น้ำหมักเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

น้ำหมักเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Thu Feb 09, 2012 9:04 pm

ขอบคุณคุณไผ่มากกับกับความชัดเจนทุกคำถามครอบคลุมไปจนถึงคำถามครั้งก่อน กระจ่างทุกคำตอบ เห็ดสดหมักดีกว่าเห็ดสดอย่างแน่นอน เพราะจุลินทรีย์ช่วยย่อยให้โมเลกุลเล็กลงจนร่างกายดูดซึมไปใช้ได้เร็วและดีอย่างมีประสิทธิภาพกว่า
เมื่อวานนี้ได้ติดต่อกับ อ.ธวัช ตามคำแนะนำแล้ว หลังจากที่ได้หัวเชื้อบริสุทธิ์(UM 92) จากคุณน้าสุจินซึ่งได้มาจาก อ.ธวัช เมื่อคืนนี้ได้เข้ามาเยี่ยมเวปนี้ประมาณเที่ยงกว่า ว่าจะส่งข่าวคราวพิมพ์ไปเสร็จแล้วจะส่งสงสัยตาลายจัดพลัดไปถูกแป้นไหนไม่รู้ข้อความหายไปหมด เลยออกไปพักผ่อนนอนก่อนดีกว่า
วันนี้ก็แวะเข้ามาหาใหม่ตามความตั้งใจและจะเล่าว่า ได้นำ UM 92 ใส่น้ำหมักเห็ด Phellinus linteus และเห็ดทุกถังแล้ว และ อ.ธวัช ได้อธิบายว่า หลังจากใส่ UM 92 แล้วต้องรอให้ครบ 3 เดือน จึงจะนำน้ำเห็ดหมักมาดื่มได้ เพื่อว่าจะให้เจ้า Pichia sp. ใน UM 92 ทำลายล้างพิษหรือเขมือบเชื้อที่ร่างกายไม่พึงปรารถนา ให้ปลอดภัยเสียก่อน รวมทั้งเจ้า Dekkerra sp. จะได้กำจัดกลิ่นอันไม่โสภาไปพร้อมๆ กันไปด้วย จึงเป็นอุบัติการณ์ให้ได้น้ำเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มาดื่ม ซึ่งน้ำเอนไซม์เห็ดนี้ก็ อ.ธวัช ฝากมากับคุณน้าสุจินอีกนั่นแหละ คุณน้าใจดีมาก ทีนี้ก็มาถึงเรื่องที่คุณไผ่ต้องเผยแพร่ เผยน่าน ให้หิ่งห้อยน้อยแสงได้ความสว่างมากขึ้นแล้วหล่ะ ขอแยกเป็นข้อ ดังนี้
1. น้ำเอนไซม์เห็ด 3 อย่างข้างต้น มีประโยชน์กับร่างกายอย่างไรบ้าง อวัยวะส่วนใดจะได้รับการบำรุงรักษา
2. น้ำเอนไซม์เห็ดนี้ ต้องดื่มผสมกับน้ำทุกครั้งประมาณ 1 แก้วน้ำ แล้วตัวน้ำเอนไซม์ต้องดื่มวันละกี่ครั้ง ๆละช้อนโต๊ะหรือช้อนชา และดื่มเวลาใดบ้าง(ก่อน-หลัง อาหาร เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน หรือตื่นนอนตอนเช้าที่ท้องว่าง) โดยที่ผู้ดื่มไม่เป็นโรคกระเพาะอาหาร
3. เกี่ยวกับเห็ด Phellinus linteus ถ้าหากเห็ดนี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติในป่า เห็ดขึ้นกับไม้ยืนต้นต่างชนิดกัน เห็ดจะมีสรรพคุณแตกต่างกันหรือไม่
4. หากนำเห็ด Phellinus linteus ที่ขึ้นกับไม้ยืนต้นที่มีพิษ มาหมักตามอัตราส่วน น้ำผึ้ง : เห็ด :น้ำ คือ 1: 3 :5 แล้วใส่ UM 92 ลงไปด้วย 1 แคปซูล อีก 3 เดือนนำมาดื่ม จะทำให้สารพิษที่ติดมากับเห็ดนั้นถูกกำจัดโดย Pichia sp.ที่อยู่ใน UM 92 จนเป็นน้ำหมักที่ปลอดภัยหรือไม่ อย่างไร
ขอบคุณมาก
หิ่งห้อยน้อยแสง


Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เอ็นไซม์จากเห็ดสามอย่างของ อ.ธวัช เจียศิริพงษ์กุล ที่จังหวัดแพร่

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Fri Feb 10, 2012 8:50 am

อ้าวเข้าเรื่องเลย เดี๋ยวจะโดนกล่าวหาว่าหลงประเด็นหรือตอบไม่ครอบคลุมประเด็นที่ถามมา
ดร.อานนท์ฝากบอกมาและฝากบอกถึงคนแพร่ด้วยว่า ท่านดีใจมาก ที่ทราบว่า ปัจจุบันคนจังหวัดแพร่เริ่มตื่นตัวด้านการหมักพืชผักสมุนไพรกันอย่างทั่วหน้าและเริ่มถูกหลักวิชาการกว่าที่ไหนๆแล้ว ซึ่งเป็นความฝันอันสูงส่งที่ ดร.อานนท์ ปรารถนาที่จะตอบแทนแผ่นดินเกิด เพราะตลอดชีวิตของ ดร.อานนท์ ที่ได้ทำการศึกษาวิจัย หาเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ไม่ว่าที่ไหนใครคุยว่าดี ก็ไปวื้อ ไปขอ ไปหามาทดสอบทดลองทุกอย่าง สุดท้าย ก็พบว่า เชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในรากของโกงกาง ที่มีเป็นพันๆชนิด ที่ช่วยสร้างเอ็นไซม์และย่อยอาหารให้แก่ต้นโกงกางโตอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยปรับสภาพน้ำเสียเป็นน้ำดีได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ดร.อานนท์ ได้แยกเชื้อที่สำคัญอย่างน้อย 5 ชนิด อันได้แก่ เชื้อ Pediococcus spp. 2 สายพันธุ์เชื้อ Lactobacillus spp. มากกว่า 2 สายพันธุ์ เชื้อยีสต์ที่หายากอีก มากกว่า 2 สายพันธุ์ หนึ่งในนั้น มีเชื้อยีสต์ที่หายากที่สุด ที่ชื่อ Pichia sp. ที่เป็นตัวหลักสำคัญในการสะสางทำลายล้างสารพิษต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื้อต่างๆเหล่านี้ ได้ส่งไปยังสถาบันชั้นนำของโลก เพื่อไปทดสอบความเป็นพิษหรือเป็นอันตราย ปรากฎว่า ทุกสถาบัน รวมทั้งสถาบัน ATCC(American Types Cultures Collection, Maryland, USA) ก็ยืนยันว่า เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ สามารถนำมาใช้ในการหมักได้เฉกเช่น เชื้อหมักนมเปรี้ยว แต่ปัญหามัมอยู่ที่ว่า บางคน พอรู้ว่า มีเชื้ออะไรบ้าง ก็ไปสรรหาเชื้อพวกนี้มาใส่ มาขาย ซึ่งมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะการที่จะใส่เชื้อจุลินทรีย์หลายชนิดเข้าไปร่วมกันนั้น บางท่านคิดว่า มันจะช่วยกันทำงาน สร้างแต่สิ่งที่ดีๆเท่านั้นให้แก่ความหวังที่เราปรารถนา แต่จริงๆแล้วไม่ใช่อย่างที่คิด การที่เราเอาเชื้ออะไรต่ออะไรใส่เข้าไปด้วยกัน เชื้อแต่ละชนิดมันจะแย่งอาณาจักรกัน ต่อสู้กัน เพื่อแย่งชิงพื้นที่และก็ฟาดฟันกัน เพื่อให้ตัวเองโดดเด่นหรือครองความเป็นจ้าวแต่เพียงผู้เดียว เช่นเดียวกับ การหมักตามสไตล์ของป้าเช็ง ที่เริ่มต้นนั้น ไม่รู้เป็นเชื้ออะไร ป้าเช็งก็บอกว่า หมักไปเถอะ พอหมักไปนานๆ มันจะเกิดวุ้นขึ้นมาเอง จริงๆวุ้นนั้น คือ เซลลูโลสธรรมดา เป็นของเสียจากการย่อยอาหารของเชื้อ Acetobactor acetii ที่มันย่อยน้ำตาล ให้เป็นกรดน้ำส้มสายชูและเซลลูโลสที่เป็นลักษณะคล้ายแผ่นวุ้น พอหมักไปนาน ก็จะเหลือแต่เชื้อน้ำส้มและน้ำส้มสายชู ป้าเช็งแกจึงมั่นใจนักหนาว่า ของแกต้องหมักนานๆ มันจึงจะเป็นมหาบำบัด ก็ถูกของแก เพราะยิ่งหมักยิ่งนาน มันก็ไม่มีเชื้ออะไรเหลืออีกแล้ว เหลืออต่เชื้อน้ำส้มและน้ำส้มสายชูเท่านั้น แม้กระทั่งวุ้น พอหมักไปนานๆ เชื้อน้ำส้มจะไม่มีอะไรกิน มันก็จะกินขี้ของมันเอง กล่าวคือ มันก็จะกินวุ้นที่มันสร้างขึ้นมา เพื่อพยุงตัวเชื้อให้รับอากาศ ทีนี้กลับมาถึงเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ที่ ดร.อานนท์ได้คัดเลือกออกมาได้หลายชนิดนั้น ดร.อานนท์ได้พัฒนาเทคนิคที่สามารถเอาเชื้อพวกนี้มาอยู่ร่วมกัน และทำงานแบบส่งเสริมกัน ไม่ใช่ขัดแข่งขัดขากัน ตรงนี้ ถือว่า เป็นลิขสิทธิ์หรือเป็นความลับสูงสุดของอานนท์ไบโอเทค จึงขอสรุปตรงนี้ว่า เชื้อยูเอ็ม 92 ที่ได้จากคุณป้าจินไปนั้น เป็นเชื้อที่ผ่านการคัดเลือกอย่างดีโดยดร.อานนท์ ซึ่งจะบรรจุในแคปซูล เพื่อสะดวกแก่การเอาไปใช้ โดยใช้ 1 แคปซูล ต่อการหมักอะไรก็แล้วแต่ 5-10 ลิตร(ผู้ที่ทำตามป้าเช็ง ก็ใช้ได้ คือ ทำการหมักตามที่ป้าเช็งแนะนำ แต่แทนที่จะรอเชื้อจากสวรรค์ชั้นฟ้า ที่ไม่รู้ว่า เชื้อนั้นมันมาจากสวรรค์หรือนรกกันแน่ ก็มาใช้เชื้อยูเอ็ม 92 แทนเสีย ก็จะได้เชื้อบริสุทธิ์ที่เรารู้แน่ๆว่า เป็นเชื้อที่ทานได้ และไม่ต้องเสียเวลาหมักนานหลายๆปี หมักเพียง 2-3 เดือนก็ได้แล้ว) ดีแล้วครับ ติดต่อสอบถาม ป้าจิน(พี่สาวของ ดร.อานนท์ เพราะเป็นลูกป้า) หรือ อ.ธวัช หรือที่เชียงใหม่ ก็ติดต่อพี่ชาย ดร.อานนท์เลย คือ คุณลุงสง่า เอื้อตระกูล 0869154321
สำหรับคำถามอื่นๆที่ถามเป็นข้อๆ ก็ขอตอบตรงประเด็นดังนี้
1.น้ำเอ็นไซม์จากเห็ด 3 อย่าง กล่าวคือ เห็ดกระดุมบราซิล เห้ดหลินจือ และเห็ดถั่งเช่านั้น แหม หากจะให้อธิบายซ้ำแล้วมันยาวมากเลย อยากจะแนะนำให้คุณเข้าไปหน้าหลัก แล้วคลิ๊กไปอ่านเรื่อง เห็ดแต่ละอย่าง ที่ ดร.อานนท์ เขียนไว้ เช่น เห็ดกระดุมบราซิล เป็นเห็ดสายพันธุ์ที่ ดร.อานนท์ ไปเอามาจากเมืองปีอะดอด ประเทศบราซิล ไม่ใช่เห็ดกระดุมสีน้ำตาล ที่มีบางสำนักออกข่าวว่าทำได้ตั้งแต่ ปี 2537 แล้ว มันคนละชนิดกัน ซึ่ง เห็ดกระดุมบราซิลสายพันธุ์ของ ดร.อานนท์ หรือสายพันธุ์แท้นั้น มันจะไปช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างดี และมันจะไปช่วยไปลบการส่งสัญญานของเซลมะเร็ง ที่มันพยายามจะส่งหลอกไปยังเส้นเลือด ที่จะหลอกให้เส้นเลือดมันสร้างเส้นเลือดฝอยเข้ามายังเซลของมัน หากมันสามารถหลอกเส้นเลือดให้สร้างเส้นเลือดฝอยได้ หรือที่เรียกว่า Angiogenesis นั้น คราวนี้แหละ เซลมะเร็งจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว เห้ดกระดุมจึงเหมาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องการให้เซลมะเร็งรุกลามต่อ บางคนแม้ว่า ฉายแสง หรือให้คีโม หรือผ่าตัดไปแล้ว ก็มิได้หมายความว่า เซลมะเร็งจะตายไปทั้งหมด มันก็ยังคอยจ้องอยู่ตลอดเวลา เมื่อไหร่ มันหลอกเส้นเลือดให้สร้างเส้นเลือดฝอย และส่งอาหารมาให้มันได้ มันพร้อมที่แพร่ทันที ส่วนเห็ดหลินจือ นั้น แน่นอน มันไปช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เพราะสาร Ganoderic acid and triterpene ซึ่งพวกนี้เป็นพวก Polysaccharides ที่มีน้ำหนักโมเลกุลเฉพาะ ส่วนเห็ดถั่งเช่านั้น แน่นอนที่สุด สาร Cordycepene ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยในขบวนการนำเอาออกซิเจนไปใช้ในกระบวนการหายใจของร่างกายดีขึ้น มันจึงกลายเป็นยาบำรุงกำลัง หรือที่เรียกว่า ยาโด๊ป(ไม่ใช่โป้วเท่านั้นน๊ะ มันจะทำให้อาการหายใจขัด เดินบนที่สูง เช่น บนภูเขาไม่เหนื่อยง่าย) ทีนี้ สารสำคัญต่างๆที่อยู่ในเห็ดนั้น ส่วนใหญ่ จะเป็นสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ร่างกายไม่สมารถเอาไปใช้ได้ง่ายหรือสะดวก การหมักจะช่วยทำให้สารต่างๆที่เป็นยาถูกละลายออกมาและร่างกายสามารถเอาไปใช้ได้ง่าย นอกจากนี้ การหมัก หากใช้จุลินทรีย์ที่ถูกต้องและเหมาะสม ก็จะได้วิตามินและเอ็นไซม์ที่มีค่าตามมาอีกมากมาย
2.ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า เอ็นไซม์ก็คือ โปรตีนธรรมดาเท่านั้น แต่มันถูกสร้างขึ้นมา เพื่อช่วยย่อยสารบางอย่างเป็นการเฉพาะเท่านั้น หากไม่มีสารอาหารที่มันจะต้องทำการย่อย มันก็เป็นโปรตีนธรรมดาๆนั่นเอง นอกจากนี้ การทานน้ำหมักจากเห็ดเข้าไปนั้น เราไม่ได้ทานเข้าไปมากมายอะไร อย่างที่คุณว่านั่นแหละว่า ใส่เข้าไปนิดเดียวในน้ำหนึ่งแก้ว ดังนั้น สามารถใส่เข้าไปได้ทุกครั้งที่ทานน้ำก็ได้ สำหรับท่านที่ร่างกายปกติธรรมดา มันก็จะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพ เช่น แพ้อากาศ ส่วนใหญ่ จะแพ้ตอนที่อากาศหนัก ในตนอกลางคืน หรือตอนเช้า ก็น่าจะทานตอนเย็นและก่อนนอนให้มากขึ้นหน่อย ส่วนคนที่เป็นหวัด เป็นไข้ หรือมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น เบาหวาน มะเร็ง อย่างนี้ ต้องทานเป็นเวลาแน่นอนเลย คือ ควรทานก่อนอาหารสักครึ่งชั่วโมง ครั้งละประมาณ 1 ช้อนแกง ผสมกับน้ำมากๆหน่อย ทานเข้าไป มันจะไปช่วยเสริมน้ำย่อยในระบบทางเดินอาหาร ช่วยกำจัดสิ่งปฎิกูลต่างๆในร่างกาย ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ ทำให้ระบบในลำใส้เป็นกรดอ่อนๆ จะทำให้ประสิทธิภาพการย่อยอาหารดีขึ้น พร้อมทั้งจะไปเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายมีความพร้อมต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมต่างๆ รวมทั้ง กดการฟื้นตัวของเซลมะเร็ง ที่สำคัญสารที่อยู่ในเห็ดหลินจือและเห้ดถั่งเช่า มันจะช่วยลดความเป็นพิษของน้ำตาล ที่จะเข้าไปจับกับโปรตีนในเลือด จนเป็นพิษหรือที่เรียกว่า Glycation ที่เป็นอุปสรรคในการที่เลือดจะนำเอาออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงร่างกาย เจ้าถั่งเช่านี้ คือ สุดยอดในเรื่องนี้ มันจะทำให้ประสาทไม่เสื่อม ไม่เป็นโรคพาร์กิสันได้ง่าย เพราะสมองไม่ขาดออกซิเจนนั่นเอง
3. น้อยมากครับ ที่ Phellinus linteus เกิดขึ้นกับต้นไม้ชนิดอื่น ส่วนใหญ่มันขึ้นกับไม้เต็ง รัง ยางนา เค็ง หม่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้ที่ไม่มีพิษ ส่วนคุณสมบัติทางยานั้น แน่นอนครับ เห็ดทุกชนิด ที่เป็นชนิดเดียวกัน ขึ้นหรือเพาะในแหล่งอหารที่แต่ต่างกัน ย่อมมีสารอาหาร รวมทั้งสารเป็นยาแตกต่างกันครับ เพียงแต่ในกรณีเห็ดเค็งนี้ มันเจริญเติบโตช้ามาก ความแตกต่างของจำนวนยาที่สำคัญมีน้อยมากต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญครับ
4.ดังที่กล่าวมาแล้วครับว่า แทบจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่เห็ดชนิดนี้ เกิดขึ้นบนต้นไม้ที่เป็นพิษ แต่จากประสบการณ์พบว่า เห็ด สามารถขึ้นบนต้นไม้ที่เป็นพิษได้ เช่น เห็ดหูหนู เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เพาะในไม้ที่เป็นไม้เบื่อ ไม้เมา แต่เห็ดที่ได้ออกมาจะไม่มีสารดังกล่าว สามารถนำมาทานได้ครับ ยกเว้น เห็ดที่เพาะด้วยฝีมือมนุษย์ ที่เพาะในไม้ปลอม เช่น เพาะในขี้เลื่อย แล้วใส่สารเคมีที่เป็นพิษ เช่น ตอนนี้ บ้านเราส่วนใหญ่ เขาเพาะเห้ดหูหนู เห็ดขอนขาว เห็ดบด แล้วเขาเจอปัญหาไรไข่ปลา แก้ปัญหาไม่ได้ ฉีดยาอะไรก็เอาไม่อยู่ คนเพาะเห้ดส่วนใหญ่ เขาเลยไปเอายาฆ่าแมลง ที่โลกทั้งโลก ยกเว้นประเทศไทย เขาห้ามนำมาใช้กับพืชผักที่มีอายุสั้น แต่บ้านเรา ผักทุกชนิดที่ปลูกต้องใช้ นั่นก็คือ ฟูราดานหรือดูราแทร์ครับ ก่อนที่เกษตรกรจะปลูกผักอะไรเข้าไป เขาก็จะเอาฟูราดานหว่านก่อนครับ พอหว่านแล้ว จะไม่มีแมลงอะไรเข้าไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็นมด เป็นไร เป็นหนอน ตายหมดครับ และเดี๋ยวนี้ เขาทำเห็ดกัน เขาก็เอาฟูราดานนี้แหละ ผสมในวัสดุเพาะเลยครับ แล้ว อย่างนี้ เห็ดที่ออกมา เช่น เห็ดหูหนูที่ขายกันตามท้องตลาด ก็มีสารพิษที่เป็นอันตรายแน่นอนครับ นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่คนไทยอายุสั้น เป็นมะเร็งกันเยอะ เพราะประเทศไทยได้รับรางวัลติดต่อกันมาตลอดและมีรางวัลพาคนขายไปเที่ยวต่างประเทศ ที่สามารถขายยาฟูราดานมากที่สุดในโลก เพราะเราเอามาใส่ผักใส่เห็ด จนฟูราดานหรือดูราแทร์ขาดตลาด ขณะที่ทั่วโลก เขาไม่ให้ใช้เด็ดขาดครับ อย่างไรก็ตาม ดีแล้วล่ะที่คุณสงสัยและกังวลไปหมด การเอาไปหมัก ตัวเชื้อ Pichia นี่แหละครับ ที่จะไปช่วยกำจัดสารพิษ หรือแม้กระทั่งฟูราดานได้ครับ
วันนี้แค่นี้ก่อนน๊ะครับ เพราะตั้งแต่ได้รับคำถามของคุณเมื่อวาน ก็นั่งตอบมาจนถึงตอนเช้า จะต้องขอตัวไปทำงานก่อนครับ นี่ก็ 8.48 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่อีกไม่กี่ชั่วโมง คนไทยนับล้านรอลุ้น สองสิงห์ผู้ยิ่งใหญ่แต่ต่างเพศกันจะเจอกันที่ทำเนียบ เป็นละคอนฉากเด็ดที่ทางการเมืองเขาถนัดที่จะเล่นกันครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำหมักเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Fri Feb 10, 2012 12:51 pm

สุดยอดแห่งคำตอบ ขอบคุณมากกับการเพิ่มแสงให้หิ่งห้อยเกี่ยวกับ UM 92 และ น้ำหมักเห็ด 3 อย่าง เพราะจะเป็นประโยชน์กับสุขภาพของผู้คนอีกมากที่สนใจ รวมทั้งความมั่นใจว่าปลอดภัยในการทำลายพิษของ UM 92
ก็กำลังลุ้นและจับตาดูเหมือนกัน ที่ 10 ก.พ. 55 ภาคเช้า 2 สิงห์ผู้ยิ่งใหญ่ในทำเนียบกับ 291
ภาคค่ำ สิงห์ผู้ยิ่งใหญ่กับไฮยีน่า(ข่าวว่างั้น) น่าจับตามองยิ่งกว่าซะอีก
ท้ายนี้ ส่งข่าวมาด้วยความขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ยูเอ็ม 92 กับ ยูเอ็ม 2555 แตกต่างกันอย่างไร

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Wed Feb 22, 2012 1:14 am



เรียน คุณไผ่
กำลังหาโอกาสไปอบรมเห็ดกับท่าน ดร.อานนท์ อยู่เหมือนกัน จะได้เป็นศิษย์ในสำนักกับเค๊าบ้าง หากแต่ว่าตอนนี้คงเป็นได้แค่...อัมรินทร์ ศิษย์นอกสำนัก ที่มีหัวใจเต็มร้อยด้วยความเคารพ นับถือและเชื่อมั่นในความเป็นยาของเห็ดของท่าน ดร. อานนท์ รวมทั้งเรื่องราวของเอนไซม์คือชีวิต(ที่ปกติสุข) หากสบช่วงโอกาสเมื่อไหร่จะไปรายงานตัวเป็นลูกศิษย์ในสำนักค่ะ
วันนี้มีเรื่องรบกวนคุณไผ่อีกแล้วค่ะ เกิดความไม่รู้เกิดขึ้นอีกแล้ว เกี่ยวกับ ยูเอ็ม 92 ซึ่งตอนนี้มี ยูเอ็ม 2555 ขึ้นมา ทั้ง 2 ตัวนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากตัวเดิม หรือพัฒนาขึ้นมาจากเดิม หรือว่าจะเป็นตัวคะตะไลซ์ ที่เพิ่มอุณหภูมิพอเหมาะ เพิ่มพลังงาน เพื่อเร่งปฏิกิริยาให้เร็วขึ้นกว่าตัวเดิม หากเป็นคะตะไลซ์ จะเป็นคะตะไลซ์ของการกำจัดสารพิษหรือการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ ฯลฯ โอ๊ย! ไม่เดาแล้วค่ะ คุณไผ่ กรุณาให้ความกระจ่างด้วย เพิ่มความสว่างให้แสงน้อยๆของหิ่งห้อยด้วยนะคะ รอเพิ่มแสงด้วยความขอบคุณล่วงหน้า

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ยูเอ็ม92 และยูเอ็ม2555 ต่างกันอย่างไรหรือไม่

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Feb 22, 2012 9:47 pm

ดีแล้วครับ มีอะไร ข้องใจอะไรขอให้ถามมา และก็ไม่จำเป็นต้องไปอบรมกับ ดร.อานนท์ก็ได้ เพราะอย่างคุณเอง ก็ถือว่า เราได้เจอกันแล้ว และก็ได้ฟัง ดร.อานนท์ไปแล้ว เราได้เข้าใจกันในขั้นต้นอยู่แล้ว ถามมาได้เลย พร้อมตอบครับ ที่ผมบ่นไปหลายครั้ง ก็เพราะระยะหลังมีหลายคนถามปัญหามา และปัญหาแต่ละปัญหาเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และคนอื่นที่เข้ามาในเวปนี้ก็คงสนใจเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า เรามีความรู้สึกว่า เราไม่รู้ว่าเราคุยกับใคร ตอบให้ใคร เพราะคนถาม ก็ถามมาโด่ๆ โดยเราไม่เห็นหน้าค่าตา หรือชื่อเสียงเรียงนามอะไรเลย ขณะที่ผมบางครั้งปัญหาบางอย่างก็จนปัญญาที่ความรู้และประสบการณ์อันน้อยนิดของผมจะตอบได้ ผมก็ต้องเดินทางไปพบ ดร.อานนท์ เพื่อให้ได้คำตอบที่กระจ่างที่สุดมาตอบ(ผมและ ดร.อานนท์ อยู่กันคนละบ้าน ผมอยู่ในกรุงเทพ ดร.อานนท์ อยู่หลังตลาดไท ห่างกันไปกลับก็ประมาณ 100 กม.) ก็เลยพูดตลอดเวลาว่า อย่างน้อย ขอทราบหน่อยว่า ผู้ถามเป็นใครมาจากไหนอะไรทำนองนั้น แต่ในกรณีของคุณนั้น เราถือว่า เป็นพรรคพวกที่รู้จักกันอยู่แล้ว ถามมาได้เลยครับ จริงๆแล้ว ดร.อานนท์ ฝากบอกผมว่า ท่านอยากจะเดินทางมาเยี่ยมพวกเราที่จังหวัดแพร่ เพราะท่านหวังไว้สูงมากว่า อยากให้จังหวัดแพร่ เป็นผู้นำในทางวิชาการหมักที่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่ารอเทวดาให้เชื้อมาแล้วหมักนานๆเป็นสิบปีถึงจะใช้ได้ ดังนั้น คำถามที่ถามว่า ยูเอ็ม92 และยูเอ็ม2555 นั้นเหมือนกันหรือไม่ ก็ขอตอบว่า มีส่วนใกล้เคียงกันที่สุด เพียงแต่ ยูเอ็ม92 นั้น ดร.อานนท์ได้พัฒนาขึ้นมาและเปิดเผยออกไปเมื่อปี 1992หรือ พศ. 2535 ซึ่งเป็นเชื้อบริสุทธิ์ที่ส่วนใหญ่มาจากรากโกงกาง และผ่านการตรวจพิสูจน์แล้วว่า กลุ่มจุลินทรีย์ดังกล่าวสามารถนำมาบริโภคได้ ซึ่งกลุ่มจุลินทรีย์นี้ โดยปกติ หากเอามาอยู่รวมกันด้วยกรรมวิธีที่ตักเอามาผสมกันเลย ปรากฎว่า เชื้อแต่ละตัวมันจะสู้กัน แล้วก็รบราฆ่าฟันกันเอง ผลที่ออกมาก็จะไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรเท่าที่ควร แต่ด้วยความที่ ดร.อานนท์ ได้พัฒนาวิธีการ ที่ให้เชื้อบริสุทธิ์หลายตัวทำงานร่วมกันได้ จึงทำเป็นผลิตภัณฑ์เชื้อบริสุทธิ์ ยูเอ็ม92 มาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ ยูเอ็ม 2555 นั้น เป็นการพัฒนาและเพิ่มสัดส่วนของเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์บางชนิดให้เด่นขึ้นมา เพราะปัจจุบัน การนำเอาเห้ดหรือ พืชผักผลไม้มาทำการหมักแบบอับอากาศ หรือใช้อากาศน้อย ดร.อานนท์ จึงได้ทำการคัดเลือกสายพันธุ์จุลินทรีย์ ที่สามารถทำงานได้ดีในสภาพที่มีอากาศน้อย หรือทำการกลับหรือคนไม่บ่อยนักได้ดี พูดง่ายๆว่า เชื้อยูเอ็ม 2555 หรือเรียกสั้นๆว่า ยูเอ็ม55 นั้น ผลิตขึ้นมา เพื่อใช้ในการหมักโดยตรง สามารถใช้แทนยูเอ็ม92ได้ และจะได้ผลดีกว่า มีการสร้างเอ็นไซม์ที่มีประโยชน์ได้ดีและมากกว่า ยิ่งคนที่ทำการหมักแบบป้าเช็ง แล้วใช้เชื้อยูเอ็ม2555 แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องรอให้ทำการหมักนานหลายๆปีเลยครับ จริงๆแล้ว หากหมักเพื่อทำเป็นเอ็นไซม์นั้น แค่ 20-30 ชม. ก็สูงสุดแล้ว หากนานขึ้น กรดก็จะสูงขึ้น เอ็นไซม์ก็จะถูกทำลายหมัด มีแต่กรด คือความเปรี้ยว และอาจจะมีสารอาหารจากวัตถุดิบที่ใช้หมักละลายออกมาเท่านั้น เอาล่ะครับ เอาเป็นว่า จากนี้ไป เราน่าจะใช้ ยูเอ็ม2555 เพื่อการหมักโดยตรงครับ แล้วใครอยู่ใกล้ที่ไหนไปเอาที่นั้น เช่นที่แพร่ติดต่อได้ที่ อ.ธวัช เจียศิริพงษ์กุล 0898293687 ที่เชียงใหม่ติดต่อ คุณลุงสง่า เอื้อตระกูล 0869154321 ที่กรุงเทพติดต่อ 029083308, 0860830202 หรือติดต่อสนับสนุนผมบ้างที่ 025799200,025797759 หรือ 0858270085

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอบคุณท่าน ดร.อานนท์

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Thu Feb 23, 2012 9:33 pm

ขอขอบคุณท่าน ดร.อานนท์ เป็นอย่างมากที่อยากจะให้แพร่เป็นผู้นำการหมักเอนไซม์ที่ถูกต้อง ยังไง อ.ธวัช และ อ.แสงจันทร์ ก็เป็นแกนนำที่เข้มแข็งได้อย่างแน่นอน เพราะท่านทั้งสองมีถังหมักเยอะมาก ทั้งเห็ดและสมุนไพรแทบทุกอย่าง และท่านทั้งสองคงจะได้รับความถูกต้องตามหลักของการหมักเอนไซม์จากท่าน ดร.อานนท์ ได้อย่างใกล้ชิด แล้วดิฉันจะช่วยเป็นลูกทีมให้ เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ของพ่อแม่พี่น้องชาวแพร่ และทีมสิงห์แดง
สำหรับคุณไผ่ ดิฉันขอขอบคุณในความสว่างที่เพิ่มพูนมาให้และเปิดทางให้ถามเช่นนี้ ต่อไปหากความอึมครึมแห่งความไม่รู้มาครอบงำเมื่อไหร่ คงไม่ตะขิดตะขวางใจที่จะสอบถามอีกค่ะ
วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ รายงานมาด้วยความขอบคุณยกกำลังสอง
หิ่งห้อยน้อยแสง
Gan

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

รบกวนอาจารย์ดูรูปว่า “ใช่เห็ดเค็งหรือไม่”

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Tue May 01, 2012 6:56 pm

รบกวนอาจารย์ดูรูปว่า “ใช่เห็ดเค็งหรือไม่”
เรียนอาจารย์อรนุช
ต้องขออภัยอาจารย์อรนุชเป็นอย่างมากเลยแหละค่ะ ที่ตอนเย็นที่ 27 เม.ย. ไม่ได้ส่งรูปทางเวป.ให้อาจารย์ดูว่าเป็นเห็ดเค็งหรือไม่ สาเหตุเป็นเพราะว่าเมื่อกลับถึงบ้านตอนเย็นวานนี้ทั้งลมและฝนกระหน่ำ พัดมาอย่างแรง ทำให้ไฟฟ้ามืดเกือบตลอดทั้งคืน รอจนห้าทุ่มกว่าก็ยังไม่มีไฟฟ้า ตอนเช้าเข้า Net ไม่ได้อีก ผลของลมพายุบ้านเล็กพร้อมคนที่อยู่ในบ้านอีก 1 คนอายุ 75 แล้ว ถูกลมพายุหมุนหอบลอยไปคนทั้งบ้านตกมาเสียชีวิต จนกระทั่งวันนี้ 1 พ.ค.ก็เข้าสู่ภาวะปกติ ก็เลยเป็นเหตุอันสุดวิสัยให้ผิดนัดกับอาจารย์ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงอีกครั้งนะค่ะสำหรับความล่าช้า
เช้านี้ 28 เม.ย. ตั้งใจรวบรวมข้อมูลส่งให้อาจารย์ดู
วานนี้ได้ไปแอ่วหา อ.ธวัช และ อ.แสงจันทร์ ที่บ้านร่องกาศ ได้น้ำเห็ดหลินจือแช่เย็นมากินชื่นใจ พอดีพูดถึงเรื่องเห็ดเค็ง ว่าได้หมักเห็ดเค็งแห้งกับเห็ดหลินจือม่วงดำ หมักเมื่อ 16 มกราคม 55 พร้อมกับยูเอ็ม 92 วันนี้ได้อายุ 3 เดือนกว่าแล้ว จะลองเอามากิน แต่ชักจะเอ๊ะ!... ใช่หรือเปล่านะ? อ.แสงจันทร์ก็เลยให้พูดกับ อาจารย์อรนุช อาจารย์บอกว่าต้องดูรูปพรรณก่อนจึงจะบอกได้ ดังนั้นดิฉันจึงส่งรูปที่ถ่ายไว้ก่อนหมักและหลังหมักมารบกวนให้อาจารย์ช่วยดูว่าใช่เห็ดเค็งตามที่หิ่งห้อยน้อยแสงอย่างดิฉันเข้าใจหรือไม่ หากไม่ใช่จะไม่นำมากินแล้ว หวั่นๆ เหมือนกันเพราะไม่ค่อยจะรู้เรื่องเห็ดเอาซะเลย


รูปที่ 1 รูปเห็ดที่แห้งแล้ว ด้านบน


รูปที่ 2 รูปเห็ดที่แห้งแล้ว ด้านใต้



รูปที่ 3 เห็ดที่เข้าใจว่าเป็นเห็ดเค็งหมักพร้อมกับเห็ดหลินจือม่วงดำ
อายุการหมัก 1 เดือน


รูปที่ 4 เห็ดที่เข้าใจว่าเป็นเห็ดเค็งหมักพร้อมกับเห็ดหลินจือม่วงดำ
อายุการหมัก 3 เดือนกว่า

สองรูปหลังเป็นรูปเมื่อหมักแล้ว เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา น้ำหมักเมื่อชิมดูจะมีรสฝาด
แถมอีกหนึ่งเรื่อง เป็นเรื่องของเด็กหญิงที่ อ.ธวัช และ อ.แสงจันทร์ ซึ่งเป็นทีมงานของท่านได้โปรดและโอบอุ้มไว้ที่แพร่ ซึ่งได้รับเอนไซม์และเห็ดกระดุมบราซิลจากท่าน ซึ่งดิฉันตั้งใจจะเก็บข้อมูลโดยการสอบถามเด็กไว้เพื่อรายงานท่านเป็นระยะๆ ไป ซึ่งตอนแรกเริ่มเด็กจะเป็นตุ่มขึ้นปานกลาง ไข้บ่อยมาก ไอ และท้องเสียด้วย สังเกตได้ว่าขาซ้ายจะลีบเพราะเป็นโปลิโอ เมื่อได้กินเอนไซม์ก่อนอาหาร 3 เวลาในหนึ่งวัน ไปมีอาการดังนี้
1.เย็นวันที่หนึ่ง(กินไปสามมื้อ) รู้สึกวูบๆ วาบๆ ตามตัว
2. วันที่สี่ ท้องเสีย ถ่ายออกมาเป็นสีดำหลายครั้ง วันที่ห้าถ่ายปกติคือไม่ถ่ายบ่อย สีปกติ
3. วันที่หก เป็นปวดเนื้อปวดตัวมากกว่าปกติ เป็นไข้หวัดวันกว่าๆ แล้วก็หาย ขึ้นบันใดไปชั้นสองเหนื่อยน้อยลง
4. ต่อจากนั้นก็ปกติตามอัตภาพ ปั่นจักยานจากบ้านมาโรงเรียนเหนื่อยน้อยกว่าเมื่อก่อน
5. กินไปได้เกือบหนึ่งเดือนแล้วปิดภาคเรียน ให้เอนไซม์กับเห็ดไว้กินที่บ้าน 1 เดือน ไปตรวจตอนปิดเทอม
โปลิโอมีมากขึ้นเพราะมีกินเห็ดที่ให้ไป ดิฉันควบคุมการกินเห็ดกับเอ็นไซม์ไม่ได้ เปิดเทอมมาค่อยว่ากันใหม่
ขอขอบคุณอาจารย์ ท่าน ดร.อานนท์ คุณไผ่ และทีมงาน อ.ธวัช อ.แสงจันทร์ เป็นอย่างสูงที่โอบอุ้มเด็กคนนี้ไว้ เพราะ ไม่ใช่แต่เด็กคนนี้ที่จะอยู่อย่างปกติสุข เมื่อเด็กมีภูมิต้านทานไม่มีโรคแทรกแซง ความปลอดภัยของเพื่อนที่นั่งใกล้ๆ เพื่อนที่ช่วยเอาใจใส่ที่อยู่ร่วมห้องด้วยก็จะไม่มีโรคที่ติดต่อจากเด็ก ขอขอบพระคุณท่านและทีมงานเป็นอย่างมากที่ให้เด็กได้สัมผัสกับความเอื้ออาทรที่ท่านโอบอุ้ม ซึ่งจะเป็นผลต่อเนื่องให้เพื่อนๆ ร่วมห้องปลอดจากโรคที่เกิดจากการแทรกแซงอีกด้วย
เรียนมาด้วยความขอบคุณเป็นอย่างสูง
อัมรินทร์




Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ส่งรูปเพิ่มเติมคะ...รบกวนอาจารย์ดูรูปว่า “ใช่เห็ดเค็งหรือไม่”

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Thu May 03, 2012 11:21 am

เรียนอาจารย์อรนุช หรือคุณไผ่ คะ

ต้องขออภัยอาจารย์อรนุชอีกรอบค่ะ เพราะการส่งรูปไม่สำเร็จ วันนี้ขออนุญาต ส่งเพิ่มเติมนะค่ะ



รูปที่ 1 รูปเห็ดที่แห้งแล้ว ด้านบน


รูปที่ 2 รูปเห็ดที่แห้งแล้ว ด้านใต้


รูปที่ 3 เห็ดที่เข้าใจว่าเป็นเห็ดเค็งหมักพร้อมกับเห็ดหลินจือม่วงดำ อายุการหมัก 1 เดือน


รูปที่ 4 เห็ดที่เข้าใจว่าเป็นเห็ดเค็งหมักพร้อมกับเห็ดหลินจือม่วงดำ อายุการหมัก 3 เดือนกว่า
เรียนมาด้วยความขอบคุณเป็นอย่างสูง
อัมรินทร์
[img] [/img][img] [/img][img] [/img][img] [/img]

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ยินดีครับที่ได้รับทราบว่า เด็กที่ป่วยเป็นเอดส์ที่ได้รับเชื้อจากแม่ที่เป็นเอดส์และอาการดีขึ้น

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sun May 06, 2012 7:59 am

ต้องขอโทษอย่างแรงที่ตอบเมล์ของคุณช้าไป ซึ่งจริงๆพอได้รับเมล์คุณปุ๊บกะว่าจะตอบทันทีปั๊บ แต่ดั่งที่ ดร.อานนท์ได้เตือนเสมอว่า เรื่องของชีวิตคนและเห็ดเป็นยานั้น อย่าตอบสุ่มสี่สุ่มห้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวอย่างรูปที่คุณส่งมาให้ดู จะต้องนำมาประชุมปรึกษาหารือกันก่อน จึงจะรวบรวมถ้อยรวบรวมคำตอบ เพราะอย่าลืมว่า ทุกคำถามและคำตอบในฟอรั่มนี้ เป็นสาธารณะประโยชน์ที่ทุกคนมีสิทธิเข้ามาดู มาถามได้ แต่ต่อไป หากเวป www.anonworld.com ได้ผ่านการปรับปรุงแก้ไขแล้ว ก็คงจะมีเรื่องสำคัญๆอย่างละเอียด ไปคุยกันที่นั่น โดยเวปนั้น จะเป็นเวปแบบครอบครัว คือ เป็นเวปที่จะอนุญาตให้ผู้ที่ผ่านการอบรมหรือผู้ที่รู้จักมักคุ้นเท่านั้นเข้าไปดูไปใช้ได้ เอาล่ะกลับมาถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทู้นี้ดีกว่า
ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจเสียก่อนว่า คนในครอบครัวของอานนท์ เอื้อตระกูล มีใครบ้าง และไผเป็นไผ

1. นายอานนท์ เอื้อตระกูล(แอร์) เกิดวันที่ 15 มีนาคม 2496 อีกไม่กี่เดือนก็จะครบ 5 รอบแล้ว
2. นางเยาวนุช เอื้อตระกูล(ติ๋ม) เกิดวันที่ 28 สิงหาคม 2500 ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเห็ดเป็นยาตัวจริง
3. นายยงยศ เอื้อตระกูล(ไผ่) เกิดวันที่ 28 ตุลาคม 2525 ผู้ที่มีรูปโชว์ในหน้ากระทู้นี้
4. นางสาว อรนุช เอื้อตระกูล(ผึ้ง) เกิดวันที่ 18 กรกฎาคม 2528 ผู้ซึ่งไม่ได้ยุ่งอะไรเลยเกี่ยวกับเห็ด เพราะมุ่งแต่เรียน อยู่อีก 2 มหาวิทยาลัย

ดังนั้น พอรวบรวมเรียบเรียง ตามเหตุตามผลแล้ว ผมว่าคุณน่าจะโทรคุยกับคุณแม่ผมที่ชื่อ อ.เยาวนุช มากกว่าคุยกับน้องสาวผมที่ชื่อ น้องผึ้งน่ะ เอาเป็นว่า ผมเคลียร์เรื่องนี้แล้ว
ส่วนเรื่องของน้องที่เป็นเอดส์นั้น มันไม่ใช่ความผิดของเด็ก แต่มันเป็นการถ่ายทอดมาจากแม่ที่ไม่ใช่ความผิดของแม่ เพราะแม่ก็ไม่ได้ไปสำส่อนอะไรมา แต่เป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อ ซึ่งทั้งพ่อและแม่ก็เสียชีวิตไปแล้ว เหลือเด็กที่ต้องมารับกรรม ซึ่งโดยปกติแล้ว จากสถิติที่ ดร.อานนท์ มีประสบการณ์มาจากทวีปแอฟริกาคุยให้ฟังว่า ส่วนใหญ่เด็กที่ได้รับเชื้อเอดส์จากมารดานั้น จะอยู่ได้แค่ 8-10 ปี ก็จะแสดงอาการขั้นรุนแรง โดยโรคนี้ ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ แต่เราสามารถรักษาให้มีชีวิตที่อยู่ร่วมกับโรคนี้ได้ ด้วยวิธีเดียวเท่านั้น คือ การสร้างภูมิต้านทาน แน่นอน โดยธรรมชาติแล้ว ร่างกายของคนเราก็มีภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่เป็นเอดส์นั้น เชื้อไวรัสไปทำลายภูมิคุ้มกันโดยตรง หากภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่ดีพอ ก็จะพ่ายให้แก่มัน สิ่งที่ ดร.อานนท์ ได้ช่วยชีวิตเด็กชาวแอฟริกันมามากต่อมากอย่างได้ผลแล้วนั้น เมื่อมาทราบว่า ยังมีคนไทย ที่ไม่รู้อิโหน่อีเหน่อะไรเลย แล้วกลับมาได้เชื้อไวรัสชนิดนี้เข้าไป ต่างรู้สึกกังวลและเป็นทุกข์ทั้งในตัวผู้ป่วยเอง รวมทั้งญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงและคนที่รู้จัก พวกเราเอง แม้ว่า จะไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเด็กคนนี้เลย แต่พอได้ยินเรื่องราวอันน่าเศร้านี้เข้า ดร.อานนท์ จึงได้แจ้งไปที่พี่สาว คือ อาจารย์แสงจันทร์ เจียศิริพงศ์กุลและพี่เขย คือ อาจารย์ธวัช ผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการศึกษาวิจัย ค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับเห็ดอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2517 โดยขอให้ท่านทั้งสองให้การช่วยเหลือเด็กดังกล่าวเป็นการด่วนและต่อเนื่องตลอดไป จึงขอขอบคุณคุณอมรินทร์เป็นอย่างสูง ที่ช่วยเป็นผู้ประสานงานช่วยชีวิตเด็กคนนี้ ขอให้ทำต่อไปและทางเราก็ยินดีจะช่วยกันหาทางช่วยชีวิตแกให้จงได้ ในส่วนของเห็ดเป็นยาและเอ็นไซม์ที่ ดร.อานนท์ และอาจารย์ธวัช เตรียมไว้นั้น ขอให้ไปรับได้ตลอดไปฟรี และขอทราบรายละเอียดอาการของเด็กคนนี้ไปตลอดเช่นกัน เพราะพวกเราต่างวิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงช่วยดลบันดาลให้เด็กคนนี้หายวันหายคืนเป็นพลเมืองดี มีคุณภาพของโลกต่อไป
ส่วนรูปเห็ดที่คุณส่งมานั้น ไม่ใช่เห็ดเค็งครับ เพราะเห็ดเค็งจะหนาและเจริญเติบโตช้ามาก ดูจากรูปแล้วน่าจะเป็นเห็ดขาม คือ เห็ดที่ชอบขึ้นตามต้นมะขาม ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ganoderma applanatum เป็นเห็ดที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับเห็ดหลินจือ โดยมีสาร Ganoderic acid and Triterpine เหมือนๆกันหรืออาจจะมากกว่าเสียอีกด้วยซ้ำ ขึ้นอยู่กับอายุ แหล่งวัสดุที่มันขึ้น ดินฟ้า อากาศ ดังนั้น ดีแล้วหล่ะที่คุณเอามาหมัก เพราะเห็ดพวกนี้ปลอดภัย ทานได้ และก็มีคุณสมบัติเป็นยาเช่นเดียวกับเห็ดหลินจือ ไม่ว่าจะเป็นสรรพคุณในการลดกรดไขมันในเส้นเลือด สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ป้องกันเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ แต่ทั้งเห็ดหลินจือและเห็ดขาม มีคุณสมบัติทางยา โดยเฉพาะยารักษาโรคมะเร็งตับ ไต น้อยกว่าเห็ดเค็ง
จากการดูรูปที่คุณส่งมานั้น รูปที่ 4 ด้านขวามือ จะเห็นมีฝ้าขาวๆเกิดขึ้น ตรงนั้นคือ สุดยอดของผลผลิต กล่าวคือ ตรงนั้น คือ ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ที่เชื้อจุลินทรีย์ ยูเอ็ม92หรือยูเอ็ม2555 สร้างขึ้น เป็นสุดยอดทั้งอาหารและยา ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Super Royal Cream = SRC ซึ่งเป็นหัวอาหารที่เชื้อจุลินทรีย์สร้างขึ้นมา คล้ายกับน้ำนมมารดาแรกคลอด จะมีน้ำนมที่เป็นอาหารทิพย์ให้แก่ทารก ซึ่งน้ำนมดังกล่าวนี้ จะเป็นทุนสำรองในการกำเนิดของชีวิตก็ว่าได้ นั่นก็หมายความว่า มันเป็นอาหารทิพย์ที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายของเด็กทารกมีการสร้างภูมิต้านทาน การเจริญเติบโตอย่างปกติ ที่เขาเรียกว่า Prebiotic ซึ่งเดี๋ยวนี้ ของพรรค์อย่างนี้ กลายเป็นสินค้ายอดฮิตในตลาดทั่วโลก เช่น Colostrum คุณเคยได้ยินไหม นี่ก็คือ น้ำนมหลังจากวัวคลอดลูกใหม่ๆ ที่ลูกวัวจำเป็นจะต้องกินส่วนนี้เข้าไป เพื่อทำให้ลูกแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกัน มนุษย์ก็ไปเอาส่วนนี้ของวัวมาทาน กลายเป็นยาที่ทำให้คนดูแล้วอายุอ่อนกว่าวัย มีสุขภาพที่แข็งแรง ดูจากผู้เฒ่าทั้งหลายที่มีเงินเยอะๆที่ไม่อยากตายง่าย บางคนมากกว่า 90 ปี แล้วก็ยังดูแข็งแรงอยู่ ส่วนใหญ่ ก็จะทานอาหารพวกนี้เข้าไป ที่ฮ่องกง เป็นย่านทั้งย่านเลย ที่มีมหาเศรษฐีระดับโลก ไปซื้อบ้านอยู่ย่านนั้น ก็จะไปเสาะแสวงหาอาหารพวกนี้เข้าไปทาน นั่นแหละครับ ตรงครีมขาวๆที่เห็นเกิดขึ้นบนการหมักเห็ดขามของคุณ อย่าทิ้งน๊ะ นั่นคือสุดยอดอาหาร ยาและยาบำรุง แต่ขอเตือนว่า หากคุณแต่งงานแล้ว เวลาจะทานก็ต้องบันยะบันยังหน่อย โดยเฉพาะฝ่ายสามี ไม่เช่นนั้น ทั้งคู่จะตคึกอย่างกะม้าทั้งคืนเลย SRC นี้ ในต่างประเทศเขาขายกันแพงมาก เขาเอามาผสมกับเนยทานกะขนมปัง หรือเอามาผสมน้ำสลัด หรือเอามาปั่นกับน้ำผลไม้หรือนมทาน ตักเอาส่วนที่เป็นครีมขาวๆเอามาใช้ได้เลยครับ แต่เอามาเก็บไว้ในห้องธรรมดานานๆไม่ได้ เพราะมันจะกินตัวมันเองแล้วจะสลายตัวไป แต่คุณสามารถเก็บใส่ตู้แช่หรือชั้นน้ำแข็งของตู้เย็นได้ สามารถเก็บได้เป็นปีครับ พออธิบายมาถึงตรงนี้อดคิดไปถึงสังคมสัตว์อย่างอื่นนั้น SRC ก็จะเปรียบเสมือน Royal food ที่ปลวกสร้างขึ้นมา เพื่อให้พญาปลวกซึ่งเป็นแมลงเม่าธรรมดา แต่พอมันกินอาหารนี้เข้าไป ตัวมันจึงใหญ่กว่าแมลงเม่าตัวอื่น และมันสามารถ สร้างไข่และมีลูกได้เป็นล้านๆตัวอย่างรวดเร็ว รังปลวกทั้งรัง เกิดจากพญาปลวกตัวนี้ตัวเดียว เช่นเดียวกับผึ่ง ที่เขาเรียกว่า Royal jelly ไง ผลิตภัณฑ์ส่วนนี้ ที่ทางอานนท์ไบโอเทค ทำการผลิตเพื่อการส่งออกเป็นยาและอาหารบำรุงให้แก่บริษัทยักษ์หลายแห่งทั่วโลก แต่ตอนนี้ เราหมดภาระผูกพันกับเขาแล้ว เราจึงเปิดเผยและเปิดประเด็นเรื่องนี้ให้แก่สาธารณชนรับทราบ ดังนั้น ต่อจากนี้ไป คำว่า SRC เราจะกล่าวตลอดไป และจะเกิดขึ้นได้จากการหมักโดยใช้เชื้อ ยูเอ็ม92 และ ยูเอ็ม 2555 เท่านั้น หมักแบบป้าเช็งจะไม่มีส่วนนี้เกิดขึ้น แต่จะได้แผ่นวุ้น ที่เป็นเซลลูโลสธรรมดา ที่ไม่มีประโยชน์อะไร ยกเว้นทำให้อิ่มท้องเท่านั้น เอาเป็นว่า แม้ว่า จะตอบคุณช้าไป 2 วัน แต่เข้าใจว่า เนื้อหาสาระและประเด็นใหม่ ที่ยังไม่เคยกล่าว ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ก็ได้มาเปิดประเด็นในกระทู้ของคุณครั้งนี้ แล้วฝากบอก เด็กน้อยผู้น่าสงสารว่า พวกเราทุกคนในครอบครัวอานนท์ไบโอเทค เอาใจช่วยอย่างสุดความสามารถ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ลืมบอกไปว่าระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม อ.ธวัชและ อ.แสงจันทร์ ไปทำบุญหล่อพระที่ประเทศอินเดีย

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Mon May 07, 2012 11:22 am

ลืมบอกไปว่า อ.ธวัชและ อ.แสงจันทร์ เจียศิริพงษ์กุล ที่นำโดย คุณสง่า เอื้อตระกูล เป็นตัวแทนของอานนท์ไบโอเทคไปร่วมทำบุญหล่อพระที่ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม ดังนั้น หากจะไปเอายาก็คงต้องหลังวันนั้น หรือขอชื่อที่อยู่เด็กมา จะได้จัดส่งยาจากเห็ดไปให้แกทางไปรษณีย์ก็น่าจะสะดวกดีครับ โดยทางอานนท์ไบโอเทคจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมทั้งค่าส่งด้วย

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

รบกวนท่านพิจารณาว่าฟองที่หนาแน่นข้นๆ คล้ายกับครีม จะใช่ Super Royal Cream หรือไม่

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Wed May 09, 2012 7:30 pm

เรียน อาจารย์เยาวนุช และคุณไผ่
ต้องขออภัย อ.เยาวนุช เป็นอย่างมาก ที่ถามผิดชื่อ ตั้งใจจะถาม อ.ติ๋ม แหละค่ะ แต่...ผิดชื่อ เลยทำให้ผิดตัว โอว! … งานนี้ไก่ถูกปล่อยไปตัวใหญ่ๆ เลย ก็เพราะความเป็นหิ่งห้อยน้อยแสง แล้วอยากจะรู้นั่นแหละค่ะ เลยทำให้เป็นอย่างนี้ ขอบคุณ คุณไผ่มากนะค๊ะที่ชี้แจงให้ทราบว่าใครเป็นใคร ต่อไปคงไม่ถามผิดชื่อผิดตัวอีกแหละเน๊าะ
ขอขอบคุณในความเอื้ออารีของท่าน ดร.อานนท์ อ.เยาวนุช คุณไผ่ อ.ธวัชและ อ.แสงจันทร์ แทนเด็กหญิงศรีแพร หมื่นขัน ที่จะให้การช่วยเหลือเด็กดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและตลอดไปฟรี ส่วนดิฉันจะรายงานอาการของเด็กคนนี้ให้ท่านทราบทางเวป.นี้ เป็นระยะๆ เห็ดเป็นยาและเอนไซด์ที่อาจารย์ธวัชฝากมาให้เด็กยังมีอยู่ 60 กว่าเม็ด ส่วนการส่งเห็ดเป็นยาและเอนไซด์ให้เด็กที่บ้าน ที่บ้านเด็กหากเปิดเรียน ตอนกลางวันจะไม่มีใครอยู่ที่บ้าน ปี 2555 นี้ พี่สาวของเด็กพอจบ ม.3 แล้วไปเรียนที่วิทยาลัยการอาชีพสอง ส่วนเด็กก็จะมาโรงเรียนบ้านเตาปูน ท่านจะส่งไปที่โรงเรียนก็ได้ หากมีสิ่งใดที่ท่านจะแนะนำเด็กเพิ่มเติมท่านก็เขียนโน้ตแนบมา ดิฉันจะช่วยอธิบายให้เค๊าเอง ที่อยู่ของเด็กคือ
เด็กหญิงศรีแพร หมื่นขัน
บ้านเลขที่ 56 หมู่ที่ 2 ตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ 54120
หรือ... โรงเรียนบ้านเตาปูน(พิไชยาประชานุกูล) หมู่ที่ 3 ตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ 54120
สรุปแล้วว่าเห็ดไม่ใช่ เห็ดเค็ง แต่เป็นเห็ดขาม และนำมากินได้แต่สรรพคุณทางยาน้อยกว่า เห็ดเค็ง แล้วเรื่องใหม่ที่น่าสนใจมากคือ Super Royal Cream เพราะเป็นสุดยอดอาหารและสารกระตุ้นสร้างภูมิต้านทานเชื้อโรคทั้งหลายแหล่รวมทั้งต้านริ้วรอยแห่งความชราด้วย หากท่านไม่อธิบายในที่นี้ก็คงไม่กล้าให้เพื่อนบ้านกินเพราะเกรงจะเป็นอันตรายเหมือนกับทางแพร่เค๊าว่า “กั๋วเป๋นโต้ด”

จากการสังเกตถังหมักอื่นๆ ที่มีรสเปรี้ยวแล้วเอายูเอ็ม 92 ใส่ลงไปจะไม่มีฟองสีขาวครีมเลย แต่ถังที่หมักครั้งแรกสดๆ 3 ถัง คือ ถังหมักบอระเพ็ด สะระแหน่ และเห็ดนางฟ้านางรม ที่หมักสดๆพร้อมกับเชื้อยูเอ็ม 92 ทั้ง 3 ถังตอนนี้ก็มีฟองสีขาวครีมเกิดขึ้นคล้ายกับ ถังที่หมักเห็ดขามกับหลินจือม่วงดำ เพียงแต่ไม่เป็นเนื้อครีมแต่เป็นฟองที่หนาแน่นข้นๆ คล้ายกับครีม ดิฉันส่งรูปมาให้ท่านดู และรบกวนท่านอีกแล้วนะค๊ะพิจารณาว่าจะใช่ Super Royal Cream หรือไม่

และขอบคุณมากนะค๊ะ...สำหรับคำตอบที่ผ่านการกลั่นกรองด้วยความละเอียดรอบคอบของทีมงานอานนท์ไบโอเทคในการตอบคำถามของผู้ไม่รู้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ผู้รู้เท่านั้นที่จะทราบอย่างแท้จริง และข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและชีวิตของผู้ที่สนใจอีกมากมาย โดยเฉพาะผู้คนที่ห่างไกลความเจริญของกรุงเทพฯ
เรียนมาด้วยความขอบคุณเป็นอย่างสูง
อัมรินทร์

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขออนุณาตส่งรูปพิ่มเติมในการพิจารณาว่าเป็น จะใช่ Super Royal Cream หรือไม่

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Wed May 09, 2012 7:41 pm

รูปที่ 1 เห็ดนางฟ้านางรม ที่หมักสดๆพร้อมกับเชื้อยูเอ็ม 92 อายุการหมัก 3 เดือนกว่า
[img] [/img]


รูปที่ 2 บอระเพ็ด หมักสดๆพร้อมกับเชื้อยูเอ็ม 92 อายุการหมัก 3 เดือนกว่า

[img] [/img]

ด้วยความขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
อัมรินทร์



Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

รูปที่ส่งมานั่นแหละคือ ครีมมหาอมตะชัดๆครับ

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed May 09, 2012 8:25 pm

ชัดร้อยเปอร์เซ็นต์ครับนี่คือ Super Royal Cream หรือครีมมหาอมตะครับ ของอย่างนี้เวลาคุณทำ คุณก็อย่าไปโพนทนาให้ใครรู้ให้ใครเห็นสิ เพราะเวลาเขามาดู บางคนอาจจะมีอคติ เพราะเคยเห็นของบูดมาแล้ว ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน บางคนก็เป็นประเภทโอษฐภัยหรือพวกปากไม่ดี บางคนก็เห็นว่า แต่ไหนแต่ไร ไม่เห็นคุณรู้เรื่องอะไรพวกนี้เลย แต่อยู่ๆมากลับมีของพวกนี้ขึ้นมา ความเคลือบแคลงสงสัยของมนุษย์มันมีหลายแง่หลายง่าม จึงมีความสงสัยและคิดเห็นกันต่างๆนานา ตอนนี้ พอคุณรู่ว่า เจ้าที่เห็นนี้เป็นครีมที่ว่า คุณก็อย่าให้ใครเห็นว่าเป็นไงสิ เอาเฉพาะสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ไปให้เข้าใช้ดูสิ และก็ใช่ว่า เอาไปให้เป็นลักษณะฟองอันน่าขยะแขยงสิ คุณก็แต่งหน้าทาแป้งให้มันหน่อยสิ เช่น หากจะเอาไปทาน คุณก็ผสมใส่นั่นใส่นี่เข้าไปสิ เช่น ผสมน้ำผลไม้ ผสมนำ แล้วก็ใส่เจ้าครีมนี่เข้าไปสัก 5-10% สิ เช่นเดียวกัน หากต้องการหน้าเด้ง ผิวพรรณเต่งตึง คุณก็ไปหาซื้อครีมรองพื้นมาสิ เช่น ครีมนิเวีย บางที่ที่โลตัสหรือบิกซี เขาจะเอามามัดรวมกัน 3 ขวด ขายลดราคาเกือบครึ่ง คุณก็ไปซื้อครีมนั้นมา แล้วก็เอาเจ้าครีมมหาอมตะนี้ใส่ผสมเข้าไปสัก 5-10% สิ แล้วก็ให้เขาทาส่วนไหนก็ได้ที่เขาต้องการพิสูจน์ รับรองใช้แล้ว ทานแล้วก็จะติดใจ และเห็นผลภายในไม่กี่วันแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเถทผิวกร้าน คัน ตกกระ เป็นฝ้า พวกนี้ใช้ได้หมดและเห็นผลค่อนข้างเร็ว ส่วนเรื่องของเด็กนั้น ขอบคุณมากที่ให้ที่อยู่มา เดี๋ยวหาก ดร.อานนท์ ผสมยาล๊อตใหม่ จะจัดส่งไปให้ที่โรงเรียน เรามาช่วยกันทำบุญกันเถอะ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอบคูณสำหรับคำตอบและคำแนะนำดีๆ

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Sun May 20, 2012 12:24 pm

เรียน ท่าน ดร.อานนท์ คุณไผ่ และทีมงานอานนท์ไบโอเทค
ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำตอบดี ๆ และคำแนะนำที่สุดยอดที่สุด อย่างนี้ต้องทดลองใช้ก่อนซะแล้วให้เห็นผล แล้วจะนำไปบอกต่อ เพราะเป็นเรื่องราวที่ใหม่และน่าทึ่งมาก ๆ หากมีคำแนะนำดีๆ เพิ่มเติมอีก กรุณาให้คำแนะนำเหล่านั้นบอกกล่าวให้ทราบด้วยนะคะ ขอขอบคุณมาล่วงหน้าค่ะ
ขอรายงานข่าวดีของเด็กน้อยที่ทางท่านได้อนุเคราะห์ให้เอนไซม์และเห็ดเป็นยารักษา HIV เปิดเทอมนี้เด็กน้อยเดินขึ้นลงบันใดชั้นสองวันละ 5 รอบได้อย่างสบายๆ ถึงแม้ว่าจะขาอ่อนแรงไปบ้างในตอนเย็น ซึ่งดีกว่าตอนที่ยังไม่ได้กินเห็ดเป็นยาจากทางอานนท์ไบโอเทค คือเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองไม่ได้เลย นับว่าเค๊าแข็งแรงและมีภูมิต้านทานมากขึ้นมากทีเดียว จากการสอบถามตัวเด็กช่วงปิดเทอมเด็กไม่เคยเป็นไข้เลย ขอบคุณท่าน ดร.อานนท์ อ.ธวัช อ.แสงจันทร์และทางอานนท์ไบโอเทคมากนะคะ ที่ทำให้เด็กดี ๆ อีกหลายสิบคนที่ร่วมห้องด้วยปลอดภัยจากโรคแทรกซ้อน
ด้วยความรู้สึกดีๆ กับอานนท์ไบโอเทคและเห็ดเป็นยา
Amarin

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ถือว่าเป็นข่าวดีที่สุด ที่ทราบว่า ดญ.ศรีแพ หมื่นข้น มีสุขภาพดีวันดีคืน

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Mon May 21, 2012 2:34 pm

ดร.อานนท์ดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ทราบว่า ดญ.ศรีแพ มีอาการดีขึ้นโดยลำดับ จากการที่ขึ้นบันไดชั้นสองไม่ได้เลยมาก่อน แต่นี่สามารถขึ้นลงได้ตามปกติถึงวันละ 5 ครั้ง นับว่าสุดยอดและยังความปลาบปลื้มให้แก่พวกเราทุกคน ผมได้มีโอกาสติดตาม ดร.อานนท์ไปหลายงาน เพราะระยะนี้ดูเหมือนท่านเดินสายเหลือเกิน ไปหมดแทบทุกงานที่ลูกศิษย์ลูกหาเชิญ ไปงานบวชแถวๆสามโคก พาเด็กๆลูกเจ้าหน้าที่คนงานไปเที่ยวทะเล ไปเป็นผู้ปกครองจำเป็นให้แก่ลูกของหญิงไทยที่ไปแต่งงานที่แอฟริกา ส่งลูกมาเรียนที่เมืองไทย พอจบการศึกษา ดร.อานนท์กับอาจารย์แม่ก็ไปในฐานะผู้ปกครองแทนผู้ปกครองตัวจริง แล้วก็ยังช่วยใครต่อใครที่เป็นโรคแล้วสิ้นหวังอีกเยอะแยะ และสิ่งที่ท่านนำไปยกตัวอย่างในวาระต่างๆ ก็คือ นำเอากรณีศึกษาของ ดญ.ศรีแพ ที่ประสพเคราะห์กรรมที่ตัวเองไม่ได้สร้างขึ้นมา แต่เป็นโรคที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่ที่ถึงแก่กรรมไปด้วยเวลาไม่อันควร แล้วเป็นช่วงที่เป็นระยะที่อันตรายมากสำหรับเธอ ที่อายุระหว่างนี้ ส่วนใหญ่มักเกิดปัญหาที่ภูมิคุ้มกันจะสู้กับโรคไม่ไหว ในฐานะที่ ดร.อานนท์ มีประสบการณ์ด้านนี้ค่อนข้างมาก เมื่อครั้งไปปฎิบัติงานอยู่ที่ทวีปแอฟริกา จึงมั่นใจว่า เราน่าจะสามารถช่วยชีวิต ดญ.ศรีแพได้ โดยให้อยู่อย่างปกติเหมือนคนทั่วไปได้ แม้ว่า ปัจจุบัน ยังไม่มียาที่จะรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ แล้วการใช้ยาส่วนใหญ่ ก็จะเป็นการประคองชีวิตไปได้ระดับหนึ่งเท่านั้น และจะต้องทานไปตลอดชีวิต แต่สำหรับเห็ดนั้น จะเป็นตัวที่จะไปกระตุ้นให้ร่างกายมีความสามารรถสร้างภูมิต้านทานเชื้อดังกล่าวได้ โดยไม่ให้มันลุกลามจนเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ และหากมีการระมัดระวังเรื่องการกินอาหาร และดูแลเรื่องการขับถ่ายให้ดี เด็กจะมีชีวิตอีกยาวนาน โดยขอให้เด็กทานอาหารสดที่มีเอ็นไซม์ธรรมชาติเข้าไปมากๆ เช่น ผักสด ผลไม้สดๆ จะทำให้ระบบย่อยและการขับถ่ายได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเรื่องเห็ดเป็นยานั้น ดร.อานนท์ได้สั่งการไปทั้งที่บ้านที่จังหวัดแพร่ และที่ศูนย์กลางของ อานนท์ไบโอเทคเอง พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือฟรีไม่อั้นตลอดชีพสำหรับเด็กหญิงคนนี้ ดร.อานนท์จะรับไว้เหมือนลูกบุญธรรม และรับปากว่าจะดูแลแกให้ดีที่สุด และอยากจะขอให้คุณอมรินทร์ ช่วยพาเด็กไปเปิดธนาคารอะไรก็ได้ แล้วแจ้งเบอร์ธนาคารมาในฟอรั่มนี้ด้วย เพื่อต้องการที่จะบอกบุญให้แก่สมาชิกทุกท่านที่ใจบุญใจกุศล ที่ต้องการร่วมทำการช่วยเหลือเด็กหญิงศรีแพ ขอให้โอนเงินคนละเล็กละน้อย เพื่อสนับสนุนการดำรงชีวิตและการศึกษาของเธอ โดยทางอานนท์ไบโอเทค จะขอเป็นแกนกลางสนับสนุนเธอ
เช่นเดียวกัน ไม่ว่าครอบครัวใด ที่มีเด็กๆที่ได้รับเคราะห์กรรมเช่นเดียวกับ ดญ.ศรีแพ ท่านสามารถติดต่อมาทางเราได้ เพราะเราต้องการให้ความช่วยเหลือ เพื่อเห็นแก่มนุษย์ร่วมโลกเดียวกัน
ช่วงนี้ หากใครมาหาเราที่อานนท์ไบโอเทค ไม่ว่าที่หน้าร้าน หรือที่ฟาร์ม จะเห็นเจ้าหน้าที่มีผิวพรรณผ่องใส เปล่งปลั่ง เพราะว่า ทุกคนใช้ครีมมหาอมตะที่เราทำการผลิตจากเห้ด เอามาใช้พอกแล้วล้างหน้าหรือร่างกายทุกส่วน ตอนกลางคืน ผมได้เห็นทั้ง ดร.อานนท์ อาจารย์แม่ น้องสาวผม คือ น้องผึ้ง ที่ร้านที่ตลาดไท คุณรวิพร คุณดาว ต่างก็พอกหน้าด้วยครีมมหาอมตะที่ได้จากการหมักเห็ด เหมือนกับของคุณอมรินทร์ เพื่อพิสูจน์ว่า ใช้แล้วเพียงไม่กี่วัน หน้าขาวนวล เหมือนผิวของเด็กเลย ผมยืนยันได้ ซึ่งผมก็ใช้เป็นประจำ หน้าที่เป็นสิว เป็นฝ้า หายไปไหนไม่รู้หมดเกลี้ยงเลย ดังนั้น คุณอมรินทร์อย่าได้รอช้า ลองดูได้เลย ผลเป็นไง ช่วยบอกด้วย เพราะคนอื่นรออยู่ อย่างน้อยคุณสุมาลี ก็จะเป็นรายต่อไปที่กำลังจะใช้

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ด้วยความขอบคุณยิ่งและดีใจที่ศรีแพรจะไม่หนาวเหน็บอีกต่อไปแล้ว

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Mon May 28, 2012 8:58 pm

เรียน ท่าน ดร.อานนท์ และ คุณไผ่
เมื่อวันเสาร์ดิฉันได้ไปบ้านเด็กศรีแพรมา สอบถามผู้ปกครองถึงการกินเห็ดเป็นยาของศรีแพร ผู้ปกครองบอกว่า ปิดเทอมที่แล้วมานี้แพรไม่เป็นไข้เลย อากาศร้อนๆ เลือดกำเดาก็ไม่ไหล เล่นกับเพื่อนๆ ได้ โดยไม่เหนื่อยหอบแล้ว และใบหน้ามีเลือดฝาดขึ้น ไม่เหลืองซีด สรุปว่าแข็งแรงขึ้นเยอะ ยกเว้นขาข้างขวาที่ไม่ค่อยมีแรงเพราะเป็นโปลิโอหรือจะเป็นเพราะไวรัสกินก็ไม่แน่ชัด แต่ก็ดีกว่าเมื่อก่อนซึ่งใส่รองเท้าหนังสีดำนักเรียนหญิงไม่ได้เพราะลากไม่ไหว ต้องใส่รองเท้าแตะมาโรงเรียน แต่พอเปิดเทอมนี้แพรใส่รองเท้าหนังนักเรียนเดินได้ ดิฉันเห็นศรีแพรเดินใส่รองเท้านักเรียนทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ เหมือนคนอื่นทั่วโรงเรียน
ผู้ปกครองยอมรับว่า เห็ดเป็นยาและเอนไซม์ที่ท่าน ดร.อานนท์ ได้อนุเคราะห์ให้ศรีแพรนั้น ทำให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น เล่นกับเพื่อนได้อย่างกระฉับกระเฉงขึ้น ยิ้มแย้มแจ่มใสและมีความสุขมากกว่าเดิม
ผู้ปกครองเค๊าไม่ได้เปิดตัวจึงไม่บอกบอกเด็กว่าเป็น HIV จนกระทั่งปัจจุบันนี้ศรีแพรก็ยังไม่ทราบว่าตนเอง
เป็นอะไร ดิฉันจะบอกว่าเห็ดนี้จะช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย นั่นเป็นเหตุผลที่ดิฉันได้บอกชื่อรองและนามสกุลเพื้ยนไปในช่วงก่อนหน้านี้ จริงแล้วศรีแพรมีชื่อว่า เด็กหญิงภิรมพรรณ หมื่นคำ ดิฉันก็หวั่นๆ เหมือนกันว่าผู้ปกครองเค๊าจะยอมรับหรือเปล่า เลยต้องหาโอกาสไปพูดเองโดยไม่ใช้โทรศัพท์ เพราะดิฉันให้เด็กกินเห็ดเป็นยาและเอนไซม์ก่อน โดยที่ไม่บอกให้ผู้ปกครอง เพราะความเชื่อมั่นในเห็ดเป็นยา แต่ผู้ปกครองเค๊าไม่รู้ จึงต้องพิสูจน์ก่อนแล้วให้ยอมรับทีหลัง ก็หวั่นๆ เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในวันข้างหน้า แต่รู้ว่าสงสารเด็ก พอปิดภาคเรียนก็ต้องให้เด็กเอาเห็ดไปกินที่บ้านโดยอธิบายทำความเข้าใจกับพี่สาวเด็กพร้อมทั้งเปิดเวป.อานนท์ไบโอเทค ให้พี่สาวได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเห็ดเป็นยาโดยเฉพาะเห็ดกระดุมบราซิล แต่ยังไม่บอกผู้ปกครอง ให้ผู้ปกครองค่อยๆ รู้จากพี่สาวเด็ก จนอาการเด่นชัดว่าดีขึ้นมากจึงไปพูดกับผู้ปกครองเค๊า
และได้คุยเกี่ยวกับเรื่องที่ท่าน ดร.อานนท์ และทีมงาน จะช่วยเหลืออนุเคราะห์เห็ดเป็นยาฟรีตลอดชีพและเปิดบัญชี ธ.ออมสิน ผู้ปกครองยอมรับความช่วยเหลือและขอบพระคุณท่าน ดร.อานนท์ และทีมงานอานนท์ไบโอเทค ทุกท่าน เป็นอย่างสูงที่ช่วยเหลือ ให้แพรได้มีสุขภาพที่แข็งแรง มีชีวิตที่ปกติสุขกว่าเดิม(ผู้ปกครองจะเรียกเด็กว่า “แพร” ส่วนตัวดิฉันเองจะเรียกจนติดปากว่า "ศรีแพร" )
ซึ่งดิฉันจะพาเด็กไปเปิดบัญชี ธนาคารออมสิน สาขาอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ในวันวันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคมนี้ แล้วจะแจ้งให้ท่านทราบรายละเอียดในวันพรุ่งนี้
ดิฉันขอบคุณท่าน ดร.อานนท์ คุณไผ่ อ.ธวัช อ.แสงจันทร์ และทีมงาน ทุกท่าน ที่ได้มอบความเอื้ออาทรให้ศรีแพรได้แข็งแรง ยิ้มแย้ม แจ่มใสเหมือนเด็กทั่วไป
ด้วยความขอบคุณยิ่งและดีใจที่ศรีแพรจะไม่หนาวเหน็บอีกต่อไปแล้ว
Amarin

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เรียน ท่าน ดร.อานนท์ ท่านอาจารย์เนาวนุช และ คุณไผ่ ที่เปี่ยมด้วยความเมตตา

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Wed May 30, 2012 9:57 am

เรียน ท่าน ดร.อานนท์ ท่านอาจารย์เนาวนุช และ คุณไผ่ ที่เปี่ยมด้วยความเมตตา
เมื่อคืนประมาณห้าทุ่มกว่าพิมพ์แล้ว ตั้งใจจะรายงานความคืบหน้าให้ท่านทราบ แต่...ไฟดับอีกแล้ว บ้านอยู่ไกลความเจริญก็เป็นซะอย่างนี้แหละเน๊าะ ต้องขออภัยท่านเป็นอย่างมากคะที่ไม่ได้แจ้งรายละเอียดเมื่อวานนี้
เมื่อวานดิฉันได้พาศรีแพรไปเปิดบัญชีที่ธนาคารออมสินมาแล้วคะ ที่สาขาสอง จ. แพร่ จึงแจ้งรายละเอียดมาให้ท่าน ดร.อานนท์ และ คุณไผ่ ทราบ พร้อมกับความหวังว่าศรีแพร (ด.ญ.ภิรมพรรณ หมื่นคำ) จะไม่หนาวเหน็บอีกต่อไปแล้ว ดังภาพที่แนบมานี้

[img] [/img]
[img] [/img][img][/img]

ผู้ ปกครองบอกว่า" ไม่ได้หวังอะไรมาก ขอเพียงแต่ให้แพรมีร่างกายแข็งแรง ยิ้มแย้มบ้าง มีชีวิตที่ปกติสุขเหมือนผู้คนทั่วไป ผมจะได้ไปไร่ข้าวโพดทำมาหากินโดยไม่ห่วงหน้าพะวงหลังว่า แพรไม่สบายบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน ขอขอบคุณ ท่าน ดร.อานนท์ ท่านอาจารย์เนาวนุช และ คุณไผ่ รวมทั้งทีมงานทุก ๆท่านเป็นอย่างมากครับ ที่ให้ความเมตตา"
ขอรายงานผลการ ใช้ Supper Royal Cream (SRC) ตามที่คุณไผ่แนะนำมานั่นแหละคะ แต่นอกกรอบนิดหน่อยคะ ตรงที่ว่าไม่ผสมอะไรเลยใช้ SRC เพียวๆ 100 % ไม่ทราบว่าจะทำให้เกิดผลที่มีคุณภาพลดลงหรือมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ SRC ผสมอะไรอีกหลายๆอย่างตามที่คุณไผ่แนะนำมา จากการที่ทดลองใช้มาตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถึงวันนี้ก็ 19 วันแล้ว ทาหลังมือทั้งเช้าและเย็น หลังมือที่มีรอยย่น ตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้กำลังใช้กับหน้ามา 4 วันแล้วคะ (สาเหตุที่ไม่ใช้กับหน้าก่อน เพราะดิฉันเป็นคนแพ้ง่าย แพ้แต่ละทีผื่นขึ้นนานกว่าจะหาย) แต่ไม่มีอาการแพ้ผื่นขึ้นเลย อาจจะเป็นเพราะดิฉันกินน้ำเอนไซม์เห็ดสามอย่างของท่านดังกล่าวมาแล้วข้างต้น หรือเปล่า (กินมา 3 เดือนกว่าแล้วล่ะคะ) หรือว่า SRC จะไม่มีการแพ้ ต่อไปใบหน้าที่บ่งบอกการผ่านประสบการณ์ต่างๆมานาน(มีร่องรอยบาทากาดำ) จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป เพราะจุดหมายปลายทางก็คือใบหน้าที่อ่อนเยาว์ เหมือนกับท่าน ดร.อานนท์ ท่านอาจารย์เยาวนุช
ขอบคุณมากนะค่ะที่แนะนำสิ่งดีๆ ทำให้ประหยัดเงินได้อีกต่างหาก พวกเราสาวกเห็ดทั้งหลายมาผลิตและใช้ SRC กันเถอะ ประหยัดเงินค่าเครื่องบำรุงผิวได้อีกเยอะเลยแหละคะ
ด้วยความขอบคุณและความหวัง ว่าศรีแพรจะไม่หนาวเหน็บอีกต่อไปแล้ว
Amarin

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขออนุญาตส่งหมายเลขบัญชี ธ.ออมสิน ของศรีแพร (ด.ญ.ภิรมพรรณ หมื่นคำ) ใหม่นะค่ะ

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Wed Jun 06, 2012 8:48 pm

รียน ท่าน ดร.อานนท์ ท่าน อ.เยาวนุช และคุณไผ่ ที่เปี่ยมด้วยความเมตตา
ต้องขอโทษด้วยนะคะ ด้วยกระทู้ที่แล้วมา รีไซด์ภาพเล็กไปไม่สามารถเห็นหมายเลขบัญชีของศรีแพร วันนี้ขออนุญาตแก้ไขส่งใหม่นะคะ ดังรูปข้างล่างนี้
ด้วยความขอบคุณยิ่งในความเมตตา
Amarin


[img] [/img]

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

รายงานการใช้ SRC และเอนไซม์เห็ดกระดุมบราซิล

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Tue Aug 07, 2012 10:38 pm


เรียน ท่าน ดร.อานนท์ และคุณไผ่
อันดับแรก ขอรายงานการใช้ SRC (Supper Royal Craem) ซึ่งงดการใช้ครีมอื่นๆหมด ยกเว้นครีมกันแดด ได้ทา SRC เพียวๆ ประมาณ 1 เดือน ใช้ทาหน้า หน้าจะนุ่มและเนียนกว่าแต่ก่อนมาก ทีนี้มาคิดได้ว่าที่คุณไผ่แนะนำมาไม่น่าจะนอกกรอบมากเลย (เพราะเอนไซม์ใน SRC จะย่อยครีมบำรุงผิวให้มีโมเลกุลที่เล็กลง ผิวหนังที่ได้รับการทาก็จะดูดซึมได้ดีขึ้นเร็วขึ้นทั้งครีมบำรุงและ SRC จะทำให้ผิวได้ผลกับการใช้ได้ดีและเร็วกว่าเดิมอย่างแน่นอน) ก็เลยไปซื้อครีมทาผิวมาผสมกับ SRC โดยใช้อัตราส่วน 1: 1 (อันนี้ท่าจะนอกกรอบนิดหน่อย โดยใช้ SRC ของเห็ดหลินจือ เห็ดนางรมและมะหาดรวมกัน : ครีมบำรุงผิว) และใช้ปั่นผสมกับครีมบำรุงผิวการ์นิเยไวส์ ทาตอนกลางคืน ใช้มาเดือนกว่าแล้ว ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเพราะว่ามรสุมงานเข้า ตั้งหน้าตั้งตาทำงานไปเรื่อย เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีเพื่อนมาทักว่า งานหนักแต่หน้าใสกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยไปใช้อะไรมา ได้ทีก็เลยนัดเจอกันอีกทีนำครีมกับ SRC ปั่นให้ลองใช้ ตอนนี้เพื่อนบอกว่ามือลูบหน้าแล้วนิ่มและดูเนียนกว่าเดิมจนสัมผัสเองก็รู้สึกได้ชัด
ดังนั้นหากจะไห้ได้ผลดีและเร็วควรจะใช้ SRCผสมกับครีมบำรุงผิวตามใจชอบ ตามที่คุณไผ่แนะนำ คือ ใช้ SRC 20 % ของครีมบำรุงผิว
จากการที่ได้รับอนุเคราะห์เอนไซม์เห็ดกระดุมบราซิลจาก อ.ธวัช และ อ.แสงจันทร์ รอบที่สองนี้ในวันที่ 11 ก.ค. 55 เมื่อนำมาใส่แค็ปซูล แล้วคำนวณการกินได้อีก 3 เดือน กับอีก 3 วัน ผู้ปกครองของศรีแพรฝากกราบขอบพระคุณท่านทั้งสอง ท่าน ดร.อานนท์ และคุณไผ่ ที่ให้ความอนุเคราะห์ทั้งเอนไซม์เห็ดกระดุมบราซิลและคำแนะนำดีๆ
จากการที่ท่านได้ให้ความเมตตาเป็นเอนไซม์เห็ดกระดุมบราซิลแก่ เด็กหญิงภิรมพรรณ หมื่นคำ (ศรีแพร) ซึ่งผลแห่งความเมตตานี้ทำให้ศรีแพรมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นมาก โดยประเมินจากการสังเกตตั้งแต่เปิดภาคเรียนที่ 1 ในปี 2555 นี้ ศรีแพรไม่เคยเป็นไข้เลย ขาก็เดินขึ้น-ลงบันไดได้วันละหลายรอบเท่ากับนักเรียนคนอื่นๆ (บันใดมี 18 ขั้น เพราะเป็นบันใดสองตอนๆละ 9 ขั้น) เวลาทำกิจกรรมหน้าเสาธงตอนเช้าศรีแพรก็ยืนพร้อมกับเพื่อนๆ ทั้งโรงเรียนได้โดยที่ไม่ล้ม (เมื่อเทอมที่แล้วศรีแพรยืนได้สักพักก็จะล้มนั่งลง ทางแพร่เรียกว่า ยืนอยู่ดีๆก็เย๊าะลง คือยืนอยู่ดีๆ ก็เข่าอ่อนพับ นั่งลงกับพื้นเพราะขาไม่มีแรง) เหมือนเมื่อก่อน ยืนจนกระทั่งทำกิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จเรียบร้อย ขึ้นห้องพร้อมกับเพื่อน ถึงแม้ว่ากล้ามเนื้อขาแข็งแรงขึ้นมากแต่การเดินยังไม่ปกติคือยังคงลากขาอยู่ อาจจะเป็นเพราะว่ากระดูกถูกเชื้อที่มากับเอชไอวีทำลายไปแล้วก่อนที่จะรักษา ส่วนผิวหน้าและผิวหนังจะใสขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเดิมนั้นผิวจะแห้งและหยาบอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะที่ใบหน้า จะเห็นได้ว่าผลของการกินเอนไซม์เห็ดกระดุมบราซิลเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อสุขภาพเป็นที่น่าพอใจเช่นนี้แล้ว จึงให้เค๊าทานเอนไซม์เห็ดกระดุมบราซิลลดลงจาก 3 เวลาก่อนอาหาร ครั้งละ 2 เม็ด เป็น 2 เวลาตอนท้องว่างคือประมาณ สามโมงเช้าและสามโมงเย็นครั้งละ 2 เม็ด ประหยัดไปอีก 2 เม็ด จากเหตุตรงนี้ ท่าน ดร. หรือคุณไผ่เห็นว่าจะมีผลอย่างไรกับเด็กบ้างคะ สมควรที่จะทำอย่างนี้ต่อไปหรือไม่
และมีเรื่องแห่งความไม่รู้อีก 2 ข้อ คือ
1. การกินน้ำหมักเอนไซม์เห็ด 1 ช้อนโต๊ะ พร้อมกับ UM 55 1 เม็ดและน้ำเปล่า 1 แก้ว ค่าของความเป็นกรดจะมีมากพอที่จะทำลายจุลินทรีย์ใน UM 55 หรือไม่
หากทำลายเชื้อจุลินทรีย์ได้ แล้วที่ถูกต้องควรจะกินเช่นไร (เพราะอยากได้ทั้งเอนไซม์จาก UM55 และได้ตัวยาจากการกินน้ำหมักด้วยคะ)
2. เห็ดที่มีค่า ORAC สูง เมื่อนำมาหมักตามอัตราส่วน 1: 3: 5 (เห็ด:น้ำตาล:น้ำ) พร้อมกับ UM 55 เมื่อเกิดเป็น SRC แล้ว ค่า ORAC ของ SRC นี้ จะมีปริมาณสูงด้วยหรือไม่ หรือว่าสูงกว่าน้ำหมัก (ถามด้วยความงงๆ คะ เพราะ ค่า ORAC จะวัดที่สถานะเป็นของเหลวที่ละลายน้ำ แต่ SRC เป็นครีมไม่ใช่ของเหลวที่ละลายน้ำ หากเป็นเช่นนี้ก็น่าจะเป็นคำตอบที่มาจากเหตุและผล )

ได้โปรดให้ความสว่างส่องทางให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องด้วยนะค่ะ
รอความสว่างด้วยความขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
amarin

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ข่าวดีที่สุดจากคุณอมรินทร์ ถึงความคืบหน้าในการใช้ SRC

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Tue Aug 07, 2012 11:42 pm

วันนี้ พวกเราไปบรรยายให้แก่บรรดาข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขมา ก็ทำให้งานอะไรที่คั่งที่ค้าง ก็ค่อยๆถอดออกไปได้อีกเปราะหนึ่ง วันนี้ จึงจิตใจและสมองค่อนข้างจะปลอดโปร่ง ก็เลยเหมาตอบปัญหาต่างๆที่คั่งค้างไว้ให้ได้มากที่สุด และเป้าหมายของงานที่ไปบรรยายา ทั้งของหมอพื้นบ้าน ที่โรงแรม อมาลี ที่เดือนเมือง เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว และวันนี้นั้น ต่างก็มุ่งไปที่การใช้เห็ดเป็นยา ซึ่งบ้านเราไม่ประสีประสามากๆในเรื่องเห็ดเป็นยา ยิ่งวันที่ไปบรรยายในงานประชุมเชิงสัมนาเชิงปฎิบัติการหมอพื้นบ้านนั้น ได้เจอหมอพื้นบ้านจากจังหวัดแพร่หลายคน และเป็นคนที่เคยไปฟัง ดร.อานนท์หลายครั้งแล้วและรู้จักกันดี ทุกคนก็ต้องการให้ ดร.อานนท์กลับไปกระตุ้นให้คนแพร่ตื่นขึ้นมาเพื่อการนี้ ซึ่ง ดร.อานนท์ ก็เลาให้ฟังแล้วว่า ก็พยายามอยู่ แต่ก็ยังยาก เพราะยังรวมกันไม่ติด พอดีวันนี้ ก็ได้ข่าวจากคุณอมรินทร์อีก ก็ดีใจมาก เพราะคิดว่า อย่างไงชาวแพร่ คงต้องร่วมมือ ร่วมใจกัน อะไรที่เป็นประโยชน์เอามาเล่าสู่กันฟัง ในเรื่องของหนูศรีแพนั้น เมื่อหลายสัปดาห์ที่แล้ว ดร.อานนท์ได้โอนเงินจำนวนหนึ่ง เข้าไปยังบัญชีธนาคาร เพื่อมอบให้หนูเอาไปใช้เมื่อถึงคราวจำเป็น และก็ยังไม่ได้บอกบุญไปยังสมาชิกคนใดเลย เพราระอย่างที่รู้นั่นแหละว่า ง่วนอยู่แต่กลับงาน ก็ถือโอกาสวันนี้ก็แล้วกัน ที่อยากจะขอเชิญชวนสมาชิกผู้ที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ทุกท่าน ที่ใจบุญใจกุศล ช่วยเหลือหนูศรีแพ ที่ได้รับกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แต่ก็เกิดมาได้รับเชื้อเอซไอวี ซึ่งตามปกติทั่วไป เด็กที่ได้รับเชื้อเอดส์จากกำเนิด มักจะมีชีวิตอยู่ได้โดยเฉลี่ยก็ไม่น่าจะเกิน 10 ปี แต่หนูศรีไพ อยู่มาได้ 11 ปีแล้ว และมีอาการหนักมากแล้ว ไม่มีเรี่ยว ไม่มีแรง มีแผลผุพองเกิดขึ้น อยู่ในระดับสุดท้าย ที่เกินจะแก้ไขได้แล้ว แต่พอมาเจอครอบครัวของ ดร.อานนท์ ที่อยู่ที่บ้านร่องกาศ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ คือ พี่สาวของ ดร.อานนท์ ที่ชื่อ อาจารย์แสงจันทร์ สามีชื่อ อาจารย์ธวัช เจียศิริพงษ์กุล เป็นอาจารย์ระดับ 8 ที่เกษียณอายุแล้วทั้งคู่ ได้ทำเห้ดเป็นยาที่มีเห็ดกระดุมบราซิลเป็นหลัก แล้วก็มอบให้หนูศรีแพ เพราะหนูศรีแพเอง มาขอให้ อาจารย์ทั้งสองช่วยชีวิตของหนู ด้วยความสงสาร ด้วยความที่เห็นแก่มนุษย์ และด้วยความที่ ดญ.ศรีแพ เป็นเด็กที่น่ารักน่าเอ็นดู ดร.อานนท์ จึงขอให้ทางครอบครัวได้ช่วยชีวิตหนูศรีแพ จนทราบว่า หลังจากหนูศรีแพได้ทานเห้ดเป็นยา ด้วยการประสานงานของคุณอมรินทร์เป็นอย่างดีนั้น ทราบว่า ชีวิต สุขภาพและความเป็นอยู่ของหนูศรีแพดีขึ้นตามลำดับ แน่นอนครับ หนูศรีแพสูญเสียแม่ และพ่อไป ต้องอาศัยอยู่กับผู้ปกครองที่ใจบุฐ แต่ก็ยังขาดปัจจัยเรื่องการเงินที่จะดูแลหนูศรีแพ ดร.อานนท์ จึงขอให้คุณอมรินทร์ ได้พาเด็กหญิงศรีแพไปเปิดบัญชีธนาคารไว้ เผื่อว่า จะมีสมาชิกที่ใจบุญ ได้ช่วยกันสนับสนุนการทำบุญทำกุศลครั้งยิ่งใหญ่ นี้เพื่อเป็นกำลังใจให้หนูศรีแพมีสุขภาพดี มีกำลังใจ เป็นพลเมืองดีของโลกต่อไป โดย ดร.อานนท์ ได้ส่งเงินไปเปิดปฐมฤกษ์จำนวนหนึ่งแล้ว หากท่านใดที่มีจิตประสงค์อยากร่วมสมทบ กรุณาโอนเงิน แม้แต่น้อยนิด จะจะมีค่ายิ่งสำหรับเธอ ที่ธนาคารออมสิน สาขาสอง บัญชีเลขที่ 020069267423 ส่วนเรื่อง การกินเห็ดเป็นยาของน้องแพนั้น หากสุขภาพยังไม่เป็นที่น่าไว้วางใจ ก็ให้ทานต่อดังเดิม แต่หากดีขึ้นแล้ว ก็ลดได้ครับ แต่ต้องคอยดูอย่างใกล้ชิด พวกเราช่วยกันทำบุญดีแล้ว ดีกว่า เอาเงินไปช่วยวัดที่มีทุกสิ่งทุกอย่างเหลือเฟือและพระก็อยู่กันอย่างสุขสบายแล้ว มาช่วยกันดูแลเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยากร่วมกันดีกว่า
ดีใจครับ ดีใจจริงๆที่ทราบว่า ได้นำเอาครีมมหาอมตะมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณ ซึ่ง เรามีสมาชิกกระทู้นี้เป็นจำนวนมาก ที่อยากรู้เรื่องนี้ บางคนกล้าๆกลัว บางคนได้กลิ่น ก็ใจไม่สู้แล้ว โดยหารู้ไม่ว่า นั่นคือ สุดยอดของสุดๆอยู่แล้ว ไม่ต้องไปซื้อไปหาของอะไรที่มีราคาแพงๆมาใช้เลย เพียงแต่ หากคุณไม่ชอบกลิ่น ไม่ชอบสี เราก็แต่งกลิ่น แต่งสี เพื่อหลอกตัวเอง ตามที่ตัวเองชอบสิ และก็ยังมีบรรดาสมาชิก ที่ทำเครื่องสำอางขายอยู่แล้ว มีหลายต่อหลายราย ไปสั่งนำเข้าอะไรต่ออะไร ที่พยายามอธิบายเป็นภาษาให้มนุษย์ไม่ค่อยรู้เรื่อง เพื่อจะแสดงให้เห็นว่า มันต้องเป็นสารนั้นสารนี้ ของเทคโนโลยีชั้นสูง ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องโกหก หรือแค่คำโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น ต้องอย่างคุณอมรินทร์สิ นี่แหละของจริง และเรื่องนี้ ดร.อานนท์ไม่เคยหึงหวงสูตรอยู่แล้ว ใครที่ทำเครื่องสำอางอยู่แล้วเอาไปต่อยอดสิ สงสัยตรงไหนก็เข้ามาแชร์ความรู้กันที่นี้ได้เลย
ขอตอบข้อข้อใจดังนี้
1. สุดยอดเลยหากทำได้ เพราะน้ำหมักเป็นการเพิ่มเอ็นไซม์โดยตรง ส่วนยูเอ็ม 55 เป็นการเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เข้าไปในร่างกาย มันจะไปช่วยย่อยกากอาหาร และทำลายสารพิษในร่างกายได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทานทุกวัน อาจจะทานสัปดาห์ละแคปซูลก็เพียงพอแล้ว พอมาถึงตรงนี้่ ต้องขอเตือนสำหรับผู้ที่ไม่เคยทานเอ็นไซม์สดน๊ะครับว่า หากเป็นการทานครั้งแรกนั้น ในกรณีของคนที่ทำงานประจำอยู่แล้วนั้น ให้ทานตอนเย็นวันศุกร์ แล้วเตรียมพัดลมให้ดี แยกห้องนอน แม้ว่า จะต้องนอนกับคนที่เรารัก แต่คราวนี้ ต้องขอให้แยกห้องเสียก่อน เพราะว่าหลังจากทานเอ็นไซม์ที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เข้าไปใหม่ๆ สำหรับคนที่ทานอาหารที่มีสารกันบูด หรือทานน้ำอัดลม ที่เขาใส่สารกันบูดกันทุกยี่ห้อ สารกันบูดพวกนี้ จะเข้าไปฆ่าจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ในระบบการย่อยของร่างกาย ทำให้ร่างกายเป็นสารพัดโรค และมะเร็งด้วย แต่พอทานเอ็นไซม์สดที่มีจุลินทรีย์เข้าไป จุลินทรีย์พวกนี้ มันจะเข้าไปกำจัดสิ่งโสโครกที่สะสมหมักหมมอยู่ในร่างกาย จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดอนุมูลอิสระและเป็นมะเร็งในที่สุด ช่วงที่จุลินทรีย์ทำงานนั้น มันจะย่อยของเสียต่างๆเหล่านี้ แล้วเกิดแก๊ซขึ้นมาด้วย ตอนนี้ไง ที่บอกว่า ให้ห่างไกลจากมวลหมู่บุคคลใกล้ชิดให้มากที่สุด เพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ในลักษณะนอนคว่ำ นอนหงาย คะแคงซ้าย ตะแคงขวา โยกขวา บิดซ้าย ลมมันจะพรั่งพรูออกมายิ่งกว่าไต้ฝุ่นเสียอีก หากเป็นเช่นนี้ อย่าหยุด อย่าตกใจ กำลังมาถูกทางแล้ว บอกคนใกล้ชิด ให้ถอยห่างไปไกลๆอีกเพียงวันสองวันเท่านั้น จากนั้นพอไต้ฝุ่นสงบแล้ว ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี การย่อยอาหารดีขึ้น นอนหลับสบาย บรรดาไมเกรนทั้งหลายก็หาย ปากที่เคยเหม็นก็จะหาย เวลาถ่ายที่เคยเหม็นมาก ก็จะทุเลาลง แล้วโรคอะไรต่ออะไรที่รอคิวอยู่ก็จะล่าถอยไป แต่อย่าลืม ทำแบบคุณอมรินทร์นี่แหละดีแล้ว อย่าลืมน๊ะคุณอมรินทร์ ส่งรูปใหม่หน้าเด้งเอามาให้ดูบา้งสิ
2.สูงขึ้นแน่นอนครับ เพราะค่าของโอแรคนั้น จะกระจายลงไปในน้ำหมักด้วยครับ หมักได้ประมาณ 1-2 เดือนยิ่งดีครับ เพราะจุลินทรีย์นั้น มันมหัศจรรย์เหลือเชื่อครับ เวลามันหมัก หรือมันย่อยสลายเห็ดพวกนี้นั้น มันจะสลายเอาสารอาหารและยาละลายออกมาในน้ำด้วยมากกว่าในเห็ดเสียอีกครับ
ดีแล้วครับ เอาเรื่องคนอื่นที่เขาเอาไปใช้มาเล่าให้สมาชิกฟังบ้างสิ กระทู้ของคุณ ก็เป็นอีกกระทู้หนึ่งที่คนเข้าดูเยอะมาก นี่ก็น้องๆของคุณภาคินแล้ว ของคุณภาคินนั้นแกโลดโผนมีลุ้นกับการเพาะเห็ด แต่ของคุณมันเกี่ยวกับสุขภาพ และเป็นการยืนยันให้หลายคนที่เขามีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยโรคเอดส์ จำนวนมาก ที่ยังไม่รู้ว่า ยังมีเห้ดเป็นที่พึ่งได้ อยากจะให้ข่าวนี้ไปถึงญาติพี่น้องของคนที่ทนทุกข์ทรมานในโรคเอดส์ให้มีความหวังที่จะอยู่ร่วมโลกกันไปอีกนานแสนนานครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

แจ้งมาด้วยความขอบคุณในความเมตตาเอื้อเฟื้อกับเด็กหญิงศรีแพร

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Mon Aug 13, 2012 11:52 am

เรียน ท่าน ดร.อานนท์ และคุณไผ่
เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ส.ค. 55 ได้ขอบัญชีจากศรีแพรไปปรับที่ออมสิน ปรากฏว่ามีเงินเข้าบัญชีแล้ว 2,300 บาท และได้แจ้งให้ตัวศรีแพรและผู้ปกครองทราบ เช้าวันที่ 12 ส.ค. 55 นี้ ถือว่าเป็นของขวัญวันแม่ให้กับศรีแพรจากท่าน ดร.อานนท์ และทีมงานคุณไผ่ เค๊ารับรู้ด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความปลื้มปิติ และฝากขอบพระคุณท่านมาด้วยความเคารพ ส่วนผู้ปกครองก็ฝากขอบพระคุณที่ท่านช่วยดูแล เอื้อเฟื้อและอนุเคราะห์ เห็ดเป็นยา
ส่วนดิฉัน มีข่าวของพ่อกับแม่มาแจ้งให้ทราบว่า ท่านทั้งสองเชื่อในความเป็นยาของเห็ดและกินน้ำเอนไซม์เห็ดทุกวันแล้วหลังจากที่ชักแม่น้ำทั้งเก้ามาตั้งนาน (เพราะพ่อไม่ค่อยจะเชื่ออะไรใครง่ายๆ) จึงยอมกินทุกวันๆละ 2 มื้อ เช้ากับเย็นก็ยังดีเพราะพ่อกับแม่ไม่ค่อยจะเป็นโรคอะไรนอกจากกระดูกเสื่อม(แต่ยังไม่เจ็บนะคะ)และความดันสูง กินไปสักพักท่านมีกำลังวังชาดี ไม่เหนื่อยง่าย ท้องไม่อืด นอนหลับยาวไม่สะดุ้งตื่นหรือเล่าความฝันให้ฟังเหมือนแต่ก่อน เพราะนั่นแสดงว่าหลับลึก ซึ่งเป็นการดีต่อสุขภาพ
พ่อเป็นความดันสูง(ความดัน 90 , 150 ) นอกจากน้ำเอนไซม์เห็ด 3 อย่างที่กินไป ดิฉันได้หมักยูเอ็ม 92 กับเห็ดนางฟ้านางรมไว้ จะเอาผสมกับน้ำเอนไซม์เห็ด 3 อย่างจะได้มั๊ย หากได้ น้ำเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง 1 ขวด มีประมาณ 800 cc จะผสมน้ำเอมไซม์เห็ดนางรม ในปริมาณเท่าไรจึงจะได้ผลในการควบคุมความดันสูงได้ ส่วนแคลเซียมก็กินตามที่หมอให้มา ขอความกรุณาท่านช่วยแนะนำด้วยนะคะ ไม่อยากให้กินยาหมอนานๆ อีกหน่อยเกรงว่า ตับ ไต จะพังได้ง่ายๆ
ด้วยความขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
amarin

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขอทราบรายงานผลของน้ำหมักเห็ดเป็นยา

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Nov 15, 2012 7:24 am

หมู่นี้เห็นเงียบหายไป ไม่ทราบว่า ความคืบหน้าจากทางแพร่เป็นไงบ้าง แล้วหนูน้อยที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องไปถึงไหนแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจาก ทางสถาบันอานนท์ไบโอเทค ได้ไปออกงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 9 ที่ผ่านมา ทำให้มีการตื่นตัวเรื่องเห็ดเป็นยามากมายเหลือเกิน มีหลายรายบุกไปถึงบ้านเกิดของ ดร.อานนท์ ที่อยู่บ้านร่องกาศ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ เพื่อตามหา อจ.ธวัช และ อ.แสงจันทร์ เจียศิริพงษ์กุล ผู้ซึ่งทำหน้าที่ในการหมักเห็ดเป็นยาส่งไปให้สถาบันอานนท์ไบโอเทค ที่ตลาดไท และบางรายก็ไปติดต่อกับ อ.สง่า เอื้อตระกูล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ไนท์ซาฟารี ซึ่งผู้ที่อยู่จังหวัดอื่นอาจจะไม่สะดวกที่จะเดินทางไปยังจังหวัดแพร่หรือเชียงใหม่ ดังนั้น จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า แม้ว่า ทั้งที่แพร่และเชียงใหม่ จะเป็นสถานที่หลักในการหมักเอ็นไซม์จากเห็ดหลากหลายชนิด แต่การที่จะเข้าทำเป็นสูตรสำหรับโรคต่างๆนั้น ทาง สถาบันอานนท์ไบโอเทค ที่ตลาดไท จะเป็นผู้นำเอาส่วนผสมเฉพาะอย่าง รวมทั้งสมุนไพรที่จำเป็นและสำคัญมาขึ้นสูตรสำหรับโรคต่างๆ ดังนั้น ใครที่สนใจในผลิตภัณฑ์ต่างๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ไทยไบโอเทค ตลาดไท 02-9083308 และ 0860830202

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ส.ค.ส.จาก ด.ญ.ภิรมพรรณ หมื่นขัน -แพร่-

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Fri Jan 11, 2013 4:08 pm

ส.ค.ส. ชิ้นนี้หนูตั้งใจทำให้ท่านผู้มีพระคุณ ที่ทำให้หนูไม่เจ็บปวดทรมาณ


[img] [/img]

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

รายงาน อาการศรีแพร หลังจากลดเอนไซม์เห็ดแคปซุล

ตั้งหัวข้อ  Ama Gan on Thu Feb 28, 2013 9:49 am



เรียน ท่าน ดร.อานนท์ อ.เยาวนุช และคุณไผ่
หลังจากเงียบหายไปนาน วันนี้มีเรื่องของศรีแพรมาเรียนให้ท่านทราบว่า เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ทีเดียวที่ศรีแพรไม่เป็นไข้ ทั้งๆที่ในห้องเรียนของศรีแพร 18 คน ผลัดเปลี่ยนกันเป็นไข้ ไอค่อนห้องแล้ว แต่ศรีแพรเป็นหนึ่งที่ไม่เป็นไข้ ทั้งๆที่ปีที่แล้วที่ยังไม่ได้ทานเห็ดแคปซูลของท่าน เด็กจะไข้เป็นประจำ มาเรียน 2-3 วัน ก็ขาดต่ออีก 2-4 วัน เพราะไข้ มาปีนี้ซึ่งเด็ก(ศรีแพร) ได้ทานเห็ดแคปซูลของท่าน เด็กไม่เป็นไข้เลย ทั้งๆที่เพื่อนในห้องเป็นไข้ตั้งค่อนห้อง ร่างกายเด็กแข็งแรงมีภูมิต้านทานที่ดีมาก นั่นแสดงว่าการลดการทานเห็ดแคปซูลจาก 2 เม็ด 3 เวลาก่อนอาหาร เป็น 2 เวลา ก่อนอาหารทุกวัน ทำได้แล้วโดยไม่มีผลทำให้ร่างกายอ่อนแอลง หากเป็นเช่นนี้ก็จะทานในระดับนี้ต่อไป หากวันใดเด็กมีอาการที่ร่างกายอ่อนแอ ก็คงต้องเพิ่มเป็น 3 เวลาดังเดิม
ในสภาพที่ร่างกายแข็งแรงเช่นนี้ อยากจะลองเป็น 1 เม็ด 2 เวลา ก่อนอาหารต่อวัน ก่อนที่เด็กจะจบไปเรียนต่อที่โรงเรียนอื่นให้รู้ผลว่าเป็นอย่างไร แต่...หากผลเป็นไปในทางที่ถดถอย ก็เกรงจะกระทบต่อการสอบปลายปีของเด็กที่จะสอบในเดือนมีนาคม 56 นี้ ขอขอบคุณในความมีน้ำใจเอื้ออาทรต่อศรีแพร ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลให้ท่าน ดร.อานนท์ พร้อมครอบครัวและผู้ร่วมงานทุกท่าน มีสุขภาพที่ดี มีกิจการที่เจริญก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดตลอดไป
ตอนนี้ที่บ้าน ทั้งพ่อ แม่ และตัวดิฉันเอง กินน้ำเอนไซม์เห็ด 9 อย่างเป็นประจำ รวมทั้งน้ำเห็ดหลินจือสกัดด้วย และเริ่มเอาเอนไซม์แคปซูลเห็ดหลินจือ เห็ดกระดุมบราซิล และเห็ดหัวลิง มากินด้วย สุขภาพแข็งแรงกันทุกคน
ส่วนการใช้ซุปเปอร์รอเยลครีม(SRC) พักหลังๆมาน้ำหมักไม่ค่อยให้มากเหมือนตอนเริ่มต้น ตอนนั้นที่มีมากๆนำมาปั่นผสมกับครีมอาบน้ำขมิ้นทีละหลายขวดแล้วนำมาใช้ ผิวที่เคยแพ้ฝุ่นเป็นผื่น คัน ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว ที่ได้ผลเช่นนี้อาจจะเป็นทั้งกินน้ำหมักเอนไซม์เห็ด 9 อย่าง กับแคปซูลเอนไซม์เห็ดหลินจือ บวกกับใช้สบู่เหลวที่ผสม SRC ของเห็ดขาม ตอนนี้หายเป็นภูมแพ้เป็นผื่นแล้ว ขอขอบคุณท่าน ดร.อานนท์ อาจารย์เยาวนุช และคุณไผ่ที่แนะนำในการใช้เอนไซม์ และ SRC

หิ่งห้อยน้อยแสง
amagan

Ama Gan

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 15/01/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

นี่คือ ข่าวดีและความหวังของผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sun Mar 03, 2013 7:48 am

ดร.อานนท์ฝากขอบคุณสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับน้องศรีแพร ที่คุณอัมรินทร์ได้แจ้งมาให้ทราบเสมอ มีหลายต่อหลายคน พอทราบว่า เป็นโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็น SLE, HIVs หรือภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองไม่รู้สาเหตุ ในการรักษาเชิงเดี่ยวโดยวิทยาการแผนปัจจุบันที่มุ่งแต่จะใช้ยาที่เป็นสารเคมี หรือสารสังเคราะห์นั้น ยังไม่สามารถที่จะทำได้ผล ทำให้ผู้ป่วยทรงกับทรุด และสามารถคาดคะเนได้ว่า ผู้ป่วยเป็นโรคเช่นนี้แล้ว มักจะอยู่ได้โดยเฉลี่ยอีกมากน้อยเพียงใด ในขณะที่ ดร.อานนท์ ที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปีที่ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ด ที่แอฟริกา ที่เต็มไปด้วยผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ก็ประสพปัญหาเช่นเดียวกัน ที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีความหวังในชีวิตหลงเหลืออยู่เลย แต่ด้วยความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และจากบรรดาผู้มีพระคุณที่ช่วยประสิทธิประสาทความรู้หรือให้ตำราการรักษาโรคต่างๆจากหลายต่อหลายประเทศ ทำให้ ดร.อานนท์ ได้นำเอาความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนวัตถุดิบจากหลายแห่งทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งเห็ดที่หลายประเทศนำมาเป็นส่วนผสมเป็นยา แล้วได้นำเอาสูตรที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องมาช่วยรักษามนุษย์ด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้น ในงานวันแซยิด หรือวันครบรอบวันเกิด 60 ปี ของ ดร.อานนท์ ก็จะมีผู้ที่เคยมีปัญหาดังกล่าว และได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.อานนท์ และครอบครัว จะมาร่วมงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในด้านนี้ด้วย โดยที่จังหวัดแพร่ก็จะมีคุณทองทิพ บ้านร่องกาศ อำเภอสูงเม่น ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองโดยไม่ทราบสาเหตุแล้วใครต่อใครคาดเดากันว่า คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ขณะนี้ กลับสู่ภาวะปกติ มีชีวิตและทำมาค้าขายโดยปกติแล้ว จะเดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ด้วย โดยคณะจากจังหวัดแพร่ จะเหมารถมากันในวันที่ 14 มีนาคม ช่วงเช้า หากเป็นไปได้ อยากจะเชิญสมาชิกในกลุ่มของคุณอัมรินทร์มาร่วมด้วยก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง และแน่นอน ในงานนี้ คณะกรรมการได้เตรียมของชำร่วยที่เป็นสุดยอดของเอ็นไซม์จากเห็ดที่มีราคาแพงที่สุด และหายากที่สุด เช่น เห็ดถั่งเช่าแท้ๆ เห็ดกระดุมบราซิล รวมทั้งได้นำเอาเห็ดสดๆที่ราคาแพงที่สุด หายากที่สุด คือ เห็ดทรัฟเฟิล เห็ดมัสสุตาเก๊ะ เห็ดตับเต่าทอง จากต่างประเทศสดๆมาปรุงอาหารโดยเชฟฝีมือดีจากโรงแรมชั้นหนึ่ง ที่หลาสยคนในชีวิตไม่เคยเห็น ไม่เคยทานเห็ดทรัฟเฟิล ก็จะได้เห็น ได้ทานไปพร้อมๆกัน และที่สำคัญ จะมีบรรดาสมาชิกที่เป็นลูกศิษย์ลูกหา ดร.อานนท์ จะนำเอาอาหารเห็ดหลากหลายมาประชันกันในงานนี้ด้วย

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสที่ใกล้ตัวเรา
» สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนนักศึกษาทุกท่านที่มีหนังสือค้างส่ง นำหนังสือ คืน โดย ไม่เสียค่าปรับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ
» ประวัติและความเป็นมาของคณะมนุษยศาสตร์
» อยากทราบอีเมล เฟสบุ้ค ช่องทางการติดต่อ ของเืพื่อนๆสื่อสาร มนุษศสาตร์หน่อยค้าบ มาเป็นเื่พื่อนกันนะครับ

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ