บรรยากาศสัมมนาเห็ด โดยสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย วันที่ 15-16 ธันวาคม 2554

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

บรรยากาศสัมมนาเห็ด โดยสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย วันที่ 15-16 ธันวาคม 2554

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Dec 29, 2011 12:24 am

เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติยศ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบรอบ 84 พรรษา ทางสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย ได้จัดสัมมนาเห็ดขึ้นที่โรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด ในวันที่ 15-16 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยได้เชิญผู้รู้ นักวิจัย และผู้เพาะเห็ดทั้งในและต่างประเทศมาจัดสัมมนา ในการนี้ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ก็ได้รับเกียรติรับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรร่วมอภิปรายเรื่องอนาคตของเห็ดทั้งในอดีตและในอนาคตต่อไป ในวันที่ 16 ธันวาคม โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังคับคั่งกว่า 200 ท่าน โดยมีการถ่ายทอดสดออกทางเคเบิลทีวี ช่องฟาร์มแชลแนล ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาที่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่งของวงการเห็ดไทย เพราะมีอดีตนายกสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดคนแรก คือ ดร.ฤกษ์ ศยามานนท์ อายุ 83 ปี อ.อนงค์ จันทร์ศรีกุล อายุ 85 ปี ดร.สัญชัย ตันตริยาภรณ์ โดย ดร.ฤกษ์ได้บรรยายถึงการก่อตั้งสมาคมว่า พรรคพวกได้ขอให้เป็นนายกในสมัยที่กระแสของเห็ดกำลังมาแรง และก็ได้ทำกิจกรรมต่างๆมากมายในยุคนั้น โดยอาศัยงบประมาณของกรมวิชาการเกษตร เป็นฝ่ายสนับสนุนหลักด้วยดีตลอดมา จนกระทั่งมาสมัยปัจจุบัน นโยบายของรัฐบาลระยะหลัง ไม่สนับสนุนงานด้านการส่งเสริมของทางกรมวิชาการเกษตร เพราะเป็นหน้าที่ของกรมส่งเสริม ทำให้งบประมาณด้านการส่งเสริมเห็ดของกรมวิชาการเกษตรไม่มีหรือมีน้อย ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของสมาคมในเรื่องงบประมาณด้วย ดร.ฤกษ์ จึงเสนอว่า บรรดาผู้เพาะเห็ดทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อกูลด้านงบประมาณแก่สมาคมได้ก็อยากขอให้ช่วยเหลือสมาคมด้วย สำหรับการอภิปรายของ ดร.อานนท์ นั้น มีผู้ร่วมอภิปราย 3 ท่าน คือ 1 ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล 2. ดร.อุสา กลิ่นหอม 3. ดร.กิตติ เจ้าของสินค้าผัก ด๊อกเตอร์ โดยมีอาจารย์อดิศักดิ์ หรือทิดบ้วน เป็นผู้ดำเนินการ ในส่วนของ ดร.อานนท์นั้น ได้รับมอบหมายให้อภิปรายเรื่อง ความเป็นไปมาในเรื่องประวัติของวงการเห็ด โดย ดร.อานนท์ เล่าให้ฟังว่า ตัวเองนั้น ทางครอบครัวมีอาชีพทำการเพาะเห็ดฟางเป็นอาชีพเสริมอยู่ที่จังหวัดแพร่ แล้วก็มาร่วมกันตั้งชมรมเห็ด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เมื่อปลายปี 2515 และเป็นประธานชมรมเห็ด ปี 2517 ได้นำนักศึกษาออกไปอบรมเห็ดตามภูมิภาคต่างๆ จนกลายเป็นผู้บุกเบิกคนแรกของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่นำเอาความรู้การเกษตรออกไปสู่ผู้สนใจส่วนภูมิภาค และแต่ละภาคที่ไปอบรมมา จะทำการตั้งชมรมเห็ดตามภูมิภาคขึ้น แล้วตั้งชมรมเห็ดแห่งประเทศไทยขึ้นที่กรุงเทพ จนกระทั่งปี 2519 จึงมีดำริว่าน่าจะตั้งเป็นสมาคม จึงได้ทำการก่อตั้งแล้วเชิญ ดร.ฤกษ์ เป็นนายกคนแรก พิธีกรได้ถาม ดร.อานนท์ว่า มีความเห็นอย่างไรกับความรู้หรือเทคโนโลยีการเพาะเห็ดในประเทศไทย ดร.อานนท์ กล่าวว่า เห็ดเศรษฐกิจที่สำคัญที่ทั่วโลกเขาเพาะกันได้ เราก็เพาะได้ แต่ประเทศไทยก็ยังทำการผลิตเห็ดเพียงไม่กี่ชนิด เช่น เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดหูหนู เห็ดเป๋าฮื้อเท่านั้น และเทคนิคที่ใช้ก็ใช้แบบเดิมที่เคยปฏิบัติกันมาหลายสิบปีแล้ว แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย ด้านงานวิชาการก็เช่นกัน มีลักษณะเหมือนภายเรืออยู่ในอ่าง คือ แทบจะไม่ก้าวไปไหนเลย ขณะที่ปัจจัยการเพาะเห็ดล้วนแล้วแต่หายากและมีราคาสูงขึ้น คำถามจึงถามต่อไปว่า แล้วเราควรจะทำไงดี คำตอบที่ได้จาก ดร.อานนท์ ก็คือ เราต้องทำการเพาะเห็ดแบบไม่ยึดมั่นถือมั่น ควรยึดเอากรรมวิธีที่เหมาะสม ลกต้นทุนและเพิ่มผลผลิต และควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในตัวเห้ดเอง เพราะบางครั้ง ไม่จำเป็นต้องใส่อาหารเสริมหลายๆตัวเข้าไปพร้อมๆกัน ควรเลือกใช้เฉพาะที่เห็ดต้องการจริงๆ แม้กระทั่ง แม้ว่า ดอกเห็ดผลผลิตออกน้อยแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่า อาหารทุกอย่างมันจะหมดไปพร้อมๆกัน มันอาจจะมีธาตุอาหารบางตัวเท่านั้นที่ลดลง ดังนั้น เราสามารถทำการเพิ่มผลผลิตของเห้ดที่เพาะ แม้ว่าผลผลิตแสดงอาการลดลง โดยใส่ธาตุอาหารที่จำเป็นบางชนิดเข้าไป นอกจากนี้ ดร.อานนท์ ยังกล่าวว่า ประเทศที่เคยเป็นมหาอำนาจทางด้านการผลิตเห็ดเพื่อการส่งออกมาแล้ว เช่น ไต้หวัน อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ปัจจุบัน ได้หันมาพัฒนาเห็ดเป็นยา อย่างได้ผล แม้ว่าผลิตในปริมาณที่ไม่มาก แต่มูลค่าสูงกว่า การผลิตเห็ดเป็นผักนับพันนับหมื่นเท่า ดร.อานนท์ ได้ยกตัวอย่างบริษัทผลิตยายักษ์ใหญ่ของโลก ได้ทำการผลิตยาลดความดันจากเห็ดนางรม โดยมีมูลค่าสูงเกือบ 5 แสนล้านบาทในปี 2551 ขณะที่ไทย เพาะเห็ดนางรมมากเป็นอันดับต้นๆของโลกอยู่แล้ว แต่เราก็เป็นประเทศนำเข้ายาลดความดันจากเห็ดนางรม อยู่ในลำดับประเทศนำเข้าต้นๆของโลกเช่นกัน ดร.อานนท์ได้กล่าวว่า ทางอานนท์ไบโอเทค ได้ทำการผลิตเห็ดเป็นยาหลายชนิดเพื่อการส่งออก โดยการผลิตเห็ดเป็นยานั้น ไม่ได้ตามก้นฝรั่งมังค่าที่จะต้องทำการสกัดสารเดี่ยวจากเห็ด แต่ทำการผลิตด้วยกรรมวิธีที่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายของเรา ซึ่งเรื่องนี้ ดร.อานนท์กล่าวว่า ได้ร่วมกับ ดร.อุสา ผู้ร่วมอภิปรายครั้งนี้ เขียนเป็นตำราเห็ดเป็นยา มอบให้แก่ทางกระทรวงสาธารณสุข เพื่อดำเนินการพิมพ์เป็นหนังสือ เห็ดเป็นยาแจกฟรีแก่ผู้สนใจ คาดว่า คงจะเป็นของขวัญปีใหม่ 2555 จากกระทรวงสาธารณสุขในเร็วๆนี้ ในการอภิปรายครั้งนี้ ได้มีผู้สนใจซักถาม ดร.อานนท์มาหลายปัญหา แต่เนื่องจากเวลาจำกัด ทางพิธีกร จึงขอให้พูดเฉพาะเรื่อง การผลิตเห็ดปัจจุบันทราบว่ามีการใช่สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคนั้น ดร.อานนท์ ได้ขอร้องบรรดาผู้เพาะเห้ดหูหนู เห็ดขอนขาว เห็ดลม ที่นิยมใช้ยาฟูราดาน หรือดูราแทร์ใส่ผสมกับวัสดุเพาะเพื่อเพาะเห้ดดังกล่าว ซึ่งเห็ดที่ได้จากการเพาะใส่ยาฆ่าแมลงดังกล่าว จะมีสารพิษร้ายแรง และเป็นอันตรายยิ่งต่อผู้บริโภคและต่อวงการเห็ดไทย สุดท้ายได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาถาม ก็ได้มี คุณเทียมทัน ปัญญา ปัจจุบัน เป็นนายก อบต. ตำบลบ้านกลาง อ.สันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ ดร.อานนท์ และเคยอยู่กับ ดร.อานนท์ ตั้งแต่ปี 2518 และเคยเป็นกรรมการสมาคม ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การเพาะเห็ดปัจจุบัน เป็นลักษณะ เพาะแบบตัวตายตัวแทน หมายความว่า พอมีคนเข้าในวงการเห็ด ก็จะอยู่ได้สักระยะหนึ่ง พอเจอปัญหาโรคแมลงสะสมและผลผลิตต่ำลง ประสพกับปัญหาขาดทุนก็จะเลิกกิิจการไป รายใหม่ก็จะเกิดขึ้นมาแทน จึงเสนอให้สมาคม หาเทคนิคและวิธีต่อสู้กับโรค แมลง และการปรับปรุงพันธุ์ หลังจากการอภิปรายเสร็จแล้ว ดร.อานนท์ได้พบปะกับบุคคลสำคัญหลายท่าน และได้พบกับบรรดาผู้ผ่านการอบรม แล้วนำเอาผลิตภัณฑ์หรือสินค้าเกี่ยวกับเห็ดมาออกบูธด้วย และ ดร.อานนท์ได้มีโอกาสทานอาหารที่ทางสมาคมจัดให้เป็นกรณีพิเศษร่วมกับ ดร.ฤกษ์ ศยามานนท์ อ.อนงค์ ดร.สัญชัยและอีกหลายๆท่าน ซึ่งในวงสนทนาในโต้ะอาหาร ได้รื้อฟื้นถึงประวัติศาสตร์เห็ดของประเทศไทย โดย อ.อนงค์ จันทร์ศรีกุล ปราชญ์ทางด้านการจำแนกเห็ดธรรมชาติ ได้กล่าวว่า บิดาเห็ดแน่นอนคือ ดร. ก่าน ชลวิจารณ์ แต่ก็มีหลายท่านที่เป็นลูกศิษย์ของ ดร.ก่าน ที่ทำการศึกษาเห็ดเป็นยา โดย อ.อนงค์สัญญาว่า จะไปค้นหาเอกสารและจะจัดส่งมาให้เพื่อเป็นความรู้เพิ่มเติม ซึ่ง ดร.อานนท์ ขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้า เพราะสิ่งที่ ดร.อานนท์เล่าให้ฟังนั้น เป็นการเล่าเฉพาะจากปี 2515 เป็นต้นมา ก่อนหน้านั้น ยังไม่มีข้อมูลพอ หากได้รับข้อมูลเพิ่มเติม จะนำมาเสนอต่อไป

คณะวิทยากรและพิธีกรที่ร่วมอภิปรายเห็ด โดยสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย

ผู้ทรงคุณวุฒิเรื่องเห็ดของไทย ที่นั่งอยู่แถวหน้าอันได้แก่(จากไกลสุด) ดร.ฤกษ์ ศยามานนท์ ดร.สัญชัย ตันตริยาภรณ์ ดร. ยุ(ชื่อเล่น จำชื่อจริงไม่ได้ ขออภัย) อ.อนงค์จันทร์ศรีกุล คุณหญิงประไพศรี นายกสมาคม และ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรท่าพระ



ดร.อานนท์ และ อ.เยาวนุช เอื้อตระกูล กับ ดร.ฤกษ์ ศยามานนท์ และกับคุณวิษณุ และ ดร.ชนะ ผู้อำนวยการโครงการเห็ดของโครงการหลวง

ดร.อานนท์ กับคุณหญิงประไพศรี นายกสมาคม

ดร.อานนท์ กับ ดร.อุษา และคุณอัญชลี ผู้ดูแลธนาคารเชื้อเห็ดของกรมวิชาการเกษตร

ดร.อานนท์กับ ดร.ไฮด์ ผู้เชี่ยวชาญเห้ดจากอังกฤษ ประจำมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

หนึ่งในสมาชิกที่ผ่านการอบรมเห็ดจาก ดร.อานนท์ไปเมื่อปี 2532 ได้นำเอาผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูปมาออกงาน

คุณวิษณุ หนึ่งในผู้ผ่านการอบรมเห็ดจาก ดร.อานนท์ เป็นผู้ประสพปัญหาต้มยำกุ้งหรือเศรษฐกิจฟองสบู่แตก และมาเอาดีทางเห็ดกับภรรยาที่เชียงใหม่

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งในผู้ผ่านการอบรมปี 2554 ใหม่ๆสดๆร้อนๆ และก็ดูเป็นคนที่ตั้งใจล่าเอาประกาศนียบัตรและหนังสือเชิญมาโชว์เป็นผลงานว่า เป็นผู้ผ่านการอบรมมาจากหลายสถาบัน

ทันทีที่เสร็จจากการสัมมนา ก็มีผู้สนใจจากแอฟริกามาติดต่อขอซื้อและเป็นตัวแทนเห็ดเป็นยาจาก ดร.อานนท์ เพื่อไปทำตลาดที่แอฟริกา


Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสที่ใกล้ตัวเรา
» สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนนักศึกษาทุกท่านที่มีหนังสือค้างส่ง นำหนังสือ คืน โดย ไม่เสียค่าปรับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ
» ประวัติและความเป็นมาของคณะมนุษยศาสตร์
» อยากทราบอีเมล เฟสบุ้ค ช่องทางการติดต่อ ของเืพื่อนๆสื่อสาร มนุษศสาตร์หน่อยค้าบ มาเป็นเื่พื่อนกันนะครับ

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ