยและถามไถ่กันพอสมควร แต่ก็ได้ถูก ดร.อานนท์ ทัดทานเอาไว้ว่า อย่าเพิ่งเอาความจริงมาพูดในช่วงที่คราวคราวเกี่ยวกับตัวท่านอดีตนายกสมัครที่ยังเป็นที่สนใจของสังคมอยู่ ยิ่งช่วงที่ท่านถึงอนิจกรรมและงานพระราชทานเพลิงศพ เพราะ หากจะพูดอะไรระยะนั้น เดี๋ยวจะโดนกล่าวหาว่า โหนกระแส และกลัวบางท่านจะกล่าวหาว่า มีผลประโยชน์ในการทำข่าวอะไรทำนองนั้น เลยเงียบมาโดยตลอด จนกระทั่งมาวันนี้ ถือว่า น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว ที่จะเอาความจริงมาเล่าให้แก่สมาชิกและท่านที่สนใจได้รับรู้ต้นสายปลายเหตุว่า ทำไมท่านอดีตนายกสมัคร ถึงเชิญ ดร.อานนท์ไปทานอาหารกับครอบครัวของท่านที่บ้านพักซอยโอฬาร 2 ถนนนวมินทร์ นั้น ต้องเล่าถึงต้นสายปลายเหตุเสียก่อนว่า ดร.อานนท์ ไม่เคยรู้จักกับท่านอดีตนายกสมัครเป็นการส่วนตัวมาก่อนเลย และก็ไม่เคยคุยหรือเจอกันมาก่อน แม้ว่า ท่านเพียงเดินสวนอย่างรวดเร็ว ในช่วงงานฉลองงานวันชาติของประเทศภูฎาน ปี 2550 ที่ท่านและ ดร.อานนท์ ก็ไปงานเดียวกัน แต่ไม่ได้พูดคุยกัน แต่มีครั้งหนึ่ง ก่อนที่ท่านจะมาดำรงตำแหน่งเป็นนายก ท่านได้ส่งคณะถ่ายทำทีวี มาขอถ่ายทำเรื่องการเพาะเห็ดและสัมภาษณ์ ดร.อานนท์ เพื่อจะเอาไปประกอบในรายการชิมไปบ่นไป ที่ท่านโดนไล่ออกจากการเป็นนายก ที่กลายเป็นข่าวตลกระดับโลกไปนั้น พอมาช่วงที่ท่านเป็นนายก ท่านก็ออกรายการนายกสมัครพบประชาชน โดยวันหนึ่ง ท่านได้พูดถึงเรื่อง การส่งเสริมอาชีพ และท่านก็ได้ยกเอาตัวอย่างการเพาะเห็ด เป็นอาชีพที่ดีที่น่าส่งเสริม และท่านก็ได้กล่าวอ้างว่า เรื่องวิชาการนั้น เราก็ไม่น้อยหน้าใคร เรามีถึงผู้เชี่ยวชาญเห็ดในองค์การค้าโลก ชื่อ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ซึ่งท่านก็บอกว่า น่าจะเชิญให้กลับมาช่วยบ้างเมืองเรา ซึ่งวันนั้น เป็นวันที่ ดร.อานนท์กลับมาจากต่างประเทศและได้ยินข่าวบนรถแท๊กซี่พอดี โดยไม่ได้คิดอะไรมากเลย จนกระทั่งวันหนึ่งประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2552 ได้มีนายทหารท่านหนึ่ง ได้มาซื้อของที่อานนท์ไบโอเทค แต่มาตอนคนงานหยุดพักเที่ยงพอดี เลยไม่มีใครมาต้อนรับ เผอญว่า ดร.อานนท์อยู่ที่นั่น กำลังวุ่นอยู่กับการเพาะเห็ดกระดุมบราซิล และเห็ดเป็นยาเพื่อการส่งออกอยู่ นายทหารคนดังกล่าว ก็ตรงเข้ามาหา แล้วทักทายกันราวกับว่า รู้จักกันมานานแล้ว แต่ความจริงก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะนายทหารคนนี้ เป็นนายทหารระดับผู้การ เป็นหัวหน้าคณะทหาร ที่จะเอาก้อนเชื้อเห็ดใส่เครื่องบินไปบริจาคให้แก่ผู้ประสพอุทกภัยพายุนากีส ที่ประเทศพม่า และนายทหารดังกล่าว เคยเป็นลูกศิษย์ของ ดร.อานนท์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 ที่ค่ายกาวิละ เชียงใหม่ เมื่อครั้งที่ท่านเป็นผู้หมวดใหม่ๆอยู่ ท่านก็ถามดร.อานนท์ว่า กำลังทำอะไรอยู่ ดร.อานนท์ก็ตอบว่า กำลังผลิตเห็ดเป็นยา เพื่อส่งออก และก็ใช้ในการรักษาพี่สะไภ้ที่เป็นโรคมะเร็ง ที่หมอไม่ยอมรับรักษาแล้วขอให้เอาผู้ป่วยกลับมาพักอยู่ที่บ้านเป็นวาระสุดท้าย แต่พอทานเห็ดเป็นยาไป อาการก็ดีเป็นปกติค่อนข้างรวดเร็ว จนแพทย์งง ว่าเป็นไปได้ไง แล้วก็มีแพทย์จากโรงพยาบาลดังๆหลายแห่ง ก็มาขอเอาเห็ดเป็นยาไปรักษาผู้ป่วยมะเร็งกันหลายราย ส่วนใหญ่แล้วก็ได้ผล นอกจากนี้ ดร.อานนท์ กัยังได้เล่าให้ฟังถึง คนงานเหมืองทอง ที่ส่วนใหญ่ พอทำงานในเหมืองทองที่อยู่ใต้ดินนานๆ ก็จะเป็นมะเร็งปอดตายในอายุที่ยังฃไม่มาก โดยเจ้าของเหมืองทอง คือ ท่านเซอร์แซมโมเอล โจนาท ที่สนิทสนมกับ ดร.อานนท์ เป็นลูกค้าสำคัญ(เพราะท่านมีเหมืองทอง 17 แห่งทั่วโลก มีคนงานมากกว่า 1.4 ล้านคน) พอนายทหารท่านนี้ได้ฟังดังนั้น ท่านจึงขอร้องว่า หากดีจริง อยากให้ ดร.อานนท์ ส่งเห็ดเป็นยาไปให้ท่านอดีตนายกสมัคร ที่กำลังป่วยหนักอยู่ขณะนั้น โดยหลังจากท่านไปรับการรักษาตัวที่อเมริกา อาการก็ไม่ดีขึ้น เลยกลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จนกระทั่ง อาการของท่านทรุดลงมาก จนหมดหนทางที่จะรักษาแล้ว ทางอดีตนายกเองและสมาชิกในครอบครัว มีความประสงค์ที่นำท่านกลับไปดูแลที่บ้าน ที่ท่านสร้างขึ้นมาและผูกพันธ์สถานที่นี้มาก ในช่วงที่ท่านกลับมาอยู่ที่บ้านนั้น ท่านไม่อนุญาตให้ใครติดต่อหรือมาเยี่ยม ก็มีเฉพาะสมาชิกในครอบครัวเท่านั้น เมื่อ ดร.อานนท์ได้รับทราบเช่นนั้น ก็อยากจะช่วย โดยพยายามติดต่อไปทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นคนสนิทท่าน อดีตเลขาของท่าน โดยให้น้องสาวของ ดร.อานนท์ช่วยติดต่ออีกทางหนึ่งก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะไม่มีใครที่จะสามารถเข้าไปที่บ้านหรือติดต่อคนในบ้านท่านได้เลย โทรไปถามเบอร์บ้าน ระยะแรกทางองค์การโทรศัพท์ปฎิเสธที่จะให้เบอร์โทร. เพราะถือว่าเป็นเบอร์บ้านวีไอพี แต่พอ ดร.อานนท์ ได้ขอร้องและเล่าให้ฟังว่า มีความจำเป็นที่จะติดต่อใครก็ได้ที่อยู่ใกล้ท่านอดีตนายก เพื่อจะได้เอาเห็ดเป็นยา ที่เคยรักษาคนอื่นแล้วดีขึ้น ก็โชคดีที่พนักงานเป็นคนที่ชื่นชอบท่านอดีตนายกอยู่แล้ว ก็ให้เบอร์มา พอได้เบอร์มา ดร.อานนท์ก็ไม่กล้าโทรไป เพราะไม่แน่ใจว่า โทรไปแล้ว เขาจะรับสายไหม หรือว่ารับแล้ว เขาไม่รู้จักเรา แล้วเขาจะฟังเราหรือ หรือว่า หากเขาเอาเห็ดเป็นยาไปให้ท่านอดีตนายก เกิดท่านเอาทานแล้ว มีอันเป็นไปอย่างไม่คาดฝัน เราก็จะกลายเป็นจำเลยฆ่าคนไปด้วย ตอนนั้น จำได้เลยว่า เห็นดร.อานนท์กระสับกระส่าย เดินไปเดินมา ใครคุยด้วยก็ไม่คุยด้วย เพิ่งมาทราบทีหลังว่า ท่านกำลังกลุ้มเรื่องการติดต่อท่าอดีตนายกสมัครอยู่ ตอนหลัง เห็น ดร.อานนท์หายไปนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์แล้วพิมพ์หนังสือออกมา พร้อมทั้ตัดสินใจส่งแฟกซ์ ซึ่งทราบมาภายหลังคือ แฟกซ์ไปที่บ้านท่านสมัคร โดยแนะนำตัวว่าชื่ออะไร แล้วก็อ้างถึงว่า เป็นคนที่ท่านอดีตนายกเอ่ยถึงเรื่อง ผู้เชี่ยวชาญเห็ด ที่ไปประจำอยู่ในองค์การโลกมา แล้วก็วกเข้าเรื่องว่า ทุกวันนี้ ทำการผลิตเห็ดเป็นยาส่งออก แล้วเห็ดที่ส่งไปเยอรมัน อเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลียนั้น ส่วนใหญ่เป็นเห็ดที่เขาเอาไปใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งขั้นสุดท้าย นอกจากนี้ ก็ใช้เห็ดเป็นยาพวกนี้ รักษาพี่สะไภ้ที่เป็นมะเร็งท้องโต(Ascites cancer) อาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว พอส่งแฟกซ์ไปแล้ว ดร.อานนท์ก็ไปทำหัวเชื้อเห็ดต่อ โดยไม่คิดอะไรมากเลย และก็ไม่ได้เอาโทรติดตัวไปด้วย วันที่ส่งแฟกซ์ คือ วันเสาร์ที่ 23 พ.ค. 2552 เวลา 8.30 น. พอตกบ่ายของวันเดียวกัน คุณรวิพร ที่ดูแลร้านของอานนท์ไบโอเทคติดต่อมาบอกว่า ท่านอดีตนายกโทรมาหาตั้งหลายครั้งแล้วทำไมไม่รับสาย (ที่ไม่รับ เพราะมัวแต่ทำข้าวฟ่างอยู่ โดยปกติจะไม่รับโทร.อยู่แล้ว) พอรู้ว่า ท่านอดีตนายกโทรมา จึงรีบโทรกลับไปหาท่าน แล้วท่านก็เป็นคนรับสายเอง ซึ่งเสียงของท่านดูเหนื่อยมาก เลยไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่เรียนท่านว่า ขอให้ท่านส่งใครมาเอาเห็ดด่วนเลย คุณหญิงสุรัตน์ ภริยาคู่ชีวิตของท่านน่าจะอยู่ใกล้ๆกับท่าน บอกว่า คุณหญิงจะมารับเอง โดยจะมาเอาที่อานนท์ไบโอเทคเลยวันพรุ่งนี้เวลาสามโมงเช้า(แต่ ดร.อานนท์ไม่ได้ยินคำว่าเช้า และไม่ได้คิดว่าสามโมง(ที่ไม่ได้ยินคำว่าเช้า)หมายความว่า 9 โมงเช้า) ท่านนายกสมัคร ก็บอกคุณหญิงว่า อย่าไปพรุ่งนี้ เพราะเป็นวันอาทิตย์ มันจะรบกวน ดร.อานนท์ในวันหยุด ดร.อานนท์ ก็บอกว่า สำหรับท่านแล้ว มาได้ตลอด 24 ชม. หรือจะเอาไปให้ก็ได้ ดูท่านจะเกรงใจมาก ท่านบอกอย่ารบกวนเลย เดี๋ยวจะให้คุณหญิงไปเอา ด้วยความที่คิดว่า สามโมง คือ บ่ายสามโมง การที่ผู้ใหญ่จะมาหา แล้วเอายาไปให้ผู้หลักผู้ใหญ่นั้น เราต้องมีข้อมูลที่แน่นจริง ดังนั้น ดร.อานนท์จึงเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องมากมาย แล้วก็พยายามที่จะพิมพ์ออกมาให้ทันก่อนคุณหญิงจะมา ปรากฎว่า เครื่องพิมพ์เสียกระทันหัน ประกอบกับคิดว่า คุณหญิงจะมาตอนบ่าย เลยขับรถไปที่เซียร์แต่เช้า เพื่อเอาเครื่องพิมพ์ไปซ่อม แล้วก็ดันไปเจอร้านลูกศิษย์เสียอีก แกก็คุยๆๆๆๆอยู่นั่น พอ 9 โมงตรง ปรากฎว่า วันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค 2552 คุณหญิงมารออยู่ที่ร้านแล้ว เลยให้คุณรวิพร พาคุณหญิงไปรอที่ซอยไอยรา 38 ก่อน แล้ว ดร.อานนท์ก็รีบขับรถกลับมาเพื่อพบกับคณะของคุณหญิง เมื่อได้คุยกันพอสังเขปและทราบว่า ท่านอดีตนายกมีอาการน่าเป็นห่วงมากแล้ว ทานอาหารไม่ได้แล้ว นอนก็ไม่ได้ ท้องร่วงตลอดเวลา ท่านเองก็คงทรมานมาก ทำให้คนทั้งครอบครัวทรมานตามท่านไปหมด ลิ้นของท่านไม่รับรสแล้ว ในส่วนของตับนั้น คณะแพทย์ได้กระซิบบอกคุณหญิงว่า เลือดออกมาก เป็นอาการสุดท้ายจริงๆแล้ว แต่ท่านก็ยังมีสติสัมปชัญญะพูดคุยรู้เรื่องอยู่ จากนั้น ดร.อานนท์ ได้พาคณะของคุณหญิงไปดูเห็ดที่ใช้เป็นยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เห็ดกระดุมบราซิล


ภาพคุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวศ พี่สาวและน้องสาวคุณหญิงได้เก็บเอาดอกเห็ดกระดุมบราซิลสดๆไปต้มให้ท่านนายกสมัครทานด้วย
เมื่อคุณหญิงได้เห็ดเป็นยา และเห็ดกระดุมบราซิลสดๆไปให้ท่านนายก ท่านก็นำเอาไปให้ท่านายกทานทันที หลังจากที่คุณหญิงคล้อยหลังไปแล้ว ดร.อานนท์และ อ.เยาวนุช กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะมันเป็นการเสี่ยงเหลือเกินที่ตัดสินทำเช่นนั้น หากเกิดอะไรขึ้น เราต้องโดนข้อหาแน่ๆ วันที่ 24 ผ่านไป(ท่านคงเอาไปทานช่วงบ่ายเลย) วันที่ 25 พ.ค. เป็นวันที่กระสับกระส่ายที่สุด นั่งก็ไม่ได้ เดินก็ไม่ได้ นอนก็ไม่ได้ ทั้ง ดร.อานน์และ อ.เยาวนุช เพราะทุกอย่างมันเงียบไปหมด ครั้นจะโทรไปหาคุณหญิงก็ไม่กล้า ทั้งๆที่ท่านให้เบอร์โทรสายตรงไว้ วันนั้นเป็นวันที่ทรมานใจที่สุด จนกระทั่งตอนเย็นวันที่ 26 พ.ค. คุณหญิงโทรมา โดยท่านก็ไม่อยากโทรมา กลัวจะรบกวนทางเรา แต่ท่านบอกว่า ท่านห้ามใจไม่ได้ ที่จะต้องโทรมา เพราะท่านลุ้นกันทั้งครอบครัว(ทางเราก็ลุ้นยิ่งกว่าลุ้นเสียอีก)โดยท่านบอกว่า มันเกิดเรื่องเหลือเชื่่อเกิดขึ้นกับ ท่านนายก เพราะตลอดเวลาที่พาท่านกลับมาบ้านนั้น ท่านทรมานมาก นั่งก็ไม่ได้ นอนก็ไม่ได้ ลิ้นไม่รับความรู้สึกอะไรเลย ทานอะไรก็ไม่ได้ อาการทรุดไปเรื่อยๆ แต่พอทานเห็ดเข้าไปแค่คืนเดียว ท่านนายกนอนได้ และพอท่านทานได้ถึงเย็นของวันที่สอง ลิ้นท่านมีความรู้สึกว่า อยากทานน้ำและอาหารขึ้น มาวันนี้ ท่านนายกขอทานข้าวต้มเพราะเริ่มมีความอยาก คุณหญิงบอกว่า ทุกคนในบ้านดีใจมาก วันที่ 28 พ.ค. ท่านสั่งให้คนขับรถพาท่านออกไปที่สะพานขาว เพื่อไปทานอาหารที่ร้านประจำของท่าน ซึ่งสร้างความงงงวยให้แก่ทุกคนในครอบครัวว่าเป็นไปได้อย่างไรที่ท่านป่วยถึงขนาดที่หมอหมดหนทางรักษาแล้ว แล้วก็มาทานเห็ดเป็นยาแค่ 2-3 วันเท่านั้น มันไม่น่าจะมหัศจรรย์อะไรปานนั้น แต่ก็เป็นจริงเช่นนั้น ตามที่คุณหญิงโทรมาเล่าให้ฟัง ทางพวกเราก็ได้แต่ขอภาวนาให้ท่านหายวันหายคืน แล้วก็บอกท่านว่า ไม่ต้องห่วง ทางเราจะจัดเอาเห็ดที่ดีที่สุดผสมให้ท่านโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพราะการที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยชีวิตท่าน แม้จะอยู่เบื้องหลัง ปิดทองก้นพระก็ยอม และรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้น อาการของท่านก็ดีวันดีคืน และท่านก็กลับไปตรวจเช็คร่างกายใหม่อีกที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ท่านจะได้กลับไปได้อีก ท่านจึงเชิญบรรดาแพทย์มาพบ แล้วก็บอกแพทย์ที่เกี่ยวข้อง หรือใครก็ตามที่มาเยี่ยมท่าน โดยท่านก็ได้พูดถึงเรื่องความมหัศจรรย์เห็ดเป็นยาที่ช่วยชีวิตท่านเอาไว้ได้ พอหมอตรวจดูตับที่ล้มเหลวไปแล้ว มีเลือดออกไม่หยุด เป็นอาการขั้นวิกฤตแล้ว แต่ปรากฎว่า ตับของท่านไม่อักเสบต่อ ส่วนที่เป็นมะเร็งอยู่ ก็จะหยุดอยู่แค่นั้น ส่วนอื่นๆดีหมด ยกเว้นเกล็ดเม็ดเลือดยังต่ำอยู่ พอท่านทานเห็ดได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ท่านมีความรู้สึกว่า ท่านน่าจะหายดีเป็นปกติแล้ว โดยท่านกลับมาทานอาหารได้ทุกชนิดดั่งเดิม เมื่อท่านมีอาการดีขึ้นมาก ท่านก็โทรคุญ ดร.อานนท์และ อ.เยาวนุชหลายครั้ง โดยท่านอยากให้ ดร.อานนท์ไปจดทะเบียนและขอใบอนุญาต อย.เสีย ก็เลยเรียนท่านไปว่า เคยไปขอแล้ว ทาง อย.เขาให้ไม่ได้ ท่านก็เลยช่วยติดต่อให้ ผลสุดท้ายท่านก็โทรมาบอกอีกว่า ถูกต้องแล้วล่ะว่า ทาง อย.เขาไม่ออกให้ โดยท่านบอกว่า ถ้าอย่างนี้ น่าจะเอาไปจดทะเบียน อย. เป็นพวกสมุนไพร ท่านก็พยายามติดต่อให้ แต่ก็ไม่ได้อยู่ดี มีทางเดียวเท่านั้น คือ ไปผลิตที่ต่างประเทศ แล้วก็เอาใบอนุญาตของต่างประเทศมาขอออก อย.ในไทย อย่างนี้เป็นไปได้ ทาง ดร.อานนท์ โดยผ่านทาง อ.เยาวนุช ผ่านทางคุณหญิง ได้ติดต่อกันอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และทุกๆ3-5 วัน คุณหญิงก็จะเป็นคนมาเอาเห็ดเป็นยาไปให้ท่านนายกเป็นประจำ จนกระทั่งท่านนายกคงจะเกรงใจ เพราะตั้งแต่ติดต่อกันมา ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนเลย มีแต่มาเอายาไปทานอยู่ฝ่ายเดียว ท่านจึงให้คุณหญิงโทรมาเชิญให้ไปทานอาหารกับท่านเป็นกรณีพิเศษ โดยท่านนายกจะเป็นคนปรุงอาหารเลี้ยง โดยขอเชิญญาติๆสนิทไปด้วย โดยนัดวันที่ 7 กรกฎาคม 2552 เวลา 12.00 น. ทาง ดร.อานนท์ ได้พาลูกๆ พี่ชาย หลาน พี่สาว(ลูกป้า ที่ดูแล ดร.อานนท์ในช่วงเป็นนิสิต เหมือนมารดาคนที่สอง คือ คุณ ปรานอม อาศิรพงษ์พิสิฐ) รวมทั้งหมด 8 ชีวิต


บรรยากาศงานเลี้ยงขอบคุณ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล โดยท่านอดีตนายกสมัคร เป็นผู้ปรุงอาหารที่ท่านชอบเป็นกรณีพิเศษ รับประทานร่วมกับสมาชิกในครอบครัวของท่านและของ ดร.อานนท์ ที่บ้านพักของท่านซอยโอฬาร 2 วันที่ 7 กรกฎาคม 2552

ท่านนายกสมัครมอบรูปถ่ายเต็มยศของท่าน พร้อมลายเซนต์ ที่ทรงค่ายิ่ง โดยเขียนด้วยลายมือท่านว่า " ที่ระลึก -- สำหรับอาจารย์อานนท์ เอื้อตระกูล ที่ท่านอาจารย์ได้กรุณาให้ความอนุเคราะห์ จนผมได้กลับคืนสู่สภาพปกติ " ลงชื่อ และวันที่ 7 กรกฎาคม 2552 พร้อมทั้งสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท และพระเลี่ยมทอง ที่ท่านนับถืออีก 1 องค์

ในระหว่างที่ได้ร่วมรับประทานอาหารกับท่านนายกสมัคร ท่านก็ได้เล่าให้ฟังถึงเรื่อง ที่อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ก็เหลือเชื่อว่า หลังจากที่ท่านกลับมาบ้านนั้น ได้มีคนขับรถ ซึ่งเป็นคนเก่าคนแก่ ที่ขับรถให้แก่ท่านมานานถึง 32 ปีแล้ว ขออนุญาตท่านว่า แม้ว่าตัวเขาเองทำงานอยู่กับท่านมานาน แต่ก็ไม่เคยแม้กระทั่งครั้งเดียวที่จะขออนุญาตหรือได้ขึ้นไปชั้นที่เป็นห้องพระขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่บนสุดของอาคาร คือ ชั้นที่ 4 แต่คราวนี้ คนขับรถมาขออนุญาตท่านว่า แกได้ไปหาพระที่เคารพนับถือ และได้คาถามา โดยพระได้สั่งไว้ว่า ขอให้เอาคาถานี้ไปสวดหน้าพระในห้องพระของท่าน 3 จบ แล้วขออธิฐานให้พบสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับท่านภายในเจ็ดวัน วันที่คนขับรถขออนุญาตนั้น คือวันที่ 22 พ.ค. 2552 แล้ววันที่ 23 พ.ค. 2552 ท่านก็ได้รับแฟกซ์จาก ดร.อานนท์ คุณหญิงสุรัตน์ ได้กล่าวเสริมขึ้นมาว่า ท่านถือเอาแฟกซ์ของ ดร.อานนท์ กอดไว้บนหน้าอกตลอดเวลา (ยืนยันได้ว่า วันที่ได้คุยกับท่านนายกครั้งแรก ท่านก็บอกว่า ถือแฟกซ์ของ ดร.อานนท์ เอาไว้ตลอดเวลา) ท่านจึงมั่นใจว่า เห็ดเป็นยาที่ท่านทานเข้าไปนั้น ต้องมีผลดีแก่ท่าน โดยท่านไม่ได้สนใจเลยว่า เห้ดเป็นยาที่ ดร.อานนท์ และ อ.เยาวนุชทำขึ้นมานั้น ได้รับใบอนุญาต อย. หรือได้ผ่านการทดลองหรือยัง แต่ท่านมีความหวังและมั่นใจมาก ท่านบอกว่า มื้อแรกที่ท่านทานไปนั้น ท่านมีความรู้สึกว่า น่าจะถูกยาแล้วล่ะ พอทานเข้าไปแล้ว ท่านมีความรู้สึกว่า ภายในตัว มันมีอะไรขบหรือกระตุ้นอยู่ทั่วร่างกายของท่าน และท่านก็เผลอหลับไป ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นหลับไม่ได้เลย ต้องทานยานอนหลับก็เอาไม่อยู่ คุณหญิงคุยเสริมว่า พอเห็นท่านหลับไป ทุกคนในบ้านต่างดีใจ และถอนหายใจด้วยความโล่งใจว่า ท่านจะต้องอยู่กับเราต่อไปได้อีก แล้วท่านก็บอกว่า ปาฎิหาริย์มันมีจริงๆ เมื่อท่านมีความรู้สึกว่า ระบบต่างๆของท่านเข้าที่เกือบปกติแล้ว ท่านจึงอยากเจอ ดร.อานนท์ และอยากเลี้ยงอาหารด้วยฝีมือของท่านเอง เพื่อเป็นกาารขอบคุณ ดร.อานนท์ ที่ช่วยชีวิตท่านขึ้นมา ในการนี้ นอกจากเป็นการเลี้ยงอาหารด้วยฝีมือท่านเอง ระหว่างครอบครัวของ ดร.อานนท์และญาติ ร่วมกับครอบครัวของท่านและญาติเช่นกัน จากนั้น ท่านก็ชวนขึ้นไปไหว้พระที่ห้องพระของท่าน โดยจะต้องเดินขึ้นไปชั้นที่ 4 ชั้นบนสุด โดยที่ท่านไม่ได้ขึ้นมานานพอสมควร เพราะต้องปีนบันไดขึ้นไป แต่คราวนี้ ทุกคนต่างแปลกใจที่ท่านเดินนำหน้า แล้วเดินขึ้นโดยไม่มีการหยุดเลยจนถึงชั้นที่ 4 จากนั้น ท่านก็พาเดินดูบรรยากาศทั่วบ้านท่าน รวมเวลาทั้งหมด 2 ชั่วโมง 15 นาที แม้กระทั่งเวลากลับ ท่านก็ได้ให้เกียรติมาส่งจนถึงรถเลย นับว่าเป็นเกียรติและโชคดีของ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล และครอบครัว พร้อมทั้งญาติใกล้ชิด รวมทั้งหมด 8 ชีวิต และจากแรงบันดาลใจครั้งนี้ ทำให้ ดร.อานนท์ มุ่งที่จะทำการผลิตเห็ดเป็นยา เป็นเรื่องเป็นราว และได้ร่วมกับบริษัทที่ผลิตเห็ดเป็นยาที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลก ที่เมืองหนานตง ประเทศจีน ทำการผลิตยาตามสูตรที่ ดร.อานนท์ ค้นคว้าวิจัยขึ้น และด้วยความทันสมัยในการผลิต ถูกต้องตามหลักวิชาการ ได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพระดับมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น ISO 9001, ISO 14001, GAP, Halal และอีกมากมาย พร้อมทั้งได้รับใบอนุญาตจาก องค์การคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข( อย.) ของไทย 10 ตำหรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มทำการตลาดอย่างเป็นทางการในงานเปิดตัว งานพืชสวนโลก วันที่ 16 ธันวาคม 2554 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นต้นไป




ท่านนายกสมัคร กำลังชมลักษณะดอกเห็ดกระดุมบราซิลสดๆ ที่เพาะได้ในประเทศไทย เป็นสายพันธุ์ที่ได้มาจากแหล่งที่ประเทศบราซิลโดยตรง

ท่านนายกสมัคร คุณหญิงสุรัตน์ และ ดร.อานนท์ กำลังชมเห็ดไป่หลิงจือ ที่เป็นสุดยาสำหรับมนุษย์อีกชนิดหนึ่ง ที่เพาะในอุณหภูมิประมาณ 8-10องศาเซลเซียส

ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล และครอบครัว รวมทั้งญาติใกล้ชิด ถ่ายรูปร่วมกับ พณฯนายก สมัครและคุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช


ถ่ายภาพร่วมกับ พณฯนายกสมัคร และครอบครัวของ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ที่ได้รับเกียรติอย่างยิ่งของเจ้าของบ้าน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2552

นอกจากนี้ พณฯนายกสมัคร ยังพาคณะครอบครัวของ ดร.อานนท์ ชมบรรยากาศโดยรอบบ้านของท่านเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย ด้วยเกียรติที่ได้รับอันสูงส่งเช่นนี้ พวกเราในฐานะครอบครัวเอื้อตระกูล รู้สึกซาบซึ้งในความกรุณาของท่าน และการที่ท่านจากเราไปเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 หรือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พวกเราขอแสดงความอาลัยแด่่ท่านด้วยหัวใจ

ทีนี้คำถามที่ตามมาว่า คนที่เป็นมะเร็ง รวมทั้งมะเร็งขั้นสุดท้ายนั้น ทานเห็ดเป็นยาแล้วจะตายไหม ตอบได้เลยว่า ตายน๊ะตายแน่นอน เพียงแต่การทานเห็ดเป็นยาเข้าไปนั้น สารประกอบในเห้ด จะไปกระตุ้นให้ร่างกายทุกภาคส่วนสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถต่อสู้กับโรคภัยต่างๆที่เข้าไปบุกรุกในร่างกาย หรือแฝงอยู่ในร่างกาย อันได้แก่เซลมะเร็งด้วย ดังนั้น การที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาอย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะทำให้ร่างกายต่อสู้กับโรคร้ายได้ หากเรารู้จักรักษาตัวเรา ดูแลตัวเราอย่างถูกต้องด้วย เช่น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ไม่ว่าจะทานยาต้านมะเร็ง ฉายแสง หรือฉีดคีโม รวมทั้งเห็ดเป็นยานั้น ไม่ได้หมายความว่า เราจะสามารถรักษาให้เซลมะเร็งหายขาดไปได้ มันก็ยังแฝงอยู่ในตัวผู้ป่วยอยู่ดี หากเราดูแลรักษาตัวเองได้ดี เซลมะเร็งก็จะพักตัว ไม่ลุกลามต่อไป แต่ส่วนใหญ่แล้ว คนที่เป็นโรคมะเร็ง เมื่อทำการวัดเลือดดูแล้ว มักจะขาดโปรตีนอัลบลูมิน หรือโปรตีนไข่ขาว แพทย์แผนปัจจุบัน จึงนิยมให้ผู้ป่วยทานโปรตีนเข้าไปทดแทน ส่วนใหญ่ แนะนำให้ทานโปรตีนที่ย่อยง่าย เช่น โปรตีนจากปลา แท้ที่จริงแล้ว เซลมะเร็งที่แฝงอยู่ ที่ยังไม่ตาย แต่จะพักตัวอยู่ เมื่อไหร่ที่มีอาหารที่มันชอบ คือ โปรตีนที่ย่อยง่าย ก็เท่ากับการไปกระตุ้นให้เซลมะเร็งที่กำลังพักตัวหรือหลับอยู่ตื่นขึ้นมาระบาดและลามเข้าไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง จะต้องพิจารณาด้วยตนเองว่า การทานโปรตีนย่ยง่ายเข้าไป เท่ากับเป็นการเร่งให้มะเร็งลามได้ง่าย และโอกาสที่จะตายก็เร็วยิ่งขึ้น ส่วนคนที่ฉีดยา ทานยา หรือทานเห็ดเป็นยาไปแล้ว หากต้องการมีชีวิตต่อไปอีกนาน ควรทานโปรตีนจากพืชเข้าไปเท่านั้น เช่น โปรตีนจากเห็ด ถั่วต่างๆ ส่วนผู้ป่วยที่ทานเห็ดเป็นยาเข้าไปแล้ว นอกจากจะช่วยยืดอายุผู้ป่วยให้มีชีวิตอยู่นานขึ้นแล้ว แม้ว่าจะต้องเสียชีวิต ผู้ป่วยจะจากไปอย่างไม่ทรมาน ที่หลวงตา วัดคำประมงบอกว่า ตายแบบยิ้ม


แก้ไขล่าสุดโดย Pai_Anonworld เมื่อ Sat Nov 26, 2011 9:52 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ผมก็รักคุณสมัครครับ

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Sat Nov 26, 2011 8:45 pm

ขอร่วมอำลา อาลัยรัก ท่านนายก สมัคร ด้วยครับ

คุณ ไผ่ครับ ผมดูรูปไม่ได้ ไม่ทราบว่ามีอะไรผิดปรกติหรือเปล่า หรือว่ารูปภาพขนาดใหญ่เกินไป

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

รูปมีขนาดไม่เกิน 400 K ดังนั้น ทุกคนสามารถดูได้

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sat Nov 26, 2011 9:13 pm

รูปประวัติศาสตร์ ได้ทำการลดขนาดลงจนเหลือขนาดมาตรฐานที่ลงในฟอรั่มนี้ได้ คือ ประมาณ 400K เท่านั้น จึงไม่มีอะไรผิดปกติ แบบนี้ ต้องทานโปรตีนจากพืชมากๆหน่อยก็แล้วกัน อย่าไปทานโปรตีนที่ย่อยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาตามที่หมอบอก ลองหันมาทานโปรตีนจากเห็ดเยอะๆดู แล้วคงจะเปิดดูรูปไม่มีปัญหา อย่างไงเสีย ก็ขอให้พยายามหน่อย เพราะเป็นรูปประวัติศาสตร์จริงๆ เป็นรูปที่เตรียมไว้นานแล้ว แต่ตอนนั้นไม่อยากพูดอะไรมาก เดี๋ยวจะหาว่า ไปแอบอ้างว่ารู้จักคนดังนี่หว่า อดลนทนรอนานถึง 2 ปี จึงได้เอาเรื่องนี้มาเปิดเผย แล้วไม่ว่าวันที่ท่านอดีตนายกถึงแก่อนิจกรรม และวันพระราชทานเพลิงศพท่าน ทั้ง ดร.อานนท์ และ อ.เยาวนุช ก็ได้ไปร่วมงานส่งวิญญานท่านขึ้นสวรรคด้วย โดยไม่ได้เปิดเผยตัว ไปก็เพราะใจด้วยความเคารพแท้ ขอให้ดวงวิญญาณของท่านจงขึ้นสู้สรวงสวรรค์ เป็นเทวบุตรเทวดา ดีกว่า มาเป็นนักการเมืองน้ำเน่าของไทยอีก

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อยากเห็นรูปครับ

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Tue Nov 29, 2011 8:15 am

ผมกินเห็ดแล้ว ก็ยังดูไม่ได้เหมือนเดิม อยากเห็นรูปท่าน นายกสมัครครับ ช่วยหน่อย Laughing

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หากเข้าดูรูปยังไม่ได้ ก็เข้าไปที่หน้าหลักเลย โดยเข้าไปดูที่ Mushroom Article

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Nov 30, 2011 10:53 pm

นี่แสดงว่าคุณอาจจะไม่เคยเข้าไปดูบทความที่สำคัญๆ ที่คัดรวมเอาไว้ในหน้าหลัก เช่นเดียวกัน หากคุณอยากดูรูปของท่านนายกสมัคร เป็นรูปขนาดใหญ่ ไม่มีการลดขนาดอย่างครบถ้วนแล้วล่ะก็ เชิญเข้าไปดูเลยในหน้าหลัก ในคอลัมภ์ Mushroom Article โดย ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ตรงนี้เอง ที่คุณจะได้เจอรูปของท่าน และบทความที่สำคัญที่น่าสนใจมากมายครับ เชิญเลยครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอบคุณครับ

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Thu Dec 01, 2011 8:03 am

Very Happy สวัสดีครับ คุณไผ่ และ อาจารย์ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล
ผมเข้าไปดูมาแล้วครับ ขอบคุณมากๆ



http://www.anonbiotec.com/samak.html



Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อีกวันที่ต้องจดจำ

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Sat Jan 28, 2012 12:02 pm

เปิดบันทึกประวัติศาสตร์“ท่านสมัคร สุนทรเวช ”ผงาดนายกรัฐมนตรี
วันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2555 เวลา 09:18 น.นสพ.เดลินิวส์
ย้อนรอยวันสำคัญ 28 ม.ค.2551 มติสภาผ่านฉลุย “สมัคร สุนทรเวช” ผงาดนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

วันนี้เป็นอีกวันที่ต้องจดจำ







Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

24 พฤศจิกายน วันที่ต้องจดจำ

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Sun Nov 18, 2012 8:34 pm

สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ อานนท์ เอื้อตระกูล;คุณไผ่และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันครบรอบ 3 ปี ที่นายกสมัครได้จากพวกเราไปแล้วนะครับ




Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อาลัยรักและเคารพถึงท่านนายกสมัคร สุนทรเวช ที่ท่านเป็นผู้ปลุกจิตวิญญานให้ทางสถาบันอานนท์ไบโอเทค มุ่งเน้นทำการผลิตเห็ดเป็นยาอย่างมั่นคงตลอดไป

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Mon Nov 19, 2012 9:37 am

แม้เวลาจะผ่านไปตราบนานเท่านาน แต่ความทรงจำดีๆที่มีต่อท่านนายกสมัคร สุนทรเวช ก็ยังคงประทับใจต่อทุกคนในครอบครัวของอานนท์ไบโอเทค และจากเสียงผ่านทางโทรศัพท์ หลังจากที่ท่านได้กลับคืนสู่ภาวะปกติ ทั้งๆที่หมอทุกสำนักหมดทางรักษาท่านแล้ว แต่หลังจากที่ได้ทานเห็ดเป็นยา สูตรเฉพาะ ที่ ดร.อานนท์ ได้ทำเพื่อรักษาอาการขั้นสุดท้ายของท่าน จนกลับคืนสู่ภาวะปกติ แล้วท่านได้พยายามหาทางติดต่อ เพื่อจะขอ อย.ให้ทางสถาบันอานนท์ไบโอเทค แต่ความพยายามของท่านไม่ประสพผลสำเร็จ ท่าoจึงโทรมาหา ดร.อานนท์ และ อ.เยาวนุชว่า "ขอให้ทำการผลิตเห็ดเป็นยาต่อ เพื่อประโยชน์ของมนุษย์ชาติ แม้ว่า โลกทั้งโลก รู้ว่า เห็ดเป็นยามีมากมายหลายชนิด แต่คนที่จะรู้ว่า มีเห็ดเป็นยาอะไรใช้ผสมหรือเข้าสูตรอย่างไร จึงจะเหมาะสมนั้น ไม่สามารถทำได้โดยง่าย หากไม่มีความรู้และไม่มีประสบการณ์ ซึ่งท่านถือว่า ทั้ง ดร.อานนท์ และ อ.เยาวนุช มีสิ่งนี้อยู่อันหาค่ามิได้ ดังนั้น ท่านได้ขอร้องให้จงทำต่อไป อย่าย่อท้อ แม้ว่า วันนี้ ทางราชการเขาอาจจะไม่เห็นถึงความสำคัญ แต่ขอให้จำไว้ว่า ตราบใด ที่เรามีความตั้งใจจริง และไม่ได้เอาอะไรที่เป็นพิษเข้าไปผสม ขนาดตัวท่านเอง ยังทาน จึงอย่าย่อท้อ โดยเน้นว่า ขอให้ทำต่อๆไป" ประโยคพวกนี้ ทำให้เหมือนกับมนต์ทิพย์ที่ก้องอยู่ในส่วนประสาทของพวกเราตลอดเวลา และเราจะสืบทอดเจตนารมย์ของท่านตลอดไป

ขอให้ท่านจงไปสู่สวรรค์ชั้นฟ้า เป็นเทวบุตรเทวดา และพวกเราที่อยู่เบื้องหลัง ขอสัญญาว่า พวกเราจะยึดมั่นและสืบทอดเจตนารมย์ของท่านให้ดีที่สุดตลอดไป


Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อาลัยรัก ท่านนายกสมัคร สุนทรเวช

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Mon Nov 18, 2013 7:22 am

สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล;คุณไผ่และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

ขอโทษนะครับที่ผมหายหน้าตาไปนาน ตอนนี้กลับมาแล้วครับ. วันนี้ใกล้จะถึงวันที่ 24 พย. อีกครั้ง ครั้งนี้จะเป็นวันครบรอบ 4 ปีที่ท่านนายกสมัคร ได้จากพวกเราไป ขอเชิญชวนทุกท่าน ได้แผ่ส่วนบุญกุศลให้ท่านนายกสมัครด้วยนะครับ

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอบคุณครับที่เตือนความทรงจำ

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Mon Nov 18, 2013 8:57 am

ขอบคุณคุณภาคินที่เตือนความทรงจำครับ เพราะตลอดเวลา ผมก็คิดถึงท่านอดีตนายกสมัคร ที่เสียของท่านก้องอยู่ในประสาทหู ที่บอกว่า นี่อาจารย์และคุณติ๋ม อย่าหยุดผลิตเห็ดเป็นยาช่วยสังคมมนุษย์ เพราเราไม่ได้ทำยาพิษให้เขา แม้ว่า ทางราชการเขายังไม่ออกใบรับรองให้ แต่ต้องถือว่า เป็นกำลังใจให้ผมและครอบครัวมาโดยตลอด หากวิญญานของท่านรับรู้ได้ ก็ขอให้วิญญานของท่านจงไปสู่สวรรค์ชั้นฟ้า เป็นเทวบุตรเทวดาตลอดไป

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ