เรื่องของ Starter และแถมเรื่องการเมืองเล็กน้อย

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เรื่องของ Starter และแถมเรื่องการเมืองเล็กน้อย

ตั้งหัวข้อ  สมาชิกทั่วไป on Tue Jul 06, 2010 2:11 pm

กราบเรียนท่านอาจารย์ ดร.อานนท์ ที่เคารพรักยิ่ง

ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปอบรมเรื่องเห็ดเป็นยาแล้วจะเอาแคปหมูที่พัฒนาใหม่ไปให้อาจารย์ทดลอง เผอิญคณะผู้จัดอีเมล์มาบอกว่ายกเลิกการจัดสัมนาเพราะเสื้อแดงนัดชุมนุม น่าเสียดายครับ แต่ว่าถึงไม่ได้ไปอาทิตย์หน้าผมจะส่งไปให้อาจารย์ลองทางนิ่มซี่เส็งขนส่งครับ ที่ลำพูนได้ข่าวว่าจะมีรถหลายร้อยคันมุงไปกรุงเทพไปร่วมชุมนุม ผมได้แต่บอกเขาว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นใหญ่เป็นโตในประเทศนี้ผมหรือพวกเขาก็ยังเป็นตาสีตาสานางมานางมีตามเดิม ทำมาหากินอย่างสุจริตชน จ่ายภาษีให้รัฐและดอกเบี้ยให้ธนาคารอย่างตรงไปตรงมาก็ได้ทำหน้าที่พลเมืองดีแล้ว แคบหมู่ที่ทำนั้นเดิม ๆ ทอดกระทะใบใหญ่ ๆ ธรรมดา หลังจากนั้นทาง Production ของเราก็คิดพัฒนาโดยการใช้เตาทอดจากเกาหลีที่ข้างล่างเป็นน้้ำเปล่าหลายสิบลิตรแล้วข้างบนเป็นน้ำมันหลายสิบลิตรอยู่ในเตาทอดเดียวกันแต่น้ำมันเบากว่าจะอยู่ชั้นบน เวลาทอดแล้วของใหม้หรือเศษจะตกลงไปในชั้นของน้ำและถูกดูดออกจากระบบ เตานี้เป็นเตาไฟฟ้าควบคุมอุณหภูมิได้จึงสั่งได้ว่าจะเอาสีที่ทอดออกมาได้เข้มขนาดไหนตามที่ตลาดต้องการ ราคาเตาละเกือบแสนบาท แต่เนื่องจากลำพูนเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ตลาดแคบมาก การพัฒนาสินค้าเพื่อขายในตลาดเล็ก ๆ ไม่คุ้ม แคบหมูตัวนี้หลังจากทอดแล้ว Shelf-life จะอยู่ได้แค่สองอาทิตย์ก็จะเกิดกลิ่นหืนจากน้ำมันตามธรรมชาติเอง เรากะจะส่งไปขายในเชียงใหม่หรือกรุงเทพด้วย ก็เลยต้องแก้ปัญหาโดยใช้เครื่องแว็คคั่มแพคและอัดไนโตรเจนเข้าไปในแพ็คเหมือนพวกขนมถุงกรอบก๊อบแก็บเช่นเลย์หรือ Fringle จะทำให้ผลิตภัณฑ์แคบหมูอยู่ได้ 6 เดือนโดยยังกรอบและไม่หืน ค่าเครื่องอัดไตโตรเจนกับ Vaccumn Packing ทำให้ต้องลงทุนไปอีกแสนห้าหมื่น พวกเครื่องแพ็คพวกนี้เราตั้งใจจะให้แพ็คเห็ดฟางกึ่งสำเร็จรูปที่จะออกจากโรงเพาะเห็ดของเราในอนาคตด้วยครับ


คราวนี้มาถึงปัญหาของผมที่ต้องเรียนถามอาจารย์ก็คือผมได้ถอดแบบโรงเห็ดปิดสร้างด้วยอิฐมวลเบาและระบบหมุนวนอากาศเสร็จแล้ว 1 โรงและอีกสามโรงกำลังจะทยอยเสร็จ เมื่อสัมนาซ้ำครั้งที่แล้วผมได้สั่งเคมีเพาะเห็ดฟางตามสูตรของอาจารย์เพื่อทดลองโรงต้นแบบครบทุกอย่าง ของทุกอย่างทางศูนย์ส่งมาให้ผมครบยกเว้น Starter ซึ่งทางศูนย์บอกว่าของไม่มี การเพาะเห็ดในโรงครั้งนี้สำคัญกับผมมาก แต่ไม่ใช่เพราะตั้งใจขายหรือทำเอาเงินนะครับ เพราะเมื่อเห็ดออกดอกดีและได้ผลตามเป้าหมายที่วางไว้ ธนาคารจะเป็นผู้มาชมดอกเห็ดฟางที่บ้านเต็มโรงเพาะเห็ดของเรา เพื่อตัดสินกันว่าอีกสามสิบโรงที่จะสร้างต่อไปสมควรที่ธนาคารจะเป็นผู้ออกเงินสร้างให้เราไหม? เพื่อทำเป็นอุตสาหกรรมการเพาะเห็ด ถ้าไม่มี Starter แล้วอาจารย์เห็นว่าใครใช้อะไรทดแทนตอนเอาฟางขึ้นหลังจากแช่แล้วมาหมักเป็นกองก่อนนำฟางเข้าโรงเพาะครับ?


กราบขอบพระคุณอาจารย์ในความกรุณาครับ


โสภณ หัศบำเรอ, ลำพูน






สมาชิกทั่วไป

จำนวนข้อความ : 247
Join date : 04/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เรื่องของ Starter และแถมเรื่องการเมืองเล็กน้อย

ตั้งหัวข้อ  สมาชิกทั่วไป on Tue Jul 06, 2010 2:12 pm

ทางศูนย์เห็นถึงความจำเป็นในการเลื่อนการสัมมนาออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยของคนส่วนใหญ่ในแผ่นดิน ที่ถูกระบบอำมาตย์ครอบงำมาชั่วชีวิต หากเป็นการครอบงำในเชิงสร้างสรรค์เช่นที่สิงคโปร์ก็พอรับได้ แต่เพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้อง ก็เป็นเรื่องที่บั่นทอนทุกสิ่งทุกอย่างของบ้านเมือง ดูเอาอย่างเรื่องเห็ดสิ กว่าเราจะต้องเป็นสมาคมได้ ทำมาตั้งแต่ปี 2516 มาสำเร็จเอาปลายปี 2520 สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่วงการเห็ดอย่างสุดขีด จากเป็นประเทศที่นำเห็ดเข้ามาบริโภคในประเทศ กลายเป็นประเทศที่ผลิตเห็ดได้มากเป็นแนวหน้าของโลก และผลิตเห็ดฟางได้มากที่สุดในโลก แต่ตอนหลังได้ถูกครอบงำโดยระบบอำมาตย์ จึงกลายเป็นฐานในการสร้างภาพ และเอาบทบาทไปหวังผลทางด้านตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ ซึ่งได้ดิบได้ดีของคนบางกลุ่มอย่างทั่วหน้า แต่ผลประโยชน์ต่อมวลหมู่สมาชิกแทบไม่มีเลย



ช่วงไหนจะมีเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารที ก็จะจัดสัมมนาเฉพาะสมาชิกที่ไม่รู้เรื่อง และเป็นพวกที่ใหม่ๆทั้งนั้น มาโหวตเลือกนายกกัน นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่วงการเห็ดไทย เราจึงไม่มีส่วนสำคัญอันใดเลยในเวทีโลก ด้วยเหตุนี้ ทางศูนย์จึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ที่จะเป็นแกนนำทางด้านวิชาการและประสานงานในบรรดามวลหมู่สมาชิกและผู้สนใจ ที่ต้องการประกอบอาชีพการเพาะเห็ด โดยไม่ได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐหรือแม้แต่สมาคมที่ตั้งขึ้นมากับมือตัวเองแท้ๆ จึงขอวกเข้าเรื่องเลยว่า เรื่องของ Starter นั้น ทางศูนย์แทบจะไม่ได้ทำออกไปจำหน่าย ทั้งนี้ หลังจากมีการเปิดอบรมแล้ว ก็ได้ชี้แจงว่า Starter คืออะไร ส่วนใหญ่ก็สามารถทำขึ้นใช้เองได้(ผมจึงถูกกล่าวหาตลอดเวลาว่า อบรมทีไร ทางศูนย์ก็ต้องเลิกผลิตสินค้าไปหลายตัว เพราะบอกความลับเขาไปหมด ทั้งๆที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ธนาคารและแรงงานสูงขึ้นทุกขณะ) เนื่องจากระยะการหมักปุ๋ยระยะเริ่มต้นนั้น เป็นการหมักที่ต้องอาศัยกิจกรรมของแบคทีเรียที่ไม่ใช้อากาศ(อับอากาศ) ซึ่งต้องการความเป็นด่างเล็กน้อย ต้องการอาหารเพียงพอและอุณหภูมิสูง ดังนั้น ในการเตรียมวัสดุนั้น ควรใช้ปูนขาว ที่ทำมาจากเอาหินปูนมาเผา อย่าใช้ปูนขาวที่มาจากเปลือกหอย เพราะอาจะมีเกลือแกงที่เป็นพิษต่อเห็ด ใช้ปูนขาว 1 กก. ต่อวัสดุเพาะ 100 กก.แห้ง ส่วนอาหารไนโตรเจนนั้น สามารถใช้ปุ๋ยเคมีได้ อันได้แก่ ปุ๋ยนาดีที่สุด เพราะมีทั้งธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัส สูตร 16-20-0 หรือ 20-20-0 หากหาไม่ได้ จะใช้ปุ๋ยยูเรีย(46-0-0) หรือปุ๋ยแอมโมเนีย(21-0-0) แทนก็ได้แต่ไม่ดีเท่า เพราะเห็ดจะช่ำน้ำและช้ำง่าย ทางที่ดีที่สุด น่าจะใส่มูลสัตว์เข้าไปด้วย เช่น มูลไก่ หมู เป็นต้น ในอัตราส่วน มูลสัตว์แห้ง 5 กก.หรือเปียก 10-15 กก. ต่อวัสดุเพาะแห้ง 100 กก. และเชื้อจุลินทรีย์ ยูเอ็ม 92 จะเป็นแบบน้ำหรือผงก็ได้ เพื่อช่วยกระตุ้นการหมัก อย่าลืม น้ำที่หมักและเล็ดลอดออกมา อย่าทิ้ง ให้ดูดเก็บไว้เติมเข้าไปในช่วงของการกลับกอง


ขอบคุณมากสำหรับแคบหมูครับ ของเดิมที่ให้ไปยังทานไม่หมดครับ หากมีเยอะก็ควรฝากสมทบเป็นเสบียงให้แก่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ผู้ที่กำลังออกมาสร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของชาติ



ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล



สมาชิกทั่วไป

จำนวนข้อความ : 247
Join date : 04/07/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ