สัมมนาเห็ดเป็นยาครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จัดโดยอานนท์ไบโอเทค เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2555 ที่งานพืชสวนโลกสำเร็จด้วยดี

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สัมมนาเห็ดเป็นยาครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จัดโดยอานนท์ไบโอเทค เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2555 ที่งานพืชสวนโลกสำเร็จด้วยดี

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sun Jan 15, 2012 11:02 am

การสัมมนาเห็ดเป็นยาจากนานชาติ ครั้งแรกเป็นประวัติศาสตร์ ที่จัดโดยอานนท์ไบโอเทค ในวันที่ 14 มกราคม 2555 ที่งานพืชสวนโลก จังหวัดเชียงใหม่ ประสพผลสำเร็จและผ่านไปด้วยดีแล้ว โดยมีสมาชิกจากเวปไซด์จากโคราช พิษณุโลก แพร่ กรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง โดย ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล เป็นผู้อภิปรายหลัก จริงๆแล้ว การสัมมนาเห็ดเป็นยา ได้กำหนดที่จะจัดขึ้นหลายครั้งแล้ว แต่ก็ต้องเลื่อนมาโดยตลอด จนครั้งล่าสุดกำหนดกันว่าจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา ก็ต้องเลื่อนอีก เพราะมหาอุทกภัยน้ำท่วม แล้วก็มาลงเอยเอาที่วันที่ 14 มกราคม 2555 ที่งานพืชสวนโลกนี่เอง บรรยากาศก่อนการสัมมนาเกิดความฉุกละหุกขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่า เป็นลางบอกเหตุที่ดี ที่ทุกครั้ง ที่กิจกรรมใดก็ตาม ที่ทางอานนท์ไบโอเทคเริ่มต้นเป็นครั้งแรก ก็มักจะมีฝนตก ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ตาม เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2517 ที่มีการเปิดอบรมเห็ดครั้งแรก ที่จังหวัดลำปาง ที่มีคนเข้ารับการอบรมอย่างล้นหลามถึง 167 คน ที่โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ฝนก็ตกอย่างหนักก่อนมีการอบรมเห็ด และฝนหยุดตกทันที เมื่อมีการอบรม เช่นเดียวกับที่อุดรธานี วันที่ 2 พ.ค. 2517 ฝนก็ตกก่อนการอบรมเห็ดที่วิทยาลัยครู จังหวัดอุดร แล้วพอไปเปิดอบรมที่หาดใหญ่ ที่มหาวิทยาลัยสงขลา วันที่ 15 พ.ค. 2517 ฝนก็ตกเช่นกัน พอมาเปิดอบรมเห็ดของอานนท์ไบโอเทคเองที่ซอยไอยรา 5/2 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2539 เป็นครั้งแรก โดยทางสหกรณ์จังหวัดขอนแก่นส่งคนมาอบรมที่เป็นเกษตรกรจริงๆ 8 คน ฝนก็ตกอย่างหนักก่อนการอบรม 1 วัน มาคราวนี้ เป็นการสัมมนาเห็ดเป็นยาคร้ังแรกในประวัติศาสตร์ของอานนท์ไบโอเทค ปรากฎว่า ฝนเทมาอย่างหนักตั้งแต่เช้า ผมได้คุยกับคุณพ่อ(ดร.อานนท์ว่า งานนี้คงแย่แน่ๆ คงไม่มีใครมาแน่ๆ) ท่านก็บอกว่าไม่ต้องตกใจ เราคิดดี ทำดี มีจิตอันกุศล เทวดาท่านรับรู้ต่างหาก เดี๋ยวพอถึงเวลาทุกอย่างก็ดีเอง ผมก็แค่ฟังๆเอาไว้เท่านั้น เพราะเวลาเข้าไปเก้าโมงแล้ว ฝนยิ่งลงเม็ดหนักขึ้นมากเรื่อยๆ ยิ่งขับรถเข้าใกล้งานพืชสวนโลก ฝนยิ่งหนัก แต่คุณพ่อบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก แต่พอเข้าไปถึงงานพืชสวนโลกจริงๆ โดยเราก็ได้เตรียมพร้อมเอาร่มจะออกมากาง ก็ปรากฏว่า ฝนหยุดแล้ว เวลา 10.00 น.ตรง ฝนหยุดโดยสิ้นเชิง และเป็นเวลาที่เริ่มการบรรยายทันที โดย ดร.อานนท์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบกับสมาชิกผู้ผ่านการอบรมและสมาชิกจากเวปไซด์ล้วนๆร้อยเปอร์เซ็นต์ และที่ดีใจเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ มีแฟนพันธุ์แท้จากโคราช และจากกรุงเทพ(แต่มีภรรยาคนพิษณุโลก คือ คุณเจี๊ยบหรือคุณภาคิน เจ้าของกระทู้สุดฮอต มือใหม่หัดเพาะเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า ที่ดังระเบิดนำหน้าทุกกระทู้อยู่ทุกวันนี้) และที่สำคัญและตื่นเต้นที่สุด ที่ ดร.อานนท์ใฝ่ฝัน ก็คือ ได้มีสมาชิกเวปจากจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของ ดร.อานนท์ มามากที่สุด โดย ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดแพร่ มาร่วมรับฟัง เพราะนอกจากกลุ่มสมาชิกจากจังหวัดแพร่จะได้ติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆเกี่ยวกับเห็ดจากเวปแล้ว ในส่วนของท่านผู้อำนวยกาารโรงเรียนนั้น ท่านมา ทั้งๆวันนี้ เป็นวันสำคัญที่จะต้องอยู่จัดงสานวันเด็กให้แก่เด็กนักเรียน แต่ด้วยความที่คุณพ่อของท่านเป็นมะเร็ง ที่ทำการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน จนกระทั่งหมดทางเยียวยารักษาแล้ว สภาพของคุณพ่อ ผม ซีด ตาก็จะถลนออกมาอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่เป็นลูกกตัญญู จึงพยายามหาทางรักษาชีวิตคุณพ่อให้ได้ เผลิญได้อ่านเวปอานนท์ไบโอเทคเกี่ยวกับเห็ดเป็นยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้เห็ดกระดุมสร้างภูมิต้านทานเพื่อรักษาโรคมะเร็ง จึงได้ติดต่อไปทางอานนท์ไบโอเทค เพื่อรับเห็ดเป็นยาไปให้คุณพ่อ ปรากฏว่า หลังจากทานเห็ดไปไม่นาน ชีวิตและสุขภาพของคุณพ่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ท่านจึงดีใจมาก พอทราบว่า ดร.อานนท์ จะมาบรรยายที่เชียงใหม่ จึงพากันขับรถกันมาตั้งแต่ตีสี่ตีห้า และการบรรยายครั้งนี้ ดร.อานนท์ได้บรรยายให้ทราบตั้งแต่ เริ่มเข้ามาในวงการเห็ดของไทยตั้งแต่ปลายปี 2515 และความสนใจในเห็ดเป็นยา เมื่อคราวไปเป็นผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ ตั้งแต่ประเทศภูฎาน เนปาล อินเดีย ศรีลังกา แอฟริกาตะวันตก แอฟริกาใต้ และลาตินอเมริกา จากนั้น ดร.อานนท์ ก็ยกตัวอย่างเห็ดเป็นยาที่สำคัญ โดย ยกกรณีของ เห็ดนางรม ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกที่ผลิตยา ได้ทำการผลิตยาลดความดันจากเห็ดนางรม(เห็ดอื่นไม่มียาชนิดนี้) บางบริษัททำเงินปีละมากกว่า 5 แสนล้านบาท ขณะที่ไทยนำเข้าปีละหลายพันล้านบาท ดร.อานนท์ เน้นท้าว่า ใครก็ตามที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ที่ต้องทานยาเป็นประจำนั้น หากเปลี่ยนมาเป็นทานเห็ดนางรม แค่วันละ 1-2 ดอก ติดต่อกัน 5-7 วัน กรดไขมันในเส้นเลือดชนิดเลวจะลดลงสู่ภาวะปกติ จากนั้น ก็ให้ทานเห็ดนางรมไปบ้าง ปัญหาเกี่ยวกับความดันและโรคหัวใจจะไม่มีอีกต่อไป โดยไม่ต้องเสียเวลาไปใช้ยานำเข้าอีกต่อไปชั่วชีวิต เช่นเดียวกัน ในงานบรรยายครั้งนี้ ได้พูดถึงเห็ดเป็นยา ที่เป็นเห้ดพื้นบ้านของไทย เช่น เห็ดเค็ง เห็ดกระถินพิมาน เห็ดแครง เห็ดขอนขาว เห็ดลม เห็ดร่างแห เห็ดขอนซ้อน ที่เป็นเห็ดไทยแท้ๆ แต่ถูกต่างชาติเอาไปทำเป็นยาขายมาให้คนไทยในราคาแพงๆ งานนี้มาจบที่ไฮไลท์ เห็ดถั่งเช่า และเห็ดถั่งเช่าสีทอง ที่ทางอานนท์ไบโอเทคทำการผลิตในปริมาณที่มากพอ และที่สำคัญ ดร.อานนท์ ได้ย้ำในการบรรยายว่า การที่จะนำเอาเห็ดมาทานเป็นยานั้น ใช่ว่าจะต้องเอามาต้มหรือเอามาบดเป็นผง เพราะการต้มหรือการบดเป็นผงนั้น ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถนำเอาสารที่มีฤทธิ์เป็นยาจากเห็ดเอาไปได้ จำเป็นจะต้องใช้เอ็นไซม์ช่วยย่อยเสียก่อน และการใช้เอ็นไซม์ช่วยย่อยที่ดีที่สุดนั้น ก็คือ ทำการหมัก เช่นเดียวกับที่ป้าเช็งที่กำลังดังอยู่ขณะนี้สอน ด้วยการนำเอาเห็ดแต่ละอย่าง หมักแยกกันเสียก่อน เมื่อจะเอามาใช้ จึงจะเอามารวมกัน แต่จะรวมเห็ดอะไรกับเห็ดตัวไหน หรือจะเสริมสมุนไพรตัวใดนั้น ก็อยู่ที่การวินิจฉัยโรค แล้วให้ยาไปตามโรคนั้นๆ เพียงแต่สิ่งที่ ดร.อานนท์ ให้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องการใช้เอ็นไซม์ช่วยย่อยด้วยการหมักนั้น หากทำตามกรรมวิธีการหมักแบบป้าเช็ง ที่อาศัยเชื้อป่า หรือเชื้อจากธรรมชาติที่ล่องลอยอยู่ในอากาศหรือติดมากับวัตถุดิบนั้น ต้องใช้เวลาในการหมักนานหลายปี จึงจะนำเอาไปใช้ได้ เพราะเชื้อป่านั้น อาจจะมีเชื้อที่ก่อให้เกิดโรค จึงต้องอาศัยเวลา จนกระทั่ง เชื้อที่ดีเติบโตขึ้นมาควบคุมและกำจัดเชื้อที่ไม่ต้องการได้ทั้งหมดก่อนถึงจะเอามาใช้ได้ ตามคำแนะนำของป้าเช็งบอกว่า ต้องนานเกินสิบปีขึ้นไป แต่สำหรับ การหมักที่ ดร.อานนท์ แนะนำนั้น เป็นการใช้เชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ที่ได้รับการรับรองยืนยันจากองค์กรที่ทั่วโลกยอมรับว่า สามารถนำมาใช้ในการหมักเพื่อบริโภคได้ อันได้แก่เชื้อ ยูเอ็ม 92 ที่มีเชื้อแบคทีเรียที่มีประโยชน์ 3 ชนิด เชื้อยีสต์ที่มีประโยชน์และหายาก 2 ชนิด เมื่อใส่เชื้อดังกล่าวเข้าไปแล้ว จะย่นระยะเวลาการหมักลงจาก 10 ปี เหลือเพียงไม่กี่เดือน หรือไม่กี่วัน บางอย่าง อาจะเพียงแค่ 12 ชั่วโมงก็สามารถนำเอาไปใช้ได้แล้ว การบรรยายอย่างเข้มข้นได้สิ้นสุดลงในเวลาที่กำหนด คือ ประมาณ 12.30 น. ที่เฉลิมฉลองกันด้วยลองลิ้มชิมรสผลิตภัณฑ์เห็ด ที่ผมทำการปรุงด้วยเห็ดหลินจือ เห็ดกระถินพิมาน เห็ดหัวลิง ผสมเอ็นไซม์ที่ได้จากการหมัก เห็ดนางรมและเห็ดหอมที่ผ่านการทำแห้งแบบฟรีชดรายผสมวาซาบิและเครื่องเทศ สุดยอดของสุดยอดในไฮไลท์ที่ถือว่าเป็นการเปิดตัวครั้งนี้ คือ เห็ดถั่งเช่าสีทองดองในน้ำเอ็นไซม์ที่ผ่านการกลั่นเย็น ที่สมาชิกทุกท่านได้ลิ้มรสกันอย่างจุใจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานสัมมนาเห็ดเป็นยาครั้งแรกครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ตามฤกษ์งามยามดีดั่งได้กล่าวมาแล้ว และนี่เป็นการเปิดประเด็นในกระทู้วันนี้ ขอเชิญชวนสมาชิกที่เข้าร่วมการสัมมนาครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ จงช่วยกันนำเอาความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการสัมมนาครั้งนี้มาเล่าสู่กันได้อย่างเต็มที่ได้เลยครับ

ภาพประวัติศาสตร์ของผู้เข้าร่วมสัมมนาเห็ดเป็นยา โดยอานนท์ไบโอเทคครั้งแรก ที่งานพืชสวนโลก วันที่ 14 มกราคม 2555

เมื่อเวลา 9.00 น. ดร.อานนท์ แนะนำตัวและเริ่มบรรยายถึงประวัติความเป็นมา ในขณะที่อากาศกำลังเย็นสบายหลังจากฝนตก(สังเกตจากยังใส่เสื้อกันหนาวอยู่)

ตอนนี้เครื่องเริ่มร้อนขึ้นแล้ว เสื้อกันหนาวไม่ต้องการอีกแล้ว เป็นบรรยากาศการบรรยายที่เป็นกันเองและง่ายๆสุดๆ

ตอนนี้เครื่องร้อนสุดๆ ดร.อานนท์ เขยิบเข้าไปนั่งกับผู้ฟังเลย แล้วบรรยายไป เปิดให้ดูรูปในคอมพิวเตอร์ไป ชนิดที่ว่า บรรยายกันแบบเป็นกันเองสุดๆ

แล้วนี่ไง มีคนไทยคนไหนล่ะที่จะคิดว่า เห็ดที่เกิดขึ้นตามต้นไม้ ที่ดูแล้วไม่มีราคาค่างวด จ้างคนไปเก็บก็ไม่เกิน 50 บาท แต่ดอกขนาดนี้ หากขายกันที่อเมริกา ที่หนักประมาณ 1 กก. กรัมนั้น เขาขายกันขั้นต่ำดอกละ 3 แสนบาท กลุ่มคนจากเมืองแพร่ อันเป็นจังหวัดบ้านเกิดของ ดร.อานนท์ บอกว่า มีเห็ดพวกนี้อยู่ทั่วไป แต่ไม่มีใครสนใจ หลังฟังบรรยายเสร็จ จะรีบไปหาเอามาดอง ไม่ทราบว่าจะสายไปหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบ พวกเกาหลีใต้ เขาจ้างชาวบ้านเก็บเอาไปขายหมดป่าเมืองไทยนานแล้ว แต่ไม่ต้องตกใจ ตอนนี้ อานนท์ไบโอเทค เพาะได้สำเร็จแล้ว

นี่คือเห็ดไฮไลท์อีกชนิดหนึ่ง คือ เห็ดถั่งเช่าสีทองดองในน้ำเอ็นไซม์กลั่นเย็น

คุณภาคิน(คุณเจี๊ยบ) จ้องตาเป็นมันไปที่เห็ดถั่งเช่าสีทองในขวดที่ทำการดองด้วยน้ำเอ็นไซม์กลั่นเย็น พอแกคว้าขวดได้ ก็ถือไปให้สมาชิกรายอื่นชื่นชม จน ดร.อานนท์ ทนไม่ไหว เลยอนุญาตให้เปิดแล้วเอาออกมาชิมดูกัน เพราะ ดร.อานนท์ เห็นว่า ทุกคนเดินทางมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยอยู่แล้ว หากได้รับเห็ดถั่งเช่าสีทองเข้าไปสักเล็กน้อย น่าจะช่วยทำให้กระปรี้กระเป่าได้ แค่เปิดปั๊บเดียว เห็ดถั่งเช่าสีทองดอง ก็หมดไปเกือบครึ่งขวดแล้ว เพราะเกือบครึ่งของที่ให้ทานกันนั้น ดร.อานนท์ ได้ลองทานให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่อย่าลืมว่าขวดนี้ มูลค่าหลายแสนบาทครับ

หลังบรรยาย สมาชิกทุกคนก็มาร่วมกันดู กันชิมผลิตภัณฑ์จากเห็ดเป็นยาหลากหลายกันอย่างมีความสุข เป็นกันเองยิ่ง

คุณภาคิน ได้กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เข้ามาในวงการเห็ด และที่ได้มาร่วมสัมมนาครั้งนี้


ผู้อำนวยการโรงเรียนในจังหวัดแพร่ กล่าวถึงการใช้เห็ดเป็นยารักษาโรคมะเร็งให้แก่คุณพ่อที่หมดโอกาสรักษาด้วยทางการแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว แต่พอทานเห้ดเป็นยาเข้าไป คุณพ่อสามารถกลับมาแข็งแรงและมีชีวิตเป็นปกติได้ พร้อมกันนี้ ดร.อานนท์ ได้มอบเห็ดเป็นยาสูตรพิเศษ ให้เป็นที่ระลึกและกำลังใจคร้ังนี้ด้วย


สุดท้ายหลานรักของ ดร.อานนท์ คือ คุณธนพนธ์(ฟลุค) เอื้อตระกูล ก็ประกาศเปิดตัวว่า จากนี้ไป จะสานฝันต่อในงานของ ดร.อานนท์ ในรุ่นต่อไป และจะพยายามตั้งศูนย์สาขา ที่จะเป็นตัวแทนของอานนท์ไบโอเทคส่วนกลาง พร้อมทั้งใช้ความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการริเริ่มสร้างสรรค์งานใหม่ๆให้แก่องค์กรต่างๆหลายแห่งประสพผลสำเร็จอย่างดีมาแล้วหลายแห่ง เอามาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาเกี่ยวกับเห้ดของเอื้อตระกูลต่อไปอย่างยั่งยืน จึงขอฝากเนื้อฝากตัว และยืนยันว่า จะทุ่มทุกสรรพกำลังให้ดีที่สุด

นรชาติวางวาย มลายสิ้น ทั้งอินทรีย์ สถิตย์ทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ไม่ทราบว่า มีสมาชิกท่านใดที่ไปร่วมสัมมนาจะให้ข้อคิดเห็นอะไรต่อ คุณภาคินถึงบ้านหรือยังไม่ทราบ

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Mon Jan 16, 2012 10:34 pm

ไม่ทราบว่า คุณภาคินกลับถึงกรุงเทพหรือยัง อย่างไงก็แวะมาคุยกันหน่อย วันนี้ผมโชคไม่ค่อยดีหน่อย กะว่าจะไปเที่ยวดอยอ่างขางสักหน่อย พอไปถึงแค่ไชยปราการ มีสุภาพสตรีขับปิกอัพที่จอดอยู่ข้างทาง พอแกอยากจะเลี้ยวขวา แกก็คิดว่า ถนนเป็นของแกคนเดียว แกคิดจะเลี้ยวก็เลี้ยวเลย เล่นชนรถที่ผมนั่งไปเสียหายใช้การไม่ได้เลย ต้องเสียเวลาไปเที่ยวก็ไม่ได้ไป ต้องรอประกันและก็นั่งรถสองแถวกว่าจะถึงเชียงใหม่ก็ดึกแล้ว ผมไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร รถที่ผมไปด้วย ก็ไปกับเพื่อน ที่แกซื้อรถใหม่ พาภารยามาพักผ่อนที่เชียงใหม่ ผมก็อาศัยเขาไปเที่ยวด้วยเท่านั้น วันพรุ่งนี้ ผมและ ดร.อานนท์ก็จะเดินทางกลับกรุงเทพ เพื่อพาช่างฝ่ายตกแต่งสวนไปดูที่ซอยไอยราและที่ลพบุรี เพื่อเตรียมงานแต่งสถานที่ในอนาคตต่อไป ระยะนี้ อาจจะไม่ค่อยมีเวลาเขียนเท่าไหร่ ก็ขอตัวช่วยช่วยเข้ามาร่วมเขียนในกระทู้นี้ด้วย

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ภาคิน มารายงานตัวครับ

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Wed Jan 18, 2012 11:46 am

Laughing ไปเข้าร่วมงานสัมนาเรื่องเห็ดเป็นยา ครั้งแรกในเมืองไทยมาครับ หลังจากจบงานสัมนาจึงได้เดินชมงานพืชสวนโลกต่อจนห้อยโทงเทง เกือบจะลากพื้นแล้ว (ลิ้นห้อยครับ ไอ้ที่โทงเทงคือกระเป๋าใส่สัมภาระอีกหนึ่งใบ ตั้งใจว่าจะไปนอนค้างสักหนึ่งคืน) ตอนนี้ก็กลับมาพักอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกครับ









By phakin at 2012-01-17


By phakin at 2012-01-17


By phakin at 2012-01-17


แก้ไขล่าสุดโดย Phakin เมื่อ Thu Jan 19, 2012 9:08 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ภาคิน กับเห็ดกระถินพิมาณ

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Thu Jan 19, 2012 8:06 am

ผมถ่ายรูปคู่กับเห็ดกระถินพิมาน ดอกนี้ราคาประมาณ 300,000 บาท (สามแสนบาท) (ราคาที่ตลาดค้ายาสมุนไพรที่อเมริกา)
เห็ดกระถินพิมานนี้เคยมีมากในป่าเมืองไทยแถวภาคเหนือและอีสาน มีคุณสมบัติในการเสริมภูมิต้านทานให้แก่มนุษย์ได้ดีกว่าเห็ดหลินจือหลายเท่า แต่ตอนนี้แทบจะหาไม่พบแล้วครับ บริษัทเกาหลีร่วมกับนักวิชาการบางคนมาจ้างชาวบ้านเก็บในราคาดอกละไม่ถึง 100 บาท แล้วก็สร้าง พิพิธภัณฑ์ ไว้ให้ดูต่างหน้า ช่างเป็นบุญคุณอันหาที่สุดมิได้จริงๆ ปลื้มใจสุดๆ ทั้งนี้ก็เนื่องจากความไม่รู้ ไม่ประสีประสาในเรื่องเห็ดของคนในบ้านเรา ทำให้เราไม่รู้ค่าของมัน เหมือนกับไก่ได้พลอย มารู้ตอนนี้ก็แทบจะสายเกินไปแล้วครับ



By null at 2012-01-17


By null at 2012-01-17


By null at 2012-01-17


แก้ไขล่าสุดโดย Phakin เมื่อ Mon Jan 30, 2012 7:26 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อายุมากกว่า 20 ปีแล้ว

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Sun Jan 22, 2012 6:18 pm

เห็ดกระถินพิมานดอกนี้ อาจารย์ ดร.อานนท์ บอกว่า เป็นเห็ดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีอายุมากกว่า 20 ปีแล้ว ตอนนี้หาได้ยากมากแล้วครับ


By null at 2012-01-17


Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตอนนี้เพาะเลี้งได้แล้ว

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Sun Jan 22, 2012 6:23 pm

Laughing ตอนนี้มีการเพาะเลี้ยงได้แล้ว เห็ดกระถินพิมาณที่อาจารย์ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล นำมาแสดงให้ดูที่งานพืชสวนโลก ตอนนี้มีอายุได้ 2 ปีกว่าแล้วครับ


Laughing

By null at 2012-01-17

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตรงนี้แหละที่ตามหาคุณภาคินมาเป็นตัวช่วยบ้าง ไม่เช่นนั้น ก็ปล่อยให้ฝ่ายของอานนท์ไบโอเทคพูดๆๆๆๆๆๆๆๆอยู่จนไม่รู้จะเอาอะไรมาพูดแล้ว

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Mon Jan 23, 2012 9:42 am

ขอบคุณคุณภาคินอีกครั้งที่ช่วยสละเวลามาสร้างสีสันให้แก่กระทู้ เพราะดูเหมือนนานๆไป มีแต่คนเข้ามาอ่าน แต่ไม่มีคนที่ทำเห็ดอยู่แล้ว และเอาประสบการณ์มาพูดกันเลย ก็ดูเหมือนตอนนี้ ก็เหลือคุณหมูเมืองแพและคุณเท่านั้นที่มาช่วยสร้างสีสันขึ้นมาได้บ้าง นี่ท่านนายกสมาคมเห็ดได้โทรมาคุยกับ ดร.อานนท์ เพื่อขอร้องให้ ดร.อานนท์ ช่วยไปรับตำแหน่งนายกสมาคมแทนหน่อย ซึ่ง ดร.อานนท์ก็ได้ให้เหตุผลท่านนายกสมาคมเห็ดไปว่า ตราบใดที่ยังมีอาชีพการเพาะเห็ด ที่ยังมีผลประโยชน์ในด้านธุรกิจนี้อยู่ จะไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะไปรับตำแหน่งดังกล่าว เพราะเดี๋ยวจะถูกครหาเอาว่า เป็นนายกสมาคมควบกับผลประโยชน์ทางธุรกิจเกี่ยวกับเห็ดไปอีก สังคมไทยเขาไม่ยอมรับกัน เลยต้องขอร้องให้ท่านนายกคนเดิม รับทำหน้าที่ไปก่อน เพราะยังมองไม่เห็นคนที่เหมาะสมอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ ในช่วงที่ทางอานนท์ไบโอเทค ได้ไปออกงานแสดงเกี่ยวกับเห็ดเป็นยาที่งานพืชสวนโลก ได้มีคณะวิจัยของคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ดร.จินตนา พาวงศ์ โดยคณะของท่านได้ให้ความสนใจที่จะศึกษาเห็ดเป็นยาของไทยไปศึกษาในทางวิทยาศาสตร์ เพราะหน่อยงานของท่าน มีเครื่องไม้เครื่องมือ และบุคคลากรที่มีคุณภาพพร้อม โดยท่านขอให้ทาง อานนท์ไบโอเทค ช่วยหาเห็ดพื้นบ้านของไทย แล้วสกัดตามกรรมวิธีของเรา แล้วส่งไปให้ท่านทำการศึกษาวิจัยต่อ ซึ่งในขั้นนี้ ทาง ดร.อานนท์ได้ประสานงานและเห็นพ้องต้องกันว่า จะนำเอาเห็ดเค็ง (Phellinus liteus) และเห็ดกระถินพิมาน(Phellinus ignarius) ซึ่งเป็นเห็ดไทยแท้ๆ โดยคนไทยเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้จัก ขณะที่ต่างชาติเขามากว้านเก็บจากป่าของไทยไปเกือบหมดเกลี้ยงแล้ว แม้ว่า ณ วันนี้ เห็ดชนิดนี้ ยังอยู่ในมือของนักวิชาการอยู่หลายสิบตัน แต่ก็ได้ถูกนำเอาออกมาเก็บไว้ เพื่อค่อยบดเพื่อลักลอบส่งออกไปตลอดเวลาอยู่แล้ว โชคดีที่เห็ดดังกล่าวนั้น เราสามารถเพาะขึ้นมาได้แล้ว แม่ว่าจะต้องใช้เวลานานนับปีก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญที่ เรายังสามารถรักษาสิ่งนี้ให้เป็นสมบัติของชาติตลอดไป แล้วยิ่งได้คณะวิจัยจากไทยดังกล่าวเข้ามาศึกษากันอย่างจริงจัง คิดว่า ไม่นานเราน่าจะโชคดี พร้อมกันนี้ คณะวิจัยกลุ่มดังกล่าว ยังได้ตรวจสอบเอกสารในต่างประเทศ พบว่า เห็ดในตระกูล Agaric เช่น เห็ดกระดุมบราซิล มีความสามารถพิเศษในการกระตุ้นการสร้าง NK(natural killer) cell ขึ้นมาได้อย่างมหัศจรรย์ยิ่ง แต่นั่นเป็นเห็ดต่างประเทศ ทางคณะวิจัยเห็นว่า ที่ประเทศไทยเราน่าจะมีเห็ดที่อยู่ในตระกูลเดียวกันนี้ น่าจะมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับเห็ดกระดุมบราซิล ดร.อานนท์ จึงแจ้งให้ทางคณะวิจัยทราบว่า น่าจะมี นั่นก็คือ เห็ดทา หรือเห็ดแพรก ที่เป็นเห็ดที่เกิดขึ้นหลังจากเข้าฤดูฝนใหม่ เมื่อมีฝนตกติดต่อกันสักระยะหนึ่ง พอหญ้าเริ่มเน่า ก็จะมีเห้ดพวกนี้ เกิดขึ้นตามสนามหญ้า หรือท้องทุ่งนา เห็ดชนิดนี้ คือ เห็ด Agaricus campetris นั่นเอง ซึ่งทางคณะวิจัยสนใจมาก เพียงแต่ว่า อยากจะให้ทางอานนท์ไบโอเทคได้เชื้อเห็ดมาก่อน และจะต้องทำการทดสอบวิธีการเพาะเสียก่อน หากทำการเพาะได้ในเชิงการค้า ทางคณะวิจัยก็จะช่วยทำการวิจัยต่อยอดให้ ตรงนี้เอง ที่อยากจะขอวิงวอนไปยังสมาชิกทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกที่อยู่ทางขอนแก่น เพราะทราบว่าทางขอนแก่นผ่านทางชมรมวิทยุสมัครเล่น บอกว่า มีเห็ดทาจากบ้านพ่อใหญ่สี บ้านทองหลาง ดูจากรูปที่ลงในเน็ตแล้ว มีหลายดอก ที่น่าสนใจมาก จึงอยากจะขอความร่วมมือสมาชิกที่อยู่แถวนั้น หากเจอเห็ดดังกล่าว ช่วยนำเอาไปแยกเชื้อ หรือส่งมาให้ทางอานนท์ไบโอเทคแยกเชื้อเพื่อทำการศึกษาวิจัยอย่างจริงๆจังๆต่อไป ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

เห็ดหลินจือ

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Tue Jan 24, 2012 8:45 pm

ภาคินคู่กับเห็ดหลินจือดอกใหญ่ และคนตัวใหญ่



By phakin at 2012-01-24


เห็ดหลินจือที่คนส่วนใหญ่รู้จักว่าใช้ทำยาได้


By null at 2012-01-17


By null at 2012-01-17

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เห็ดถั่งเฉ้า

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Fri Jan 27, 2012 7:47 am

เห็ดถั่งเฉ่าที่เกิดจากตัวหนอน มีถิ่นกำเนิดอยู่บนภูเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 4000 เมตร แถบเทือกเขาหิมาลัย



เห็ดถั่งเช่าของแท้จากภูฏาน เก็บอยู่ในขวดแก้วใส
อาจารย์ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล บอกว่า หาซื้อได้ที่ร้านขายยาเวชพงศ์ ขนาดนี้เป็น เกรด ซี ขนาด 6000 ตัว ต่อ 1 กิโลกรัม ราคา 1.4 ล้าน บาท ถ้าเป็นเกรด เอ ขนาด 3000 ตัว ต่อ 1 กิโลกรัม ราคา 2.5 ล้านบาท

Laughing ใครอยากได้ก็สามารถไปเก็บได้ที่ประเทศภูฏาน รัฐบาลเข้าเปิดให้เก็บได้ปีละ 1 เดือน โดยเขาขอส่วนแบ่ง 30 เปอร์เซ็นต์





ส่วนกระปุกข้างๆนั้นเป็นผลิตภัณฑ์เห็ดหอมแปรรูป ในรูปแบบฟรีซดราย (Freeze-dried) ที่อาจารย์นำมาให้ทดลองชิม กรอบอร่อยมากๆ


แก้ไขล่าสุดโดย Phakin เมื่อ Fri Jan 27, 2012 8:56 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เห็ดถั่งเฉ้าสีทอง

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Fri Jan 27, 2012 8:17 am

เห็ดถั่งเฉ้าสีทอง ที่ อาจารย์ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล เพาะเลี้ยงได้มานานกว่า 10 ปีแล้ว

เห็ดถั่งเฉ้าสีทองดองในขวดแก้วใบนี้ มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท





อาจารย์ใจดีให้ทุกคนชิมได้ คนละ 1 ชิ้น โดยสาธิตวิธีการชิมให้ดู เวลาจะชิมต้องแลบลิ้นออกมายาวๆ ด้วย


By phakin at 2012-01-17

ต้องขอขอบคุณอาจารย์มากๆครับ ที่ทำให้ผมมีแรงเดินชมงานพืชสวนโลกได้ตลอดทั้งวัน เพราะผมชิมไปไม่ตำกว่าร้อยตัวครับ เล่นไปซะเกือบหมดขวด ถึงแม้ว่าช่วงแรกมันจะมีรสชาติออกเปรี้ยวๆ
(ก็เล่นซะเต็มปากขนาดนั้น)
เข้าชมงานพืชสวนโลกก็ฟรี สัมนาก็ฟรี แถมยังกินเห็ดเข้าไปอีกไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท จะกินหมดขวดโหลก็เกรงใจครับ






แก้ไขล่าสุดโดย Phakin เมื่อ Fri Jan 27, 2012 10:01 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ดูเอาสิ คึกกันทั่วหน้า

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Fri Jan 27, 2012 8:33 am

นี่ขนาดชิมน๊ะ ดูเอาสิ ดูคึกกันทั้งผอง นี่ไง ปีนี้เป็นต้นไป เราจะระดมถ่ายทอดวิทยายุทธทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด และจะเปิดสอนเรื่องเห็ดเป็นยาแน่นอน ใครอยากจะเป็นรุ่นแรก รุ่นหนึ่ง ก็เตรียมใจรอเอาเลย และนี่ยังได้ทราบว่า ดร.อานนท์ กำลังจะเริ่มจัดรายการทีวีร่วมกับทิดบ้วน บางปลาม้า ทั้งในทีวีสาธารณาและเคเบิลทีวี เดี๋ยวก็คอยดูก็แล้วกันว่า เห็ดไทยจะกระเตื้องกันอีกแล้วล่ะ อย่าลืมว่า วันที่ 28 มกราคม อบรมเห็ดถุงควบกับเห็ดในขอนไม้นั้น เต็มแล้ว เลยกำหนดเปิดรุ่นพิเศษ เพื่อให้ทันกับไม้ที่กำลังจะเน่าเปื่อยไป จึงจะเปิดอบรมเป็นกรณีเร่งด่วนในหัวข้อเดียวกันในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ดังนั้น ใครที่เข้าอบรมรุ่นนี้ไม่ทัน ก็รีบสมัครรุ่นต่อไปที่ใกล้จะเต็มอีกแล้ว และถัดไปอีก 2 สัปดาห์ หรือพูดง่ายๆ สัปดาห์เว้นสัปดาห์ จะจัดให้มีการอบรมแบบควบแต่ราคาเดิมอีกหลายเรื่อง เช่น เห็ดฟางควบกับเห็ดโคนน้อยในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ และเห็ดเยื่อไผ่ควบกับเห็ดตับเต่าขาว ตับเต่าดำ และเห็ดเป็นยาควบกับการผลิตเอ็นไซม์จากเห็ด เป็นต้น สอบถามรายละเอียดและจองที่แต่เนิ่นๆ เพราะอบรมในห้องปรับอากาศ รับได้จำกัด สนใจโทรไปที่ 029083308, 0860830202 และ 025799200, 025797759 และ 0858270085

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

วันมะเร็งโลก

ตั้งหัวข้อ  Phakin on Sat Feb 04, 2012 10:43 pm

Very Happy สวัสดีครับอาจารย์ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล และคุณไผ่ และสมาชิกผู้สนใจทุกท่าน

Laughing วันนี้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ของทุกๆปี เป็นอีกวันที่มีความสำคัญ สมาพันธ์ควบคุมโรคมะเร็งสากล (Union for International Cancer Control, UICC) ได้กำหนดให้เป็น "วันมะเร็งโลก" ซึ่งในวันนี้องค์กรจากภาครัฐและเอกชนทั่วโลกจะจัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ ในปีหน้าและปีต่อๆไป อยากจะเห็น อานนท์ไบโอเทค จัดกิจกรรมร่วมรณรงค์ด้วย ซึ่งมีความสัมพันธ์กันกับหัวข้อเรื่องเห็ดเป็นยาที่เรานำมาคุยกันในกระทู้นี้

Laughing องค์การอนามัยโลก WHO คาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2030 จะมีประชากรที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งถึง 12 ล้านคนต่อปี หรือ 1 ล้านคนต่อเดือน มีรายงานว่า ในปี 2005 ถึง 2015 ประชากรบนโลกจำนวน 84 ล้านคน ต้องจบชีวิตลงเพราะโรคมะเร็ง

Laughing นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวในงาน “4 ก.พ. วันมะเร็งโลก” ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เขตหลักสี่ ซึ่งจัดโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและสมาคมมะเร็งแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า "สำหรับประเทศไทย พบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายสูงอันดับ 1 ของคนไทยต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2543 ประมาณร้อยละ 20 ของผู้เสียชีวิตทุกสาเหตุ ขณะนี้โครงการ 30 บาทฯ ได้จัดสิทธิประโยชน์รักษาโรคมะเร็งทุกชนิดฟรี ในปี 2554 ใช้เงินรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งประมาณ 5,700 ล้านบาท

Laughing ด้านแพทย์หญิงวิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในปี 2553 ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกชนิดเข้ารักษาในโรงพยาบาล 269,204 คน มากที่สุดมะเร็งลำไส้ใหญ่ 49,409 คน รองลงมามะเร็งท่อน้ำดี 40,373 คน มะเร็งเต้านม 35,654 คน มะเร็งปากมดลูก 22,115 คน และมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์หญิง 15,713 คน มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทุกชนิด 58,076 คน เป็นชาย 33,659 คน หญิง 24,417 คน โดยเป็นมะเร็งตับ-ท่อน้ำดีมากที่สุด 14,008 คน รองลงมาได้แก่ มะเร็งหลอดคอ-หลอดลมใหญ่และปอด 9,310 คน มะเร็งเต้านม 2,515 คน มะเร็งปากมดลูก 1,746 คน คาดอีก 3 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 133,767 คน และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็ง 84,662 คน อัตราส่วนชาย-หญิงใกล้เคียงกัน







Phakin

จำนวนข้อความ : 317
Join date : 26/08/2011
Age : 51

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสที่ใกล้ตัวเรา
» สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนนักศึกษาทุกท่านที่มีหนังสือค้างส่ง นำหนังสือ คืน โดย ไม่เสียค่าปรับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ
» ประวัติและความเป็นมาของคณะมนุษยศาสตร์
» อยากทราบอีเมล เฟสบุ้ค ช่องทางการติดต่อ ของเืพื่อนๆสื่อสาร มนุษศสาตร์หน่อยค้าบ มาเป็นเื่พื่อนกันนะครับ

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ