การทานเอ็นไซม์เพื่อสุขภาพ จากสมาชิกผ่านทางอีเมล์

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

การทานเอ็นไซม์เพื่อสุขภาพ จากสมาชิกผ่านทางอีเมล์

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sat Apr 07, 2012 8:52 am


เรียน อ.อานนท์/อ.เยาวนุช
ผมกิน เอ็นไซม์ ตามรูปที่แนบมา ของอาจารย์ มา 3 ขวดแล้วครับ ผมกินก่อนอาหารเช้า 1เม็ด กินเสร็จแล้วทานอาหารเช้าทันทีเลยครับไม่ทราบว่า ทำถูกไหมครับเพราะผมก็ไม่กล้าทานน้ำตามเยอะ
เดี๋ยว กินข้าวไม่ลง มาทานน้ำหลังทานข้าวเสร็จ
ผมอยากจะชวนมาทานเอนไซม์ของอาจารย์ด้วย ผมได้โบชัวร์มา มีคุณประโยชน์ของเอนไซม์
1. ช่วยกำจัดกลิ่นและทำความสะอาดทางเดินอาหาร
2. ลดกรดยูริค เกาต์
3. ลดน้ำตาล ไขมัน เบาหวาน
เอนไซม์บำบัด 10 ประการ
1. มะเร็ง
2. ระบบไหลเวียนโลหิต
3. เป็นตัวนำทางการแพทย์
4. เอดส์
5. เชื้อไวรัส
6. มะเร็งต่อมลูกหมาก
7. โรคอ้วน
8. ภูมิแพ้
9. ผิวเหี่ยวย่น
10. โรคกลิ่นปากเหม็น

ผมเข้าใจถูกไหมครับว่า เอนไซม์ ที่ผมกิน ตามรูปถ่ายที่แนบคือ ตัวที่มีคุณสมบัติตามนี้
เพราะตอนที่ ผมเรียนเพาะเห็ดกับอาจารย์ อาจารย์เอามาให้ดูตอนนั้นบรรจุเป็นแผงครับ

ขอแสดงความนับถือ
จิรัตน์

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตอบคุณจิรัตน์ เรื่อง ของเอ็นไซม์

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Sat Apr 07, 2012 8:53 am

ก่อน อื่นต้องเข้าใจเสียก่อนว่า เอ็นไซม์ ไม่ใช่ยารักษาโรค แต่เอ็นไซม์คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ขบวนการของร่างกายทำงานให้เป็นไปตามปกติ ถ้าจะเปรียบเครื่องจักรเครื่องยนต์ เอ็นไซม์ ไม่ใช่น้ำมัน เอ็นไซม์ ไม่ใช่เครื่องจักร และเอ็นไซม์ไม่ใช่หัวเทียน แต่เอ็นไซม์ คือ กระแสไฟที่ออกมาจากปลายหัวเทียน ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการจุดระเบิดฉันใด ดังนั้น เครื่องยนต์ ต่อให้ดีประการใด ใช้น้ำมันที่มีออกเทนสูงเท่าไหร่ แต่หากหัวเทียนบอด ก็จะใช้การไม่ได้ฉันนั้น ดังนั้น ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า เอ็นไซม์ไม่ใช่ทั้งยาและอาหาร แต่เอ็นไซม์เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นการเฉพาะที่จะขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายให้ ดำเนินการไปตามปกติ เอ็นไซม์ส่วนใหญ่ร่างกายเราสร้างเองได้ เพื่อมาทำหน้าที่ต่างๆของมัน รวมทั้งการย่อยอาหารที่เราทานเข้าไป และเอาอาหารที่ย่อยแล้วไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย เพียงแต่ขบวนการย่อยอาหารแต่ละครั้งนั้น ใช้เอ็นไซม์ค่อนข้างมากและหลายชนิด เพราะอาหารแต่ละชนิด มีส่วนประกอบด้วยสารอาหารที่แตกต่างกัน ดังนั้น สารอาหารแต่ละชนิด ก็ต้องใช้เอ็นไซม์ที่แตกต่างกันด้วย ยกตัวอย่างเอาแค่แป้งหรือน้ำตาล ก็ยังประกอบไปด้วยน้ำตาลเป็นร้อยเป็นพันชนิด เช่นเดียวกับโปรตีนก็มีอีกมากมายหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยเอ็นไซม์ที่แตกต่างกันไป โดยธรรมชาติแล้ว อาหารที่สด จะมีเอ็นไซม์ติดมากับตัวมันด้วย เวลาเราทานอาหารสดเข้าไป เอ็นไซม์ที่ติดเข้าไปด้วย จะช่วยย่อยตัวมันเอง ทำให้ร่างกาย ไม่จำเป็นต้องใช้เอ็นไซม์ที่ร่างกายมาย่อยมากนัก จะทำให้ร่างกายมีปริมาณเอ็นไซม์เหลือพอที่จะดำเนินการนำเอาอาหารไปหล่อ เลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย แต่เมื่อไหร่ เราทานของสุก ไม่ว่าจะสุกด้วยการตากแดด เข้าไมโครเวฟ ผัด แกง เผา ปิ้ง ย่าง ต้ม ตุ่น ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียส เป็นการทำลายเอ็นไซม์ธรรมชาติไปหมด เมื่อเราทำอาหารที่ทำให้สุกแล้ว จึงไม่มีเอ็นไซม์ติดเข้าไปด้วย จำเป็นต้องไปเอาเอ็นไซม์ที่ร่างกายสร้างได้ในปริมาณที่ไม่มาก ที่เอาไว้ใช้เฉพาะงานที่สำคัญ กลับเอาไปใช้ในการย่อยอาหาร หากเปรียบกันให้เห็นภาพพจน์ง่ายๆ เหมือนกับว่า เรามีรถยนต์ 2 คัน คันหนึ่งเป็นรถเก๋งราคาแพงมากๆ อีกคันเป็นรถกระบะ โดยปกติ เวลาจะไปสวนไปฟาร์ม ไปขนของ บรรทุกของ เราก็น่าจะใช้รถปิ๊กอัพ แต่นี่จะไปเอาวัสดุเพาะเห็ดสำเร็จรูปที่อานนท์ไบโอเทค(สมมุติน๊ะ) กลับเอารถเบนซ์ไปขน ทั้งๆที่รถเบนซ์น่าจะเอาไปใช้งานอย่างอื่นที่สำคัญกว่า ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อเราใช้เอ็นไซม์ที่มีค่าในร่างกาย ไปทำการย่อยอาหาร ทำให้เราอาจจะมีเอ็นไซม์ไม่เพียงพอ ที่จะนำเอาอาหารที่ผ่านการย่อยสลายแล้ว เพื่อไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ผลสุดท้ายอาหารดังกล่าว มันก็ตกค้าง เช่นน้ำตาลในเส้นเลือด พอนานเข้าก็จะกลายเป็นเบาหวาน หากไขมันสะสมในเส้นเลือดนานๆ จนกระทั่งเส้นเลือดขาดความยืดหยุ่น มีไขมันอุดตัน ก็จะมีปัญหาเรื่องของโรคความดัน โรคหัวใจ หากมีกรดยูริคสะสมบริเวณข้อต่อมากๆนานๆเป็นสิบๆปี เมื่อเกิดการอักเสบขึ้น ก็จะกลายเป็นโรคปวดตามข้อ(โรคปวดตามข้อนั้น แสดงว่า มันมีการสะสมกรดยูริคมานานเป็นสิบๆปีแล้ว ดังนั้น จึงทรมานมาก การรักษาก็ต้องใช้เวลานานมากเช่นกัน) ดังนั้น สิ่งที่อยากจะสรุปตอนนี้ก็คือ เมื่อไหร่ก็ตาม หากเราจำเป็นต้องทานอาหารสุกเข้าไปในร่างกาย เราควรทานเอ็นไซม์เข้าไปด้วย และเอ็นไซม์ที่ทานเข้าไป ไม่จำเป็นต้องซื้อเสมอไป เราสามารถทำเอ็นไซม์ได้เอง หรือหาได้เอง เช่น ทานของสด อันได้แก่ ผัก ผลไม้ ที่สุดยอดที่สุด คือ ส้มตำ ข้าวหมก นมเปรี้ยวสด(ไม่ใช่ยูเอซที) โดยพยายามทานของสดหลายๆอย่างตามเข้าไปด้วย ปัญหาอยู่ที่ว่าจะต้องทานมากแค่ไหน เมื่อไหร่นั้น จริงๆแล้ว เอ็นไซม์จะไม่สามารถทานเข้าไปแล้วจะเก็บสะสมหรือตุนไว้ได้ เมื่อมันเข้าไปในกระเพาะเราแล้ว มันจะเข้าไปทำงาน หากมันไม่มีงานที่จะทำ มันก็จะถูกสลายไปเท่านั้นเอง ดังนั้น ทุกครั้งที่ทานอาหาร ก็จะต้องทานเอ็นไซม์เข้าไป ส่วนปริมาณนั้น ไม่จำเป็นต้องมาก ยกตัวอย่างเช่น ไข่ 300 กก.ประมาณ 5000 ฟอง หากเราใช้เอ็นไซม์สดจากกระเพาะหมู ใส่เข้าไปแค่ช้อนชาเดียว ภายใน 1 ชั่วโมง ไข่จะถูกย่อยเป็นน้ำไปหมด ดังนั้น เอ็นไซม์ที่คุณซื้อไปจากหน้าร้านนั้น เป็นเอ็นไซม์ที่เข้มข้น ทานไปแค่เม็ดเดียวก็เหลือเฟือแล้ว จริงๆแล้วแบ่งครึ่งเม็ดเพื่อความประหยัดก็ได้ แต่การทานนั้น ควรทานก่อนอาหารสักครึ่งชั่วโมงหรืออย่างน้อย 10 นาทีก่อนทานอาหาร พร้อมทั้งทานน้ำเข้าไปมากๆ เพื่อให้เอ็นไซม์กระจายในของเหลวได้ทุกส่วน ก่อนที่อาหารจะเข้าไปถึง พูดง่ายๆ ก็เพื่อเป็นการผสมคลุกเคล้าให้เป็นอย่างดีกับของเหลวในกระเพาะเสียก่อน และช่วยละลายสลายของตกค้างอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เอ็นไซม์ที่คุณเอาไปนั้น เป็นเอ็นไซม์ที่อัดเม็ดและทำแห้งด้วยขบวนการ Freeze dry ใช้ง่าย เก็บไว้ได้นานก็จริง แต่ตอนนี้ ดร.อานนท์ ได้เริ่มผลิตเอ็นไซม์สดๆ ที่มีปริมาณเอ็นไซม์ที่มากกว่า ดีกว่า และมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่จะเข้าไปช่วยเหลือหรือรักษาปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และมีความสำคัญ ต่อระบบการย่อยในร่างกาย ที่เรียกว่า Probiotic bacteria ซึ่ง ปกติแล้ว ร่างกายของมนุษย์จะมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในร่างกาย ที่ช่วยย่อยอาหารที่ลำพังแต่ร่างกาย ไม่สามารถย่อยได้ เช่น พวกเซลลูโลส หรือสารอาหารที่เป็นยาในเห็ดต่างๆ ร่างกายก็ไม่สามารถนำเอาไปใช้ได้โดยตรง จำเป็นต้องอาศัยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในร่างกาย ช่วยทำการย่อย แต่เนื่องจากการทานอาหารเข้าไปในปัจจุบัน มีการทานสารปรุงแต่งรสชาติ สารกันบูด น้ำที่มีมีธาตุอาหาร(คือ น้ำที่ผ่านขบวนการอาร์โอ(Reverse osmosis) เป็นน้ำที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซ้ำร้ายยังเป็นโทษมากกว่า) อาหารที่ทำให้สุกด้วยไมโครเวป เครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีกรดคาร์บอริคและสารกันบูด ล้วนแล้ว แต่ไปทำลายจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในร่างกายทั้งสิ้น เอ็นไซม์สดที่ ดร.อานนท์ ผลิตขึ้น จึงจะทำหน้าที่ทั้งเพิ่มเอ็นไซม์ และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สมาชิกที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดได้จากหน้าร้านหรือที่ผมได้ ทั้งหมดนี้ เป็นการร่ายยาวอีกครั้ง หลังจากอินเตอร์เน็ตเริ่มใช้งานได้ตามปกติอีกครั้งหนึ่งแล้วครับ



Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ