ปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิค(Hydroponic) แบบยั่งยืน ไม่ต้องใช้สารเคมี

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิค(Hydroponic) แบบยั่งยืน ไม่ต้องใช้สารเคมี

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Feb 22, 2012 12:18 am

จำได้ว่า ประมาณกว่า 20 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมยังอายุไม่ถึงสิบขวบ ผมได้ติดตามคุณพ่อ(ดร.อานนท์)และคุณแม่(อ.เยาวนุช)ไปทุกหนทุกแห่งที่มีการเพาะเห็ด ครั้งหนึ่ง เราไปดูการทำเชื้อเห็ดฟางของคุณหนู(ชุมพล) เจ้าของเชื้อเห็ดฟางคลองมะเดื่อ ที่ทำการผลิตเชื้อเห็ดวันละนับหมื่นถุง ในเรื่องของเห้ด ผมจำอะไรไม่ค่อยได้ แต่สิ่งที่ผมจำได้คือ ในวันนั้น อาจารย์ที่คุณพ่อเคารพนับถือคือ อ.อวยชัย วีรวรรณ ซึ่งเป็นนายกสมาคมนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขณะนั้น ได้พาคณะของเราไปดูการเพาะปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน หรือที่เรียกว่า ปลูกพืชไร้ดิน ของนาดีฟารืฒ เจ้าของชื่อ คุณกฤษณ์ ซึ่งห่างจากฟาร์มเชื้อเห็ดฟางคลองมะเดื่อไปไม่กี่กิโลเมตร โดยเข้าลึกไปในท้องทุ่งนา เป็นสถานที่ขนาดใหญ่ ที่เป็นโรงงานทำพลุ ดอกไม้ไฟ สมัยนั้น บริษัทนี้ถือว่าใหญ่และมีกิจการเป็นธุรกิจที่ดีมาก แต่เจ้าของคือ คุณกฤษณ์กลับมีความสนใจในเรื่องของการปลูกพืชไร้ดิน เพราะตัวแกเองก็สนใจเรื่องของการใช้สารเคมี มีการศึกษาและดัดแปลงต่างๆนานาในเรื่องของการทำพลุ จึงทำการศึกษาเรื่องของการปลูกพืชด้วยการใช้สารอาหารต่างๆเข้าไป โดยไม่ต้องใช้ดิน เพราะทราบเป็นอย่างดีว่า พืชนั้น สามารถสร้างพลังงานได้เองด้วยการใช้ก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ในอากาศและน้ำ ที่มีแสงแดดเป็นตัวเร่งปฎิกริยาในการสร้างพลังงาน ส่วนธาตุอาหารอื่นๆนั้น พืชสามารถใช้รากดูดสารอาหารจากดินด้วยการดูดซึมสารต่างๆเข้าไปด้วยการแลกประจุไฟฟ้า เมื่อทำการปรุงสารต่างๆที่รากของพืชต้องการได้อย่างเหมาะสม ก็ไม่จำเป็นจะต้องอาศัยดินเป็นวัสดุปลูก เพียงแต่อยากจะปลูกอะไร ก็ขอให้มีอะไรก็ได้ ที่สามารถจับ ค้ำหรือผูกให้ลำต้นของพืชทรงตัวอยู่ได้ โดยให้รากจุ่มลงไปในน้ำ ส่วนใบให้ได้รับก๊าซและแสงแดด ปัญหาที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษไม่เพียงแต่ใช้สารที่เหมาะสมแล้ว รากจะมีประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุอาหารได้ดีนั้น จะต้องมีปริมาณก๊าซออกซิเจนเพียงพอ ดังนั้น น้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงรากพืชนั้น จะต้องมีอากาศเข้าไปอย่างพอเพียง อาจจะด้วยการพ่นอากาศเข้าไป หรือทำให้น้ำไหล เพื่อจะได้มีอากาศเข้าไป สิ่งที่ อ.อวยชัยสนใจในขณะนั้น ก็เพื่อต้องการเอาวิชาการดังกล่าวเข้าไปสอนในโรงเรียนต่างๆ เพื่อจะให้นักเรียนได้เรียนรู้วิทยาการแผนใหม่ ขณะเดียวกัน ก็เป็นกระแสเรื่องของผักอนามัย หรือผักปลอดสารพิษ ผมได้ไปเห็นฟาร์มนาดีแห่งนี้ มีความรู้สึกตื่นเต้นและจำได้จนทุกวันนี้ แม้ว่าตอนที่ผมไปดูอายุยังไม่ถึงสิบขวบเลย แล้วคุณพ่อก็ได้นำเอากรรมวิธีดังกล่าวมาทดลองเพาะปลูกพืชผักไร้ดินอยู่ระยะหนึ่ง แล้วสุดท้ายก็เลิกล้มโครงการไป โดยคุณพ่อบอกว่า แท้ที่จริงแล้ว สมัยที่เรียนระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในช่วงปี 2515-18 นั้น บางวิชาก็เรียนเรื่องนี้อยู่แล้ว แล้วทำไมอยู่ดีๆ ผมได้ไปช่วยงานที่อานนท์ไบโอเทค เห็นคุณพ่อและคุณแม่ กำลังง่วนอยู่กับการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิคอีก เลยเกิดสงสัยว่า ทำไมต้องกลับมาทำเรื่องนี้อีก ทั้งๆที่เลิกล้มโครงการไปตั้งนาน โดยสาเหตุที่เลิกล้มโครงการ ก็เพราะเหตุผลที่ว่า การปลูกพืชไร้ดิน ที่ใครต่อใครหลงเชื่อว่า เป็นการปลูกพืชโดยไม่ได้ใช้สารพิษหรือสารเคมีนั้น เป็นเรื่องเข้าใจผิดถนัด การปลูกพืชไร้ดินที่บ้านเรากำลังมาแรง มีการส่งเสริมกันเป็นธุรกิจ บางแห่งก็เป็นธุรกิจขนาดใหญ่นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นการใช้สารเคมีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งนั้น อ้าว ถ้าเป็นเช่นนั้น แล้วทำไมทั้งคุณพ่อและคุณกลับมาทำมันอีกทำไม ทีนี้ล่ะ ร่ายยาวเลยจาก ดร.อานนท์ว่า สิ่งที่เป็นแรงดลบันดาลใจ ก็เพราะช่วงน้ำท่วม คุณพ่อและคุณแม่อยู่เฝ้าสมบัติกันกับลูกสาวและหลานชายสุดที่รัก คนงานกลับบ้านไปหมด ถูกกักขังด้วยน้ำนานเกือบ 2 เดือน แต่รอดตายได้ ก็เพราะเห็ดที่ลอยน้ำ แต่ก็ออกดอกมาให้ทานอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญบรรดาพืชผักทั้งหลาย ที่ปลูกไว้ในกล่องโฟม กลับลอยเท้งเต้ง มีผักสดทานตลอดระยะเวลาน้ำท่วม ทั้งๆที่ไม่เคยรดน้ำและให้ปุ๋ยเลย แต่มันก็ให้ยอด ให้ใบสวยงาม ทานอร่อย ทำให้ร่างกายดีกว่าช่วงที่ไปทานอาหารจากที่อื่นเสียอีกด้วยซ้ำ ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ผมจะหาเวลาว่าง นำรายละเอียดมาเสนอให้เร็วที่สุด ณ เวลานี้ เวลาเลยไปเกือบจะตีสอง จนทีวีจะถ่ายทอดสดรายการบอลคู่เซลซีอยู่แล้ว จึงขอเวลาไปพักก่อน หากเป็นไปได้ พรุ่งนี้ จะพยายามมาสาธยายต่อ แต่ที่แน่ๆ วันเสาร์ที่ 25 ก.พ. ที่จะมีการอบรมเห็ดในถุงควบกับเห็ดในขอนไม้นั้น ท่านจะได้ชม การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิค แบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้สารเคมี ไม่ต้องใช้การเติมอากาศ หรือทำให้น้ำไหล

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิค(Hydroponic) แบบยั่งยืน ไม่ต้องใช้สารเคมี

ตั้งหัวข้อ  yodrak992 on Fri Feb 24, 2012 2:49 pm

รออ่านการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิค แบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้สารเคมี ไม่ต้องใช้การเติมอากาศ หรือทำให้น้ำไหล จากคุณไผ่อยู่ครับ

yodrak992

จำนวนข้อความ : 48
Join date : 29/05/2011
Age : 35

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิคโดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีใส่เข้าไปในน้ำต่อ

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Wed Feb 29, 2012 11:55 pm

ต้องขออภัยที่ทำให้สมาชิกรอ เพราะ ดร.อานนท์ ติดภารกิจอัดรายการทีวี เพื่อออกเคเบิลทีวีในช่องของ เคสเตชั่นที่ออกอากาศไปแล้วตั้งแต่วันที่ 27,28และ 29 ก.พ. และจะออกอีกครั้งในวันที่ 4 มีนาคม 2555 ในทีวีเอ็นบีที เวลา 05.00-05.30 น. วันนี้ก็เลยจะขอต่อถึงเรื่องที่ค้างไว้ว่า ตลอดระยะเวลาที่น้ำท่วมเป็นเวลากว่า 2 เดือน คุณพ่อและคุณแม่ผม( ดร.อานนท์ และ อ.เยาวนุช เอื้อตระกูล) ต้องจำเป็นที่อยู่เฝ้าฟาร์ม เพราะคนงานเผ่นหนีกลับหมด เนื่องจากน้ำท่วมเต็มพื้นที่ฟาร์ม บางส่วนท่วมสูงเกิน 2 เมตร แต่ก็ปรากฎว่า มีผักสดเก็บทานประทังชีวิตได้ทั้งครอบครัว เพราะพืช ผักที่ปลูกไว้ในกล่องโฟม มาพลอยที่ลอยขึ้นตามน้ำไปด้วย และก็เนื่องจาก น้ำมีสารอาหารที่พืชต้องการอย่างครบถ้วนอยู่แล้ว ดังนั้น ช่วงระยะเวลาตลอดที่มันลอยน้ำ จะไม่มีการรดน้ำและใส่ปุ๋ยเลย จุดนี้เอง จึงเป็นแรงดลบันดาลให้ ดร.อานนท์ คิดที่จะทำการปลูกพืช ผักในน้ำเป็นเรื่องเป็นราว ประกอบกับ อ.อดิศักดิ์ บ้วนกียาพันธ์ หรือที่รู้จักกันในนาม ทิดบ้วน บางปลาม้า ได้มายืนยันขณะที่ท่านมาเยี่ยม และมาถ่ายทำสารคดีที่ฟาร์มอานนท์ไบโอเทค โดยท่านบอกว่า ที่ฟาร์มของท่านเอง ก็ทำการปลูกผักโดยอาศัยแผ่นโฟมลอยน้ำ แล้วเจาะรู เอาพืช หรือผักใส่เข้าไป ให้รากจมอยู่ในน้ำ สามารถทำการปลูกผักได้แทบทุกชนิด โดยไม่จำเป็นต้องไปใช้สารเคมีตามที่มีการส่งเสริมการปลูกผักในน้ำกันทั่วไป แต่ในกรณีที่อานนท์ไบโอเทคนั้น ไม่สามารถทำได้ตามที่ทิดบ้วนแนะนำ เพราะหากปล่อยให้รากของพืชโผล่ไปในน้ำแล้วล่ะก็ ทั้งหอยเชอรี่ และปลาที่ยังหลงเหลืออยู่เต็มไปหมด จะกินรากที่โผล่มาเรียบร้อยแน่ ด้วยเหตุนี้ ดร.อานนท์ จึงใช้กล่องโฟมที่ไปขอหรือไปซื้อมาจากห้องเย็นแถวๆรอบตลาดไท ที่ส่วนใหญ่ ห้องเย็นเขาต้องจ้างรถเอาไปทิ้งอยู่แล้ว ดังนั้น หากจำเป็นต้องซื้อ ก็คงเป็นค่าคนงานเก็บรวบรวมให้เท่านั้น โดยราคาจะไม่เกิน 5 บาท เมื่อได้มาแล้ว ให้เจาะรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสัก 1-2 ซม. โดยรอบหรือตรงก้นกล่อง เพื่อให้น้ำซึมเข้าออกได้ง่าย จากนั้นใช้ฝาที่ติดมากับกล่องโฟม ตัดขอบส่วนเกินออก ให้ได้ขนาดที่สามารถสอดใส่เข้าไปในกล่องได้ ให้ใส่ฝาเข้าไปรองก้นกล่องอีกทีหนึ่ง เพราะเท่ากับเป็นทุ่นที่จะช่วยรับน้ำหนักเพิ่มได้อีก จากนั้น ให้ใช้วัสดุปลูกที่เป็นตัวค้ำยันรากและรำต้น เช่น ขุยมะพร้าว แกลบหมัก ขี้เถ้าแกลบ หรือส่วนผสมของทั้ง 3 สิ่ง รวมทั้งดินเข้าไปเป็นวัสดุปลูกก็ได้ สามารถใส่ให้หนาประมาณ 5-8 นิ้วก็ได้ รดน้ำให้ชุ่ม แล้วก็นำลงไปลอยน้ำ ซึ่งกล่องโฟมจะจมลงประมาณ 2/3 ของความสูงของกล่อง แล้วก็ปลูกพืชผักตามที่เราต้องการได้ โดยไม่ต้องรดน้ำอีกต่อไป ตลอดระยะเวลาปลูก รวมทั้ง ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยอะไรเข้าไปเลย หากน้ำนั้น เป็นน้ำที่มีอาหารของพืชอย่างพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ่อที่มีการเลี้ยงปลา ที่ให้อาหารปลาเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหารปลา ขี้ปลา ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารอย่างดีสำหรับพืชอยู่แล้ว เว้นเสียแต่ว่า หากเราต้องการปลูกพืชจำนวนมากเข้าไปในกล่อง อาจจะมีการขาดแคลนปุ๋ยหลักบางอย่าง เช่น ปุ๋ย N P K ก็อาจจะใส่ปุ๋ยหลักเข้าไปบ้างก็ได้ สรุปแล้ว การปลูกพืชผักในบ่อปลาหรือในน้ำนั้น สามารรถปลูกพืชได้ โดยไม่จำเป็นต้องรดน้ำตลอดระยะเวลาปลูก นอกจากเราจะได้ผักสดๆมาไว้ใช้ไว้ทานแล้ว รากของพืช ยังช่วยป้ิงกันไม่ให้น้ำเสีย เพราะรากจะดูดเอาอาหารหรือสารอืนทรีย์ที่อาจจะมีมากเกินไปจนเกิดการบูดเน่าให้น้ำเสียได้ และที่สำคัญ เราจะได้รับความเพลิดเพลิน และมีบรรยากาศ รวมทั้งอากาศบริสุทธิ ลดภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี ในวันที่ 10 และ 24 มีนาคม ที่จะมีการอบรมเห็ดนั้น สมาชิกที่เข้ารับการอบรมจะได้รับชม สวนสาธิตเพาะปลูกพืชในน้ำที่อานนท์ไบโอเทคอย่างแน่นอน


พืช ผักลอยน้ำในช่วงน้ำท่วมหนักจากมหาอุทกภัย ที่มนุษย์จงใจและเตรียมการให้เกิดขึ้น ปรากฎว่า แทบทุกสรรพสิ่ง ต้องจมน้ำอยู่กว่า 2 เดือน แต่ปรากฎว่า พืช ผัก ที่ปลูกอยู่ในกล่องโฟมและลอยน้ำนั้น สามารถเจริญอยู่ได้ โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยและไม่ต้องรดน้ำเลย


ตัดขอบฝาขนาดที่ใส่เข้าไปในกล่องได้ เพื่อเป็นการเสริมทุ่นลอย เอาเศษทุกส่วนของฝาที่ตัดใส่เข้าไปก่อน แล้วเอาฝาที่ตัดได้ที่แล้วปิดเข้าไปอีกทีหนึ่ง เราก็จะไม่มีของเหลือทิ้งให้เป็นมลภาวะอีกต่อไป


เอากล่องที่เตรียมไว้แล้ว เอามาผูกรวมกันเป็นชุด เพราะมันจะช่วยทำให้กล่องไม่โคลงเคลงเวลาเจอลมหรือผักหรือพืชเจริญเติบโตสูงขึ้น แล้วทำการเจาะรูที่ก้อนและด้านข้างประมาณ 8-12 รู เพื่อให้น้ำเข้า ออกได้สะดวก


ใส่วัสดุปลูกเข้าไปให้สูงประมาณ 2/3 ของความสูงของกล่องแล้วรดน้ำให้ชุ่มเพียงครั้งเดียว จากนั้น วัสดุปลูกจะดูดเอาน้ำจากบ่อมาหล่อเลี้ยงพืชตลอดระยะเวลาที่ทำการปลูกพืช โดยไม่จำเป็นจะต้องรดน้ำอีกต่อไป


ทีนี้อยากจะปลูกอะไรก็เชิญเลย จะเป็นพืช เป็นผัก เป็นดอกไม้ได้ทั้งนั้น โดยไม่จำเป็นต้องรดน้ำและใส่ปุ๋ยอีกเลยตลอดระยะเวลาที่ทำการปลูก


จากประสบการณ์อันเจ็บปวดและขมขื่น ที่อุตส่าห์สะสมทุกสิ่งทุกอย่างมาเกือบตลอดชีวิต และต้องมาอันตรธานหายไปกับมหาอุทกภัยครั้งที่ผ่านมา มันกลายเป็นบทเรียนที่มีราคาแพงที่สุด ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อม ที่ยังไม่ไว้วางใจในสถานการณ์น้ำว่าจะท่วมหนักเหมือนปีที่ผ่านมา ดร.อานนท์ จึงทำการปลูกต้นไม้แทบทุกชนิดในกล่องโฟม ที่พร้อมจะสะเทินน้ำสะเทินบกได้ทุกเมื่อเพื่อความอยู่รอด เรื่องของเรื่องทั้งหมดก็แค่นี้ เวลา เที่ยงคืนพอดี ดูรูปกันเอาเองก็แล้วกัน คิดว่า คงสมอยากที่รอแล้วน๊ะครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ