ดีใจมากที่ได้รับเมล์จากสมาชิกเมื่อปี 2540 ในความสำเร็จในการกระตุ้นให้เห็ดโคนแท้ออกดอก

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ดีใจมากที่ได้รับเมล์จากสมาชิกเมื่อปี 2540 ในความสำเร็จในการกระตุ้นให้เห็ดโคนแท้ออกดอก

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Mon Jan 30, 2012 8:06 am

เมื่อคืน(29 มกราคม 2555) เกือบเที่ยงคืน ผมได้รับคำสั่งจาก ดร.อานนท์ว่า ให้ช่วยเขียนเรื่องสมาชิกท่านหนึ่งจากจังหวัดพิจิตร ได้ส่งเมล์มาบอกข่าวดีว่า แกได้ใช้ความพยายามในการเพาะเห็ดโคนที่เป็นอาหารที่คนไทยนิยมชมชอบมาก แต่เราไม่สามารถเพาะขึ้นเองได้โดยกรรมวิธีทั่วไปได้ จำเป็นต้องอาศัยปลวกเท่านั้น และจริงๆแล้ว ปลวกมีหลายชนิด หลายสายพันธุ์ แต่ละชนิดและสายพันธุ์ ก็จะมีดอกเห็ดโคนเกิดขึ้นแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการใช้สารเคมีในการเกษตรเพิ่มขึ้น ปริมาณเห็ดโคนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีน้อยลง เพราะประชากรของปลวกถูกทำลายไปมาก หรือแม้แต่มีปลวก แต่ก็มีเห็ดโคนเกิดขึ้นน้อยอยู่ดี ส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปมาก สมาชิกของเราท่านนี้ ได้เฝ้าสังเกต เห็นว่า รังพญาปลวก จะเป็นแหล่งหรือจุดกำเนิดเห็ดโคน แกจึงเอารังพญาปลวกหรือที่เรียกกันทางอิสานว่า จาวปลวก เอามาเพาะเลี้ยงเชื้อแบบง่ายๆ แล้วนำไปรดให้แก่จอมปลวกที่ยังมีปลวกอยู่ ปรากฎว่า มีเห็ดโคนเกิดขึ้นมากกว่าเดิม และสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้ หากเราสามารถปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมแก่มัน เช่น อุณหภูมิและความชื้น ข้างล่างนี้ คือ ข้อความบรรยายในเมล์ที่มาถึง ดร.อานนท์ครับ อ่านกันเอาเองก็แล้วกัน เมื่อ ดร.อานนท์ได้รับเมล์แล้ว ก็ได้โทรไปคุยเจ้าของเมล์ เพื่อขอรูปและรายละเอียดเพิ่มเติมมาให้สมาชิกดูด้วย นอกจากนี้ ได้เชิญสมาชิกท่านนี้ ให้มาร่วมบรรยายในเวลาที่เหมาะสมต่อไป


เรียนท่านอาจารย์อานนท์ ที่เคารพ
ผมจักรภฤต บรรเจิดกิจ ชื่อเดิม ธัญวิตต์ บรรเจิดกิจ สมาชิกเลขที่ 2540 / P 3 / 0056 ออกให้ วันที่ 19 ธันวาคม 2540 ผมอบรมเรื่องการเพาะเห็ดในถุงพลาสติก และผมก็ทดลองทำแบบเล็ก ๆ ในช่วงปี 2541 ถึง 2542 ครับ และก็หยุดไปจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ที่เขียนจดหมายหา อาจารย์ก็เพาะอ่านบทความเรื่องเห็ดโคน ซึ่งผมจะเล่าเรื่องที่ผมค้นพบให้อาจารย์ทราบและให้อาจารย์ช่วยศึกษาหรือ อธิบายให้ทราบด้วยครับ ผมได้ตั้งศูนย์ฝึกอบรมเพื่ออบรมเกษตรกรและได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ให้เป็นปราชญ์ชาวบ้าน ในปี 2551 และในวันที่ 12 สิงหาคม 51 ผมได้ค้นพบความรู้ใหม่ คือการขยายจุลินทรีย์จากจาวปลวก ซึ่งศูนย์ที่ผมอาศัยอยู่ในตอนแรก นั้นตั้งอยู่ในวัดป่าพรหมวิหาร ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร มีเห็ดโคนเยอะมาก เพราะเป็นป่าสมบูรณ์ ในวันนั้น ผมได้จุดธูปอธฺษฐานขอความรู้จากแม่ธรณี โดยใช้ธูป 21 ดอก จุดและขอความรู้เรื่องจุลินทรีย์ ผมได้เข้าไปในบริเวณป่า โดยถือจอบไปด้วย และจิตของผมก็สั่งให้ผมขุดลงไปบริเวณใกล้ ๆ จอมปลวก และสิ่งที่ผมเห็นก็คือมีจาวปลวก และใต้จาวปลวกมีดอกเห็ดโคนขึ้นอยู่สิบกว่าดอก ทันใดนั้นเองในวูปหนึ่งของความคิดผม นี่คือความรู้ใหม่ ผมจึงนำจาวปลวกขึ้นมา และเรียกว่า แม่ธรณี หลังจากนั้นผมก็หุงข้าวหนึ่งหม้อ ผมเรียกว่าแม่โพสพ พอข้าวเย็นผมก็นำจาวปลวกไปคลุกกับข้าวสุก ให้ทั่วและนำไปใส่ถังพลาสติก นำนำเข้าไปใส่ ผมเรียกว่าแม่คงคา และปิดฝาถังไว้ 7 วัน ผมเห็นจุลินทรีย์สีขาว ๆ กลิ่นเปรี้ยว ๆ ขึ้นมา เหมือนกับพวก อีเอ็ม
ผมได้น้ำจุลินทรีย์จากจาวปลวกขึ้นมาเป็นความรู้ใหม่ ผมไม่รู้จะเอาไปทำอะไรก็นำไปสาดไว้ในตรงที่ผมขุดพบจาวปลวก เทลงไปหมดถัง จำนวน 200 ลิตร ผมก็เฝ้าสังเกตุดูปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากเทน้ำจุลินทรีย์ไปประมาณ 10 วัน ช่วงนั้นอากาศร้อนอบอ้าวมาก เป็นอากาศที่เห็ดโคนขึ้น ชาวบ้านเขารู้ดี ผมเห็นชาวบ้านเข้ามาในวัดตอนตีสี่เห็นแสงไฟฉายจำนวนมาก อยู่ตรงที่ผมเทน้ำจุลินทรีย์จาวปลวก ในตอนเช้าวันนั้นเป็นวันพระ ชาวบ้านนำอาหารมาทำบุญ ปรากฏว่ามีอาหารที่ปรุงจากเห็ดโคนหลายรูปแบบ และชาวบ้านก็พูดคุยกันว่ามีเห็ดโคนขึ้นมากกว่าเดิม ผมได้ยินชาวบ้านเขาพูด ก็คิดว่ามันบังเอิญ ผมจึงได้ทำวิธีการแบบนี้ซ้ำ ๆ ก็พบว่าสามารถเพาะเห็ดโคนป่าขึ้นได้ด้วยวิธีขยายเชื้อจุลินทรีย์จากจาวปลวก แล้วนำมาเทตรงบริเวณฐานจอมปลวกหรือในป่าบริเวณโคนต้นไม้ เทเชื้อจุลินทรีย์จากจาวปลวกลงไปมาก ๆ รดน้ำให้ชุ่ม เราเพียงแต่รอให้อากาศร้อน เท่านั้น แค่นี้ก็จะมีจาวปลวกขึ้นมาครับ
ผมในฐานะเป็นลูกศิษย์อาจารย์คนหนึ่ง ก็ขอแชร์ความรู้กับอาจารย์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเห็ด ผมรับรองว่าวิธีการขยายเชื้อจากจาวปลวกเป็นวิธีที่ทำให้ในป่ามีเห็ดโคนเกิด ขึ้นได้จริง ๆ ครับ
ผมจะแนบไฟลวิธีการทำจุลินทรีย์จากจาวปลวกส่งไปให้อาจารย์ด้วยครับ
ด้วยความเคารพ
จักรภฤต บรรเจิดกิจ


รูปคุณจักรภฤต ที่หน้าโรงเรียนเกษตรของแกเอง




เอาจาวปลวกมาเพาะเลี้ยงเชื้อ เพื่อเป็นการเพิ่มขยายเชื้อ ก่อนที่จะนำไปราดให้แก่จอมปลวกหรือทางปลวก เพื่อให้ปลวกนำเอาเชื้อเหล่านี้ ไปกระตุ้นให้เห็ดโคนเกิดขึ้นได้

มีชาวบ้าน ผู้นำชุมชน เด็กนักเรียน ที่สนใจ เข้ารับการอบรม และนำเอาองค์ความรู้ไปทำการกระตุ้นให้เห็ดโคนเกิดขึ้นมากกว่าปกติ และออกนอกฤดูได้



หลังจากทำการราดเชื้อจาวปลวกเข้าไปแล้ว รักษาสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ไม่กี่วัน เห็ดโคนก็จะเกิดขึ้น โดยไม่ต้องไปรอช่วงหลังฝนก่อนเข้าพรรษาอีกต่อไปแล้ว


ความมหัศจรรย์และน่าทึ่งที่คุณ จักรภฤตได้ย้ำเน้นก็คือ สามารถเอาเชื้อจากจาวปลวกไปใส่ในอาหารหมูหรืออาหารสัตว์ สัตว์ก็จะแข็งแรง ไม่เป็นโรค อ้วนท้วน โตไว และหากนำเอาไปราดกองเพาะเห็ด ราดกองฟางหมัก จะเร่งการหมักได้เร็วกว่า การใช้อีเอ็มที่ทางราชการแนะนำเท่าตัว กล่าวคือ โดยปกติ หากใช้อีเอ็มย่อยฟาง อาจใช้เวลานานนับเดือน แต่หากใช้เชื้อจากจาวปลวกใช้เวลาย่อยสลายฟางเพียงสิบวันเท่านั้น
เดี๋ยวเราจะจัดหการอบรมเรื่องเห็ดคู่กับจุลินทรีย์อื่นหรือคู่กับพืช ที่เราเรียกว่า ไมโคไรซ่า เช่น เห้ดตับเต่า เห็ดตับเต่าขาว เห็ดเยื่อไผ่ และเห็ดโคน โดยจะเชิญคุณจักรกฤตมาร่วมบรรยายด้วย แต่จะกำหนดเมื่อไหร่ จะแจ้งให้ทราบอีกที ในเร็วๆนี้ครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ดีใจมากที่ได้รับเมล์จากสมาชิกเมื่อปี 2540 ในความสำเร็จในการกระตุ้นให้เห็ดโคนแท้ออกดอก

ตั้งหัวข้อ  beasol999 on Wed Feb 01, 2012 5:00 pm

ขอบคุณอาจารย์และคุณไผ่ที่ให้เกียรตินำสิ่งที่ผมค้นพบมาลงในแว๊ปนี้ นับว่ากรุณาผมอย่างยิ่งครับ ผมเปิดศูนย์ฝึกอบรมอยู่ในเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ชื่อศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติเพื่อขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดพิจิตร โดยมีท่านอาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร (อาจารย์ยักษ์) เป็นปรจารย์ที่ถ่ายทอดความรู้เรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ โดยเน้นการใช้ศาสตร์ของพระราชา มาขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ จังหวัดพิจิตรมีอาชีพส่วนใหญ่ทำนา ผมจึงได้รับความรู้เรื่องข้าวจากท่านอาจารย์เดชา ศิริภัทร แห่งมูลนิธิข้าวขวัญ ปราช์ญด้านข้าวแห่งสุพรรณบุรี ท่านให้ผมไปหาเชื่อจุลินทรีย์ในป่าลึก เอามาขยายใช้ประโยชน์ เรื่องจุลินทรีย์นี้มีด้วยกันหลายค่าย เช่นค่ายคิวเซ มีอีเอ็มเป็นอาวุธ ค่ายราชการของกรมพัฒนาที่ดิน มี พด.เป็นอาวุธ ค่ายสันติอโศก มีการนำหน่อกล้วย เรียกว่าน้ำพ่อน้ำแม่ ของอาจารย์เดชา ก็จุลินทรีย์จากป่า ค่ายเกาหลี ก็จุลินทรีย์จากใบไผ่ ผมก็เรียนรู้มาทุกค่ายซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งหมด แต่ผมก็คิดว่ายังไม่ที่สุด จึงได้มีเรื่องเล่าในข้างต้นนั้น จากการที่ผมต้องการจะทำให้ฟางย่อยสลายเร็ว ชาวนาจะได้ไม่ต้องเผาฟางทิ้ง ดินจะได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แม่ธรณีฟื้นขึ้นมา จะทำให้ชาวนา มีกำไรมาก ดังที่ผมและบรรดาสาวกได้นำไปทดสอบในแปลงนามาแล้ว ผลก็คือทำนามีกำไรเพราะใช้ทุนน้อย ต้นข้าวไม่มีเชื้อรามารบกวน ดินร่วนซุน่าจะยมากขึ้น ที่สำคัญจุลินทรีย์จากจาวปลวกนี้น่าจะให้ปุ๋ยฟอสฟอรัสกับพืชได้เลย เพราะสังเกตุจากการหาเห็ดโคนป่า หาตอนกลางคืนจะหาง่ายกว่ากลางวันเพราะเมื่อนำไฟฉายส่องไปตรงพื้นดินที่มีเห็ดโคนเกิดขึ้นอยู่จะเห็นแสงเรือง ๆ สะท้อนให้เราเห็นและสามารถเก็บเห็ดโคนป่าได้ง่าย และเมื่อเข้าไปค้นหาความรู้จากฝ่ายวิชาการ เขาก็บอกตรงกันว่า แสงเรือง ๆ ที่สะท้อนให้เห็นนั้นเป็นฟอสฟอรัส นั่นก็หมายถึงว่า จุลินทรีย์จากจาวปลวกสามารถให้ฟอสฟอรัสกับพืชได้ ข้อสังเกตุนี้ผมได้ทดลองนำไฟฉายไปส่องในถังจุลินทรีย์ก้เห็นแสงสะท้อน จริง ๆ จึงมั่นใจนำความรู้ไปถ่ายทอดให้สาวกทดลองในแปลงนา บางคนทำนา 100 ไร่ มีกำไรถึงห้าแสนบาท งง กันไปหมด และนำจุลินทรีย์จากจาวปลวกไปย่อยสมุนไพรรสขมเพื่อป้องกันแมลง ก็สามารถย่อยได้เร็วทันใจมีประสิทธิภาพสูง และเมื่อนำไปย่อยหอยเชอรี่ สามารถย่อยเปลือกหอยป่นเป็นผงโดยที่ใช้เวลาหมักไม่มากเท่าไร นัก ความรู้นี้สามารถทำให้เกษตรกรนำไปใช้ในการลดต้นทุนและทำให้อาหารจากพืชผักที่ผลิตออกไปนั้นปลอดภัยจริง ๆ คงเขียนไว้เท่านี้ก่อน เพราะว่าผมยังไม่ชำนาญพอ แค่สมัครเป็นสมาชิก ต้องใช้เวลาเป็นเดือน กว่าจะติดต่อท่านอาจารย์ได้ ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างมากที่จุดประกายความคิดขอผงมในเรื่องเห็ด ผมคิดว่าจะกลับไปทบทวนความรู้และจะลงทุนทำให้เป็นธุรกิจตามที่ผมเคยฝันไว้ตั้งแต่ในครั้งนั้นที่ผมได้ไปอบรมครั้งแรก ครับ ขอขอบคุณมากครับ

beasol999

จำนวนข้อความ : 7
Join date : 01/02/2012
Age : 49
ที่อยู่ : 8 ม.16 ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร 66180

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ดีใจมากที่ได้รับเมล์จากสมาชิกเมื่อปี 2540 ในความสำเร็จในการกระตุ้นให้เห็ดโคนแท้ออกดอก

ตั้งหัวข้อ  beasol999 on Wed Feb 01, 2012 5:09 pm


ผมก็ขอนำวิธีการขยายเชื้อเห็ดโคนป่าจากจาวปลวก (fungus garden) มาโพสต์ไว้เป็นความรู้ครับ
ในระบบนิเวศน์หนึ่งๆประกอบด้วยผู้ผลิตผู้บริโภคและผู้ย่อยสลายซึ่งมีความสัมพันธ์เกื้อกูลในลักษณะของห่วงโซ่อาหารและสายใยอาหารตามพื้นผิวของระบบนิเวศน์เอง ก็มีอาณาจักรแห่งผู้ย่อยสลายในธรรมชาติซึ่งประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วๆ ชนิดต่างๆ มากมาย ต่างทำหน้าที่ในการย่อยสลายซากพืช ซากสัตว์ เพื่อการหมุนเวียนพลังงาน ในระบบนิเวศ ประกอบด้วย ปลวก จุลินทรีย์ เห็ด รา สัตว์หน้าดินและสัตว์ในดิน การย่อยสลายเป็นปัจจัยหนึ่งในห่วงโซ่อาหาร (Food Chain) และสายใยอาหาร (Food Web) สัตว์ย่อยสลายชนิดต่างๆมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ย่อย "ขยะธรรมชาติ" เช่นซากพืช ซากสัตว์ ให้ผุพังและเปลี่ยนแปลงเป็นฮิวมัสหรืออินทรีย์วัตถุภายในดินกลายเป็นธาตุอาหารของพืชและสัตว์ชนิดอื่นๆ ทำให้เกิดการถ่ายทอดและหมุนเวียนพลังงานสร้างความอุดมสมบูรณ์ก่อให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศน์
ปลวกเป็นแมลงสังคมที่มีความสำคัญอยู่ในระบบนิเวศป่าไม้คือเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายโดยปลวกทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลาย(decomposer)พวกอินทรีย์วัตถุต่างๆที่อยู่ในป่าธรรมชาติเช่น ซากพืช เศษไม้ ใบไม้ หรือท่อนไม้ที่หักทับถมกันอยู่ให้เปลี่ยนเป็นฮิวมัสและก่อให้เกิดการหมุนเวียนอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของธาตุอาหารในดินสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินในป่าธรรมชาติ
ปลวกยังมีบทบาทเกี่ยวพันเป็นลูกโซ่อาหารที่ซับซ้อนอยู่ในระบบนิเวศ นอกจากนี้รังปลวก ขนาดใหญ่ที่สร้างรังขึ้นมาบนดิน พืช หรือสัตว์ชนิดต่างๆ สามารถใช้เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย ความสามารถในการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุและเซลลูโลสในไม้ของปลวกชนิดต่างๆ พบว่า มีความสัมพันธ์กับชนิดของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของปลวก ซึ่งจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิด ของปลวกและสภาพแวดล้อม
ปลวกในประเทศไทยมีหลายชนิดทุกชนิดจะกัดกินไม้ทั้งนั้นบางชนิดมีจุลินทรีย์ ช่วยย่อยเซลลูโลสอยู่ในระบบทางเดินระบบอาหาร แต่บางชนิดมีการย่อยไม้นอกตัวปลวกโดยการสร้างจาวปลวก หรือ fungus garden ในฤดูกาลที่เหมาะสมจะเกิดเห็ดปลวก หรือเห็ดโคนขึ้น ซึ่งเราเก็บมารับประทานได้ เห็ดปลวกปัจจุบันนับว่าน้อยลง และราคาแพงขึ้น เป็นการกระตุ้นนักวิชาการให้ศึกษาวิจัยเห็ดนี้ ซึ่งปัจจุบันมีผลการศึกษาในระดับหนึ่ง
ปลวกเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อการเกิดของเห็ดโคนมาก เพราะหากไม่มีปลวกอาศัยอยู่ใน จอมปลวกแล้ว เห็ดโคนก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ ส่วนการหาเห็ดโคนนั้นภูมิปัญญาท้องถิ่นก็ยังมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ด้วยว่า หาก จะหาเห็ดโคนให้เจอง่ายๆ แล้วต้องหาตอนกลางคืนเท่านั้น เพราะใต้ต้นเห็ดโคนจะมีสารเรืองแสงอ่อนๆ คือธาตุฟอสฟอรัสอยู่ การหาเห็ดโคนตอนกลางคืนจึงหาเจอได้ง่ายกว่าหาตอนกลางวันมาก
เห็ดโคน เป็นเห็ดป่าเติบโตได้ดีในสภาพธรรมชาติ ความชื้นและอุณหภูมิที่พอเหมาะ มีรูปร่างเหมือนเห็ดทั่วไปคือมีก้านเห็ดและหมวกเห็ด ดอกใหญ่ โคนอวบหนา มีกลิ่นเฉพาะตัว มักเกิดตามจอมปลวก จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เห็ดปลวก มีการอพยพของปลวกที่เราเรียกว่า แมลงเม่า ออกจากรังปลวกเดิม เพื่อสร้างรังใหม่ การที่ฝนตกชุกจนมีความชุ่มชื้นเหมาะสม เมื่อปลวกในรังปลวกมีปริมาณลดลง ตุ่มดอกเห็ดเล็กๆ สามารถมีโอกาสที่จะเจริญเติบโตเป็นดอกเห็ดที่มีความชุ่มชื้นออกมาได้
คนไทยเรารู้จักเห็ดชนิดนี้มานานและรู้ว่าสามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายชนิด ประกอบกับการที่เห็ดโคนเองมีรสชาติที่น่ารับประทาน จึงจัดเป็นเห็ดหายากจะต้องหาตามป่าเขา ห่างไกล ความเจริญ ซึ่งเห็ดโคนนั้นมีรสหวานอร่อยกว่าเห็ดอื่นๆ ปรุงง่ายเพียงต้มกับเกลือก็ได้น้ำต้มเห็ดรสหวานตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยเจริญอาหาร บำรุงกำลัง แก้บิด แก้คลื่นไส้ อาเจียน
แก้ไอ ละลายเสมหะ การทดลองทางเภสัชศาสตร์พบว่าน้ำที่สกัดจากเห็ดโคนสามารถยับยั้งเชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อไทฟอยด์ได้ จึงเป็นที่นิยมกันมาก ซึ่งมีวางขายเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น
วิธีการเก็บเห็ดโคน ต้องใช้มือถอน ไม่ให้ใช้มีด จอบ หรือไม้ปลายแหลมที่อาจไปทำลายสวนเห็ดรา (fungus garden) ของปลวกซึ่งเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้เห็ดโคนเกิดขึ้นมาได้ และเพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนช่องรูพรุนๆ ภายในสวนเห็ดราหรือโนดูล (nodule) ที่อยู่ในรังปลวก และเวลาเด็ดเห็ดโคนไปก็ให้เด็ดให้เหลือก้านติดอยู่ที่เดิม ไม่ให้ถอนส่วนที่เป็นสวนเห็ดราออกมาด้วย"

เห็ดโคนจึงจัดว่าเป็นเห็ดที่นิยมบริโภคถึงแม้ว่าจะมีราคาแพง แต่ก็มีหลายหน่วยงานที่จะทดลอง วิจัยเพาะพันธ์ผสมสูตรอาหารทางเคมีและเทคนิควิธีมากมาย ในการเพาะพันธ์เห็ดโคน แต่ก็ยังไม่สามารถประสบความสำเร็จจนถึงการเพาะเป็นอาชีพได้
ประโยชน์ของเชื้อเห็ดโคนป่าจากจาวปลวก (fungus garden) ที่มีต่อเกษตรกรและชุมชน
๑.ใช้สำหรับย่อยสลายฟางข้าวในแปลงนา จุลินทรีย์เชื้อเห็ดโคนป่ามีความสามารถในการย่อยสลาย
เซลลูโลสในเนื้อไม้ได้ดี เมื่อเรานำมาย่อยสลายฟางข้าวจะทำให้ฟางข้าวย่อยสลายอย่างรวดเร็ว
เกษตรกรจะได้ไม่ต้องเผาฟางข้าวก่อนที่จะเตรียมแปลงนา ทำให้ดินในแปลงนามีอินทรียวัตถุ
เพิ่มมากขึ้น ดินจะมีธาตุอาหารมากขึ้นทำให้ลดต้นทุนในการผลิตได้เป็นอย่างมาก
๒.ใช้ช่วยเพิ่มธาตุฟอสฟอรัส (P) เป็นธาตุที่พืชต้องการน้อยกว่าไนโตรเจน เมื่อพืชได้รับ
ฟอสฟอรัสเพียงพอ รากจะแข็งแรง ทนทานต่อการรบกวนของโรคแมลง ทำให้พืชออกดอก
ติดผล และมีคุณภาพดี จุลินทรีย์เชื้อเห็ดโคนป่า มีจุลินทรีย์ที่สามารถตรึงธาตุฟอสฟอรัสจากดิน
มาเลี้ยงพืชได้ ทำให้ชาวนาสามารถลดรายจ่ายในการใช้ปุ๋ยเคมีในนาข้าวได้มาก
๓.ใช้เป็นแหล่งอาหารของครอบครัวโดยนำเชื้อจุลินทรีย์เชื้อเห็ดโคนป่า ไปราดบริเวณโคนต้นไม้ที่
มีปลวกอาศัยอยู่เมื่ออากาศร้อนชื้นเหมาะสมก็จะเห็นเห็ดโคนป่าขึ้น สามารถนำไปเป็นอาหาร
และนำไปขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกทาง
๔.ใช้ในการสร้างแรงจูงใจในการปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่างในพื้นที่ของตนเองเพื่อให้มี
พื้นที่สำหรับเป็นแหล่งอาหารของตนเอง โดยเฉพาะเห็ดโคนป่าที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ
จะสามารถทำให้อนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของชุมชนได้เป็นอย่างดี
๕. ใช้สำหรับย่อยสลายสมุนไพรในการทำน้ำหมักสมุนไพรป้องกันแมลงศัตรูพืช เชื้อจุลินทรีย์
เชื้อเห็ดโคนป่าสามารถย่อยสลายพืชสมุนไพรได้อย่างรวดเร็ว สามารถลดการใช้สารเคมี
กำจัดแมลงได้เป็นอย่างดี ช่วยประหยัดรายจ่ายในการซื้อสารเคมีกำจัดแมลง
๖.ใช้สำหรับย่อยสลายอินทรียวัตถุที่ทำปุ๋ยหมักจะช่วยให้ปุ๋ยหมักย่อยสลายอย่างรวดเร็ว
ประหยัดเวลาในการทำปุ๋ยหมัก สามารถช่วยลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยเคมี ช่วยประหยัดรายจ่าย
ในการซื้อปุ๋ยเคมี
๗. ใช้สำหรับรดราดพื้นดิน รองพื้นในการเลี้ยงหมูหลุม จะช่วยให้เล้าหมูไม่มีกลิ่นและย่อยสลาย
แกลบและเศษอาหารของหมู ทำให้ได้ปุ๋ยหมักจากหมูหลุมไปใช้ประโยชน์ในการเกษตรเพื่อ
ลดรายจ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมี
๘.ใช้สำหรับรดราดแปลงผัก และบริเวณโคนต้นไม้ผลที่คลุมแปลงไว้ จะช่วยให้วัสดุ คลุมดิน
ย่อยสลายอย่างรวดเร็ว ทำให้พืชผักเจริญเติบโต งอกงาม อย่างรวดเร็ว
๒.ขั้นตอนการขยายเชื้อเชื้อเห็ดโคนป่าจากจาวปลวก (fungus garden)
๒.๑ วัสดุ อุปกรณ์ ส่วนผสม
 ถังพลาสติกแบบมีฝาปิด ขนาด ๒๐๐ ลิตร จำนวน ๑ ใบ
 จาวปลวกที่มีเชื้อราเห็ดโคน (fungus garden) ของปลวกซึ่งเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้เห็ดโคนเกิดขึ้นมาได้ จำนวน ๑ กิโลกรัม
 ข้าวสุกหุงแข็ง (ข้าวท่อน ๕ ลิตร ใส่น้ำ ๓ ลิตร) ทิ้งไว้ให้เย็นโดยไม่ต้องเปิดฝาหม้อ จำนวน ๑ หม้อ
 น้ำสะอาด (น้ำประปา ควรทิ้งไว้ประมาณ ๗ วัน) จำนวน ๒๐๐ ลิตร

๒.๒ ขั้นตอน วิธีทำ
 เตรียมขันธ์ห้า(ประกอบไปด้วยธูป ๑๐ดอก ดอกไม้ ๑๐ ดอก) น้ำสะอาด ๑ แก้ว ธูปหอมจำนวน ๒๑ ดอก จุดธูป ๒๑ ดอก นั่งคุกเข่าพนมมือพร้อมกล่าวคำขอ เชื้อเห็ดโคนป่าจากพระแม่ธรณี

 ใช้จอบค่อย ๆ ถากจอมปลวก จนเห็นรังปลวก


 นำจาวปลวกที่มีเชื้อราเห็ดโคน (fungus garden) ของปลวกซึ่งเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้เห็ดโคน มาคลุกกับข้าวสุกที่เตรียมไว้ ดังภาพ


 นำส่วนผสมทั้งหมดไปเทใส่ในถังพลาสติกที่เตรียมไว้

 ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้ ๗ วัน จะเห็นเชื้อจุลินทรีย์สีขาวในถังพลาสติก จึงนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

๒.๓ วิธีการใช้ การใช้ประโยชน์
 ใช้ย่อยสลายฟางข้าวในแปลงนาในอัตราไร่ละ ๕ ลิตร ด้วยวิธีหยดตามน้ำไหลขณะที่ปล่อยน้ำเข้าแปลงนา หรือ ใช้ผสมน้ำฉีดพ่น ในอัตราส่วน ๑ ต่อ ๑
 ใช้ผสมน้ำ ในอัตราส่วน ๑ ต่อ ๑ รดราดในบริเวณแปลงผัก หรือ บริเวณโคนไม้ผล จะทำให้ในดินมีเชื้อจุลินทรีย์เห็ดโคน ที่สามารถช่วยย่อยสลายวัสดุคลุมดินและยังช่วยปลดปล่อยธาตุฟอสฟอรัสจากดินให้กับพืช ทำให้พืชเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี
 ใช้ผสมน้ำ ในอัตราส่วน ๑ ต่อ ๑ รดราดลงไปในเล้าหมูหลุม เพื่อดับกลิ่นและย่อยสลายแกลบดิบเพื่อทำปุ๋ยหมักจากหมูหลุม
 ใช้ผสมน้ำ ในอัตราส่วน ๑ ต่อ ๑ รดราดบริเวณป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ที่มีจอมปลวก เพื่อให้มีเห็ดโคนขึ้นตามอากาศที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว
ความรู้นี้เนี่ยเหมาะสมกับคนไทยที่มีหัวใจรักษ์ป่า หากคนไทยปลูกป่าสามอย่างจะเกิดประโยชน์สี่อย่าง จะทำให้ประเทศไทยอุดมนสมบูรณ์ไม่เกิดน้ำท่วม หรือความแห้งแล้ง อีกต่อไป เห็ดโคนมีไว้สำหรับทำบุญ คนโลภจะไม่ค่อยมีโอกาสกินหรือพบเจอได้ เพราะว่าปลวกเขาสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างบุญ ครับ
จักรภฤต บรรเจิดกิจ (เบ้)

๒.๔ คำแนะนำ ข้อควรระวังในการใช้
 การนำเชื้อเห็ดโคนป่าไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ นั้นไม่ควรนำไปใช้จนหมด ต้องเหลือไว้ขยายเชื้ออีกต่อไปตามขั้นตอนเดิมเพียงแต่เปลี่ยนจากจาวปลวก มาเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์เห็ดโคนป่า แทน ดังนั้นเราจะสามารถพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างแท้จริง


๓.การเกื้อกูลขององค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น กับทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม
เชื้อเห็ดโคนป่าจากจาวปลวก (fungus garden) สามารถเกื้อกูลกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมได้มาก เนื่องจากเกษตรกรใช้สารเคมีกำจัดหญ้า ทำให้เชื้อจุลินทรีย์ที่เคยมีนั้นถูกทำลาย ตายไปหมดองค์ความรู้นี้ สามารถทำให้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมกลับคืนสู่สภาพที่มีความอุดมสมบูรณ์มีเห็ดโคนเกิดขึ้นในป่า ที่เกษตรกรปลูกบริเวณข้าง ๆ บ้าน อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ง่าย

๔. การเชื่อมโยงองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น / ดั้งเดิม กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เชื้อเห็ดโคนป่าจากจาวปลวก (fungus garden) เป็นหัวใจของหลักกสิกรรมธรรมชาติที่นำไปสู่ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เชื้อจุลินทรีย์ทำหน้าที่เลี้ยงสิ่งมีชีวิตหลายชนิดรวมทั้งพืชที่มนุษย์กินเป็นอาหาร กินเป็นขนม กินเป็นเครื่องดื่ม กินเป็นยารักษาโรค รวมถึงปัจจัยที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งถ้ามนุษย์สามารถพึ่งตนเองปลูกพืชให้มี พอกิน พอใช้ พออยู่ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน ก็จะมีความยั่งยืน มั่นคง

๕.การสร้างนวัตกรรมทางการเกษตรที่สืบสาน หรือต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น / ดั้งเดิม
“เห็ดปลวก” (Termite Mushroom) หรือเห็ดโคนเมื่อเรียกเป็นภาษาภาคกลาง เป็นเห็ดอีกชนิดหนึ่งที่มีความต้องสูงในการบริโภคของประชาชนคนไทยทั่วทุกภูมิภาค เนื่องจากเห็ดชนิดนี้มีรสชาดดี นุ่ม อร่อย อีกทั้งเป็นเห็ดที่มีความหอมของกลิ่นเห็ด และที่ผ่านมาเห็ดชนิดดังกล่าวยังไม่มีรายงานว่าสามารถเพาะได้ อีกทั้งในปัจจุบันเห็ดปลวกนี้ก็ยังไม่สามารถนำมาเพาะในวัสดุเพาะที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก เนื่องจากเห็ดปลวกนี้จะพัฒนาเป็นดอกเห็ดได้ก็ต่อเมื่อเส้นใยเห็ดได้ผ่านกระบวนการย่อยของตัวปลวกเสียก่อน และเมื่อเราขุดดูรากของเห็ดปลวกก็จะพบว่ารากของดอกเห็ดทุกดอกเกิดมาจากรังปลวก หรือภาษาอิสานเรียกว่า จาวปลวก (Fungus Gardens) นั่นแสดงว่าเห็ดปลวกมีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับตัวปลวก (Relationship)
เห็ดโคนจึงจัดว่าเป็นเห็ดที่นิยมบริโภคถึงแม้ว่าจะมีราคาแพง แต่ก็มีหลายหน่วยงานที่จะทดลอง
วิจัยเพาะพันธ์ผสมสูตรอาหารทางเคมีและเทคนิควิธีมากมาย ในการเพาะพันธ์เห็ดโคน แต่ก็ยังไม่สามารถประสบความสำเร็จจนถึงการเพาะเป็นอาชีพได้

เชื้อเห็ดโคนป่าจากจาวปลวก (fungus garden) นวัตกรรมที่ค้นพบนี้ สามารถทำให้เกษตรกรนำไปใช้กับครอบครัวและชุมชนได้เป็นอย่างดี ทำให้ชาวบ้านปลูกป่า ร่วมกันรักษาป่าชุมชน นำเชื้อเห็ดโคนป่าจากจาวปลวก นำมาราดในป่าทำให้เกิดเห็ดโคนป่าอย่างมากมายตามธรรมชาติ
และภูมิปัญญาชาวบ้านในการเก็บหาเห็ดโคนของแต่ละชาติพันธุ์จึงล้วนแฝงความหมาย ไว้ซึ่งการพึ่งพิงประโยชน์จากเห็ดโคนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะชาวบ้านสมัยก่อนซึ่งได้ดูแลพื้นที่ป่าชุมชนไว้ได้ดี เพราะไม่ได้คิดถึงเรื่องของการค้าขายและผลกำไรจากการขายของป่ามาเป็นหลักคิด สำคัญ แต่เห็นว่าป่าเป็นพื้นที่ที่มีบุญคุณ



beasol999

จำนวนข้อความ : 7
Join date : 01/02/2012
Age : 49
ที่อยู่ : 8 ม.16 ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร 66180

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อยากให้สมาชิกที่มีประสบการ์ ให้นำเอามาเล่าให้สมาชิกท่านอื่นฟังในฟอรั่มนี้

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Feb 01, 2012 9:46 pm

ต้องขอขอบคุณคุณจักภฤต ที่มีอะไรดีๆแล้วเอามาเล่าสู่กันฟังในเวปนี้ เป็นเจตนารมย์อันแน่วแน่ของ ดร.อานนท์ ที่ต้องการให้เวปนี้ เป็นประโยชน์แก่บรรดาผู้เพาะเห็ดและท่านที่สนใจเรื่องเห็ด ได้รับความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์อันทรงค่าเช่นนี้ การเล่าเรื่องประสบการณ์นั้น ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องเป็นผู้ที่เคยทำเห็ดมานานแล้ว อาจจะเป็นใครก็ได้ แม้ว่า ยังไม่เคยทำเห็ดเลย แต่อาจจะมีมุมมองในเรื่องเห้ดที่แตกต่างกันไป ก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้ ดูอย่างคุณภาคินสิ พอเริ่มคิดจะทำเห็ดปุ๊บแกก็เล่าให้ฟังตั้งแต่ต้น พอเริ่มทำแล้ว การสังเกตดูการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วันแรก จนกระทั่งถึงเห็ดเกิดดอก แล้วเอาดอกเห็ดไปแจกใครต่อใคร ผลสุดท้าย ก็หาเรื่องให้คุณแม่มาดูแลเห็ดแทน จนกระทั่งคุณแม่ตกหลุมรักเห็ดไปอีกท่านหนึ่ง และก็ด้วยการที่ลุ้นเรื่องเห็ดจนตัวโก่ง มากไป ปล่อยให้ลูกที่เลี้ยงไว้ตั้งนาน เป็นมะเร็งแล้วก็ตายไป (ขอโทษ ลูกที่ว่า คือ น้องหมาน๊ะครับ) ปรากฎว่า กระทู้ของคุณภาคิน สามารถเรียกเพื่อนผู้อ่านได้เกือบหมื่นครั้งแล้ว ทำลายสถิติ แม้กระทั้งเจ้าของเวปเองยังไม่สามารถทำได้ จึงขอเชิญชวนทุกท่าน เขียนมาคุยกันในเรื่องเห็ดให้เยอะๆครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ดีใจมากที่ได้รับเมล์จากสมาชิกเมื่อปี 2540 ในความสำเร็จในการกระตุ้นให้เห็ดโคนแท้ออกดอก

ตั้งหัวข้อ  beasol999 on Fri Feb 10, 2012 10:00 pm



ผมต้องขอเล่าเรื่องเพิ่มเพื่อให้สมบูรณ์นะครับ ก่อนที่เราจะไปขุดเอาจาวปลวกเพื่อมาขยายเป็นแบบน้ำเพื่อให้ปริมาณเชื้อราเห็ดโคน รวมถึงเชื้อจุลินทรีย์ตัวอื่น ๆ ให้ทีจำนวนมากขึ้น ต้องทำพิธีขอจากแม่ธรณี ผีปลวก และปลวกก่อนนะครับ เพราะว่า ท่านที่ผมเอ่ยมานี้เป็นเจ้าของ ถ้าเราไปขุดโดยพละการ ถือว่าเป็นการลักทรัพย์ผิดศิลข้อสอง นะครับ ล่าสุดผมได้มีประสบการณ์ตรงและขอเล่าให้ฟัง ในครั้งนี้ครับ มีชาวอิสลามมาขอดูงานเรื่องจุลินทรีย์จากจาวปลวก ด้วยที่ต่างศาสนา ผมไม่ทำพิธีขอ เท่านั้นเองครับ ผมโดนผีปลวกเล่นงาน อยู่ ๆ ก็ปวดหลังมาก และมากขึ้นทุกวัน ๆ ๆ จยทนไม่ไหวครับ ทีแรกก็คิดว่าเป็นโรคปวดหลังเพราะสาเหตุต่าง ๆ หรือเป็นโรคกรรม ที่ไหนได้ ผมได้ไปถามพระหลวงปู่ยม ท่านบอกว่า ผมล่วงเกินจอมปลวก ต้องไปขอขมาด้วย ขันต์ ห้า พวงมาลัยสามพวง จุดธูป เจ็ดดอก และที่สำคัญ ต้องสวดมนต์แผ่เมตตาขอขมาเขาอย่างน้อย 9 วัน ถึง 15 วัน ครับ ผมเริ่มทำพิธีขอขมาตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.55 จนถึงวันนี้ อาการปวดหลังค่อย ๆ ทุเลาลง ตามลำดับ นี่เป็นประสบการณ์ตรงที่อยากจะบอกกับทุกท่านที่สนใจจะทำเห็ดโคนไว้กินเองที่บ้าน ด้วยวิธีนี้ ถ้าเผลอแล้วละก้อจะโดนผีปลวกเหมือนผม ครับด้วยความเป็นห่วงนะครับ
อาจารย์อานนท์ ท่านสอนผมไว้ว่า เห็ดเกิดจากเชื้อราจำนวนมากมารวมตัวกันกลายเป็นดอกเห็ด ผมจำได้ชัดเจนและมาทบทวนดูว่า เราขยายเชื้อราเห็ดโคนจำนวนมากและนำไปปล่อยที่จอมปลวกหรือที่ ๆ เห็ดโคนเคยขึ้น แสดงว่ามีจาวปลวกอยู่ใต้ดิน ให้ท่านเทน้ำจุลินทรีย์ลงไปเยอะ ๆ ยิ่งมากยิ่งดี แล้วหาเศษใบไม้ หรือฟาง หรือปุ๋ยหมัก ไปทับ ๆ ไว้ รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ ๆ ย้ำ รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ เพื่อสร้างความชื้อ ส่วนความร้อนอบอ้าว ต้องรอให้ฟ้าเป็นใจ คืออากาศก่อนฝนจะตก แหละครับ ถ้าท่านจับความรู้สึกได้ว่าถ้าอากาศร้อนแบบนี้ ฝนต้องตกแน ๆ ท่านรีบไปดูในสิ่งที่ท่านทำไว้เถอะครับ แล้วท่านจะพบกับความสุขเพราะได้เก็บเห็ดโคน ต้องขอบอกก่อนนะครับว่า ท่านต้องขอกับแม่ธรณีก่อนนะครับ เพราะท่านเป็นเจ้าของความรู้ ต้องอธิษฐานขอ หากมีเห็ดโคนขึ้นมา สิ่งแรกที่ท่านต้องทำก็คือ ปรุงเป็นอาหารอย่างประณีตแล้วเอาไปทำบุญถวายพระสงค์อุทิศส่วนบุญให้กับแม่ธรณี ผีปลวก และ ปลวกทั้งหลาย ครับ เพราะวิธีนี้เท่านั้นท่านจะได้มีเห็ดโคนกินตลอดระยะที่มีฝนตก ซึ่งยุคนี้หมดยุคฤดูไปแล้วเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงไปมาก ข้อสำคัญท่านต้องปลูกป่า ปลูกต้นไม้ที่สามารถทำบ้านได้ ปลูกต้นไม้ที่เอาไว้ใช้ประโยชน์ต่าง ๆ เช่นทำเครื่องมือเกษตร ฯลฯ และปลูกพืชที่เอาไว้กินได้ ปลูกแบบไร้ระเบียบนะครับ ข้อาคัญท่านห้ามใช้ยาฆ่าหญ้าเป็นอันขาด เพราะยาฆ่าหญ้าเป็นศัตรูของเชื้อราเห็ดโคนครับ
ทีนี้ท่านจะเห็นว่าปลวกเป็นสัตว์ที่มีพระคุณนะครับ ไม่ใช่สัตว์ที่ต้องกำจัดออกไปให้ตายให้หมด แล้วก็มาอยากกินเห็ดโคนป่า เพราะเห็ดโคน ป่า เกิดจากปลวก เราไปรับเอาวัฒนธรรมของต่างชาติมา ปลูกบ้านมีห้องน้ำไว้ในบ้าน ปลวกก็มาอาศัยกินไม้ กินทุกอย่างที่เขากินได้สิครับ เพราะเขาไม่มีที่อยู่เพราะโดนชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ เอายาฆ่าหญ้ามาฉีดให้อาหารของเขาหมดไม่มีเหลือ เขาไม่มีอะไรกิน เขาก็มากินบ้านของท่านแทน งัยครับ ผมต้องเรียกร้องแทนปลวกครับเพราะปลวกเป็นครูของผม เขาให้ความรู้ผมในการค้นพบการเพาะเชื้อราเห็ดโคนป่า และรวมถึงเรื่องการย่อยสลายฟางในนาข้าว การปราบเชื้อราในนาข้าว ในพืช ในผักทุกชนิด รวมถึงเป็นปุ๋ยให้กับพืชด้วยครับ
ก็ขอเขียนเรื่องเล่าเพียงแค่นี้ก่อนครับ มีโอกาสอีกก็จะเขียนไปเล่าให้ฟังใหม่ครับ ผมภูมใจมากที่ได้เกิดมาเป็นศิษย์ท่านอาจารย์อานนท์ เอื้อตระกูล ครับ ขอขอบพระคุณมากครับ

beasol999

จำนวนข้อความ : 7
Join date : 01/02/2012
Age : 49
ที่อยู่ : 8 ม.16 ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร 66180

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ดีใจมากที่ได้รับเมล์จากสมาชิกเมื่อปี 2540 ในความสำเร็จในการกระตุ้นให้เห็ดโคนแท้ออกดอก

ตั้งหัวข้อ  beasol999 on Thu Feb 16, 2012 3:07 pm

อากาศร้อนอบอ้าว มาถึงแล้ว ใครที่เป็นเซียนหาเห็คโคนก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจออกไปหาอาหารอันโอชะ คือเห็ดโคนป่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้เข้าร่วมประชุมกับพี่ที่อยู่จังหวัดอุทัยธานี เธอเล่าให้ฟังว่า ในแต่ละปีในฤดูหาเห็ดโคนป่า จะมีนักหาเห็ดโคนไปรุกป่าห้วยขาแข้งเข้าไปหาเห็ดโคนกันจำนวนมากมาย หลายตารางกิโลเมตร ทำงัยได้ เห็ดโคนป่าอร่อยและราคาแพง เศรษฐกิจไม่ดี หากินฝืดเคือง ต้องมุ่งหน้าเข้าป่าไปหาเห็ดโคน มาขาย แต่หารู้ไม่เขาเหล่านั้นทำลายสปอร์เห็ดโคนอย่างยับเยิน วิธีที่จะทำให้มีเห็ดโคนเป็นจำนวนมาก ก็ต้องขยายเชื้อราเห็ดโคนป่าให้มาก ๆ ๆ เท่าที่จะมากได้แล้วนำเชื้อราเห็คโคนป่าคืนสู่ธรรมชาติ แล้วจะมีเห็ดโคนป่าไว้กินโดยง่าย เพียงเท่านี้ก็สามารถมีเห็ดโคนป่ากินตลอดในช่วงฤดูฝน ก็ขยายเชื้อตามรายละเอียดที่นำเสนอมาแล้ว แค่นั้นเอง ผมเป็นห่วงว่า ผู้คนที่หลงเสน่ห์เห็ดโคนจะเข้าไปทำลาย เราต้องรู้วิธีอนุรักษ์แบบยั่งยืนครับ ผมยืนยันวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เมืองไทยมีเห็ดโคนป่า ออกสู่ตลาดได้มาก เราต้องช่วยกันขยายเชื้อราเห็ดแล้วนำไปราดในป่า ไว้เยอะ ๆ ท่านผู้อ่านที่มีพื้นที่ป่า และมีเห็ดโคนป่าเกิดขึ้นแล้ว ให้ขยายแล้วนำไปรดราดยังที่นั้น ๆ จะมีเห็ดโดนป่าเกิดขึ้นมาอีกจำนวนมากมาย หากท่านที่อยู่ใกล้ป่า จงช่วยกันเถอะนะครัครับ สงสารเมืองไทยบ้าง ช่วยกันปลูกป่าและสร้างอาหารจากป่า โดยเฉพาะเห็ดโคนป่า จะกลับคืนมาอีกเช่นเคย การหาเห็ดโคนป่า ส่วนมากเขาจะหากันกลางคืนในตอนเช้ามืด แต่ต้องพกมะนาวไปด้วยนะครับเดี๋ยวโดนงูเห่ากัด เพราะงูเห่าเกลียดกลิ่นมะนาว งูเห่าชอบกินเห็ดโคนป่า พอ ๆ กับพวกหอยทาก แหละครับ เมื่อนำไฟฉายส่องไปยังดิน ตรงไหนมีเห็ดโคนป่า ตรงนั้นจะมีสารเรืองแสงสะท้อนขึ้นมาจากดินครับ พอเห็นอย่างนั้นก็ค่อย ๆ เอาปลายมีดกรีดดินจะเห็นเห็ดโคนป่าซ่อนตัวอยู่ในดินครับ ขอให้โชคดีกับการหาเห็ดโคนป่านะครับ

beasol999

จำนวนข้อความ : 7
Join date : 01/02/2012
Age : 49
ที่อยู่ : 8 ม.16 ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร 66180

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ดีใจมากที่ได้รับเมล์จากสมาชิกเมื่อปี 2540 ในความสำเร็จในการกระตุ้นให้เห็ดโคนแท้ออกดอก

ตั้งหัวข้อ  beasol999 on Sun Mar 04, 2012 3:03 pm

ผมขอแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องจุลินทรีย์จากจาวปลวก ผมมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ ดร.ภาวัช วิจารัตน์ ท่านมีความเชียวชาญเรื่องพันธุกรรมพืช ท่านไปอ่านในบทความของญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่องจุลินทีรย์ในจาวปลวก ประเทศญี่ปุ่นเขาค้นคว้ากันจริงจังมากสิ่งที่เขาค้นพบพอสรุปได้ก็คือจุลินนทรีย์ที่มีอยู่ในจาวปลวก นั้นเป็นกลุ่มใหม่ของโลก และเป็นกลุ่มที่มีพลังวิเศษต้องใช้อาหารเลี้ยงเฉพาะ ไม่ใช่กากน้ำตาลหรือน้ำตาลเหมือนจุลินทรีย์ในกลุ่มทั่วไป ผมเองที่ค้นพบนั้นเป็นความรู้จากแม่ธรณีที่เมตตามอบให้เพื่อนำไปช่วยเหลือคนอื่นเพื่อสร้างบุญ บุญคือแก้วสารพัดนึก เรื่องบุญนี้มีหลักฐานยืนยัน เพราะอ่านพระไตรปิฎก ก็จะทราบว่าใครทำบุญมาก จิตเป็นกุศล ก็จะเกิดเป็นเทพ เป็นพรหม หากเป็นพรหม ก็ไม่ต้องกิน เพียงแต่นึกก็อิมแล้ว บุญจึงเหมือันแก้วสาระพัดนึก ผมได้ขอร้องให้ ดร.ภาวัช ช่วยแปลจากภาษาอังกฤษ เป็นไทยให้หน่อยจะได้นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง เพราะว่าการค้นพบจุลินทรีย์จากจาวปลวกในครั้งนี้ ยังไม่มีในงานวิจัยของเมืองไทยเลยครับ แต่ประเทศที่เจริญเขาศึกษา เขาทำให้เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรของประเทศเขา ในชีวิตของผมยังอยากเห็นนักวิชาการไทย ช่วยเกษตรกรไทย เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ครับ ด้วยความเคารพ

beasol999

จำนวนข้อความ : 7
Join date : 01/02/2012
Age : 49
ที่อยู่ : 8 ม.16 ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร 66180

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ดีใจมากที่ได้รับเมล์จากสมาชิกเมื่อปี 2540 ในความสำเร็จในการกระตุ้นให้เห็ดโคนแท้ออกดอก

ตั้งหัวข้อ  beasol999 on Sat Jun 09, 2012 5:11 pm

ผมได้อ่านบทความของคุณธิดารัตน์ นิ่มเชื้อ นักวิจัยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ที่รู้ลึกถึงระดับเอนไซม์การย่อยอาหารของปลวก ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง เห็นได้จากการกินทุกอย่างที่ขวางหน้าพวกมัน เธอเปลี่ยนพลังเอนไซม์ที่ค้นพบมาใช้ประโยชน์กับอุตสาหกรรมผลิตกระดาษปัญหาที่พบในอุตสาหกรรมผลิตกระดาษ คือ การพึ่งพาสารเคมีในขั้นตอนฟอกเยื่อกระดาษ ทำให้มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์อย่างรุนแรง ธิดารัตน์และทีมวิจัยจากห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีเอนไซม์ ศูนย์ไบโอเทค จึงพยายามหาทางออกด้วยองค์ความรู้ทางชีวภาพที่มีอยู่ในมือ และพบว่าลำไส้ของปลวกเป็นบ้านของแบคทีเรียช่วยเขมือบ ซึ่งอุดมไปด้วยเอนไซม์ที่มีความสามารถในการย่อยสลายเนื้อไม้ หรืออีกนัยหนึ่ง ก็คือ สามารถประยุกต์ใช้กับการย่อยสลายเยื่อกระดาษได้เช่นกัน
ทีมวิจัยศึกษาการใช้ประโยชน์จากเอนไซม์ทนด่างจากเมตาจีโนมของแบคทีเรียในลำไส้ปลวก (ENZbleach) โดยคัดแยกยีนที่กำหนดการสร้างเอนไซม์ออกมาจากแบคทีเรียในลำไส้ปลวกด้วยเทคนิคทางชีวโมเลกุล และนำยีนที่คัดแยกได้ดังกล่าวมาใส่ไว้ในเซลล์แบคทีเรียเจ้าบ้าน ที่เป็นจุลินทรีย์ปรับแต่งพันธุกรรม จุดเด่นของวิธีดังกล่าว คือ การเพิ่มจำนวนของเอนไซม์เป้าหมายได้เป็นจำนวนมาก ในเวลาอันสั้น 1 ถึง 2 วันเท่านั้น โดยเอนไซม์ดังกล่าวสามารถนำไปใช้ในการฟอกเยื่อได้โดยไม่ต้องปรับพีเอชในกระบวนการ อีกทั้งไม่มีกิจกรรมของเอนไซม์อื่นที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดาษเจือปน นักวิจัย กล่าวต่อว่า ในการทดลองได้รับความอนุเคราะห์เยื่อกระดาษยูคาลิปตัส การทดลองฟอกเยื่อกระดาษ และการตรวจสอบคุณสมบัติของเยื่อทั้งก่อนและหลังฟอกโดยศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี บริษัท เอสซีจี เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) โดยนำเอาเอนไซม์ที่พัฒนาได้ไปฟอกเยื่อกระดาษด้วยวิธีมาตรฐานที่ใช้จริงในโรงงาน เปรียบเทียบกับการฟอกเยื่อด้วยเอนไซม์ทางการค้าที่ใช้ในปัจจุบัน ผลที่ได้พบว่า เอนไซม์ปลวกสามารถลดปริมาณคลอรีนในกระบวนการได้อย่างชัดเจน โดยยังคงให้ความขาวสว่างของกระดาษในระดับที่มากกว่าเยื่อที่ไม่ได้ผ่านการฟอกด้วยเอนไซม์ และเยื่อที่ฟอกด้วยเอนไซม์ทางการค้าอื่นๆ ขณะนี้ งานวิจัยอยู่ระหว่างทดลองขยายขนาดการผลิต ENZbleach ให้ไปสู่ถังหมักระดับ 200 ลิตร คาดว่าจะส่งมอบเอนไซม์ให้กับบริษัทเอกชนที่สนใจนำไปทดลองใช้ในกระบวนการฟอกเยื่อกระดาษในโรงงานของตัวเองได้ไม่เกินกลางปีหน้า เพื่อประเมินความสามารถของ ENZbleach ต่อกระบวนการการฟอกเยื่อในระดับอุตสาหกรรม และนำข้อมูลที่ได้มาประเมินความเป็นไปได้ในการลงทุนเชิงธุรกิจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนที่สนใจจะลงทุนกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
แผนต่อยอดสำหรับงานวิจัยดังกล่าว นักวิจัย กล่าวว่า มี 2 แนวทาง คือ แบบส่งต่อองค์ความรู้ให้บริษัทเอกชน ที่สนใจลงทุนสร้างระบบการผลิตเอนไซม์ ใช้ในโรงงานของตัวเอง หรือนำเอนไซม์ไปจำหน่ายแก่โรงงานเยื่อและกระดาษ ทางทีมวิจัยจะถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเอนไซม์และส่งมอบข้อมูลทั้งหมดให้แก่บริษัทนั้น พร้อมร่วมเป็นที่ปรึกษาในการจัดตั้งระบบผลิตเอนไซม์หากบริษัทมีการร้องขอ
อีกแนวทางหนึ่ง คือ เปิดโอกาสให้กับบริษัทเอกชนที่สนใจ แต่ยังไม่พร้อมจัดตั้งโรงงานผลิตเอนไซม์ สามารถนำเอนไซม์ไปใช้ในโรงงานเพียงอย่างเดียว ทางทีมวิจัยจะเป็นตัวกลางประสานงานกับบริษัท หรือหน่วยงานรัฐที่พร้อมผลิตเอนไซม์ในระดับการผลิตขนาดใหญ่ เพื่อผลิตป้อนให้กับโรงงาน โดยทีมวิจัยจะถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต รวมทั้งส่งมอบข้อมูลทั้งหมดให้กับบริษัทได้รับทราบ
ผลงานจากห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีเอนไซม์สำหรับภาคอุตสาหกรรม ไม่ได้มีเพียงเอนไซม์ปลวก แต่ยังมีเอนไซม์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ทำให้สัตว์สามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น น้ำหนักของสัตว์ก็มากขึ้นไปด้วย เอนไซม์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ในกระบวนการลอกแป้งและกำจัดสิ่งสกปรกบนผ้าฝ้ายดิบแทนการใช้สารเคมี และเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อย ชีวมวลพืช เพื่อนำน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่ได้ไปหมักเป็นไบโอเอทานอล เป็นต้น จุดเด่นของงานวิจัยเอนไซม์ปลวก คือ เป็นทางเลือกสีเขียว ลดขั้นตอนในการปรับพีเอชของเยื่อกระดาษทำให้ประหยัดพลังงาน และใช้ต้นทุนถูกลงกว่าการนำเข้าสารเคมี อีกทั้งไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม มีโอกาสทางการตลาดสูง เพราะภาคอุตสาหกรรมกระดาษหันมาให้ความสนใจ และนิยมใช้เทคโนโลยีลักษณะนี้มากขึ้น เพื่อตอบสนองกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกกำลังรณรงค์ นักวิจัยเอนไซม์ปลวกกล่าว
และอีกบทความของต่างประเทศ ครับ
เอเอฟพี –หลายคนคงสุดทนและเอือมระอากับ “ปลวก” สัตว์ตัวจิ๋วที่เห็นอาคารบ้านเรือนเป็นขนมกรุบกรอบ แต่ตอนนี้ "ปลวก"กำลังเป็นขุมทองในยุคน้ำมันแพงเมื่อนักวิจัยพบแบคทีเรียในลำไส้ปลวกที่เปลี่ยนเซลลูโลสให้เป็นน้ำตาลเปลี่ยนกระดาษเอสี่ 1 แผ่นเป็นไฮโดรเจนได้ถึง 2 ลิตร

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ (Nature) เมื่อปลายเดือนพ.ย.50 ระบุถึงผลงานของบรรดานักวิจัยหลายชาติ นำโดยนักวิจัยสหรัฐฯ ดั้นด้นไปเก็บตัวอย่างปลวกงานที่มีหัวโตเป็นกระเปาะ (bulbous–headed worker termite) จากโคนไม้ในป่าฝนของประเทศคอสตาริกา

นักวิจัยพบว่า ในลำไส้ส่วนหลังของปลวกสายพันธุ์ในแถบอเมริกากลางประกอบด้วยจุลินทรีย์มากมายที่มีเอนไซม์ย่อยสลายเส้นใยของเนื้อไม้ให้เป็นสารอาหารแก่ปลวกได้ จึงมีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะใช้เอนไซม์นี้ย่อยสลายเซลลูโลสของพืชที่ไม่ใช่อาหารอย่างเศษไม้และฟางข้าวให้กลายเป็นน้ำตาลก่อนจะนำไปหมักและกลั่นเป็นเอทานอลใช้เป็นพลังงานต่อไป

“ลำไส้ของปลวกมีประสิทธิภาพอย่างไม่น่าเชื่อซึ่งตามทฤษฎีแล้วจะสามารถเปลี่ยนกระดาษขนาดเอสี่ (A4) 1 แผ่นให้เป็นไฮโดรเจนได้ถึง 2 ลิตร” อันเดรียส บรูเนอ (Andreas Brune) นักวิจัยสถาบันมักซ์ พลังค์ เพื่อการศึกษาจุลชีพ (Max Planck Institute for Terrestrial Microbiology) เมืองมาร์บวร์ก (Marburg) ประเทศเยอรมนีชี้

ส่วนเอ็ดดี รูบิน (Eddy Rubin) นักวิจัยเกี่ยวกับยีน และ ผอ.ของจอยท์ จีโนม อินสติทิว (Joint Genome Institute : JGI) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ย้ำว่า เอนไซม์ในท้องปลวกมีกลไกเช่นเดียวกับเอนไซม์ในท้องวัว ที่ลำไส้ของมันชุดหนึ่งจะเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์มากมาย ซึ่งสามารถเปลี่ยนอนุภาคขนาดใหญ่ของเนื้อไม้ให้เป็นน้ำตาล แล้วเราก็สามารถนำไปหมักให้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลได้

ระหว่างการทดลอง พวกเขาได้ใช้คีมหนีบและเข็มขนาดเล็กดึงเอาจุลินทรีย์ออกมาจากท้องปลวก 165 ชนิด และส่งต่อสู่ห้องแล็บในแคลิฟอร์เนียเพื่อถอดรหัสพันธุกรรม และพบว่ามีมากถึง 71 ล้านตัวอักษร (หรือโค้ด) จำแนกเป็นแบคทีเรีย 2 ตระกูล คือ “ไฟโบรแบคเตอร์” (fibrobacter) ซึ่งย่อยเซลลูโลสได้ และ “เทรปโอนีมา” (treponema) ที่เปลี่ยนผลที่ได้เป็นน้ำตาลอีกต่อหนึ่ง

“เราก็ผ่านงานเบื้องต้นนี้ไปแล้วแม้หนทางอีกยาวไกลกำลังทอดคอยเราอยู่ก็ตาม” รูบินกล่าวและเสริมว่า วิธีดังกล่าวจึงเปรียบได้กับการทำเหมืองทองคำ โดยพลังงานชีวมวลที่ได้ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สร้างมลพิษ ราคาแพง แถมมีเรื่องภูมิศาสตร์การเมืองพ่วงติดมามากมาย

ที่สำคัญคือไม่ต้องนำพืชอาหารอย่างข้าวโพดหรือน้ำตาล ตลอดจนธัญพืชอื่นๆ มาเปลี่ยนเป็นเอทานอลที่พลอยทำให้ราคาพืชอาหารแพงได้ด้วย

นอกจากนั้น วิธีใหม่เอี่ยมนี้ยังช่วยคลายความกังวลแต่เดิมที่ว่า พลังงานชีวมวลรุ่นถัดไปต้องมีราคาแพง เต็มไปด้วยกระบวนการผลิตที่ยุ่งยาก และต้องฟันฝ่าอีกมากเพื่อไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งการไขรหัสพันธุกรรมของจุลินทรีย์เหล่านี้จะเป็นกุญแจไปสู่การเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น ก่อนใช้ในระดับอุตสาหกรรมอย่างมีความหวังในอนาคต

อย่างไรก็ดี รูบิน ชี้ว่า การทำให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพและพลังงานมีราคาไม่แพงยังเป็นอีกประเด็นที่ต้องคำนึงซึ่งเขาย้ำว่าหัวใจสำคัญที่พาไปสู่เป้าหมายได้คือการระบุกลุ่มของยีนที่สนับสนุนให้น้ำย่อยของปลวกย่อยสลายเซลลูโลสให้ได้ก่อนอันเป็นขั้นตอนที่สำคัญ

ทั้งนี้ งานวิจัยยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ ด้วย คือสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology: Caltech) สถาบันความหลากหลายทางชีวภาพคอสตา ริกา (National Biodiversity Institute: INBio) เวเรเนียม คอร์ป (Verenium Corp.) ซึ่งประกอบธุรกิจพลังงานชีวมวล และศูนย์วิจัยไอบีเอ็ม โทมัส เจ. วัตสัน (IBM Thomas J. Watson Research Center) สหรัฐฯ
ผมคิดว่าความลับของจุลินทรีย์ปลวกจะต้องมีมากกว่านี้ ที่สำคัญเมื่อวันวิสาขะบูชาที่ผ่านมา พี่น้องชาวตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ดีใจกันมาก เพราะหาเห็ดโคนกันได้คนละหลาย ๆ กิโล เพื่อเอาไปทำบุญสร้างบารมี ขอขอบคุณพระแม่ธรณีมากที่สุด

beasol999

จำนวนข้อความ : 7
Join date : 01/02/2012
Age : 49
ที่อยู่ : 8 ม.16 ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร 66180

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» นัดบัณฑิตรุ่นที่ 36 รอบบ่าย ทานข้าวเช้าก่อนเข้าซ้อมพิธีซ้อมย่อยครับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ
» อยากทราบอีเมล เฟสบุ้ค ช่องทางการติดต่อ ของเืพื่อนๆสื่อสาร มนุษศสาตร์หน่อยค้าบ มาเป็นเื่พื่อนกันนะครับ
» เด็กสื่อสารปี 1 พรุ่งนี้มีเรียนตัวไหนหรอ เรียนที่ราม 1 หรือราม 2 หรอค่ะ
» บัณฑิตรุ่นที่ 36 ใครว่างบ้างครับ เรามานัดทานข้าวกันก่อนดีกว่า

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ