ขอเริ่มรายงานจากอดีตถึงปัจจุบันที่ผมและภรรยาเกี่ยวข้องกับ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูลเกี่ยวกับเห็ดมาตั้งแต่ปี 2516

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ขอเริ่มรายงานจากอดีตถึงปัจจุบันที่ผมและภรรยาเกี่ยวข้องกับ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูลเกี่ยวกับเห็ดมาตั้งแต่ปี 2516

ตั้งหัวข้อ  Tawat het on Sat Dec 03, 2011 12:48 am

ผมได้รับปากคณะกรรมการดูแลเวปของอานนท์ไบโอเทคไว้ว่า หลังจากกลับจากการเดินทางไปเยี่ยมญาติที่อเมริกา เป็นเวลา เกือบเดือนและรีบกลับมาเพื่อให้ทันการเตรียมการงานพืชสวนโลกที่อานนท์ไบโอเทคได้ร่วมจัดนิทรรศการเห็ดเป็นยาครั้งนี้ด้วย ซึ่งคณะของ ดร.อานนท์ก็ได้เดินทางมาเยี่ยมบ้านเกิดและมาเตรียมความพร้อมเรื่องการผลิตเอ็นไซม์จากเห็ด ที่บ้านร่องกาศ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ อันเป็นบ้านเกิดของ ดร.อานนท์ ผมเองเกี่ยวข้องกับครอบครัวเอื้อตระกูลในฐานะเป็นเขย และรู้จักกับ ดร.อานนท์ ก่อนที่จะเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เสียอีก ในปี 2516 เมื่อ ดร.อานนท์เข้าร่วมการก่อตั้งชมรมเห็ด ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น แทบทุกวันหยุดก็จะนั่งรถไฟกลับบ้านเพื่อมาทำการศึกษาทดลองเกี่ยวกับเห็ด ซึ่งเป็นช่วงที่ผมและภรรยา(อ.แสงจันทร์ (เอื้อตระกูล) เจียศิริพงษ์กุล) ย้ายจากการเป็นครูทั้งสองคนจากจังหวัดลำปางมาเป็นครูที่แพร่ โดยผมประจำอยู่ที่โรงเรียนสูงเม่นชนูปถัมภ์ ในช่วงนั้นผมและครอบครัวอาศัยอยู่บ้านพักครูที่นั่น ซึ่งใครๆก็รู้ว่าอาชีพของความเป็นครู ทุกวันหลังจากว่างเว้นจากงานประจำในงานสอน งานอื่นก็แทบจะไม่มีอะไร นอกจากบางรายอาจจะปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่าย ที่เหลือส่วนใหญ่ก็นั่งๆนอนๆ บางรายก็ไปทำกิจกรรมอย่างอื่น ระยะนั้น ทางผมก็จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการช่วย ดร.อานนท์ทำการศึกษาดูงานทดลองเกี่ยวกับเห็ดที่มีทั้งเห็ดพื้นบ้าน เช่น เห็ดฟาง เห็ดโคนน้อย และเห็ดที่นำเข้าเช่น เห็ดนางรม และเห็ดเป๋าฮื้อ พอคุ้นเคยกับมัน แล้วก็เอาผลผลิตที่ได้จากการทดลองแจกจ่ายบรรดาเพื่อนครูและผู้ปกครองที่รู้จักมักคุ้น ส่วนใหญ่ต่างชื่นชอบ โดยเฉพาะเห็ดนางรม มีลักษณะเหมือนกับเห็ดขอนมะม่วงที่เป็นที่นิยมกันในท้องถิ่นมาก แต่ดีกว่าเพราะไม่เหนียวมาก มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อย ผมจึงทดลองขยายผลิตมากขึ้น แล้วทดลองขายดู กก.ละ 50 บาทในสมัยนั้น ขณะที่เงินเดือนทั้งผมและภรรยารวมกันไม่ถึง 3,000 บาท ปรากฎว่า มีเท่าไหร่ก็ขายหมด และจุดนี้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น และจุดพลิกผันในชีวิตครอบครัวในทางที่ดี เพราะผลผลิตเห็ดนางรมที่ออกมาได้ผลผลิตสูง ออกดอกง่าย ใช้เวลาเพียง 25 วันก็เพาะได้ดอกเห็ดแล้ว ดอกเห็ดที่ผลิตขึ้นมาได้ไม่ว่าปริมาณเท่าใดก็ไม่เพีียงพอต่อความต้องการ จึงจำเป็นต้องขยายปริมาณการผลิตมากยิ่งขึ้นจากวันละไม่กี่กิโลกรัมเป็นวันละหลายสิบกิโลกรัม มาดูถึงรายได้ก็น่าสนใจมาก เก็บเห็ดเพียง 2-3 วันก็มีรายได้สูงกว่าเงินเดือนเราทั้งสองรวมกันทั้งเดือน ก็นับว่า อาชีพการเพาะเห็ดที่ ดร.อานนท์นำเข้ามาทดลองในครอบครัวนั้น สร้างรายได้อย่างดีงามให้แก่ครอบครัวผม อีกไม่นานเราก็มีทุนพอที่จะขยับขยายแล้วไปซื้อที่ใหม่ร่วมกับพี่ชายของ อ.แสงจันทร์ คือ คุณสง่า เอื้อตระกูล บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ที่อยู่ปัจจุบันตรงข้ามร้านอาหารที่มีชื่อเสียงของจังหวัดแพร่ คือ ร้านอาหารบ้านฝ้าย และได้ขยายปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น บางวันสามารถผลิตเห็ดมากกว่า 2-300 กก. ราคาจำหน่าย กก.ละ 35 บาท หรือคิดง่ายๆว่า เก็บเห็ดขายหนึ่งวันมีรายได้สูงกว่าเงินเดือนเราทั้งสองทั้งเดือน ครอบครัวเราก็ได้ประกอบอาชีพการเพาะเห็ดมาตั้งแต่นั้นมา ซึ่งอาจจะถือได้ว่า เป็นฟาร์มเห็ดส่วนบุคคล ที่ไม่ใช่เป็นบริษัท น่าจะเป็นฟาร์มแรกของภาคเหนือ หากเป็นบริษัทนั้น น่าจะเป็นบริษัทอาหารสากล ที่เพาะเห็ดเป๋าฮื้อในเวลาไล่เลี่ยกัน และเราได้หยุดกิจการหลังจากส่งลูกชายทั้งสองเรียนจบแล้ว โดยลูกชายคนโตเรียนจบวิศวกรรมเคมี ส่วนลูกชายคนเล็กจบปริญญาเอกทางวิศวกรรม จากประเทศเยอรมัน ปัจจุบันเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวหน้างานฝ่ายการศึกษาต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่ได้เลิกหรือไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเห็ดเลย เพียงแต่ได้เปลี่ยนไปเป็นการช่วย ดร.อานนท์ ทำการศึกษา วิจัยและผลิตเห็ดเป็นยา รวมทั้งได้เดินทางไปดูแลธุรกิจของ ดร.อานนท์ในต่างประเทศหลายประเทศ หลังจากผมและภรรยาเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด(เออรี่รีไทร์) และจุดนี้เอง ที่ได้รับการขอร้อง พร้อมทั้งได้รับปาก ดร.อานนท์ว่า จะช่วยนำเอาประสบการณ์และความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเห็ดเป็นยาและกิจกรรมต่อเนื่องมาเล่าให้สมาชิกได้รับทราบนับแต่นี้ต่อไป เพราะ บ้านพักปัจจุบัน ได้เป็นสถานที่ผลิตเอ็นไซม์จากเห็ดเพื่อการส่งออกของอานนท์ไบโอเทค ที่ไม่เคยเปิดตัวและเปิดเผยมาก่อน แต่นับจากนี้ไป ทาง ดร.อานนท์ได้ประกาศไปแล้วว่า ถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราพร้อมที่จะร่วมกันเปิดเผยเรื่องนี้ เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณชนให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

นี่คือดอกเห็ดนางรมที่เก็บใส่กระบุงวันละ 2 เวลา เพื่อส่งขายตลาด ส่วนใหญ่ลูกค้าจะมาเอาถึงที่ในราคา กก.ละ 35 บาท เมื่อปี 2518 เป็นฟาร์มเห็ดฟาร์มแรกของภาคเหนือ





ผมและภรรยาได้พาน้องสาวคนกลางไปเยี่ยมน้องสาวคนเล็ก(คนสวมแว่นดำยืนกลาง)ที่โอนสัญชาติและไปทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่อเมริกา คณะของผมเพิ่งเดินทางกลับมาถึงไทยวันที่ 8 พ.ย 2554ที่ผ่านมา

Tawat het

จำนวนข้อความ : 3
Join date : 29/11/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ย้อนอดีตที่ทำการเพาะเห็ดในถุงเป็นอาชีพเสริม ในช่วงที่รับราชการเป็นครูอยู่

ตั้งหัวข้อ  Tawat het on Tue Dec 06, 2011 8:12 am

ดังได้กล่าวไปแล้วว่า ในช่วงที่ผมและภรรยารับราชการเป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ที่จังหวัดแพร่นั้น เราได้ทำการเพาะเห็ดเป็นอาชีพเสริม ที่บ้านร่องกาศ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ คือ ที่อยู่ปัจจุบัน ในระหว่างนั้น นอกจากจะเป็นสถานที่ศึกษาวิจัยไปพร้อมกัน เพื่อนำข้อมูลทางภาคสนาม สนับสนุนงานด้านการส่งเสริมของ ดร.อานนท์แล้ว ก็ยังใช้สถานที่นี้เป็นที่ฝึกอบรมภาคปฎิบัติของผู้ผ่านการอบรมจาก ดร.อานนท์ไปแล้วด้วย ทั้งฝึกปฎิบัติจากของจริง มาดูงาน และบางครั้งก็ไปเยี่ยมเยียนสมาชิกตามสถานที่ต่างๆด้วย ผู้ที่มาฝึกงานนั้น ไม่เพียงแต่จากประเทศไทยเท่านั้น ยังมีจากต่างประเทศอีกหลายหมู่หลายคณะ จึงอยากจะนำภาพดีๆในอดีตมาเสนอให้ทราบ

เราเริ่มกันตั้งแต่ตั้งใจว่า เราจะไม่ยึดมั่นถือมั่น ดังนั้น ตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมา เราจึงใช้รถปิกอัพไปตะเวณหาวัสดุอะไรก็ได้ที่เป็นเศษของการเกษตรที่เขาไม่ใช้แล้ว เขาทิ้งแล้ว มาเป็นวัสดุเพาะเห็ด โดยจะไม่มีการกำหนดตายตัวว่าจะต้องเป็นวัสดุอย่างนั้นอย่างนี้ ในรูปนี้เป็นฟางเก่าที่บ้านทุ่งโฮ้งที่เขาเพาะเห็ดฟางแล้ว เขาจะเผาทิ้ง แต่เราไปขอเอามาเพาะเห็ดในถุงต่อ

พอได้ฟางเก่ามา หรือได้ต้นข้าวโพด ต้นข้าวฟ่าง ต้นถั่ว หรือวัสดุอะไรก็แล้วแต่ ก็จะเอามาสับเป็นชิ้นเล็กๆขนาดความยาวประมาณครึ่งคืบเสียก่อน แล้วจึงเอามาผสมกับวัสดุที่สลายช้า เช่น ขี้เลื่อย เปลื่อยถั่วลิสง ซังข้าวโพด ในอัตราส่วนที่ไม่ตายตัว โดยอาศัยหลักไม่ยึดมั่นถือมั่นอย่างเคร่งครัด จากนั้น จึงทำการหมักแบบเร่งรัดให้หอม ด้วยการเสริมอาหารของอานนท์ไบโอเทคเข้าไป

เสร็จแล้วก็ทำการบรรจุในถุงพลาสติก โดยใช้คนงานใกล้ๆบ้าน ซึ่งวันๆหนึ่งต้องใช้คนงานมากกว่า 10 คนขึ้นไป

รูปนี้เป็นรูปที่ทรงคุณค่าที่สุด แม้ว่าจะเป็นภาพที่ไม่ชัดเจน แต่เป็นเพียงรูปเดียวที่เห็นภาพอากง(เอื้อ เอื้อตระกูล) ที่ยืนคุมเจ้าหน้าที่จากประเทศภูฎาน มาฝึกงาน ในภาพเป็นการสอนการหมักวัสดุเพาะ โดยอากงเอื้อ เอื้อตระกูล เมื่อเดือนมีนาคม 2523

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรรัฐบาลพม่ามาฝึกงาน เมื่อปี 2519

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากรัฐบาลศรีลังกา คือ Madame Srimani Athurathmudali ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นรมต.พาณิชย์ ประเทศศรีลังกา มาฝึกงานเรื่องเห็ดที่นี่ด้วยเมื่อปี 2528


เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากเมืองเบทลิแฮม ประเทศแอฟริกาใต้ และเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตร จากประเทศสวาซิแลนด์ ได้เดินทางมาฝึกงานและดูงานเมือปี 2542

โครงการพัฒนาหมู่บ้านด้วยอาชีพยั่งยืน ของกระทรวงแรงงาน โดยงบประมาณขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ(ILO) ที่ ดร.อานนท์ เป็นที่ปรึกษา ได้ส่งเกษตรกรจากจังหวัดเชียงรายมาฝึกงานเมื่อปี 2536



ก้อนเชื้อเมื่อนึ่งเสร็จแล้ว ก็นำเอาไปบ่มไว้โรงบ่ม ซึ่งเป็๋นโรงบ่มที่สร้างด้วยไม้สักขนาดใหญ่ทั้งหลังและเสาไม้สักขนาดใหญ่กว่า 2 คนโอบกว่า 50 ท่อน ซึ่งปัจจุบันได้แปรรูปเป็นอย่างอื่นไปแล้ว



ไปเยี่ยมเยียนแลกเปลี่ยนประสพการณ์กับบรรดาผู้ที่มีอาชีพเพาะเห็ดด้วยกันอยู่เป็นนิจในช่วงที่ทำการเพาะเห็ด เพราะถือว่า ความรู้จะต้องพัฒนาไปเรื่อยๆไม่หยุดยั้ง ตราบใดที่คิดว่าตัวเองแน่ ตัวเองเก่ง นั่นแสดงว่า เราจะย่ำอยู่กับที่เสียแล้ว



สิ่งที่เป็นสัจธรรมในความสำเร็จในการเพาะเห็ด ที่ใช้เวลากว่า 20 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมานั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนตัวเอง พัฒนาตัวเอง ค่อยเอาใจใส่ หมั่นตรวจสอบดูแล เช่นเดียวกับการเลี้ยงลูกน้อย ต้องประคบประหงม เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก และต้องขอเตือนสติสำหรับผู้ที่ต้องการที่จะเข้าสู่วงการนี้ หากท่านไม่สามารถปฎิบัติเองอย่างผู้รู้อย่างถ่องแท้ ไม่ดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ คิดแต่เพียงว่า เพาะเห็ดแล้วจะเสริมหรือเพิ่มพูนรายได้เท่านั้น ผลที่ตามมาอาจจะไม่สมหวังดั่งที่คิดก็ได้ เพราะมีมากมายหลายคน ที่คิดว่า การเพาะเห็ดเป้นเรื่องง่าย แค่จ้างคนงานมาทำก็อยู่ได้แล้ว ความคิดเช่นนั้น ถือว่าผิดถนัด หากท่านไม่สามารถทำด้วยตัวเองได้ ขอได้โปรดคิดแล้วคิดอีกก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนทำ
ในส่วนของผมและครอบครัว ณ ปัจจุบันนี้ ไม่ได้ทำการเพาะเห็ดเพื่อผลิตดอกเห็ดสดขายแล้ว แต่ก็มิได้เลิกลาจากวงการเห็ด เพียงแต่มุ่งไปผลิตเห็ดแปรรูป เป็นเห็ดที่ใช้ทำยา โดยอาศัยเอ็นไซม์ในการย่อย ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยี่ที่ทั่วโลกได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่ เรื่องนี้ มักถูกปิดเป็นความลับมาโดยตลอด แต่ในเมื่อ ดร.อานนท์ ได้มาขอให้ทางผมเปิดเผยตัวและสนับสนุนในงานเกี่ยวกับเห็ดเป็นยา ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือ โดยจากนี้ไป จะเอาเรื่องของเห็ดเป็นยามาคุย โปรดติดตามตอนต่อไป

Tawat het

จำนวนข้อความ : 3
Join date : 29/11/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

มีผู้สนใจจำนวนมากจากทั่วสารทิศเดินทางไปยังบ้านเกิดของ ดร.อานนท์ เพื่อไปขอแบ่งสารสกัดเอ็นไซม์จากเห็ดเป็นยา ขอเรียนว่า ตอนนี้ ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่ทำการผลิตเป็นส่วนผสมตั้งต้น ได้ถูกส่งไปยังสถาบันอานนท์ไบโอเทคแล้ว

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Nov 15, 2012 8:41 am

หลังจากได้ไปออกงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 9 จัดโดยกระทรวงสาธารณสุขที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีผู้สนใจที่เคยเข้าไปเยี่ยมชมงานมาแล้วสนใจ ติดต่อมายังบ้านเกิดของ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล เพื่อขอเข้าเยี่ยมชมและแบ่งเอาผลิตภัณฑ์ไปเป็นจำนวนมากนั้น ขอเรียนว่า จริงอยู่ ที่บ้านเกิดของ ดร.อานนท์ จะเป็นอีกสถานที่หลักอีกที่หนึ่ง ที่ทำการผลิตเห็ดเป็นยา และทำการแปรรูปผ่านขบวนการไบโอเทค ตามกรรมวิธีที่ ดร.อานนท์ ให้คำแนะนำอย่างเคร่งครัดนั้น ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นส่วนผสมเบื้องต้นของตำรับสูตรยาต่างๆ แล้วส่งไปให้ สถาบันอานนท์ไบโอเทค หลังตลาดไท เพื่อทำการเข้าสูตร ที่จำเป็นจะต้องใช้เห็ดและสมุนไพรหลักที่สำคัญอีกหลายชนิด โดย ดร.อานนท์ และ อ.เยาวนุชเท่านั้น ดังนั้น จึงขอเรียนมายังท่านที่สนใจและมีอุปการะคุณทุกท่าน หากต้องการผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ขอให้ติดต่อไปยังสถาบันอานนท์ไบโอเทค ซึ่งมีหน้าร้านติดต่อที่ ไทยไบโอเทค ตลาดไท 029083308 และ 0860830202 หรือที่ ชมรมเห็ดสากล หน้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 02-5799200, 025797759 และ 0858270085

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ