สนใจอยากเพาะเห็ดเป็นอาชีพ แต่อยากทราบความต้องการตลาดว่าเยอะแค่ไหน เพราะคิดว่าคนทำเยอะเหมือนกันค่ะ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สนใจอยากเพาะเห็ดเป็นอาชีพ แต่อยากทราบความต้องการตลาดว่าเยอะแค่ไหน เพราะคิดว่าคนทำเยอะเหมือนกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  nuttaneewan on Wed Mar 28, 2012 5:31 pm

สวัสดีค่ะ คือว่าสนใจอยากเพาะเห็นเป็นอาชีพ แต่จากที่หาข้อมูลมา มีคนทำเยอะมากเหมือนกัน แถมยังมีฟาร์มเห็ดใหญ่ๆอีกหลายแห่งด้วย
จึงอยากทราบความต้องการของตลาดว่ายังเยอะอยู่หรือไม่ เช่นเห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดหอม หรือเห็นอื่นๆ ช่วยแนะนำด้วยนะคะ

วันที่ 12 พค จะเข้าไปอบรมเพื่อหาความรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ

nuttaneewan

จำนวนข้อความ : 1
Join date : 16/03/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สนใจอยากเพาะเห็ดเป็นอาชีพ แต่อยากทราบความต้องการตลาดว่าเยอะแค่ไหน เพราะคิดว่าคนทำเยอะเหมือนกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  นายหมูคนเมืองแพ on Thu Mar 29, 2012 8:04 am

วันที่ 12 พค จะเข้าไปอบรมเพื่อหาความรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
เห็นด้วย..อย่างยิ่ง

นายหมูคนเมืองแพ

จำนวนข้อความ : 187
Join date : 08/12/2010
Age : 40
ที่อยู่ : 171/2 ถ.กำแพงเพชร6 ดอนเมือง ดอนเมือง กทม.10210

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เคยเห็นมีใครเอาเห็ดไปทิ้ง ไปเผา หรือไปประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาลบ้างไหมในอดีต นั่นคือ คำตอบเรื่องการตลาดเห็ด

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu Mar 29, 2012 9:13 am

เป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกิน ที่คนที่ไม่มีความรู้และประสบการณ์เรื่องเห็ดมาก่อน ย่อมมีข้อสงสัยว่า หากจะเลือกมาทำการเพาะเห็ดแล้ว จะมีปัญหาเรื่องการขาย หรือเรื่องตลาดไหม เรื่องนี้ิ เคยตอบซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายต่อหลายครั้ง จำได้ตั้งแต่สมัยนายจิวเข้ามาเป็นผู้ร่วมถามตอบในกระทู้บ่อยครั้งที่สุด เข้าใจว่า เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว แกทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สายการบิน แต่แกอยากทำการเพาะเห็ด โดยไม่รู้ว่า เห็ดที่แกจะเพาะ ก็เหมือนกับที่คนอื่นเขาเพาะกันมาเป็นสิบๆปีแล้ว เลยไม่มั่นใจว่า หากแกจะเพาะเพิ่มอีกสักรายแล้วจะมีปัญหาเรื่องการขายไหม นี่หากคิดแบบนักบัญชี หรือผู้ที่คงแก่เรียนทั้งหลาย ก็ย่อมมีความสงสัยเป็นธรรมดา แต่อย่าลืมว่า ดร.อิานนท์ ได้สอนเรื่องการเพาะเห็ดมาตั้งแต่ปี 2516 แล้ว โดยแต่ก่อนคนเข้ารับการอบรมนั้น จะเป็นกลุ่มใหญ่มาก ประมาณ 200 คนขึ้นไป และก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน มีผู้ผ่านการอบรมไปเป็นแสนๆราย ซึ่งความจริงแล้ว หากคิดกันอย่างผิวเผินแล้ว มันน่าจะล้นตลาดไปนานแล้ว จากการสอบถาม ดร.อานนท์ ในเรื่องนี้ ท่านก็เล่าให้ฟังว่า มันเคยมีปรากฎการณ์ดังกล่าวอยู่บ้างในอดีต เช่น เมื่อ ปี 2519 มีการส่งเสริมการเพาะเห็ดฟางกันมาก และมีการค้นพบวิธีการเพาะเห็ดฟางแบบง่ายๆ ด้วยวัสดุเพาะที่มีราคาถูกหลายชนิด เช่น ผักตบชวาสด เปลือกถั่วเขียว เปลือกมัน ขี้ฝ้าน ไส้นุ่น ทำให้ ในช่วงหลังการเก็บเกี่ยว เกษตรกรแห่ทำการเพาะเห็ดฟางกันยกใหญ่ เห็ดฟางที่เคยขายได้ กก.ละ 25 บาท ขณะที่หมู กก.ละ 20 บาท ราคาเห็ดฟางตกลงมาเหลือเพียง8-10 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรหลายรายเลิกทำการเพาะเห็ดฟางกันไป สภาวการณ์เห็ดราคาตกต่ำเกิดขึ้นเป็นช่วงระยะเวลาสั้นมาก แต่ผลดีกลับเกิดขึ้นในช่วงนั้น กล่าวคือ มีคนกินเห็ดมากขึ้น และมีการนำเอาเห็ดอื่นๆ เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดเป๋าฮื้อ เข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อทำผลิตและบริโภคเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ดร.อานนท์กล่าวต่อไปว่า เมื่อครั้งที่ท่านสอนเรื่องเห็ดใหม่ๆนั้น พบว่า ในปี 2515 คนไทยทานเห็ดโดยเฉลี่ยต่อคนต่อปีแค่ 235 กรัมเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นเห็ดที่เก็บตามธรรมชาติและเป็นเห็ดนำเข้า ขณะที่ประเทศที่เจริญแล้ว เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส อเมริกา หรือญี่ปุ่น เขาทานเห็ดต่อคนต่อปีสูงกว่า 5000 กรัม เพราะเขาถือว่า เห็ดไม่ใช่อาหารที่นำไปปรุงอาหารแล้วอร่อยเท่านั้น แต่เขายังค้นพบและเชื่อกันมากกว่านั้นว่า เห็ดมีคุณสมบัติเป็นยาบำรุงร่างกายและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายด้วย เมื่อคนไทย มีโอกาสได้เรียนรู้ ได้รับรู้ทางด้านวิชาการเพิ่มขึ้น เป็นเหตุให้คนไทย หันมาสนใจเรื่องของสุขภาพมากขึ้น คนรู้ไหม ปัจจุบันคนไทยทานเห็ดโดยเฉลี่ยต่อคนต่อปี ไม่แพ้ต่างประเทศเลย กล่าวคือ มากกว่า 6000 กรัมแล้ว ขณะที่ญี่ปุ่น เยอรมันมากกว่า 12000 กรัมแล้ว นั่นก็หมายความว่า ประเทศไทยต้องการเห็ดปีละไม่น้อยกว่า 6 แสนตัน ขณะที่เดี๋ยวนี้เราเพาะได้มากกว่า 5 แสนตัน โดยเราก็ยังนำเห็ดเข้ามานับแสนตันจากต่างประเทศ นี่คือ ภาพรวมที่อยากจะให้คุณสบายใจ ทีนี้ ถามว่า รายใหม่ จะมีโอกาสเพาะเห็ดขายได้หรือไม่ ต้องขอฟันธงเลยว่า โอกาสยังมีอีกเยอะ มีอีกมากและมีแบบไม่สิ้นสุดครับ จากเหตุผลที่กล่าวมาแล้วว่า แม้ว่า เรามีการส่งเสริมการเพาะเห้ดมาเกือบ 40 ปีแล้ว เรายังไม่สามารถผลิตเห็ดส่งออกได้เลย ในทางตรงกันข้าม เรายังนำเอาเห็ดจากต่างประเทศเข้ามาบริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี อีกประการ เราได้พัฒนาทางวิชาการเรื่องเห็ดไปมากพอสมควร ประกอบกับคนไทย มีความรู้ความเข้าใจทางด้านโภชนาการดีขึ้น ทำให้เป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้เพาะเห็ดรายใหม่ ทั้งนี้ เพราะแต่เดิม เมื่อเรากำลังพัฒนาวิชาการเพาะเห็ดกันใหม่ งานทางด้านวิชาการยังไม่ได้พัฒนาอะไรไปมาก คุณจะเห็นจาก ผู้เพาะเห็ดรายเก่า รายเดิม มักจะยึดมั่นถือมั่น อยู่กับเชื้อเห็ด สายพันธุ์เดิมๆ อาหารที่ใช้เพาะและวัสดุที่ใช้เพาะก็เดิมๆไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ปัจจุบัน ทางอานนท์ไบโอเทค ได้พัฒนาเทคโนโลยี่ไปได้ไกลมากแล้ว ยกตัวอย่างเช่น วัสดุเพาะ ไม่จำเป็นต้องเป็นขี้เลื่อยไม้ยางพาราเท่่านั้น มีวัสดุอื่นๆที่หาง่าย ราคาถูกและดีกว่าไม่ยางพารามากมาย เช่นเดียวกับ อาหารเสริม การใช้เพียงรำละเอียด ยิ่งนานวันยิ่งทำให้ผลผลิตลดลง และการปนเปื้อนของเชื้อโรคมากขึ้น ปัจจุบัน เราไม่ใช้รำละเอียดเป็นอาหารเสริมแต่เพียงอย่างเดียวแล้ว จะต้องมีการเติมอาหารที่เห็ดต้องการให้มีผลผลิตสูงและคุณภาพดอกเห็ดดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาอาหารที่ช่วยเพิ่มผลผลิตให้แก่เห็ดขณะที่ทำการเปิดดอก ทำให้ก้อนเชื้อเสื่อมหรือหมดอายุช้าลง ผลผลิตสูงขึ้นเกือบเท่าตัว เช่นเดียวกับปัญหาเรื่องโรคและแมลง ปัจจุบัน มีการเพาะเห็ดมากขึ้น มีปัญหาเรื่องโรคแมลงเข้าทำลายเห็ดมากขึ้น ทำให้มีเกษตรกรจำนวนมากเข้าใจผิด ใช้สารเคมี เช่น ยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เช่น ฟูราดาน ผสมเข้าไปในวัสดุเพาะเห็ดเลย เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงเข้าทำลายเห็ด โดยหารู้ไม่ว่า เห็ดที่เกิดมาจากการใช้ฟูราดาน เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้บริโภค เรื่องดังกล่าว ทางอานนท์ไบโอเทค ก็ได้ค้นพบ กรดธรรมชาติ ที่เป็นกรดอินทรีย์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่เป็นพิษต่อผู้บริโภค ใช้ในการควบคุมศัตรูเห็ด ดังนั้น การที่นายหมูเมืองแพได้ช่วยตอบยืนยันว่า ใครก็ตามที่ต้องการเพาะเห็ด และเป็นนักเพาะเห็ดมือใหม่นั้น ควรเข้ารับการอบรมเห็ดจากอานนท์ไบโอเทคเสียก่อน ก็เพราะเหตุผลดังได้กล่าวแล้ว ซึ่งการอบรมเห็ดของอานนท์ไบโอเทคนั้น ดร.อานนท์ จะเป็นผู้บรรยายและควบคุมการอบรมด้วยตัวท่านเอง โดยท่านจะเน้นสอนให้เข้าใจหลักการที่แท้จริงมากกว่า สอนแค่ทำเชื้อ ทำก้อน และเปิดดอกเห็ดอย่างไร หากต้องการแค่นั้น ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าอบรมจากอานนท์ไบโอเทคก็ได้ สามารรถไปขอดูกรรมวิธีการผลิตจากที่ไหนก็ได้ แต่หากเป็นการอบรมจากอานนท์ไบโอเทคไปแล้ว ผู้ผ่านการอบรม จะได้เข้าใจว่า ท่านจะใช้อะไรเป็นวัสดุเพาะ ทำไมถึงใช้ แล้ววัสดุเพาะแต่ละชนิดมันต่างกันอย่างไร การเตรียมความพร้อมของวัสดุเพาะแต่ละชนิดก่อนที่จะเอามาเพาะเห็ดทำอย่างไร เช่นเดียวกันกับ การใส่อาหารเสริม ทำไมถึงต้องใส่ แล้วเห็ดต้องการอาหารอะไรบ้าง แต่ละอย่างมีความต้องการเท่าไหร่ เพื่ออะไร นี่ต่างหากที่เป็นสิ่งที่ ดร.อานนท์ จะเน้นหนักเสมอมา โดยไม่สอนให้ท่องจำ หรือจดเอาไปเป็นคำภีร์เหมือนการทำการเกษตรทั่วๆไป ที่สุดท้ายแล้ว เกษตรกร จะต้องซื้อปัจจัยการผลิตจากผู้รู้แต่เพียงประการเดียว นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของเรื่องของเห็ด และการตลาด ดังนั้น หากคุณผ่านการอบรมไปแล้ว คุณก็ย่อมเป็นผู้รู้ ที่สามารถทำการผลิตได้ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า ผลผลิตและคุณภาพที่ดีกว่า คุณย่อมมีโอกาสเข้าตลาดได้ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดของเห็ดที่มีคุณภาพ ยั้งมีช่องทางอีกเยอะมากครับ ดีแล้วล่ะครับที่สมัครเข้าอบรมวันที่ 12 พ.ค. 2555 เพราะเดือน เมษายน จะไม่มีการอบรม ส่วนผู้ที่ผ่านการอบรมไปแล้ว หรือผู้ที่สนใจเห็ดเป็นยา ทราบว่า ดร.อานนท์ ได้ตอบตกลง ที่จะเปิดอบรมเห็ดเป็นยาขึ้นเป็นครั้งแรก ประมาณเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบเร็วๆนี้ครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ